3 สถานการณ์สำคัญในคาบสมุทรเกาหลี

สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ กรณีมีรายงานว่าเกาหลีใต้ประท้วงสหรัฐฯ เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กรณีสหรัฐฯ ปฏิบัติการฝึกปฏิบัติการทางทหารในอากาศเหนือทะเลเหลือง โดยใช้เครื่องบินรบรุ่น F-16 จำนวน 10 เครื่อง ปฏิบัติการในบริเวณน่านฟ้าใกล้เขตแสดงตนป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone-ADIZ) ระหว่างเกาหลีใต้กับจีน จนเสี่ยงเผชิญหน้ากับเครื่องบินรบของจีน โดยประธานเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้ส่งคำเตือนไปยังผู้บัญชาการกองกำลังร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ เพื่อให้ระมัดระวังการฝึกซ้อมที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้กับจีน สื่อยังสนใจติดตามความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดการจะเยือนจีนในห้วง มีนาคม-เมษายน 2569 ทำให้หลายฝ่ายประเมินว่าอาจมีการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ กับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ และเจรจาให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อความมั่นคงปลอดภัยของเกาหลีใต้ ที่เป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงใกล้ชิดกับสหรัฐฯ นาง Kang Kyung-wha ออท.เกาหลีใต้/สหประชาชาติ (UN) ให้ความเห็นกับสื่อมวลชนต่างประเทศว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้นำเกาหลีเหนือจะพบหารือกับผู้นำสหรัฐฯ อีกครั้ง เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์เคยประสบความสำเร็จในการจัดการพบหารือครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 2561 ที่สิงคโปร์ และเมื่อปี 2562 ที่เขตปลอดทหาร (Demilitarized Zone -DMZ) ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ พร้อมกันนี้ นาง Kang…

รัสเซีย-ยูเครน ห้วงครบ 4 ปี ของสงคราม หรือจะก้าวไปสู่ปีที่ 5 …..

เหตุการณ์สำคัญของโลกที่ยังเป็นปัจจัยกระทบความมั่นคงและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ คือ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งสงครามในยูเครนจากการปฏิบัติการพิเศษทางการทหารของรัสเซีย เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ครบรอบ 4 ปีและเข้าสู่ปีที่ 5 โดยยังมีรายงานเกี่ยวกับการโจมตีทางทหารที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในยูเครน โดยเฉพาะการโจมตีด้วยโดรน การเจรจาสันติภาพที่ยังไม่บรรลุผล ความมั่นคงของยูเครนที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับประเทศตะวันตกยังมีแนวโน้มจะตึงเครียดและขัดแย้งมากขึ้น เพราะประเทศตะวันตก โดยเฉพาะในยุโรปและสมาชิกเนโต ไม่ไว้วางใจท่าทีของรัสเซีย แม้ว่าจะยอมเข้าสู่กระบวนการเจรจาที่มีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางแล้วก็ตาม ขณะที่รัสเซียแม้เผชิญแรงกดดันอย่างรอบด้านจากนานาชาติ รวมทั้งอุปสรรคทางเศรษฐกิจในประเทศที่เป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรจากประชาคมระหว่างประเทศ แต่ผู้นำรัสเซียยังไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมายการผนวกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน ด้วยเหตุผลว่าต้องการสร้าง “ดินแดนกันชน” ที่รัสเซียควบคุมได้ ระหว่างมาตุภูมิของรัสเซียกับยุโรป ขณะที่ยูเครนก็ไม่ยอมเสียดินแดนที่ยืนยันว่าเป็นของตนเองให้กับรัสเซีย สำหรับเหตุการณ์สำคัญในช่วงวันครบรอบ 4 ปีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ได้แก่ 1) ยูเครนยังคงต้องการการสนับสนุนจากนานาชาติ โดยประธานาธิบดียูเครนกล่าวขอบคุณสมาชิกสหประชาชาติ 107 ประเทศ รวมทั้งไทย ที่มีมติรับรองการค้ำประกันสันติภาพระยะยาวของยูเครน แม้ว่าสหรัฐฯ จะใช้สิทธิ์งดออกเสียงในมติดังกล่าว และมี 12 ประเทศคัดค้านมตินี้ รวมทั้งรัสเซีย พร้อมกันนี้ ผู้นำยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซียว่ายูเครนพยายามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส 2) รัสเซียไม่เปลี่ยนเป้าหมายการทำสงคราม พิจารณาจากท่าทีของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียที่กล่าวว่ายูเครนและพันธมิตรกำลังทำให้สถานการณ์ความมั่นคงมีความซับซ้อนและเสี่ยงอันตราย หากพยายามจะเอาชนะรัสเซีย…

ประเด็นสำคัญในแถลงสถานภาพแห่งชาติของผู้นำสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2569 แถลงสถานภาพแห่งชาติ (State of the Union) ตามธรรมเนียมการเมือง ที่อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อแถลงผลงาน ชี้แจงนโยบาย และโน้มน้าวฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ให้สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ประเด็นสำคัญของการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ ประกอบด้วยนโยบายสำคัญในประเทศและต่างประเทศ เน้นการทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัย และแข็งแกร่งที่สุดในโลก ประธานาธิบดีทรัมป์เน้นผลงานด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การเพิ่มความมั่นคงชายแดน และการป้องกันควบคู่กับปราบรามความรุนแรงทางการเมืองและอาชญากรรมทุกรูปแบบที่เป็นอันตรายต่อชาวอเมริกัน เฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ที่ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดให้ยาเสพติดเป็นอันตรายต่อความมั่นคงเทียบเท่ากับ “อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงผลงานการเจรจาและบทบาทผู้ประสานงานเพื่อยุติความขัดแย้งในต่างประเทศ โดยหยิบยกกรณีความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นกรณีแรก จากนั้นกล่าวถึงสถานการณความขัดแย้งในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก พร้อมชื่นชมผลงานของทีมผู้เจรจาของสหรัฐฯ รวมทั้งนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และทำให้ระดับความนิยมของพรรครีพับลิกันเพิ่มขึ้นได้จากผลงานในต่างประเทศที่เป็นรูปธรรม นอกจากผลงานด้านการเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพ ประธานาธิบดีทรัมป์เน้นย้ำเป้าหมายจะสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไป นอกจากการชี้แจงผลงาน ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้โอกาสนี้โจมตีนโยบายของพรรคเดโมแครตที่ผ่อนปรนให้ผู้อพยพจากต่างประเทศ และสร้างวาทกรรมโจมตีการบริหารประเทศของรัฐบาลพรรครีพับลิกัน อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความร่วมมือในการผ่านร่างกฎหมายสำคัญต่อไป ด้านนาง Abigail…

อาเซียน-UNFPA ลงนาม MOU ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อรับมือกับสังคมสูงวัย

เว็บไซต์ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม (ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation-ACAI) รายงานเมื่อ 24 ก.พ.69 ว่า ACAI และสำนักงานภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Fund-UNFPA) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านประชากรสูงอายุ และส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีคุณภาพและสุขภาพดีทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ในห้วงการประชุมโต๊ะกลมระดับสูง หัวข้อ “Shaping the Future of Ageing Societies: Sharing Experiences and Driving Innovation” ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อวันเดียวกัน สาระสำคัญของ MOU ครอบคลุมความร่วมมือในการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีสุขภาวะและการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพตลอดช่วงชีวิต การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสูงวัย รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินของผู้สูงอายุ

รัฐบาลปานามาควบคุมท่าเรือ 2 แห่งในคลองปานามาที่มีปัญหาพิพาทกับบริษัทฮ่องกง

ปานามาออก พ.ร.ฏ เมื่อ 23 ก.พ.69 ให้องค์การการเดินเรือแห่งปานามา (Panama Maritime Authority-PMA  เข้าควบคุมท่าเรือบัลโบอา ตั้งอยู่ฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และท่าเรือกริสโตบัล  ตั้งอยู่ฝั่งทะเลแคริบเบียน ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญบนเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านคลองปานามา หลังศาลฎีกาปานามา มีคำตัดสิน เมื่อ 29 ม.ค.69 ให้เพิกถอนสัญญาการต่ออายุสัมปทานการบริหารท่าเรือดังกล่าวข้างต้น ระหว่าง PMA ของปานามา กับบริษัท Panama Ports ในเครือบริษัท CK Hutchison Holdings Ltd ของฮ่องกง เนื่องจากการทำสัญญาต่ออายุสัมปทานต่อเนื่องอีก 25 ปี ไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ  ด้านบริษัท CK Hutchison Holdings ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า บริษัท Panama Ports ได้ยุติการดำเนินงานทั้งหมดที่ท่าเรือทั้ง 2 แห่ง หลังเจ้าหน้าที่รัฐบาลปานามาเข้าพื้นที่เพื่อรับช่วงควบคุมการดำเนินงาน และถูกขู่ดำเนินคดีอาญาหากไม่ปฏิบัติตาม

อิสราเอลขู่โจมตีเลบานอน หากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์เข้าร่วมในเหตุขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐฯ

นาย Youssef Rajji รมว.กต.เลบานอน แถลงเมื่อ 24 ก.พ.69 ว่า ได้รับคำเตือนจากอิสราเอลว่า อิสราเอลอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเลบานอน หากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน  แต่รัฐบาลเลบานอนกำลังดำเนินความพยายามทางการทูตและการเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศถูกดึงเข้าไปสู่สงครามระดับภูมิภาค ขณะที่ จนท.ระดับสูงของเลบานอนระบุว่า เป้าหมายการโจมตีของอิสราเอลอาจครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งรวมถึงท่าอากาศยาน

ปฏิบัติการสังหารพ่อค้ายาเสพติดเม็กซิโก กับความมั่นคงของละตินอเมริกา

หน่วยปฏิบัติการพิเศษเม็กซิโกประสบความสำเร็จในปฏิบัติการสังหารพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็กซิโก หรือนาย Nemesio Oseguera Cervantes อายุ 59 ปี หรือที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฉายา El Mencho เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพราะนอกจาก El Mencho จะเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็กซิโก และเป็นผู้นำขบวนการค้ายาเสพติด Jalisco New Generation Cartel หรือ CJNG ที่นำยาเสพติดจำนวนมากส่งไปยังสหรัฐฯ ปฏิบัติการครั้งนี้ยังมีหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเม็กซิโกด้วย นาย El Mencho เป็นอดีตนักโทษในสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ยังต้องการตัวกลับไปรับโทษในคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ ปฏิบัติการครั้งนี้  สะท้อนความร่วมมือด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรยาเสพติดระหว่างสหรัฐฯ กับ  เม็กซิโก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมในภูมิภาคละตินอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งประเด็นยาเสพติด การฟอกเงิน และการลักลอบค้าอาวุธ ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐฯ จะทำให้เม็กซิโกจะรอดพ้นจากการถูกรุกรานอธิปไตย โดยสหรัฐฯ จากที่มีตัวอย่างกรณีสหรัฐฯ บุกจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อต้นมกราคม…

ผู้นำสหรัฐฯ จะแสดงวิสัยทัศน์ในถ้อยแถลงสถานภาพแห่งชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดการจะแสดงวิสัยทัศน์และชี้แจงผลงานสำคัญของรัฐบาล ผ่านการแถลงสถานภาพแห่งชาติ (State of the Union) ใน 24 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งแรกหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 และเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำรัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ในการโน้มน้าวสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก ให้ร่วมมือกับรัฐบาลผลักดันกฎหมายสำคัญและนโยบายต่าง ๆ ตามเป้าหมาย America First หรือปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก ประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้การแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินยุธศาสตร์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ กระตุ้นตลาดแรงงาน การดึงดูดการลงทุนเข้าสหรัฐฯ การกำจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาผู้อพยพและการกระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งการปรับภาพลักษณ์บทบาทของสหรัฐฯ ในต่างประเทศให้เป็นผู้นำโลกที่สร้างสันติภาพผ่านการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร หรือ Peace Through Strength ตามลักษณะนโยบายที่เป็นเอกลักษณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกจากนี้ ทั่วโลกยังติดตามแนวโน้มนโยบายด้านความมั่นคงพลังงานและอุตสาหกรรมในประเทศ เนื่องจากเป็นประเด็นที่นักธุรกิจและผู้ประกอบการชาวอเมริกันต้องการมาตรการที่ชัดเจน และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล การแถลงสถานภาพแห่งชาติของผู้นำสหรัฐฯ ที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์สำคัญตามธรรมเนียมการเมืองสหรัฐฯ ที่จะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับนโยบายด้านใดเป็นอันดับแรก รวมทั้งวิธีการที่ผู้นำรัฐบาลจะใช้ในการโน้มน้าวหรือต่อรองกับฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมีประเด็นคัดค้านและขัดแย้งกัน เช่น การใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ฝ่ายเดียวต่อประเทศคู่ค้า และมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเด็ดขาดและรุนแรงในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่เชื่อมั่นในตนเองและมักจะกล่าวสุนทรพจน์นอกเหนือจากที่ทีมงานเตรียมการไว้ให้ แต่เนื่องจากการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ…

ฟิลิปปินส์ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเยือนหมู่เกาะ Thitu ในทะเลจีนใต้

  ฟิลิปปินส์แสดงอำนาจเหนืออธิปไตยในหมู่เกาะ Thitu หรือเกาะ Pag-asa ในทะเลจีนใต้ ในห้วงที่สถานการณ์ค่อนข้างตึงเคียด ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ พร้อมนาง Risa Hontiveros วุฒิสมาชิกฟิลิปปินส์ ไปเยือนเกาะดังกล่าวด้วยเครื่องบินของหน่วยลาดป้องกันชายฝั่ง เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อย้ำว่าฟิลิปปินส์มีอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าว ฟิลิปปินส์จะไม่ยอมแพ้ต่อการปกป้องดินแดนในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก และประชากรชาวฟิลิปปินส์จำนวน 400 คน มีสิทธิ์อย่างชอบธรรมที่จะอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกันนี้ นาง Risa Hontiveros ระบุด้วยว่าฟิลิปปินส์พร้อมจะร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่มีแนวคิดเหมือนกัน (like-minded nations) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฟิลิปปินส์ ผ่านความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวสาร และการลาดตระเวนร่วม ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฟิลิปปินส์เยือนเกาะ Thitu ในทะเลจีนใต้ มีรายงานว่าจีนส่งเรือลาดตระเวนอยู่ใกล้กับบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ สื่อมวลชนรายงานว่าจีนส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือว่า “ยินดีต้อนรับสู่จีน” ไปยังผู้ที่เดินทางไปเกาะ Thitu ด้วย ก่อนหน้านี้เมื่อ มกราคม 2569 มีรายงานว่าจีนปฏิบัติการลาดตระเวน ทั้งทางอากาศและทางทะเลในพื้นที่บริเวณที่เป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศในทะเลจีนใต้ ใกล้กับแนวปะการัง Scarborough ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ตลอดจนมีรายงานว่าหน่วยยามชายฝั่งของจีนเข้าไปสกัดการล่องเรือประมงของชาวฟิลิปปินส์อยู่หลายครั้ง…

อาเซียนออกแถลงการณ์ในวาระครบรอบ 50 ปี สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (TAC)

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมของ รมว.กต.อาเซียน เมื่อ 24 ก.พ.69 เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (TAC) และเปิดตัวตราสัญลักษณ์วาระครบรอบ 50 ปีของ TAC โดยแถลงการณ์ระบุถึงความสำคัญของ TAC ในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค โดยยึดมั่นในหลักการเคารพซึ่งกันและกันในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ อีกทั้งเน้นย้ำถึงหลักการและเจตนารมณ์ของ TAC ที่เป็นรากฐานสำคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) และมีบทบาทในการเสริมสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นผู้นำ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการหารือและความร่วมมือ ทั้งยังเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045