รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก ก.พ.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

สหราชอาณาจักร สอบสวนกรณีคลิปวิดีโอ Deepfake ของเจ้าหน้าที่โรงเรียนมัธยม ถูกเผยแพร่ใน TikTok

เจ้าหน้าที่ตำรวจเขตปกครองพิเศษเจอร์ซีย์ สหราชอาณาจักร อยู่ระหว่างสอบสวนกรณีบัญชี TikTok เผยแพร่เนื้อหา Deepfake ไม่เหมาะสม มุ่งเป้าต่อบุคลากรของโรงเรียนมัธยมศึกษา Grainville

สหรัฐฯ ทดสอบอากาศยานไร้คนขับปราบฝูงโดรนโจมตีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

Raytheon บริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ทดสอบอากาศยานไร้คนขับ หรือ Unmanned Aerial Vehicles (UAV) รุ่น Coyote Block 3

ผลการเลือกตั้งบังกลาเทศอย่างไม่เป็นทางการ พรรค BNP ชนะแบบถล่มทลาย

บังกลาเทศเผยแพร่ผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสื่อมวลชนรายงานในทิศทางเดียวกันว่า พรรค Bangladesh Nationalist Party หรือ BNP ได้คะแนนนิยมสูงและมีแนวโน้มจะชนะในการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งมากกว่า 209 ที่นั่ง จากทั้งหมด 300 ที่นั่ง เท่ากับได้ครองเสียงข้างมากในสภาแห่งชาติ หรือ Jatiya Sangsad ของบังกลาเทศและจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สะท้อนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบังกลาเทศสนับสนุนพรรค BNP ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีอุดมการณ์ชาตินิยม และเน้นประชาสัมพันธ์นโยบายแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ผู้ที่คาดว่าจะได้รับเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีของบังกลาเทศคนใหม่ คือ นาย Tarique Rahman อายุ 60 ปี หัวหน้าพรรค BNP และทายาทอดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ซึ่งเคยลี้ภัยในต่างประเทศนาน 17 ปี แต่เดินทางกลับไปยังบังกลาเทศ หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศถูกประชาชนประท้วงขับไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2567 ที่เป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญ อย่างไรก็ดี นางเชค ฮาซีนา อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในอินเดีย คัดค้านการเลือกตั้งดังกล่าว เนื่องจากมีการตัดสิทธิทางการเมืองของพรรค…

สหภาพแอฟริกาจัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 39

สหภาพแอฟริกา (African Union) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคแอฟริกา ที่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนา ทรัพยากร และการแข่งขันอิทธิพลระหว่างประเทศมหาอำนาจ จัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 39 ใน 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานใหญ่ของสหภาพแอฟริกา กรุง Addis Ababa เมืองหลวงของเอธิโอเปีย โดยเป็นการประชุมประจำปี ที่มีผู้นำและผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลประเทศสมาชิกจำนวน 55 ประเทศ เข้าร่วมการประชุม เพื่อทบทวนผลงานของสหภาพ รับรองรายงานความคืบหน้าที่สำคัญในภูมิภาค และแนวทางการปฏิรูปองค์กรเพื่อดำเนินงานด้านความมั่นคงและสันติภาพต่อไป ประเด็นสำคัญในการประชุมของสหภาพแอฟริกาครั้งนี้ คาดว่าจะเน้นเสริมสร้างความมั่นคงในมิติการเมือง ความมั่นคงมนุษย์และการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบต่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาในห้วงที่ระเบียบโลกเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยุติโครงการให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณสุข การศึกษา และการพัฒนาในต่างประเทศจำนวนมาก รวมทั้งระงับโครงการสนับสนุนผู้อพยพและผู้ลี้ภัย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายของประเทศในภูมิภาคแอฟริกาที่พึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และองค์กรนานาชาติ ตลอดจนความปลอดภัยของผู้อพยพที่ต้องการเดินทางไปทำงานในสหรัฐฯ ด้วย ที่ผ่านมา ภูมิภาคแอฟริกาได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ผ่านโครงการของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ หรือ USAID ซึ่งปัจจุบันประธานาธิบดีทรัมป์สั่งยุติการดำเนินงานไปแล้ว ทำให้นักวิชาการในภูมิภาคแอฟริกาเชื่อว่านโยบายของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงมนุษย์ในแอฟริกา นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคแอฟริกามีมุมมองว่าทิศทางการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์นั้นไม่แน่นอนและคาดการณ์ยาก ทำให้ประเทศในแอฟริกาต้องร่วมมือกันกำหนดแนวทางร่วมที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง…

ญี่ปุ่นยึดเรือประมงจีนในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนมีแนวโน้มตึงเครียดขึ้น จากกรณีเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ญี่ปุ่นยึดเรือประมงจีน ชื่อ Qiong Dong Yu 11998 ที่เข้าไปอยู่ในน่านน้ำพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ในทะเลทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ใกล้กับจังหวัดนางาซากิ โดยญี่ปุ่นติดตามการเดินเรือประมงดังกล่าว ที่เข้าไปในเขต EEZ ประมาณ 370 กิโลเมตรจากชายฝั่งทะเล ญี่ปุ่นพยายามติดต่อกับกัปตันเรือเพื่อตรวจสอบ แต่ไม่เป็นผล ประกอบกับเรือประมงดังกล่าวพยายามหลบหนี จึงจำเป็นต้องเข้าไปสกัดกั้นและควบคุม ทั้งนี้ มีรายงานว่าเรือประมงดังกล่าวมีกัปตันเป็นบุคคลสัญชาติจีน อายุ 47 ปี และมีลูกเรืออีก 10 คน ญี่ปุ่นย้ำว่าปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอน และเพื่อป้องกันการลักลอบทำประมงผิดกฎหมายโดยเรือประมงต่างชาติ ทั้งนี้ หน่วยงานของญี่ปุ่นมีปฏิบัติการเฝ้าระวังความมั่นคงทางทะเล โดยมีรายงานการสกัดจับและควบคุมเรือประมงที่รุกล้ำน่านน้ำญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นเรือประมงจากเกาหลีใต้และไต้หวัน ส่วนกรณีล่าสุดนี้เป็นการควบคุมเรือประมงจากจีนเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2565 สื่อมวลชนญี่ปุ่นรายงานว่าเรือประมง Qiong Dong Yu 11998 ดังกล่าวมีอุปกรณ์ในการจับปลาได้จำนวนมาก ทำให้เชื่อว่าเรือประมงจีนต้องการเข้าไปลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย จีนยังไม่แสดงท่าทีต่อกรณีดังกล่าว แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มว่าเหตุการณ์นี้อาจซ้ำเติมความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ที่คุกรุ่นมาตั้งแต่ปี 2568 จากท่าทีของผู้นำญี่ปุ่นต่อความมั่นคงไต้หวัน…

ญี่ปุ่นช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูโภชนาการผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนกัมพูชา

นาย UENO Atsushi ออท.ญี่ปุ่น/กัมพูชา และ น.ส.Kyungnan Park ผู้แทนและผู้อำนวยการโครงการอาหารโลก (World Food Programme-WFP) สำนักงานกัมพูชา ลงนามบันทึกโครงการฟื้นฟูการดำรงชีวิตและเสริมสร้างโภชนาการในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งบริเวณชายแดน เมื่อ 12 ก.พ.69 ที่ราชธานีพนมเปญ กัมพูชา  โครงการดังกล่าว ญี่ปุ่นจะมอบความช่วยเหลือวงเงินงบประมาณ 221 ล้านเยน (ประมาณ 45 ล้านบาท) เพื่อจัดหาข้าวและคูปองอาหารแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในจังหวัดชายแดนของกัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา

จีนควบคุมผู้ผลิตการทำสงครามราคาในอุตสาหกรรมยานยนต์

สนข. AP รายงานเมื่อ 12 ก.พ.69 ว่า สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีน ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย และผู้จัดหาชิ้นส่วนรถยนต์ เพื่อควบคุมการสมรู้ร่วมคิดในการกำหนดราคา โดยห้ามตั้งราคาจำหน่ายต่ำกว่าต้นทุนการผลิต เพื่อกำจัดคู่แข่งหรือผูกขาดตลาด หากฝ่าฝืน อาจเผชิญการลงโทษทางกฎหมายอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ การทำสงครามราคาในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนลดลง 471,000 ล้านหยวน (68,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)  ขณะที่ ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนเมื่อ ม.ค.69 ลดลงร้อยละ 19.5 เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งเป็นอัตราการลดลงเร็วที่สุดนับแต่ ก.พ.67

ไทยเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน

Global Times รายงานอ้างข้อมูลจากผู้ให้บริการด้านอุตสาหกรรมการบิน พบว่า ฤดูกาลเดินทางเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ในช่วงสัปดาห์แรก มีจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางจีน–ญี่ปุ่น ลดลงกว่าร้อยละ 49.2 เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่ไทยและเกาหลีใต้ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โซล กรุงเทพฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์