Who is the next Pope?

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะพระประมุขแห่งคริสตจักรที่พยายามปฏิรูปธรรมเนียมหลายอย่างเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก คริสต์ศาสนิกชนสายก้าวหน้าจึงคาดหวังว่า สมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่จะมาจากฝ่ายเสรีนิยมเพื่อสานต่อภารกิจของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมองว่า การปฏิรูปศาสนจักรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสไม่สามารถจัดการความท้าทายที่ศาสนาคริสต์เผชิญมาอย่างต่อเนื่องได้ การหันกลับไปใช้หลักกฎหมายศาสนาอย่างเข้มงวดและเคร่งครัด จะเป็นการนำพาวาติกันกลับสู่เส้นทางที่เหมาะสม การเลือกตั้งสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่ในครั้งนี้ จึงอาจเป็นการแข่งขันกันระหว่งฝ่ายเสรีนิยมกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม

Sede Vacante เมื่อบัลลังก์แห่งพระสันตะปาปาว่างลง

ภายหลังสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์เมื่อ 21 เม.ย.68 คริสตจักรโรมันคาทอลิกตกอยู่ในสภาวะ Sede Vacante หรือบัลลังค์ว่าง Camerlengo และพระคาร์ดินัลผู้ช่วยอีก 2 องค์ จะทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนในการบริหารกิจการต่าง ๆ ของวาติกัน ขณะเดียวกัน เหล่าพระคาร์ดินัลจากทั่วโลก ทั้งหมด 252 องค์ จะเดินทางไปวาติกันเพื่อถวายความอาลัยและเตรียมการประชุมเลือกพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่

ประธานาธิบดีจีนเยือนภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.เพื่อสร้างแนวร่วมรับมือมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ระหว่าง 14-18 เม.ย.68  ประกอบด้วย เวียดนาม 14-15 เม.ย.68 มาเลเซีย 15-17 เม.ย.68 และกัมพูชา 17-18 เม.ย.68 เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคที่จีนให้ความสำคัญลำดับแรกตามนโยบายการทูตประเทศเพื่อนบ้าน (Neighbourhood Diplomacy) และสร้างแนวร่วมรับมือกับมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวเอเชีย” (Asian Family) ที่มุ่งเสริมสร้างความเป็นเอกภาพ ความร่วมมือ และผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ การเยือนดังกล่าวยังมีนัยสำคัญยิ่งขึ้นในภาวะที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังถดถอยจากความตึงเครียดทางการค้าและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับจีน แต่ก็พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของสหรัฐฯ โดยเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชามีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 34 ร้อยละ 16 และร้อยละ 38 เมื่อปี 2567 ตามลำดับ ขณะที่ถูกสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 46 ร้อยละ 24 และร้อยละ 49 ตามลำดับ

คริสต์ศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจำนวนมาก

คริสต์ศาสนิกชนและผู้นำโลกจำนวนมากเข้าร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่กรุงโรม อิตาลี ใน 26 เมษายน 2568 หลังจากที่สำนักวาติกันเปิดให้คริสต์ศาสนิกชนและบุคคลที่ศรัทธาเคารพพระศพได้ที่มหาวิหาร St. Peter ที่นครรัฐวาติกันเป็นระยะเวลา 3 วัน มีรายงานว่ามีผู้เดินทางไปเคารพพระศพประมาณ 250,000 คน ในพิธีพระศพต่าง ๆ จะมีพระคาร์ดินัล Camerlengo Kevin Farrell เป็นพระประธานในพิธี  ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสต้องการให้พิธีพระศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ยุ่งยาก

ปากีสถานตอบโต้อินเดียทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ตึงเครียด

รัฐบาลปากีสถานเมื่อ 25 เมษายน 2568 ประกาศมาตรการตอบโต้อินเดียทางการทูต หลังจากอินดียลดระดับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เนื่องจากเหตุการณ์กราดยิงในแคว้นแคชเมียร์ โดยนายกรัฐมนตรีปากีสถานระบุว่าอินเดียไม่มีหลักฐานที่จะกล่าวหาปากีสถานว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ปากีสถานจะตอบโต้ด้วยการสั่งปิด Wagah Border Post หรือจุดข้ามแดนระหว่างปากีสถานและอินเดียที่เป็นพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยว ยกเลิกวีซ่าให้ชาวอินเดีย ขับไล่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของอินเดียออกจากปากีสถาน และห้ามสายการบินอินเดียเดินทางเข้าน่านฟ้าปากีสถาน รวมทั้งจะยกเลิกการค้าระหว่างกันด้วย

ผู้นำสหรัฐฯ ประณามรัสเซียกรณีโจมตีเมืองหลวงยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 24 เมษายน 2568 ประณามรัสเซียกรณีโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ครั้งล่าสุดด้วยขีปนาวุธ ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ประธานาธิบดีทรัมป์เผยแพร่ถ้อยแถลงประณามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social โดยวิจารณ์ว่าการกระทำของรัสเซียเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็ทำให้ทหารจำนวนมากต้องเสียชีวิตในการทำสงครามด้วย สำหรับการโจมตีดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อสหรัฐฯ ที่กำลังผลักดันการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน เพื่อให้เป็นผลงานการสร้างสันติภาพและยุติความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ผู้นำสหรัฐฯ ต้องการทำให้สำเร็จตามที่หาเสียงไว้ นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประณามรัสเซียเป็นการเปลี่ยนท่าที จากที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์หลีกเลี่ยงการประณามรัสเซียโดยตรง จนทำให้นานาชาติกังวลว่าสหรัฐฯ จะดำเนินนโยบายสนับสนุนการทำสงครามของรัสเซีย

อินเดียปรับลดความสัมพันธ์กับปากีสถาน หลังเกิดเหตุกราดยิงที่แคชเมียร์

รัฐบาลอินเดียประกาศปรับลดความสัมพันธ์กับปากีสถานเมื่อ 23 เมษายน 2568 หลังจากเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธกราดยิงในเมือง Pahalgam แคว้นแคชเมียร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 26 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียระบุว่า กลุ่มติดอาวุธในปากีสถานอาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้ เพราะรัฐบาลปากีถานสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอินเดียและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในอินเดียมาโดยตลอด

มาตรการปรับลดระดับความสัมพันธ์ อินเดียจะปิดพรมแดนกับปากีสถาน และระงับโครงการแบ่งปันทรัพยากรน้ำกับปากีสถานเป็นการชั่วคราว ตลอดจนไม่ให้ชาวปากีสถานเดินทางเข้าอินเดียด้วยวีซ่าในโครงการ South Asian Association for Regional Cooperation (SAARC) ส่วนชาวปากีสถานที่เดินทางอยู่ในอินเดียปัจจุบันด้วยวีซ่าดังกล่าว ต้องเดินทางออกจากอินเดียทันทีภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ อินเดียยังขับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของปากีสถานในสำนักงานผู้แทนการทูตปากีสถานประจำอินเดียออกจากประเทศ และประกาศลดจำนวนเจ้าหน้าที่อินเดียประจำสำนักงานผู้แทนการทูตอินเดียในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานจาก 55 คน เหลือ 30 คน

ผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่งผู้บริหารปฏิรูปอำนาจสถาบันอุดมศึกษาในประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งผู้บริหารเมื่อ 23 เมษายน 2568 เพื่อเดินหน้าการปฏิรูประบบการศึกษาในประเทศ โดยครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การปรับกรุงกระบวนการรับรองสถาบันอุดมศึกษา (accrediting system) ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเป็นอาวุธลับในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ ในปัจจุบันที่มีการเลือกปฏิบัติและเผยแพร่อุดมการณ์ที่มีอคติในหลายพื้นที่

 สื่อมวลชนสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์จะกดดันให้สถาบันอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ เผชิญข้อจำกัดในการใช้และเผยแพร่แนวปฏิบัติตามหลักการ DEI ideology ที่เน้นความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหลักคิดที่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าหลักการดังกล่าวทำให้สังคมอเมริกันแตกแยกมากกว่าเป็นผลดี นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ต้องการให้สถาบันอุดมศึกษาให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาและศักยภาพของนักศึกษามากกว่า เพื่อให้ตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต

จีนเตือนนานาชาติระมัดระวังการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ

โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน เตือนเมื่อ 21 เมษายน 2568 ให้นานาชาติระมัดระวังการเจรจาภาษีนำเข้าสินค้ากับรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากอาจถูกโน้มน้าวและกดดันให้ต้องดำเนินนโยบายตามความต้องการของสหรัฐฯ ฝ่ายเดียว นอกจากนี้ ยังเตือนว่าการทำความต้องการของสหรัฐฯ ไม่ใช่วิธีการสร้างสันติภาพที่แท้จริง และผลประโยชน์แห่งชาติบางเรื่องก็ไม่สามารถต่อรองหรือประนีประนอมได้ และจีนจะคัดค้านการทำข้อตกลงที่จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติของจีน ท่าทีของรัฐบาลจีนมีขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ เริ่มการเจรจาการค้ากับหลายประเทศที่จะต้องเผชิญภาษีตอบโต้ โดยจะมีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ได้แก่ ยุโรป ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ว่ามีผู้แทนจากมากกว่า 70 ประเทศติดต่อเข้าไปที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเจรจาการค้า ซึ่งเป็นผลจากการประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ แม้ปัจจุบันจะเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไป 90 วัน แต่นานาชาติก็ยังกังวลกับการกำหนดนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลก

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา สิ้นพระชนม์อย่างสงบเมื่อ 21 เมษายน 2568 ที่ Casa Santa Marta นครรัฐวาติกัน ปัจจุบันผู้นำทั่วโลกทยอยแถลงการณ์สรรเสริญองค์พระประมุขของคริสตจักรโรมันคาทอลิก ก่อนหน้านี้มีข่าวสารเมื่อ กุมภาพันธ์ 2568 ว่ารักษาอาการประชวรโรคนิวโมเนีย และการติดเชื้อปอดซับซ้อนที่กรุงโรม และเมื่อ มีนาคม 2568 พระองค์ประสบภาวการณ์หายใจล้มเหลวเฉียบพลัน สำหรับสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสันตปาปาองค์ที่ 266 แห่งคริสตจักรคาทอลิก ทรงเป็นประมุขแห่งนครวาติกันตั้งแต่ปี 2556 เคยเสด็จเยือนไทยเมื่อ พฤศจิกายน 2562 โดยทรงประกอบพิธีมิสซา ณ สนามศุภชลาศัย โดยมีคริสต์ศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก และเสด็จเยือนวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน จ.นครปฐม ชุมชนชาวคริสต์ที่ใหญ่อันดับ 2 ในไทย