ผลสำรวจความนิยมพรรค LDP ของญี่ปุ่นยังคะแนนนำก่อนเลือกตั้ง

สนข. Kyodo รายงานเมื่อ 1 ก.พ.69 อ้างผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนญี่ปุ่นที่มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกำหนดจัดใน 8 ก.พ.69 พบว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) พรรครัฐบาลญี่ปุ่น ยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ผลสำรวจยังพบว่าคะแนนนิยมของ ครม.ญี่ปุ่น ภายใต้การนำของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น อยู่ที่ร้อยละ 63.6 เพิ่มขึ้น 0.5 จุด  ขณะที่คะแนนไม่เห็นด้วยอยู่ที่ร้อยละ 25.6 เพิ่มขึ้น 0.6 จุด  สำหรับประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ (ร้อยละ 53.6) การประกันสังคมและระบบบำนาญ (ร้อยละ 28.6) และการดำเนินนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง (ร้อยละ 19.5) ทั้งนี้ สนข. Kyodo ดำเนินการสำรวจระหว่าง 31 ม.ค.-1 ก.พ.69 โดยสุ่มตัวอย่างจากสมาชิกครัวเรือนจำนวน 425 คน และผู้ตอบแบบสอบถามทางโทรศัพท์จำนวน 623 คน

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง ม.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง มกราคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

CyberXplore ปักษ์หลัง ม.ค.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนมกราคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

อิหร่านพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ แต่ยืนยันปกป้องความมั่นคงของประเทศ

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ล่าสุดเมื่อ 30 มกราคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเปิดเผยระหว่างการเยือนตุรกีว่า อิหร่านพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างกัน หากสหรัฐฯ ยกเลิกพฤติกรรมข่มขู่คุกคามในภูมิภาค นอกจากนี้ อิหร่านจำเป็นต้องยืนยันการปกป้องความมั่นคงของชาติ และจะไม่เจรจาประเด็นการพัฒนาขีปนาวุธและขีดความสามารถด้านการทหารของอิหร่าน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนเรือและเครื่องบินรบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องเมื่อต้น มกราคม 2569 ทำให้นานาชาติประเมินว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมพร้อมปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เพื่อกดดันให้เปลี่ยนแปลงทางการเมืองและยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ท่าทีของอิหร่านอาจช่วยลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค และส่วนหนึ่งอาจเป็นผลงานของรัฐบาลตุรกี ที่เสนอเป็นผู้ประสานงานและตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในอนาคต เพราะประเทศในภูมิภาคไม่ต้องการให้ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ขยายตัวจนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันก็เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ในฉนวนกาซาอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกีพบหารือกับนาย Steve Witkoff ผู้แทนการเจรจาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อ 29 มกราคม 2569 จึงคาดว่าตุรกีจะมีบทบาทสำคัญในการควบคุมบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ต่อไป ความตึงเครียบดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกผันผวนระยะสั้น และทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีรูปแบบความสัมพันธ์ในลักษณะที่ไม่แน่นอนต่อไป เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังใช้ทฤษฎี madman ด้วยการใช้เครื่องมือทางทหารข่มขู่อิหร่าน และแม้อิหร่านจะยินดีเจรจากับสหรัฐฯ แต่ตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่าสหรัฐฯ…

IAEA เตือนความเสี่ยงโรงงานนิวเคลียร์ในยูเครน

องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency) หรือ IAEA ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้การดำเนินงานของสหประชาชาติ (UN) เมื่อ 30 มกราคม 2569 เตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ในยูเครน เนื่องจากปัจจุบัน รัสเซียยังคงปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยูเครน เพื่อหวังกดดันยูเครนให้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ขาดแคลนพลังงาน และยอมแพ้รัสเซีย โดยโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครนก็ยังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วย ซึ่ง IAEA กังวลว่าสถานการณ์การสู้รบและเป้าหมายทางการทหารของรัสเซียในยูเครนอาจนำไปสู่วิกฤตความปลอดภัยระดับโลก ท่าทีของ IAEA มีขึ้นระหว่างการประชุมที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย เพื่อสะท้อนมุมมองขององค์กรระหว่างประเทศต่อผลกระทบด้านความมั่นคงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ โดย IAEA รายงานว่า โรงงานพลังงานนิวเคลียร์อย่างน้อย 4 แห่งในยูเครนยังอยู่ในความเสี่ยง แม้ว่ารัสเซียจะยืนยันกับประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่โจมตีโรงงานดังกล่าวแล้ว แต่การที่รัสเซียโจมตีและทำลายโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ต่าง ๆ ก็สร้างความเสี่ยงสูงเช่นกัน เพราะโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานของเครื่องจักรและระบบหล่อเย็นที่จำเป็นต้องใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ ปัจจุบันโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครนที่ดำเนินการอยู่มี 4 แห่ง อยู่ในการควบคุมของรัฐบาลยูเครน 3 แห่ง และอีก 1 แห่งอยู่ในภูมิภาค Zaporizhzhia ซึ่งรัสเซียส่งทหารเข้าไปควบคุมพื้นที่  ที่ผ่านมา…

จีนคัดค้านปานามา กรณียกเลิกสัญญาสัมปทานท่าเรือ

รัฐบาลจีนเมื่อ 30 มกราคม 2569 ประกาศคัดค้านมาตรการของศาลฎีกาปานามา ที่มีคำตัดสินให้เพิกถอนสัญญาสัมปทานของบริษัท CK Hutchison ของฮ่องกง ที่เข้าไปบริหารท่าเรือในปานามา โดยใช้เหตุผลว่าการดำเนินการของบริษัทดังกล่าวที่เข้าไปพัฒนาท่าเรือจำนวน 2 แห่งในคลองปานามา ได้แก่ ท่าเรือ Balboa ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและท่าเรือ Cristobal ทางฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นั้น ขัดกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศ ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่าบริษัท CK Hutchison ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และรัฐบาลจีนพร้อมจะใช้ทุกวิธีการเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทจีนที่อยู่ในต่างประเทศ จีนมีมุมมองว่ามาตรการของรัฐบาลปานามา เป็นผลจากแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ปานามาลดอิทธิพลของจีนในคลองปานามา ตั้งแต่เมื่อปี 2568 โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุชัดเจนว่าต้องการให้สหรัฐฯ กลับเข้าไปมีสิทธิเป็นเจ้าของและบริหารจัดการคลองปานามา กังวลกับบทบาทและอิทธิพลของบริษัทจีนที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการของคลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่สำคัญของดลกและสหรัฐฯ เพราะผู้นำสหรัฐฯ มีมุมมองว่าบทบาทของจีนอาจเป็นผลเสียต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ กรณีดังกล่าวทำให้ปานามา กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการแข่งขันอิทธิพลระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในภูมิภาคอเมริกา สำหรับบริษัท CK Hutchison เป็นบริษัทบริหารท่าเรือสัญชาติฮ่องกง ก่อตั้งโดยนาย หลี คา-ฉิง นักธุรกิจชาวฮ่องกง ปัจจุบัน บริหารท่าเรืออยู่ใน 24 ประเทศ รวมทั้งสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ ศาลฎีกาปานามาเริ่มการพิจารณาเพิกถอนสัมปทานบริษัทดังกล่าวตั้งแต่เมื่อกลางปี 2568 ก่อนหน้านี้…

ชาวอเมริกันชุมนุมทั่วประเทศ คัดค้านมาตรการจัดการผู้อพยพ

ชาวอเมริกันทั่วประเทศรวมตัวกันเมื่อ 30 มกราคม 2569 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านมาตรการและนโยบายของรัฐบาลต่อการจัดการผู้อพยพในประเทศที่มีการใช้ความรุนแรง และล่าสุดทำให้เกิดเหตุการณ์สังหารนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอเมริกันจำนวน 2 คน ทำให้ชาวอเมริกันไม่พอใจอย่างมาก นอกจากนี้ การชุมนุมทั่วประเทศยังมีขึ้นในช่วงเดียวกันกับที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เริ่มการไต่สวนกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแห่งสหรัฐฯ (ICE) สังหารนาย Alex Pretti นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอเมริกันเมื่อ 24 มกราคม 2569 แต่ยังไม่มีการไต่สวนกรณีเจ้าหน้าที่ ICE สังหารนาง Renee Nicole Good นักเคลื่อนไหวชาวอเมริกันเมื่อ 7 มกราคม 2569 สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตา น่าจับตามองมากที่สุด เพราะผู้ชุมนุมได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ รวมทั้งรัฐบาลท้องถิ่น เพราะมีมุมมองว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กระทำเกินหว่าเหตุ และไม่พอใจมาตรการส่งเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงของรัฐบาลกลางไปประจำการและควบคุมสถานการณ์การประท้วงในรัฐมินเนโซตา ทำให้ประชาชนชาวอเมริกันเผชิญความหวาดกลัวและถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ICE ยืนยันว่าเข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่เพื่อปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายเท่านั้น เนื่องจากรัฐมินเนโซตามีผู้อพยพชาวโซมาเลียอยู่จำนวนมาก และรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันต้องการปราปบรามผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากคาดว่าจะช่วยลดอาชญากรรมและเพิ่มพูนความปลอดภัยให้สังคม การประท้วงรัฐบาลประเด็นนโยบายปราบปรามผู้อพยพในประเทศ มีแนวโน้มจะยืดเยื้อและอาจขยายตัวกลายเป็นความรุนแรงและความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับชาวอเมริกันบางส่วนที่ไม่ชื่นชอบนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้านผู้อำนวยการ ICE พยายามลดระดับความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจต่อสังคมด้วยการระบุว่า ปฏิบัติการของ…

สหภาพยุโรปเตรียมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ 20

ถ้อยแถลงของ นาง Kaja Kallas หัวหน้าผู้แทนด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) เมื่อ 30 ม.ค.69 ว่า EU ระบุว่า มีแผนประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ 20 ใน 24 ก.พ.69 เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 ปี โดยอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดระหว่างประเทศสมาชิก เบื้องต้นข้อเสนอสำคัญครอบคลุมการห้ามให้บริการทางทะเลแก่รัสเซียอย่างเต็มรูปแบบเพื่อสกัดการดำเนินงานของกองเรือเงาขนส่งน้ำมัน ตลอดจนเพิ่มข้อจำกัดต่อภาคพลังงาน ปุ๋ย ธนาคาร และเครือข่ายที่ช่วยหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร ขณะที่ยูเครนผลักดันให้ขยายเป้าหมายไปยังบริษัทและบุคคลที่ยังได้ประโยชน์จากรายได้พลังงานของรัสเซีย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็กและเครือข่ายสนับสนุนอุตสาหกรรมทางทหาร

สหรัฐฯ เพิ่มไทยเข้ากลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวังการแทรกแซงค่าเงินและนโยบายเศรษฐกิจมหภาค

กค.สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ  เมื่อ 29 ม.ค.69 ว่า  การตรวจสอบข้อมูล ครอบคลุม 4 ไตรมาส (มิ.ย.67 – มิ.ย.68) ไม่พบประเทศใดในกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าข่ายแทรกแซงค่าเงิน แต่ให้เฝ้าระวัง (Monitoring List)  10 ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงินและนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งไทยเป็นประเทศเดียวที่ถูกเพิ่มเข้าในรายชื่อประเทศที่ต้องเฝ้าระวังดังกล่าว  ทั้งนี้  สหรัฐฯ ใช้เกณฑ์หลัก 3 ประการในการพิจารณาว่าประเทศใดเข้าข่ายแทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม ได้แก่ 1) เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อย่างน้อย 15,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ  2) ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างน้อยละ 3 ของ GDP  และ 3)  มีพฤติกรรมแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง โดยหากเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3…