อินเดียและมาเลเซีย เตรียมหารือเรื่องข้อตกลงทางการค้า

สำนักข่าว Bernama ของมาเลเซียเปิดเผยเมื่อ 5 ก.พ.69 ว่า อินเดียและมาเลเซียจะหารือถึงข้อตกลงทางการค้า ระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมติ ของอินเดียเยือนมาเลเซีย ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ (6-7 ก.พ.69) เพื่อยกระดับการค้าระหว่างทั้งสองประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยคาดว่านายกรัฐมนตรีโมติ และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม จะหารือกันในประเด็นหลายด้านสำคัญ เช่น การค้า การลงทุน กลาโหม อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน การศึกษา สาธารณสุข และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนต่อประชาชน นอกจากนี้อินเดียยังสนใจขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมาเลเซีย ทั้งการขายยุทโธปกรณ์และการต่อเรือรบ

การเจรจา 3 ฝ่ายครั้งที่ 2 ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน จบลงโดยปราศจากข้อตกลงยุติสงคราม

ผลจากการเจรจา 3 ฝ่ายครั้งที่ 2 เมื่อ 4 ก.พ.69 ที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจา ได้ข้อสรุปคือ รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนเชลยศึกจำนวนฝ่ายละ 157 คน โดย กห.ของรัสเซียและ จนท.ของสหรัฐฯ และยูเครนยืนยันแล้วว่าการแลกเปลี่ยนดังกล่าวได้เริ่มขึ้นเมื่อ 5 ก.พ.69 แต่การเจรจายังคงไร้ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตาม นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำทีมไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ ร่วมกับจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า งานสำคัญยังคงอยู่ ในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงคราม แต่การแลกเปลี่ยนเชลยศึกแสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมทางการทูตที่ยั่งยืนกําลังให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะยุติสงครามในยูเครน ในขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนระบุว่า การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะปัญหาเรื่องดินแดน และต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่านี้ พร้อมทั้งเรียกร้องหลักประกันความมั่นคงจากพันธมิตรยุโรปและสหรัฐฯ ด้วย

เกาหลีใต้ฝึกซ้อม เตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดใหม่ในอนาคต

เกาหลีใต้ร่วมกับแนวร่วมเพื่อการเตรียมความพร้อมด้านนวัตกรรมวัคซีนโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations) และสถาบันวัคซีนนานาชาติ (International Vaccine Institute) จัดการฝึกซ้อมจำลองการระบาดใหญ่เชิงสมมติเป็นครั้งแรกของประเทศและภูมิภาค เมื่อ 5 ก.พ.69  เพื่อยกระดับความพร้อมในการพัฒนา ทดสอบ อนุมัติ และผลิตวัคซีนอย่างรวดเร็วหากเกิดโรคระบาดใหม่ในอนาคต มีเป้าหมายเพื่อการเสริมศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ กฎระเบียบ และอุตสาหกรรม เพื่อให้เกาหลีสามารถตอบสนองต่อวิกฤตด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว และสอดคล้องกับ “ภารกิจ 100 วัน” ในการพัฒนาวัคซีน ทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นคงทางสุขภาพในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านความพร้อมรับมือโรคระบาดและความมั่นคงทางสุขภาพ

คิวบาเสนอการเจรจากับสหรัฐฯ หลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน

ประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ของคิวบาเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเผยต่อสื่อมวลชนต่างประเทศว่าจะเสนอการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้ยกเลิก หรือผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันกับคิวบา เนื่องจากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ ที่ผ่านมา คิวบาต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมา คิวบาจะเริ่มมีความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะยาว เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าเครื่องมือด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ มีประสิทธิภาพในการสร้างแรงกดดันต่อประเทศในภูมิภาคอเมริกา โดยเมื่อ มกราคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับการคว่ำบาตรคิวบา ด้วยการระงับการส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปคิวบา และผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่ง (executive order) เมื่อ 30 มกราคม 2569 ห้ามนานาชาติส่งน้ำมันไปคิวบา ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญอัตราภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้คิวบาเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน และผู้นำคิวบาจำเป็นต้องเสนอการเจรจาเพื่อต่อรอง พร้อมย้ำว่าจะไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ แทรกแซงการเมืองภายใน หรือรุกล้ำอธิปไตยของคิวบา เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองของคิวบา ผู้นำคิวบายืนยันว่าจะใช้ทุกวิธีการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงพลังงานในประเทศ และย้ำว่าคิวบามีสิทธิที่จะค้าขายกับต่างประเทศ พร้อมยังมีมุมมองว่ามาตรการของสหรัฐฯ แข็งกร่าวและเข้าข่ายอาชญากรรม เพราะการตัดช่องทางการค้าน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของคิวบา ทั้งการคมนาคม การให้บริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการผลิตอาหารเพื่อการอยู่รอด ก่อนหน้านี้ รัฐบาลคิวบาร้องขอความช่วยเหลือจากรัสเซียและเม็กซิโก แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด…

ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุน นรม.ทาคาอิชิ ก่อนการเลือกตั้งในญี่ปุ่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงความคิดเห็นต่อการเมืองและการเลือกตั้งญี่ปุ่น ที่จะจัดขึ้นใน 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์สนับสนุนนางทาคาอิชิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พร้อมให้เหตุผลว่าเนื่องจากน นรม.ทาคาอิชิ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นผู้นำที่มีความแข็งแกร่ง ฉลาด และรักประเทศชาติ ดังนั้น ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่า นรม.ทาคาอิชิจะไม่ทำให้ชาวญี่ปุ่นผิดหวัง ทั้งนี้ นรม.ทาคาอิชิเป็นผู้นำญี่ปุ่นในช่วงที่ต้องเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่มีนโยบายภาษีตอบโต้ต่อญี่ปุ่นสูงถึงร้อยละ 25 แต่สามารถเจรจาได้ลดลงเหลือร้อยละ 15 ประธานาธิบดีทรัมป์เคยเยือนญี่ปุ่นและพบกับ นรม.ทาคาอิชิ เมื่อ ตุลาคม 2568 ระหว่างการเยือนเอเชีย ซึ่ง นรม.ญี่ปุ่นจัดการต้อนรับอย่างดีและบรรลุการเจรจาเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันต่อไปทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ที่สำคัญ คือ การลงนามในความร่วมมือด้านการสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่หายากที่เข้มแข็ง ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องว่าจะเป็น “ยุคทอง” ร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าพร้อมจะจัดการต้อนรับ นรม.ทาคาอิชิที่มีกำหนดการเยือนสหรัฐฯ ใน 13 มีนาคม 2569 ด้วย…

รัสเซีย-ยูเครนแลกเปลี่ยนนักโทษ ยังไม่บรรลุการเจรจาสันติภาพ

รัสเซียกับยูเครนเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างกันรอบที่ 2 เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยยังไม่สามารถตกลงแผนการสร้างสันติภาพและยุติสงครามระหว่างกันได้ อย่างไรก็ตาม รัสเซียกับยูเครนตกลงที่จะแลกเปลี่ยนนักโทษสงครามระหว่างกันจำนวน 157 คน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด และเป็นไปตามการประสานงานของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ทั้ง 2 ประเทศใช้วิธีการทางการทูตเพื่อรักษาระดับความขัดแย้ง และคาดหวังให้ไปสู่การยุติสงคราม การแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างกันครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2568 มีรายงานว่านักโทษชาวรัสเซียเป็นทหารทั้งหมด ด้านนักโทษชาวยูเครน มีพลเรือนจำนวน 7 คน นอกนั้นเป็นทหารยูเครน ส่วนใหญ่ถูกกองทัพรัสเซียควบคุมตัวไปเมื่อ 2565 ผู้แทนรัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อขั้นตอนและกระบวนการหารือครั้งนี้ เนื่องจากเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเงื่อนไขระหว่างกันอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม รัสเซียไม่พอใจบทบาทของยุโรปในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากขัดขวางการเจรจา และกล่าวโทษรัสเซียเชิงลบอยู่เสมอ ด้านประธานาธิบดียูเครนให้ความเห็นว่าการเจรจาเป็นขั้นตอนที่เป็นประโยชน์ แต่ยอมรับว่ายังมีหลายประเด็นที่เป็นความท้าทายและรัฐบาลยูเครนต้องเจรจาอย่างระมัดระวัง เพราะประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ คือ อธิปไตยเหนือดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน การเจรจา 3 ฝ่ายเพื่อหาแนวทางยุติสงครามในยูเครนจะจัดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 มีความเป็นไปได้ที่จะจัดการเจรจาที่สหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้กำหนดการที่ชัดเจน ทั้งนี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะครบรอบ 4 ปีใน…

สปป.ลาว-เวียดนามกระชับความร่วมมือรอบด้าน

ความสัมพันธ์ระหว่าง สปป.ลาวและเวียดนามมีแนวโน้มใกล้ชิดและแน่นแฟ้นมากขึ้นในทุกมิติ หลังจากเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และนายกรับมนตรีเวียดนาม เยือน สปป.ลาวอย่างเป็นทางการ พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาล เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มพูนความร่วมมือทั้งด้านการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เศรษฐกิจ และการลงทุนในโครงการที่สำคัญต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาของ 2 ประเทศ นอกจากนี้ ผู้นำระดับสูงของทั้ง 2 รัฐบาล ได้แสดงการสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระหว่างกัน ตลอดจนแสดงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองของพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ที่ผ่านมา สปป.ลาวและเวียดนามมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน โดยมีบทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์เป็นจุดเชื่อมโยง ในครั้งนี้ ผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาวได้ใช้ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดในอดีตเป็นรากฐานในการขยายความร่วมมือระหว่างกันต่อไปในอนาคต โดยในพิธีต้อนรับ พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และนายกรัฐมนตรีของเวียดนามอย่างเป็นทางการนั้น นายทองลุน สีสุลิด เลขาธิการพรรคและประธานาธิบดี สปป.ลาว ย้ำว่า พรรค ภาครัฐ และภาคประชาชน สปป.ลาว จะทำทุกวิถีทางเพื่อร่วมมือกับพรรค รัฐ และประชาชนเวียดนามที่เป็นเหมือนพี่น้อง เพื่อปกป้องและเสริมสร้างมิตรภาพอันยิ่งใหญ่และความสามัคคีพิเศษที่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ของเวียดนาม กับอดีตประธานาธิบดีไกสอน พมวิหาน รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีสุพานุวง ได้วางรากฐานไว้ สะท้อนว่าความร่วมมือในอดีตยังคงมีผลต่อความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป.ลาวและเวียดนาม ผลการเยือนครั้งนี้เป็นผลดีต่อทั้ง 2 ประเทศ โดย…

เกิดการชุมนุมคัดค้านประธานาธิบดีอิสราเอลเยือนออสเตรเลีย

ชาวออสเตรเลียจำนวนมากคัดค้านกรณีรัฐบาลเชิญและจะต้อนรับประธานาธิบดี Isaac Herzog ของอิสราเอลจะเยือนออสเตรเลียระหว่าง 8-12 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเริ่มรวมตัวกันเตรียมจัดการชุมนุมประท้วงคัดค้านเพื่อกดดันรัฐบาลให้ยกเลิกคำเชิญ เปลี่ยนท่าทีต่ออิสราเอล รวมทั้งสถานการณ์ในฉนวนกาซา โดยเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในออสเตรเลีย นำโดยองค์กร Palestine Action Group เริ่มการชุมนุมแล้วตั้งแต่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 และวางแผนจะรวมตัวกันที่เมืองซิดนีย์ใน 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อคัดค้านการเยือนออสตรเลียของประธานาธิบดี Herzog นอกจากนี้ มีรายงานว่านักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในออสเตรเลีย รวมทั้งสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งควบคุมตัวประธานาธิบดี Herzog เพื่อสอบสวนคดีก่ออาชญากรรมสงครามและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ รัฐบาลออสเตรเลียพยายามควบคุมการชุมนุมดังกล่าว เพราะผู้นำออสเตรเลียเชิญประธานาธิบดี Herzog ด้วยตนเอง หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในช่วงเทศกาล Hanukkah ของชาวยิวที่หาดบอนดี เมื่อ ธันวาคม 2568 อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมและสั่งห้ามการชุมนุมประท้วง รวมทั้งการขยายประกาศมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสั่งห้ามการชุมนุมประท้วงได้ ยิ่งทำให้ชาวออสเตรเลียไม่พอใจ โดยวิจารณ์ว่าการควบคุมการชุมนุมโดยสันติขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าออสเตรเลียควบคุมตัววัยรุ่นชาวออสเตรเลีย เนื่องจากสืบทราบว่าข่มขู่คุกคามผู้นำอิสราเอลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากควบคุมการชุมนุม…

ทั่วโลกกังวลกรณีข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐฯ-รัสเซียจะหมดอายุ

สหประชาชาติ (UN) เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงความกังวลกรณีข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย หรือ New START (Strategic Arms Reduction Treaty) จะหมดอายุใน 5 กุมภาพันธ์ 2569 หากทั้ง 2 ประเทศไม่เจรจาต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว อาจทำให้เกิดการสะสมอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อการรักษาบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงที่โลกจะเผชิญสงครามอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 สาระสำคัญคือกำหนดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียต้องลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน รวมทั้งกำหนดจำนวนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ปัจจุบันผู้แทนของรัสเซียระบุว่าพยายามเสนอการเจรจาทำข้อตกลงใหม่หรือต่ออายุข้อตกลงดังกล่าวกับสหรัฐฯ แล้ว โดยเสนอต่ออายุข้อตกลงออกไปอีก 12 เดือน แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่ตอบรับ ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และอดีตประธานาธิบดี นายดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งเป็นอดีตผู้นำรัสเซียที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำของรัสเซียคนปัจจุบัน…

สหรัฐฯ ถอนกัมพูชาออกจากบัญชีคว่ำบาตรส่งออกอาวุธ (EAR)

สำนักอุตสาหกรรมและความปลอดภัย (BIS) สังกัด พณ.สหรัฐฯ ประกาศถอนกัมพูชาออกจากบัญชีรายชื่อประเทศที่ถูกคว่ำบาตรด้านอาวุธภายใต้ข้อบังคับการบริหารการส่งออก (Export Administration Regulations-EAR) หรือกลุ่มประเทศ D:5 (สหรัฐฯ จำกัดการส่งออกอาวุธอย่างเข้มงวด) อย่างเป็นทางการ มีผลบังคับตั้งแต่ 3 ก.พ.69 ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญต่อการผ่อนคลายข้อจำกัดทางการทหาร และการค้าระหว่างสองประเทศ ภายหลัง รมว.กต.สหรัฐฯ ประเมินว่ากัมพูชามุ่งมั่นสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยังจัดกัมพูชาอยู่ในกลุ่มประเทศ D:1 คือ ควบคุมการส่งออกบางประการ เฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและผู้ใช้ปลายทางทางทหารและข่าวกรองทางทหาร ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยกเลิกคำสั่งห้ามขายอาวุธให้กัมพูชา เมื่อ ต.ค.68