ซีเรียเผชิญความรุนแรง กองทัพปะทะกลุ่มติดอาวุธ SDF

รัฐบาลซีเรียเผชิญความท้าทายด้านการควบคุมสถานการณ์ความมั่นคงในเมือง Aleppo เมืองสำคัญทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หลังจากกลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย ((Syrian Democratic Forces – SDF) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด ปะทะกับกองทัพซีเรียอย่างรุนแรง ส่งผลให้รัฐบาลเมือง Aleppo ต้องประกาศมาตรการฉุกเฉินและสั่งให้ประชาชนมากกว่า 100,000 คนอพยพออกจากเมืองไปยังพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากการประทะที่ผ่านมาทำให้มีประชาชนเสียชีวิตแล้ว 22 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 170 คน สาเหตุที่กลุ่ม SDF ปะทะกับกองทัพรัฐบาลซีเรียอย่างตึงเครียด เป็นเพราะไม่พอใจกระบวนการเจรจาเพื่อให้กลุ่ม SDF มีบทบาททางการเมืองตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกลุ่ม SDF เป็นกองกำลังที่มีอิทธิพลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศ อย่างไรก็ตาม นาย Mazloum Abdi หรือ Mazloum Kobani ผู้บัญชาการกลุ่ม SDF ปฏิเสธว่าเป็นฝ่ายเริ่มการโจมตี และให้ความเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการเจรจาทางการเมือง พร้อมระบุว่า กองทัพซีเรียเพิ่มการควบคุมและอิทธิพลในพื้นที่ของกลุ่ม SDF ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีมุมมองว่ารัฐบาลซีเรียควรเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการและบริหารความสัมพันธ์กับกลุ่มติดอาวุธในประเทศ เพราะกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ มีอิทธิพลมาก และมีแนวทางชัดเจนว่าไม่ต้องการวางอาวุธ ดังนั้น กระบวนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและการเมืองของซีเรีย ควรร่วมมือและสร้างความไว้วางใจกับกองกำลังต่าง ๆ…

พรรคเบอร์ซาตูของมาเลเซียปลดแกนนำจากตำแหน่ง เหตุละเมิดวินัย

  ดาตุ๊ก มูฮัมมัด ราดซี มานัน ประธานคณะกรรมการวินัยของพรรคเบอร์ซาตู (พรรคฝ่ายค้าน) ของมาเลเซียลงนามในหนังสือปลด ดาตุ๊ก ซรี ไซฟุดดิน อับดุลเลาะห์ แกนนำพรรคฯ ออกจากตำแหน่ง เมื่อ 6 ม.ค.68 (มีผลทันที) เนื่องจากกระทำความผิดทางวินัยของพรรค ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการฯ สอบสวนนายไซฟุดดิน ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมโค่นล้มนายมูฮยิดดิน ยัสซิน ประธานพรรคเบอร์ซาตู หลังจากร่วมกับ ส.ส. อีก 15 คน เขียนจดหมายอุทธรณ์ต่อมาตรการลงโทษสมาชิกพรรคที่ผลักดันให้นายฮัมซาห์ ไซนูดิน รองประธานพรรคฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานพรรคแทน ด้วยเหตุผลว่า นายมูฮยิดดิน มีความห่างเหินจากประชาชนระดับรากหญ้า และพรรคต้องการผู้นำคนใหม่ ทั้งนี้ นายไซฟุดดิน ยอมรับว่าได้รับหนังสือปลดจากตำแหน่งจริงและยืนยันจะยื่นอุทธรณ์

ในปี 2569 วิกฤตในเยเมนสะเทือนเอกภาพชาติอาหรับ

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเยเมน ประเทศในตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต หลังจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในเยเมน หรือ Southern Transitional Council (STC) ประกาศเมื่อต้นปี 2569 ว่าต้องการจัดการลงประชามติเพื่อแยกเป็นอิสระ จากรัฐบาลเยเมน ซึ่งปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย การประกาศเจตจำนงและความมุ่งหวังทางการเมืองดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่าง STC กับรัฐบาลเยเมน แต่สถานการณ์นี้มีความซับซ้อน เพราะทั้ง STC และรัฐบาลเยเมน มีมหาอำนาจในภูมิภาคหรือชาติอาหรับขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลัง คือ STC ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ส่วนรัฐบาลเยเมน ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย …เท่ากับว่า ความวุ่นวายทางการเมืองและความแตกแยกในเยเมน จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกลุ่มอาหรับด้วย รัฐบาลเยเมนยังไม่ยอมรับคำประกาศของกลุ่ม STC แต่เสนอให้มีการประชุมเจรจากันก่อน โดยขอให้ซาอุอีอาระเบียเข้าไปมีบทบาทในฐานะประเทศตัวกลางการประชุม อย่างไรก็ตาม กลุ่ม STC ปฏิเสธเข้าร่วมการประชุม โดยปฏิบัติการทางทหารยึดพื้นที่ทางตอนใต้ และพร้อมจะยึดจังหวัด Hadramaut และจังหวัด Al-Mahra ซึ่งมีพรมแดนติดกับซาอุดีอาระเบีย มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศเยเมน และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ คืนจากรัฐบาลเยเมนด้วย ซึ่งการต่อสู้ในจังหวัด Hadramaut ทางตะวันออกของเยเมน มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งกลุ่ม STC…

อินโดนีเซียพาดพิงความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย แถลงในที่ประชุม ครม. เมื่อ 6 ธ.ค.68 ว่า ปริมาณสำรองข้าวของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นจนมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านตัน เป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ภายในปี 2568 หรือปีแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี จากเดิมที่ตั้งเป้าจะบรรลุภายใน 4 ปี และมีแผนจะขยายไปยังคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง รวมถึงแหล่งโปรตีนด้วย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปราโบโวได้ย้ำความสำคัญของการรับประกันความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชน ท่ามกลางความขัดแย้งและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมทั้งเห็นว่า หากอินโดนีเซียไม่สามารถบรรลุเป้่าหมายดังกล่าวได้ จะต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวจากไทย กัมพูชา และเวียดนาม   ซึ่งขณะนี้ไทยและกัมพูชากำลังเผชิญสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจปะทุขึ้นอีก

สื่อเมียนมาระบุเชิงชี้นำให้สหรัฐฯ แทรกแซงกิจการภายในเมียนมาเช่นเดียวกับเวเนซุเอลา

สนข. DVB ซึ่งเป็นสื่อมวลชนอิสระของเมียนมาเมื่อ 7 ม.ค.69 นำเสนอบทวิเคราะห์ของนายอลัน เคลเมนต์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมา ชื่อว่า “A moment of reckoning for Venezuela but how about for Myanmar?” ซึ่งประเมินสถานการณ์ภายในเมียนมาว่า มีความคล้ายคลึงกับเวเนซุเอลา โดย พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้นำเมียนมาที่ขึ้นสู่อำนาจจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2564 มีความโหดเหี้ยมไม่ต่างจากนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ทั้งยังสร้างรายได้จากยาเสพติด ซึ่งทำให้เมียนมายังคงเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญและกระจายยาเสพติดไปสู่ทั่วโลก การกระทำของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ในหลาย ๆ ด้าน อาจอันตรายกว่านายมาดูโร  นายเคลเมนต์สชี้นำให้สหรัฐฯ แทรกแซงกิจการภายในเมียนมาเช่นเดียวกับเวเนซุเอลา

นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยลดลงเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย

The Independent ของสหราชอาณาจักร และ Skift ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวของไทย ที่ในปี 2568 ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี (ไม่รวมช่วงสถานการณ์ COVID-19) การลดลงของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากจีนที่เป็นตลาดหลัก เป็นผลจากความกังวลด้านความปลอดภัย ทั้งจากกรณีการลักพาตัวนักแสดงชาวจีน อาคารถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้การท่องเที่ยวในไทยมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ในขณะที่การแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคเพิ่มขึ้น เช่น เวียดนาม

จีนห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางทุกประเภทไปยังญี่ปุ่น

พณ.จีน เมื่อ 6 ม.ค.69 ได้ประกาศยกระดับการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางทุกประเภทไปญี่ปุ่น โดยให้มีผลบังคับใช้ทันทีเพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ และตอบสนองต่อพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้สองทางซึ่งถูกควบคุมการส่งออกไปยังญี่ปุ่น  เช่น สารเคมี อากาศยานไร้คนขับ โดรน คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ขั้นสูง  นอกจากนี้ จีนอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบใบอนุญาตส่งออกสำหรับผู้ที่ต้องการส่งออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับแร่ หายากไปยังญี่ปุ่นด้วย

ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ในประเทศ

นางมาเรีย โครีนา มาชาโด (อายุ 59 ปี/ปี 2569) ผู้นำฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองของเวเนซุเอลาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสหรัฐฯ เมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า จะเดินทางกลับมาตุภูมิโดยเร็วที่สุด เพื่อมีส่วนร่วมในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวเนซุเอลา  นางมาชาโดต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ในประเทศ และเชื่อว่าฝ่ายค้านจะชนะการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ได้ขอบคุณและชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีวิสัยทัศน์กล้าหาญในการดำเนินมาตรการต่อต้านระบอบการปกครองภายใต้ประธานาธิบดีมาดูโร ซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม นางมาชาโด ปฏิเสธความชอบธรรมของรัฐบาลเวเนซุเอลาภายใต้นางเดลซี โรดริเกซ (อายุ 57 ปี/ปี 2569) รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ

จีนยังคงมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือกับเวเนซุเอลา

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ความร่วมมือระหว่างจีนกับเวเนซุเอลาเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐอธิปไตยสองรัฐ และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในของทั้งสองประเทศ โดยจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมกับเวเนซุเอลาในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร และจะปกป้องผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของจีนในเวเนซุเอลาตามกฎหมาย รวมทั้งพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อรักษากฎบัตร UN และความยุติธรรมระหว่างประเทศ

กัมพูชาฉลองเนื่องในวันครบรอบชัยชนะเหนือกลุ่มเขมรแดง

รัฐบาลและประชาชนชาวกัมพูชาใน 7 มกราคม 2569 ฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปี วันที่ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มเขมรแดง นำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา พร้อมยกย่องบทบาทของกลุ่มแนวร่วมสามัคคีสงเคราะห์ชาติกัมพูชา หรือ Kampuchean United Front for National Salvation (KUFNS) องค์กรที่ก่อตั้งโดยชาวกัมพูชาเพื่อปลดปล่อยชาวกัมพูชาจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมกันนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กล่าวถึงบทบาทการสนับสนุนจากเวียดนาม ที่ช่วยเหลือ KUFNS ในการโค่นล้มอำนาจของกลุ่มเขมรแดงด้วย สมเด็จฯฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของกัมพูชา ใช้โอกาสการเฉลิมฉลองครั้งนี้กล่าวถึงความยากลำบากของประชาชนและประเทศชาติในช่วงที่พล พต อดีตผู้นำกัมพูชาปกครองประเทศด้วยการกดขี่ข่มเหง และกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมืองด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากนั้นก็ยกย่องบทบาทของขบวนการ KUFNS ที่เสียสละเพื่อประชาชนชาวกัมพูชา โดยมีเวียดนาม เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเป็นอย่างดี ดังนั้น ชาวกัมพูชาจะไม่ลืมประวัติศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนี้ สมเด็จฯฮุนเซนยังระบุด้วยว่า  7 มกราคม 2522 เป็นหมุดหมายสำคัญให้กัมพูชาเริ่มฟื้นตัวจากภาวะสงคราม มีอิสรภาพ เสรีภาพ และประชาธิปไตย รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) สมเด็จฯฮุนเซนยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของพรรค CPP ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต ว่าทำให้กัมพูชาประสบความสำเร็จหลายประการ โดยเฉพาะมีความคืบหน้าในการดำเนินยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม (Pentagonal…