มาเลเซียและอินโดนีเซียปิดกั้นแอปพลิเคชัน AI Grok เนื่องจากมีเนื้อหาเชิงอนาจารที่ไม่ได้รับความยินยอม

ทางการมาเลเซียและอินโดนีเซียได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ “Grok” ของบริษัท xAI เป็นการชั่วคราว ภายหลังจากพบว่ามีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปผลิตและเผยแพร่เนื้อหาเชิงอนาจารที่ไม่ได้รับความยินยอม

ผู้นำสูงสุดอิหร่านระบุว่าต่างชาติอยู่เบื้องหลังผู้ประท้วงในอิหร่าน

อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน มีถ้อยแถลงเมื่อ 9 ม.ค.69 ว่า การชุมนุมประท้วงในอิหร่าน เป็นการกระทำของกลุ่มที่รับใช้ผลประโยชน์ของต่างชาติ เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมตำหนิผู้นำสหรัฐฯ ว่า  เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง นักวิทยาศาสตร์ บุคคลสำคัญ และพลเรือนอิหร่านจำนวนมากในห้วงสงคราม 12 วัน เมื่อ มิ.ย.68 นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดอิหร่านยังย้ำว่าผู้ที่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น จะต้องเผชิญกับความล่มสลายในที่สุด  ประชาชนและรัฐบาลอิหร่านจะร่วมกันต่อต้านกลุ่มบุคคลที่กระทำการเป็นทหารรับจ้างของต่างชาติอย่างเด็ดขาด อนึ่ง การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านเริ่มเมื่อ 28 ธ.ค.68 ยังคงยืดเยื้อและขยายไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ระบบอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ในอิหร่านประสบปัญหาขัดข้องทั่วประเทศตั้งแต่ 8 ม.ค.69 ส่งผลให้สายการบินต่างประเทศเริ่มทยอยยกเลิกเที่ยวบินไปยังอิหร่าน

เม็กซิโกอาจเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญของคิวบาแทนเวเนซุเอลา

สนข. Bloomberg รายงานเมื่อ 10 ม.ค.69 ว่า เม็กซิโกอาจเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญของคิวบาแทนเวเนซุเอลา หลังจากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทหารต่อเวเนซุเอลา เมื่อ 3 ม.ค.69 และประกาศจะเข้าบริหารจัดการกิจการน้ำมันของเวเนซุเอลา  โดยอ้างข้อมูลการติดตามการเดินเรือ พบว่า เรือ Ocean Mariner บรรทุกน้ำมัน ปริมาณ 85,000-90,000 บาร์เรล เดินทางออกจากท่าเรือ ใกล้โรงงานปิโตรเคมี Pajaritos บริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก ทาง ตอ.ของเม็กซิโก ภายใต้บริษัท Petroleos Mexicanos (Pemex) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของรัฐบาลเม็กซิโก เมื่อ 5 ม.ค.69 คาดว่ามีปลายทางไปกรุงฮาวานาของคิวบา อย่างไรก็ดี  ประธานาธิบดี คลอเดีย ชายน์บอม ของเม็กซิโก ชี้แจง เมื่อ 7 ม.ค.69 ว่า เม็กซิโกไม่ได้เพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันให้คิวบา มากกว่าเมื่อปี 2568  การส่งออกดังกล่าวอยู่ภายใต้สัญญาทางการค้าและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

เวเนซุเอลาเริ่มเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ

นายเฟรดดี ญาเญซ รมว.กระทรวงการสื่อสารเวเนซุเอลา เปิดเผยเมื่อ 9 ม.ค.69 ว่า นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ไม่มีแผนจะเดินทางออกนอกประเทศในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากต้องมุ่งให้ความสำคัญกับสถานการณ์ภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างปลอดภัย สงบ และมั่นคง โดยรัฐบาลเวเนซุเอลามีแผนระยะสั้นที่จะดำเนินการ คือ การเริ่มกระบวนการเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ การเปิดเผยดังกล่าวตรงกับ นายอีวาน กิล รมว.กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลา ที่เผยแพร่แถลงการณ์ กต.เวเนซุเอลา แต่เวเนซุเอลาขอยืนยันการประณามของนานาชาติต่อการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา เมื่อ 3 ม.ค.69 ซึ่งส่งผลให้พลเรือนและทหาร ประมาณ 100 คน เสียชีวิต รวมถึงประณามการลักพาตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภริยา

กาตาร์ยืนยันว่าผู้นำเวเนซุเอลายังมีชีวิตอยู่

รัฐบาลเวเนซุเอลาออกแถลงการณ์เมื่อ 9 ม.ค.69 ขอบคุณ เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อาลษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ เชค มุฮัมมัด บิน อับดุรเราะห์มาน อาลษานี นรม./รมว.กต.กาตาร์ และรัฐบาลกาตาร์ ที่ประสานขอหลักฐานเพื่อยืนยันว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภริยา ยังมีชีวิตอยู่ หลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารจับกุมตัวบุคคลทั้งสองและนำตัวไปยังสหรัฐฯ เมื่อ 3 ม.ค.69 พร้อมแสดงการยอมรับรัฐบาลกาตาร์ ที่พร้อมจะเป็นคนกลางช่วยให้เวเนซุเอลากับสหรัฐฯ เริ่มการเจรจา เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ อธิปไตย และสันติภาพ

การประท้วงในอิหร่านขยายตัวต่อเนื่องและมีความรุนแรง

สถานการณ์ความมั่นคงในอิหร่านน่าห่วงกังวล เนื่องจากการชุมนุมประท้วงเพื่อแสดงความไม่พอใจนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอิหร่าน มีความรุนแรงและเสี่ยงขยายตัวทั้งในเชิงพื้นที่ และระยะเวลาการชุมนุม โดยเมื่อ 11 มกราคม 2569 มีรายงานว่าการชุมนุมประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศ ใน 185 เมืองและ 31 จังหวัด เฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเตะหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน และเมืองทางทิศตะวันตกของประเทศ การประท้วงครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่น ๆ เนื่องจากผู้ชุมนุมมีมุมมองว่าการประท้วงครั้งนี้มีประชาชนออกไปร่วมจำนวนมาก ทั้งที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและรัฐบาลจะเริ่มใช้มาตรการปราบปรามอย่างเด็ดขาด รวมทั้งรัฐบาลสั่งการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อควบคุมและขัดขวางการประท้วง แต่ยังมีประชาชนจำนวนมาก หลากหลายช่วงวัย ออกไปร่วมกับผู้ชุมนุม ส่วนหนึ่งเพราะไม่พอใจมาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงต้องการออกไปคัดค้านรัฐบาล สะท้อนว่าชาวอิหร่านยังคงมีความหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต ปัจจุบัน รัฐบาลอิหร่านควบคุมสถานการณ์ด้วยเครื่องมืออย่างน้อย 4 กลไก ได้แก่ 1) ใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ชุมนุมโดยตรง พร้อมกับใช้มาตรการควบคุมฝูงชนอย่างเด็ดขาด เพื่อจำกัดขอบเขตการประท้วงและป้องปรามไม่ให้ชาวอิหร่านไปเข้าร่วมการประท้วงมากขึ้น มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ประท้วงไปมากกว่า 100 คน มีผู้ประท้วงเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่แล้วอย่างน้อย 78 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าวเช่นกัน 2) ตัดช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต สร้างความหวาดกลัวและความไม่แน่นอน 3) เร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับชาวอิหร่านว่าทิศทางเศรษฐกิจของประเทศเริ่มดีขึ้น และ 4)…

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อกลุ่ม ISIS ในซีเรีย

กองทัพสหรัฐฯ เมื่อ 10 มกราคม 2569 ปฏิบัติการ Operation Hawkeye Strike โจมตีทางอากาศต่อกลุ่มก่อการร้าย  Islamic State of Iraq and Syria หรือ ISIS ในซีเรีย เพื่อตอบโต้กรณีสมาชิกกลุ่ม ISIS ลอบโจมตีทหารอเมริกันเมื่อ ธันวาคม 2568 ทำให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจำนวน 2 นาย ทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีกลุ่ม ISIS ของกองบัญชาการกลางของ  หรือ CENTCOM ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ สามารถระบุเป้าหมายและทำลายฐานที่มั่นของกลุ่ม ISIS ได้หลายพื้นที่ และสหรัฐฯ ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายฝ่ายในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย ปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่มีการเผยแพร่คลิปเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ของซีเรียผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ปฏิบัติการ Operation Hawkeye Strike เริ่มต้นตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2568 คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซีเรีย ซึ่งปัจจุบันให้ความร่วมมือกับนานาชาติเป็นอย่างดีด้านการต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ ปฏิบัติการดังกล่าวยังมีขึ้นหลังจากนาย Tom…

เมียนมาจัดการเลือกตั้งระยะที่ 2

เมียนมาจัดการเลือกตั้งทั่วไประยะที่ 2 ใน 11 มกราคม 2569 ครอบคลุม 100 เมือง เพื่อให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย และความมั่นคงทางการเมือง อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติ (UN) ประเทศตะวันตก และองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนจำนวนมากแสดงความกังวลว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่เสรี ยุติธรรม และน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยกว่าที่คาดการณ์ หรือประมาณร้อยละ 52 ตั้งแต่การเลือกตั้งระยะแรกเมื่อ 28 ธันวาคม 2568 รวมทั้งไม่มีพรรคคู่แข่งสำคัญทางการเมืองลงสมัครด้วย ทำให้ชัยชนะของพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (USDP)  อาจไม่มีคุณค่าและความหมายด้านประชาธิปไตย เมียนมาจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี 2564 โดยจะจัดขึ้นในพื้นที่ 265 เมือง จากทั้งหมด 330 เมือง รวมทั้งในพื้นที่ที่รัฐบาลเมียนมายังไม่สามารถควบคุมกระแสต่อต้านทางการเมืองได้ ทำให้จำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อย เพราะประชาชนในแต่ละพื้นที่กลัวว่าการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอาจไม่ปลอดภัย รวมทั้งบางส่วนไม่ต้องการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะไม่เห็นด้วยกับกระบวนการเลือกตั้งที่จะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลและกองทัพในการรักษาอำนาจทางการเมืองต่อไป สำหรับการเลือกตั้งระยะที่ 3 จะมีขึ้นใน 25 มกราคม 2569 ซึ่งผู้นำเมียนมาพยายามโน้มน้าวให้ชาวเมียนมาออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นักวิเคราะห์ในต่างประเทศประเมินว่า เมียนมาอาจจัดการเลือกตั้งครั้งนี้สำเร็จ แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหประชาชาติ เนื่องจากนาย…

เมียนมาในปี 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเมียนมาว่า รัฐบาลจะปล่อยตัวนักโทษและนักโทษการเมืองมากขึ้นในปี 2569 เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้นานาชาติเห็นว่า เมียนมาเคารพเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน จะได้เป็นผลดีต่อการเลือกตั้งในเมียนมา ซึ่งเมื่อ 4 มกราคม 2569 รัฐบาลเมียนมาฉลองโอกาสวันอิสรภาพ หรือ Independence Day ครั้งที่ 78 ด้วยการปล่อยตัวนักโทษจำนวน 6,134 คน ออกจากเรือนจำ รวมทั้งปล่อยตัวนักโทษชาวต่างชาติจำนวน 52 คนด้วย เพื่อเฉลิมฉลองและสะท้อนว่ารัฐบาลเมียนมาให้ความเคารพในเสรีภาพของมนุษย์ การปล่อยตัวนักโทษในวันสำคัญทางการเมืองของเมียนมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานหลายปี ซึ่งเมื่อ พฤศจิกายน 2568 เมียนมาได้ปล่อยตัวนักโทษจำนวนมากกว่า 3,000 คน เพื่อฉลองก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ ธันวาคม 2568 แต่ยังคงควบคุมตัวนักโทษการเมืองคนสำคัญ ได้แก่ อองซานซูจี อดีตผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่เป็นสัญลักษณ์ของการส่งเสริมประชาธิปไตยในเมียนมา ส่วนพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party – USDP) ที่กองทัพเมียนมาสนับสนุนจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และได้เป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลใน มีนาคม 2569 โดยในการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา ระยะที่…

เศรษฐกิจไทยเสี่ยงต่อการเปลี่ยนขั้วทางเศรษฐกิจในเอเชีย ตอ.ต.

The Diplomat เผยแพร่บทความเปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยกับเวียดนาม หลังจาก ธปท.เตือนว่า ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยกำลังลดลงจากหลายปัจจัย ทั้งภาษีจากสหรัฐฯ หนี้ครัวเรือนสูง เงินบาทแข็งค่า รวมทั้งความไม่แน่นอนจากข้อพิพาทชายแดนกับกัมพูชา และการเมืองที่คาดเดาผลการเลือกตั้งได้ยาก  การยอมรับของ ธปท.สะท้อนว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ไทยเผชิญไม่มีทางแก้ไขได้ในทันที เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้า หลังเผชิญภาวะถดถอยจากสถานการณ์ COVID-19 เห็นได้ชัดเจนจากภาคการท่องเที่ยวในปี 2568 ที่หดตัวอย่างน่ากังวล แตกต่างกับเวียดนามที่เป็นคู่แข่งสำคัญในภูมิภาค แม้ทั้งไทยและเวียดนามเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกเหมือนกัน แต่เวียดนามมีต้นทุนการทำธุรกิจต่ำกว่าไทย มีการส่งออกสินค้ามูลค่าสูงเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นมากขึ้นกับจีนและเกาหลีใต้ จากเส้นทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันของไทยและเวียดนามอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนขั้วทางเศรษฐกิจในเอเชีย ตอ.ต.