นรม.ญี่ปุ่น เตรียมยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปใน 8 ก.พ.69

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) พรรครัฐบาล แถลง เมื่อ 19 ม.ค.69 ประกาศว่าเตรียมจะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่  ในวันเริ่มการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี (23 ม.ค.69) โดยกำหนดวันออกเสียงลงคะแนนใน 8 ก.พ.69 ทั้งนี้ พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. จะเริ่มหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปได้ใน 27 ม.ค.69

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการประชุม WEF ที่สวิตเซอร์แลนด์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะนำคณะผู้แทน ซึ่งรวมถึง นายสก๊อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.นายโอเวิร์ด ลุตนิก รมว.พณ. และนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ  เข้าร่วมการประชุมประจำปี World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่าง 21-22 ม.ค.69  ในหัวข้อ A Spirit of Dialogue โดยประธานาธิบดีทรัมป์จะกล่าวสุนทรพจน์ใน 211430 ม.ค.69 (เวลาท้องถิ่น) ก่อนร่วมงานเลี้ยงรับรอง ซึ่งผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งนักธุรกิจชั้นนำกว่า 3,000 คนจาก 130 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ สื่อมวลชนให้ความสนใจอย่างยิ่งต่อการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกหลังจากสหรัฐฯ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มกับสินค้าที่นำเข้าจาก เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักรที่ขัดขวางแผนการผนวกกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ

รัสเซียได้รับเชิญจากสหรัฐฯ ให้ร่วมคณะกรรมการสันติภาพเพื่อฟื้นฟูฉนวนกาซา

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงเมื่อ 19 ม.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ ผ่านช่องทางทางการทูต ให้รัสเซียเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) สำหรับการฟื้นฟูสันติภาพในฉนวนกาซา โดยรัสเซียอยู่ระหว่างพิจารณาขอเสนอทั้งหมด และคาดว่าจะติดต่อสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ มีหลายประเทศที่สหรัฐฯ ส่งหนังสือเชิญให้เข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งมีเวียดนามด้วย และเวียดนามก็ตอบรับคำเชิญแล้ว

ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวว่าผู้นำสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ประท้วง

อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน กล่าวเมื่อ 17 ม.ค.69 ว่า มีผู้ประท้วงชาวอิหร่านเสียชีวิตหลายพันคนจากเหตุความไม่สงบที่ยืดเยื้อนานกว่าสองสัปดาห์ในประเทศ พร้อมกล่าวโทษว่าการกระทำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ  ที่สนับสนุนผู้ประท้วงผ่านการให้คำมั่นว่า จะมีการสนับสนุนจากสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์เป็นอาชญากร และต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของผู้ประท้วงที่ต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งมีสาเหตุจากความไม่พอใจของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ

สหรัฐฯ เตรียมใช้กองทัพควบคุมการชุมนุมคัดค้านนโยบายผู้อพยพในรัฐมินเนโซตา

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ 19 มกราคม 2569 สั่งการให้ทหารอเมริกันจำนวน 1,500 คน เตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติการควบคุมผู้ชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตา สหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าการชุมนุมประท้วงขยายตัวเนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่พอใจนโยบายปราบปรามผู้อพยพในพื้นที่โดยใช้ความรุนแรงและการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หลังจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงสังหารผู้ประท้วง แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้ประท้วงดังกล่าวขับรถพุ่งชนเข้าหน้าที่ การเตรียมกองกำลังทหารดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่าพร้อมจะใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ Insurrection Act เพื่อใช้กำลังจากกองทัพสหรัฐฯ ในการจัดการสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศ หลังจากที่การชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตาเริ่มขยายตัว พร้อมทั้งมีรายงานว่านักการเมืองท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งมีการขัดขวางเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE ระหว่างปฏิบัติการปราบปรามและจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมาย ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ จำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่จะใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ Insurrection Act เพื่อใช้กำลังจากกองทัพสหรัฐฯ ในการจัดการสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศแล้วเมื่อปี 2563 เพื่อจัดการการชุมนุมประท้วงเหตุ George Floyd หรือการประท้วงเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อพลเรือน ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำว่าหน่วยงานมีความจำเป็นต้องเตรียมพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด อย่างไรก็ตาม นาย Tim Walz ผู้ว่าการรัฐมินเนโซตา สังกัดพรรคเดโมแครต คัดค้านคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์และเรียกร้องให้ยกเลิกความพยายามจะส่งทหารไปควบคุมพลเรือน เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายและเสี่ยงเผชิญความรุนแรงมากขึ้น การควบคุมสถานการณ์การชุมนุมในรัฐมินนิโซตา อาจเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ และเปรียบได้เป็น “tinderbox” หรือสถานการณ์ที่พร้อมจะปะทะเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของสหรัฐฯ…

ศรีลังกากำลังเป็นคู่แข่งของไทยและเวียดนามด้านตลาดนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย

Financial Express ของอินเดีย รายงานว่า ศรีลังกากำลังเป็นคู่แข่งของไทยและเวียดนาม ที่เป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย โดยข้อมูลของหน่วยงานการท่องเที่ยวศรีลังกาเมื่อปี 2568 ศรีลังกามีนักท่องเที่ยวต่างชาติ กว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งนักท่องเที่ยวอินเดียเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด มีจำนวนกว่า 531,000 คน โดยช่วง ธ.ค.68 มีชาวอินเดียเดินทางมามากที่สุดกว่า 56,000 คน และแม้แต่ในช่วง ก.พ.68 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซันของตลาดอินเดีย ก็ยังมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียกว่า 35,000 คน  สำหรับชาวอินเดีย ศรีลังกามีความสะดวกในการเดินทาง และวัฒนธรรมก็คุ้นเคยเมื่อเทียบกับไทยหรือเวียดนาม ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และขั้นตอนการขอวีซ่าที่ง่ายขึ้น ทำให้ศรีลังกากลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนระยะสั้น

ฟิลิปปินส์ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ เปิดเผยเมื่อ 19 มิ.ย.69 ว่า ค้นพบแหล่งก๊าซและก๊าซธรรมชาติเหลวขนาดใหญ่ครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ  อยู่ห่างจากแหล่งก๊าซ Malampaya ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5 กม.  แหล่งก๊าซดังกล่าวมีชื่อว่า Malampaya East One หรือ MAE-1 คาดว่าจะมีปริมาณก๊าซสำรองประมาณ 98,000 ล้าน ลบ.ฟ เทียบเท่ากระแสไฟฟ้า 14,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับครัวเรือนได้มากกว่า 5.7 ล้านครัวเรือนต่อปี  MAE-1 มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์เทียบเท่าแหล่งก๊าซ Malampaya ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ยังกล่าวว่า MAE-1 เป็นความสำเร็จที่สำคัญในการสำรวจแหล่งก๊าซใหม่ สำหรับแผนการสำรวจขั้นต่อไปคือการขุดเจาะและทดสอบ Camago-3 ให้แล้วเสร็จ  

สหรัฐฯ ประกาศโครงสร้าง Board of Peace และเชิญตัวแทนต่างประเทศเข้าร่วมกลไกฟื้นฟูกาซา

สนข.AP รายงานเมื่อ 19 ม.ค.69 ว่า สหรัฐฯ ชี้แจงโครงสร้างและรายชื่อสมาชิกคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace)  ในแผนฟื้นฟูสันติภาพฉนวนกาซาตามข้อเสนอ 20 ประการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีโครงสร้างการบริหาร 4 ระดับ คือ 1) คณะกรรมการบริหารผู้ก่อตั้ง (Founding Executive Board) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธาน และสมาชิก 7 ราย   2) คณะกรรมการบริหารกาซา (Gaza Executive Board)  11 ราย 3) ผู้แทนระดับสูงเพื่อการประสานงานในกาซา (High Representative for Gaza)  และ 4) กรรมาธิการแห่งชาติเพื่อการบริหารฉนวนกาซา (National Committee for the Administration of Gaza – NCAG) ทั้งนี้…

WEF เริ่มการประชุมประจำปี 2569

ผู้นำประเทศและผู้แทนระดับสูงจากองค์กรต่าง ๆ เดินทางไปที่เมืองดาวอส สวิตเซเอร์แลนด์ เพื่อร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2569 ระหว่าง 19-23 มกราคม 2569 โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “A Spirit of Dialogue” มีผู้แทนจากรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ บริษัทภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้แทนจากสถาบันวิชาการไปเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของโลก และร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญต่อไป ทั้งนี้ WEF จัดการประชุมเป็นประจำทุกปี ซึ่งปี 2568 กำหนด 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายสำคัญของโลก (key global challenges) ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการกับความท้าทายที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้น สำหรับ 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายของโลก ได้แก่ 1) แนวทางเพิ่มความร่วมมือในโลกที่แข่งขันกันมากขึ้น 2) วิธีการปลดล็อกปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก 3) แนวทางการลงทุนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 4) แนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมไปพร้อม ๆ…

ประเทศยุโรปคัดค้าน และพร้อมขึ้นมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ

ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคยุโรปกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มห่างเหินและขัดแย้งกันจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเป้าหมายต้องการให้สหรัฐฯ เข้าไปครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ท่าทีดังกล่าวทำให้ทั้งเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และประเทศยุโรปไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับละเมิดอธิปไตยและสิทธิของประเทศยุโรป ทำให้หลายประเทศตัดสินใจจะส่งกำลังทหารไปกรีนแลนด์เพื่อปกป้องความมั่นคงของภูมิภาค ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันอีกครั้งเมื่อ 18 มกราคม 2569 ว่า ต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ รวมทั้งเพื่อไม่ให้จีนและรัสเซียครอบครอง  สหรัฐฯ  พร้อมจะลงโทษประเทศในยุโรปจำนวน 8 ประเทศที่ไม่เห็นด้วย หรือพยายามขัดขวางความต้องการดังกล่าวด้วยมาตรการภาษีตอบโต้ ในอัตราร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ประเทศที่อยู่ในบัญชีจะเผชิญมาตรการภาษีเพิ่ม ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ รวมทั้งเดนมาร์ก และจะเพิ่มระยะต่อไป ที่ร้อยละ 25 อย่างไรก็ดี ยุโรปประกาศจะเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ประเทศยุโรปที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว คือกลุ่มประเทศที่ประกาศว่าจะส่งทหารไปประจำการและสนับสนุนความมั่นคงที่เกาะกรีนแลนด์ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Arctic Endurance” โดยทั้ง 8 ประเทศยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายเพื่อข่มขู่ประเทศใด พร้อมกันนี้ ปรากฏกระแสชาวกรีนแลนด์จำนวนมากรวมตัวกันชุมนุมคัดค้านนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ…