สหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อประเทศ วางเงินประกันสำหรับตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สหรัฐฯ ได้เพิ่มรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางจำเป็นต้องวางเงินประกันสำหรับการขอรับการตรวจลงตราเข้าสหรัฐฯ (Visa Bond) อีก 7 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน บอตสวานา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง กินี กินี-บิสเซา นามิเบีย และเติร์กเมนิสถาน มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.69  จากรายชื่อเดิมที่มี มอริเชียส เซาตูเมและปรินซีปี แทนซาเนีย แกมเบีย มาลาวี และแซมเบีย รวมเป็นทั้งหมด 13 ประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือหนังสือเดินทางจาก 13 ประเทศดังกล่าวเพื่อยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภทธุรกิจและท่องเที่ยว (B1/B2) ต้องวางเงินประกันในอัตรา 5,000 – 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องเดินทางเข้าออกสหรัฐฯ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ Boston Logan, John F. Kennedy และ Washington Dulles เท่านั้น โดยจะได้เงินประกันคืน หากไม่ได้รับอนุมัติการตรวจลงตราหรือพำนักอยู่ไม่เกินเวลาที่กำหนด

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา (อายุ 64 ปี/ปี 2569) และนางซิเลีย ฟลอเรส (อายุ 69 ปี/ปี 2569) ภริยา ซึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อ 5 ม.ค.69 เพื่อเริ่มพิจารณาคดีตามข้อกล่าวหาของทางการสหรัฐฯ ได้แก่ การก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การสมคบคิดนำเข้าโคเคน และการครอบครองปืนกล รวมถึงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างต่อสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อศาล ด้านทนายความของประธานาธิบดีมาดูโร เปิดเผยว่า จะต่อสู้คดี โดยมุ่งเน้นประเด็นประธานาธิบดีมาดูโร มีสิทธิคุ้มกันจากการถูกดําเนินคดีในฐานะประมุขของรัฐ แม้ว่าสหรัฐฯ จะอ้างไม่ได้ยอมรับ ทั้งนี้ ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปใน 17 มี.ค.69 ขณะที่ประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนิวยอร์ก

รัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาทันที

สนข.TASS รายงานเมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ห้วงการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติฉุกเฉินกรณีสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา นาย Vasily Nebenzya ออท.รัสเซียประจำสหประชาชาติ ประณามการจับกุมผู้นำของประเทศอื่นโดยไม่ชอบธรรมของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาและภริยาทันที พร้อมระบุว่า การลักพาตัวผู้นำของประเทศอื่นซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ศักยภาพทางการทหารครอบงำประเทศอื่น สร้างความโกลาหล และบ่อนทำลายความมั่นคงระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า สหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายแบบจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคมแบบใหม่ (Neocolonialism) ต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา

รัฐบาลคิวระบุ จนท.คิวบาเสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

รัฐบาลคิวบาแถลง เมื่อ 4 ม.ค.69 ยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยข่าวกรองคิวบา ซึ่งได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในเวเนซุเอลาตามคำร้องขอรัฐบาลเวเนซุเอลา เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา เมื่อ 3 ม.ค.69 รวมจำนวน 32 คน รัฐบาลคิวบาประกาศไว้ทุกข์เป็นเวลา 2 วัน และได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ ยังมีรายงานอ้างนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่ระบุว่า คิวบามีบทบาทช่วยปกป้องประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ให้อยู่ในอำนาจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อารักขา รวมถึงหน่วยข่าวกรองภายใต้การบังคับบัญชาของประธานาธิบดีมาดูโรทั้งหมดเป็นชาวคิวบา

นรม.มาเลเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า ได้ติดตามสถานการณ์เวเนซุเอลาด้วยความกังวลอย่างยิ่ง  การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยาในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข  มาเลเซียเห็นว่าการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการปฏิสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างรัฐ ดังนั้น การเจรจายังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปกป้องพลเรือนและช่วยชาวเวเนซุเอลา

รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะบริหารจัดการกิจการน้ำมันในเวเนซุเอลา

นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า สหรัฐฯ จะไม่ควบคุมการบริหารประเทศของเวเนซุเอลา แต่จะเน้นการบริหารจัดการกิจการน้ำมันในช่วงเปลี่ยนผ่าน เ พร้อมทั้งย้ำว่า สหรัฐฯ จะยังคงบังคับใช้มาตรการกักกันน้ำมันและมาตรการคว่ำบาตร เพื่อกดดันให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการน้ำมัน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในวันเดียวกันว่า การปฏิบัติการของสหรัฐฯ มีเป้าหมายรักษาสันติภาพของโลก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโจมตีประธานาธิบดี Gustavo Petro ของโคลัมเบียว่า เกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะโคเคน และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปฏิบัติการจับกุมผู้นำโคลัมเบีย

ทำไม ? สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา

เพราะอะไรสหรัฐฯ จึงปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา เหตุผล คือ ปราบปรามยาเสพติดที่มีผู้นำเวเนซุเอลาเกี่ยวข้อง หรือเพื่อจะครอบครองทรัพยากรน้ำมัน หรือ….. เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลจีนในภูมิภาคละตินอเมริกา บทความนี้ น่าจะพอให้คำตอบได้บ้าง….. แผนการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อการบุกไปควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคม 2569 ไม่ได้เริ่มกระทันหัน แต่เตรียมการมานานหลายเดือน โดยสหรัฐฯ เริ่มด้วยการโจมตีเรือของเวเนซุเอลาในทะเลแคริเบียนและแปซิฟิกตะวันออกอย่างต่อเนื่อง กองทัพสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนเรือและเครื่องบินรบในภูมิภาค ที่พร้อมจะโจมตีละตินอเมริกาได้ตลอดเวลา เหตุผลที่สหรัฐฯ บอกกับประชาคมโลกในตอนนั้น คือ เพื่อสกัดกั้นและทำลายขบวนการค้ายาเสพติดและลักลอบค้าอาวุธ ที่ใช้การเดินทางด้วยเรือ หลบหนีการตรวจสอบและการจับกุม แต่สิ่งที่แตกต่างจากในอดีต คือ สหรัฐฯ เลือกใช้การโจมตีทำลายเรือขบวนการค้ายาเสพติด ไม่รอการควบคุมหรือยึดเรือเพื่อนำไปดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายอีกต่อไป  รวมทั้งไม่หยุดการยิงโจมตีดังกล่าว แม้เวเนซุเอลาประกาศว่าพร้อมรับมือ เนื่องจากเป็นการละเมิดอธิปไตย และกฎหมายระหว่างประเทศ “ผู้นำสหรัฐฯ” คนปัจจุบัน คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการบุกโจมตีเวเนซุเอลาเกิดขึ้นได้จริง เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำโลกในแบบที่ไม่ทำตามหลักการหรือวิธีการเดิม ๆ  ประกอบกับบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีทรัมป์ก็ค่อนข้างเป็นกลุ่มนักการเมืองสายเหยี่ยว (Hawkish) หรือนิยมใช้เครื่องมือทางการทหารเพื่อบริหารความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์คงคิดอย่างดีแล้วว่าคุ้มค่าจะถูกวิจารณ์ว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กับการที่ได้แสดงให้โลกเห็นว่า สหรัฐฯ ยังมีพลังอำนาจมากพอที่จะทำอะไรก็ได้ในต่างประเทศ และได้โอกาสครอบครองแหล่งพลังงานของโลก ที่มีข้อมูลว่าเวเนซุเอลามีน้ำมันสำรองติดอันดับ…

สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา และจับตัวประธานาธิบดี

  สหรัฐฯ จับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภริยา และพาไปยังสหรัฐฯ แล้ว หลังจากเมื่อ  3 มกราคม 2569  สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเป้าหมายพลเรือนและทหารในกรุงการากัส ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเมืองอื่น ๆ  โดยมีระเบิดหลายครั้งในกรุงการากัส  รัฐบาลเวเนซุเอลาประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ  และได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ รวมทั้งระดมกำลัง เพื่อต่อต้านการรุกรานของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ลงใน Truth Social เมื่อ 3 มกราคม 2569 ประกาศความสำเร็จในปฏิบัติการโจมตีต่อเวเนซุเอลา ซึ่งได้มีการคุมตัวประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา พร้อมกับโพสต์รูปประธานาธิบดีมาดูโร ขึ้นจากบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Iwo Jima ซึ่งต่อมาสื่อรายงานภาพประธานาธิบดีมาดูโรกำลังอยู่ที่สำนักงานยาเสพติดของสหรัฐฯ และจะถูกนำไปขึ้นศาลของสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาคดีอย่างเร็วที่สุด ใน 5 มกราคม 2569 ในการแถลงข่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ Mar-a-Lago resort รัฐฟลอริดา พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ และประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม…

สื่อต่างประเทศรายงานเชิงบวกให้กับกัมพูชากรณีไทยยึดดินแดน

สื่อต่างประเทศเมื่อ 2-4 มกราคม 2569 ไม่ได้มีการรายงานความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชามากนัก หลังการหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 เนื่องจากไปให้ความสำคัญกับการรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ แต่ในส่วนที่รายงาน เป็นการรายงานเชิงบวกให้กับกัมพูชา โดยอ้างท่าทีรัฐบาลกัมพูชาที่กำลังกระจายข่าวไปในเวทีระหว่างประเทศว่า ไทยยึดครองดินแดนในช่วงปะทะทางทหาร ซึ่งเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ  กัมพูชายังอ้างว่าได้ทำตามข้อตกลงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee-GBC) ไทย-กัมพูชา ที่จันทบุรี ในเรื่องข้อมูลข่าวสาร ด้วยการประกาศการควบคุมการรายงานของสื่อตนเองด้วย เพื่อให้ข่าวสารออกไปยังประชาคมโลกในทิศทางเดียวกัน สื่อกัมพูชาเมื่อ 3 มกราคม 2569 เผยแพร่ข่าวสารทางการจากรัฐบาลกัมพูชาที่แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่าไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเขตแดนใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยกำลังทหาร และโจมตีประเด็นที่ไทยวางคอนเทนเนอร์ที่ติดธงไทย วางรั้วลวดหนาม และทำให้บ้านเรือนชาวกัมพูชาได้รับความเสียหาย กัมพูชาพร้อมจะนำประเด็นนี้เข้าสู่กระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ เมื่อ 2 มกราคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารของกัมพูชาก็ตอกย้ำข่าวสารในทิศทางเดียวกันไปยังเวทีระหว่างประเทศว่า ไทยผนวกดินแดน หลังการหยุดยิงด้วยการวางตู้คอนเทนเนอร์ และรั้วลวดหนาม ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า สื่อต่างประเทศไม่ได้มีการรายงานการชี้แจงของศูนย์แถลงข่าวร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อ 3 มกราคม 2569 ที่กองทัพบกชี้แจงว่ากรณีกัมพูชากล่าวหาไทยดังกล่าวไม่ได้เป็นความจริง เนื่องจากดินแดนที่ยึดกลับมาเป็นของไทยก่อนหน้านี้ ด้านเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ /กรุงเทพฯ…

เหตุผลที่สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา และแนวโน้ม

คลิปเดียวครบ!! กับสรุปเหตุการณ์ “ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ สั่งโจมตีเวเนซุเอลาและบุกจับกุมประธานาธิบดีมาดูโรเพื่อนำตัวไปดำเนินคดียาเสพติดในสหรัฐฯ …ทำไมสหรัฐฯ ต้องทำถึงขนาดนี้!? ทรัพยากร ประชาธิปไตย หรือระเบียบดลกแบบใหม่ ..อะไรคือเป้าหมายของสหรัฐฯ และความมั่นคงของอเมริกาใต้จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามได้ใน Int Podcast ครับ