ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ลาออก

นายโจเซฟ เคนท์ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (NCTC) ของสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 17 มี.ค.69 เพื่อคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่าไม่สามารถสนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้ เพราะอิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามเร่งด่วน. แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากอิสราเอล  การลาออกของนายเคนท์เป็น จนท.ระดับสูงคนแรกของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ลาออกเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามกับอิหร่าน

ผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อพลังงาน ผู้อพยพ และความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับจีน

การปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านปัจจุบันยังมีความรุนแรงและการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีสัญญาณว่าจะเจรจาเพื่อหยุดยิงหรือไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ล่าสุดเมื่อ 16 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางทหารทั้งในอิหร่านและเลบานอน เพื่อทำลายฐานที่มั่นและคลังอาวุธของกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ด้านผู้นำอิหร่านยืนยันว่าไม่ต้องการสงคราม แต่มีสิทธิป้องกันตนเอง พร้อมสั่งการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,444 คน และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 18,000 คน นอกจากนี้ ประเทศในตะวันออกกลางรายงานว่าสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สะท้อนว่า สงครามอิหร่านมีแนวโน้มขยายขอบเขตและสร้างความเสียหายให้ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น การที่ประเทศในตะวันออกกลางเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากการปฏิบัติการทางทหารโดยตรง ส่งผลให้วิกฤตด้านความมั่นคงพลังงานมีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อ เนื่องจากประเทศในตะวันออกกลางเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และปัจจุบันคลังน้ำมันในประเทศตะวันออกกลางยังคงเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายโจมตีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลกในระยะยาวยังเพิ่มขึ้น จากที่ภูมิภาคตะวันออกกลางยังเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สงบเรียบร้อย นอกจากวิกฤตด้านพลังงาน ประเทศในตะวันออกกลางวิตกกับสถานการณ์ผู้อพยพ จากประชาชนในพื้นที่สงคราม โดยองค์การ UNHCR ของสหประชาชาติ ประเมินว่าสงครามครั้งนี้จะทำมีผู้พลัดถิ่นประมาณ 3.2 ล้านคน แม้ว่าอิหร่านจะยืนยันว่าจำนวนผู้อพยพออกนอกประเทศมีปริมาณไม่มาก แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและทวีความรุนแรง อาจทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพลี้ภัยสงครามขนาดใหญ่ที่เดินทางออกจากอิหร่านไปยังประเทศเพื่อน้บาน ได้แก่ อัฟกานิสถาน อาร์เมเนีย อาร์เซอร์ไบจาน อิรัก ปากีสถาน…

จีนปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณช่องแคบไต้หวัน

สื่อมวลชนต่างประเทศเมื่อ 16 มีนาคม 2569 รายงานอ้างไต้หวันว่าพบเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพจีน (PLA) จำนวน 26 เครื่อง ปฏิบัติการในน่านฟ้าบริเวณช่องแคยไต้หวัน โดยเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กองทัพจีนลดจำนวนยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการลาดตระเวนใกล้ช่องแคบไต้หวัน โดยในปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศเหนือน่านฟ้าไต้หวันครั้งล่าสุด เมื่อ 6 มีนาคม 2569 ส่งเครื่องบินรบไปเพียง 2 เครื่อง นอกจากนี้ เครื่องบินทหารอย่างน้อย 16 เครื่องปฏิบัติการลาดตระเวนรุกล้ำเขตระบุตัวตนการป้องกันทางอากาศ หรือ ADIZ ของไต้หวันทั้งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งพบว่าจีนส่งกองเรือประมาณ 7 ลำ เข้าไปปฏิบัติการใกล้ไต้หวันด้วย ความเคลื่อนไหวของจีนทำให้ไต้หวันสั่งเตรียมพร้อมกำลังพลหน่วยยามชายฝั่ง เพื่อป้องกันการยั่วยุทางทหารหรือการปฏิบัติการของจีน ไต้หวันคาดว่าความเคลื่อนไหวของจีนเกิดขึ้นก็เพื่อป้องปรามความร่วมมือด้านการทหารระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ มีกำหนดการส่งยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวัน ใน 20 มีนาคม 2569 ทำให้จีนต้องการแสดงแสนยานุภาพทางการทหารว่าสามารถทำให้ไต้หวันขาดการติดต่อกับประเทศอื่น ๆ ได้ ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายของจีนต่อไต้หวันระบุว่า ความเคลื่อนไหวของจีนสอดคล้องกับผลการประชุมสองสภาที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนมีความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางการเมือง จึงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อส่งสัญญาณให้ไต้หวันและทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ เห็นว่าจีนพร้อมจะรวมชาติกับไต้หวัน และเป็นการส่งสัญญาณก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเยือนจีนระหว่าง…

ทำไม USTR ต้องไต่สวนนโยบายการค้าของไทย!? และข้อเสนอ

ไทยอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Trade Representative (USTR) ประกาศเมื่อ มีนาคม 2569 ว่าจะสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เน้นประเด็นการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ หรือรัฐบัญญัติ Trade Act มาตรา 301 พิเศษ โดยสหรัฐฯ ใช้กฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2532 เพื่อตรวจสอบสินค้าจากประเทศคู่ค้าที่อาจมีมาตรฐานการค้าไม่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติ ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สอดคล้องกับค่านิยมของสหรัฐฯ เช่น เรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงาน การแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการอุดหนุนราคาสินค้าเพื่อการส่งออก ..เป้าหมายของ USTR คือ ผลประโบชน์ของสหรัฐฯ ล้วน ๆ ได้แก่ การปกป้องอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ผู้ผลิต และแรงงานในประเทศ ความคิดเห็นและการตรวจสอบของ USTR ค่อนข้างสำคัญ เพราะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะ USTR เป็นเครื่องมือ และองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญภายใต้สำนักงานทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ บุคลากรที่ทำงานใน USTR เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกฎหมายการค้า พร้อมที่จะใช้เครื่องมือด้านกฎหมายและมาตรฐานการค้าฝ่ายเดียว (unilateral) ของสหรัฐฯ ในการกำกับนโยบายการค้าของประเทศอื่น…

ไทยเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจนส่งผลกระทบต่อการจัดพิธีศพ

Bloomberg รายงานระบุว่าปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงน้ำมันที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง กำลังส่งผลกระทบต่อการจัดพิธีศพในไทย วัดหลายแห่งทั่วประเทศเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำมันดีเซลสำหรับฌาปนกิจศพ และอาจต้องระงับการให้บริการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศรุนแรงขึ้น จากที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาค ตอ.กลางอย่างมาก ขณะที่ทยยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันใช้เพียงพอ ประมาณ 3 เดือน แต่ภาพการเข้าคิวรอเติมน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งจำกัดการซื้อหรือปิดให้บริการเนื่องจากขาดแคลนน้ำมัน แสดงให้เห็นว่าประเทศกำลังรู้สึกถึงความตึงเตรียดจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

มาเลเซียถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนที่ลงนามร่วมกับสหรัฐฯ

ถ้อยแถลงของนายโจฮารี อับดุล กานี รมว.กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมมาเลเซียระบุว่า ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade-ART) ระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ ที่ลงนามโดยผู้นำของทั้งสองประเทศ เมื่อ 26 ต.ค.68 เป็นโมฆะ หลังจากศาลฎีกาของสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 ให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีศุลกากรตอบโต้ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้  นักวิเคราะห์กล่าวว่า ท่าทีของมาเลเซียอาจกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ยอมรับภาษีศุลกากรในอัตราร้อยละ 15-20 และการเข้าถึงตลาดกับสหรัฐฯ อาจเริ่มพิจารณาข้อตกลงในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน

วิกฤตความขัดแย้งใน ตอ.กลางส่งผลกระทบห่วงโซ่อุปทานการก่อสร้างสิงคโปร์

เว็บไซต์ channelnewsasia รายงานเมื่อ 16 มี.ค.69 ว่า อุตสาหกรรมการก่อสร้างของสิงคโปร์กำลังเผชิญกับภาระต้นทุนสูงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเลียมเคมี เช่น แผ่นกันซึม สี และยาแนว เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20  ส่งผลให้ผู้รับเหมาจำนวนมากต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ความคืบหน้าของโครงการทันตามกำหนดการ   ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีปัญหาขาดแคลนวัสดุขั้นรุนแรง เนื่องจากสามารถจัดหาบางส่วนได้จากภายในภูมิภาค แต่หาก ความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทก่อสร้างที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากวิกฤตโรคระบาด

สหรัฐฯ เรียกร้อง 7 ประเทศส่งเรือรบคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

สนข.AP รายงานเมื่อ อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ เรียกร้องอย่างน้อย 7 ประเทศ ให้สนับสนุนการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ จากการโจมตีอิหร่าน หลังการส่งเรือรบสหรัฐฯ  เข้ามาในพื้นที่ แต่ไม่มีรายละเอียดว่าเป็นประเทศใด ก่อนหน้านี้ เคยระบุถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ประกอบทางนายคริส ไรท์ รมว.พน.สหรัฐฯ ชี้แจงว่ากำลังอยู่ระหว่างการหารือกับประเทศข้างต้น และจีนจะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์

ลาวประกาศมาตรการลดการใช้พลังงานภายในประเทศ

ประกาศเร่งด่วนของทางการลาว ลว.13 มี.ค.69 ว่า ด้วยมาตรการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับจัดตั้งคณะทำงานติดตามและประเมินผลการดำเนินมาตรการที่จำเป็นซึ่งจะรายงานต่อ นรม.ทุกวัน  รวมทั้งระงับการเดินทางไปประชุมหรือศึกษาดูงานในประเทศ  ใช้การประชุมออนไลน์  หมุนเวียนวันเข้าสำนักงาน รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านยานพาหนะจากเครื่องยนต์แบบสันดาป เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า โดยปรับลดค่าบริการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าลง ร้อยละ 30 แต่ปรับขึ้นที่ใช้เชื้อเพลิงลง ร้อยละ 30 กำหนดให้ผู้บริการขนส่งสาธารณะใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอย่างน้อยร้อยละ 10 ของยานพานะทั้งหมดภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ ยังควบคุมราคาอาหารและสินค้าจำเป็น อาทิ ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ปลา และผัก  ควบคู่กับสนับสนุนเกษตรกรหันไปใช้พลังงานหมุนเวียน ปรับใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

IRGC ของอิหร่านประกาศจะตามไล่ล่าและสังหาร นรม.อิสราเอล

กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แถลงเมื่อ15 มี.ค.69 ว่า IRGC จะไล่ล่าและสังหารนายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งและการสู้รบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.69 และเป็นเหตุให้อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน เสียชีวิตเมื่อวันเดียวกัน