ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ แสดงจุดยืนต่างกันในการเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับกรีนแลนด์

ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ แสดงจุดยืนที่แตกต่างกันในประเด็นกรีนแลนด์ ผ่านการเสนอร่างกฎหมายดังนี้ 1) นาย Randy Fine สส.พรรครีพับลิกัน เสนอร่างกฎหมาย Greenland Annexation and Statehood Act เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามจากจีนและรัสเซียในภูมิภาคอาร์กติก โดยจะให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผนวกรวมกรีนแลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ 2) นาย Jimmy Gomez สส.พรรคเดโมแครต เสนอร่างกฎหมาย Greenland Sovereignty Protection Act เพื่อสกัดกั้นความพยายามใด ๆ ของสหรัฐฯ ในผนวกกรีนแลนด์   และ 3) นาง Lisa Murkowski สว.พรรครีพับลิกัน  และนาง Jeanne Shaheen สว.พรรคเดโมแครต เสนอร่างกฎหมาย NATO Unity Protection Act เพื่อส่งเสริมและรักษาเอกภาพ ความสัมพันธ์ และความไว้วางใจระหว่างประเทศสมาชิก NATO ทั้งนี้ คณะผู้แทนของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต นำโดยนาย Chris…

เบลารุสกับเมียนมากระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

กห.เมียนมามีถ้อยแถลงเมื่อ 14 ม.ค.69 ว่า จนท.เบลารุส และเมียนมา ได้มีการพบปะกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น  การพบปะในครั้งนี้ นำโดย นายวาเลรี เรเวนก้า หัวหน้ากรมความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศของเบลารุส กับจนท.ระดับสูงของเมียนมาว่า ทั้งสองฝ่ายได้สรุปผลการทำงานร่วมกันในปี 2568 และเห็นชอบกับแผนการซึ่งจะดำเนินการในอนาคตอันใกล้ ภายหลังการประชุมทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในการรักษาการเจรจาและกระชับความสัมพันธ์ทางทหารทุกระดับ นอกจากนี้ นายเรเวนก้า ยังมีการหารือด้านเศรษฐกิจ กับ พล.ท.ซอ เมียว ติน จนท.ระดับสูงฝ่ายส่งกำลังบำรุง ของกองทัพเมียนมา

เกาหลีเหนือปฏิเสธรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ระบุเมื่อ 14 ม.ค.69 แถลงว่า เป็นไปไม่ได้ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะดีขึ้น เกาหลีเหนือยังกล่าวหาเกาหลีใต้ว่า ละเมิดอธิปไตยผ่านการใช้โดรน และการยั่วยุทางทหาร ขณะที่ฝ่ายเกาหลีใต้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันความต้องการลดความตึงเครียด แต่คิม โย จองตอบกลับอย่างแข็งกร้าวพร้อมเรียกร้องให้เกาหลีใต้ออกมายอมรับ และขอโทษ

เดนมาร์กและสหรัฐฯ ยังคงมีความเข้าใจไม่ตรงกันในประเด็นกรีนแลนด์

นายลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รมว.กต. ของเดนมาร์ก เปิดเผยหลังจากเข้าพบกับรองประธานาธิบดี เจ.ดี.แวนซ์ และนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เมื่อ 14 ม.ค.69 ว่า การพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และตรงไปตรงมา แต่ยังคงมีความเข้าใจผิดขั้นพื้นฐานร่วมกันในประเด็นกรีนแลนด์ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนยันที่จะเดินหน้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงของสหรัฐฯ แม้เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยอมรับความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้สหรัฐฯ เข้าไปจัดตั้งฐานทัพเพิ่มเติมในกรีนแลนด์ แต่ยอมรับไม่ได้ที่สหรัฐฯ จะยึดเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งพันธมิตรในยุโรปก็แสดงการสนับสนุนแก่กรีนแลนด์อย่างรวดเร็ว หลังจากการพูดคุยดังกล่าว

เดนมาร์กคัดค้านสหรัฐฯ กรณีต้องการครอบครองกรีนแลนด์

ผู้แทนระดับสูงของเดนมาร์กและสหรัฐฯ หารือกันเมื่อ 14 มกราคม 2569 โดยยังคงไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าต้องการให้สหรัฐฯ ได้ครอบครองกรีนแลนด์ โดยนาย Lars Lokke Rasmussen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์ก พร้อมทั้งนาง Vivian Motzfeldt รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกรีนแดลน์หารือกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ และนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผลลัพธ์การประชุมทั้ง 2 ประเทศได้สนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา แต่มีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยยังคงจุดยืนที่แตกต่างกันเกี่ยวกับประเด็นกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ทั้งเดนมาร์กและกรีนแลนด์ไม่ต้องการความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และคาดหวังว่าจะใช้การพบหารือครั้งนี้เพื่อหาแนวทางร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป ประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กเห็นพ้องกับผู้นำสหรัฐฯ คือ นโยบายการเฝ้าระวังและป้องกันการขยายอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ใช้อ้างเกี่ยวกับภัยคุกคามจากกองทัพรัสเซียและจีนในพื้นที่ดังกล่าวนั้นยังไม่ถูกต้อง ดังนั้น เดนมาร์กพร้อมจะตั้งทีมงานการหารือในประเด็นนี้ต่อไป เพื่อลดระดับความตึงเครียดและสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน ด้านผู้แทนของกรีนแลนด์ระบุว่าพร้อมจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อไป แต่ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการครอบครอง ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ยืนยันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 ว่าต้องการให้กรีนแลนด์อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสหรัฐฯ เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ทำให้ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศยุโรปและสหประชาชาติ ห่วงกังวล และเมื่อ…

สหรัฐฯ เริ่มขายน้ำมันจากเวเนซุเอลา

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 มกราคม 2569 กรณีรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มขายน้ำมันจากแหล่งพลังงานในเวเนซุเอลา มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งปฏิบัติการบุกเข้าไปควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาเมื่อต้น มกราคม 2569 และประกาศว่าจะมีการขายน้ำมันต่อไปในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ร่วมกันของชาวอเมริกันและชาวเวเนซุเอลา ทั้งนี้ การขายน้ำมันครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่สะท้อนว่า ผู้นำสหรัฐฯ สามารถดำเนินการตามนโยบายที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลาเอง และเพื่อโน้มน้าวให้บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันของสหรัฐฯ เชื่อมั่นต่อการลงทุนในเวเนซุเอลามากขึ้น โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังยืนยันด้วยว่าปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมมกับกับนาง Delcy Rodríguez รักษาการประธานาธิบดีและผู้นำรัฐบาลเวเนซุเอลาได้เป็นอย่างดี และคาดว่าการดำเนินนนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์จะช่วยให้สหรัฐฯ และภูมิภาคอเมริกาใต้มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ พร้อมกับปลอดภัยจากอาชญากรรมกลุ่มค้ายาเสพติดและการแทรกแซงจากต่างประเทศ ทั้งนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ มีแผนการจะเข้าไปยึดครอง ควบคุม และขายน้ำมันจากเวเนซุเอลาจำนวนอย่างน้อย 50 ล้านบาร์เรล และจะให้บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปบริหารจัดการทรัพยากร โดยปราศจากการคอร์รัปชัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการซื้อขายน้ำมันครั้งแรกเอง รายได้ดังกล่าวจะจัดสรรให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต่อไป…

จีนคัดค้านฟิลิปปินส์กรณีข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

สถานการณ์ความมั่นคงในทะเลจีนใต้ยังคงเป็นประเด็นเสี่ยงเกิดความขัดแย้งทางการทูตและการทหารระหว่างประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาท  เฉพาะอย่างยิ่งจีนกับฟิลิปปินส์ โดยเมื่อ 13-15 มกราคม 2569 รัฐบาลจีนเผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีน/มะนิลา คัดค้านกรณีสภาทางทะเลแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (National Maritime Council-NMC) มีถ้อยแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในทะเลจีนใต้ พร้อมอ้างอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลหรือ UNCLOS และกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานว่าจีนละเมิดอธิปไตยของฟิลิปปินส์ในทะเลตะวันตก รวมทั้งเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone – EEZ) ของฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์เปลี่ยนท่าทีเพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมทั้งคัดค้านถ้อยแถลงของฟิลิปปินส์ที่ย้ำว่าจีนมีปฏิบัติการลาดตระเวนทางทะเลที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วย สรุปประเด็นที่จีนคัดค้านฟิลิปปินส์ ประกอบด้วยการโจมตีและวิจารณ์จีนว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นการข่มขู่คุกคาม และพยายามทำให้ทั่วโลกเข้าใจเหตุการณ์ในทะเลจีนติผิดไปจากความเป็นจริง หรือที่เรียกว่า ICAD activities (illegal, coercive, aggressive and deceptive) ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่จีนใช้เพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ เช่น การใช้กองเรือประมงติดอาวุธเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้ การใช้ปืนยิงเลเซอร์และปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่เพื่อขัดขวางการเดินเรือของประเทศอื่น ๆ ในพื้นที่พิพาท อีกประเด็นที่ทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก คือ กรณีที่ฟิลิปปินส์อ้างถึงเขตปฏิบัติการทางทหาร หรือ maritime zone ชองฟิลิปปินส์ ที่หน่วยความมั่นคงและทหารของฟิลิปปินส์จำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องทรัพยากรและชาวประมง ด้านทางรัฐบาลจีนยืนยันว่าไม่มีคำนิยามหรือการกำหนดเขตปฏิบัติการทางทหารหรือ maritime zone…

CyberXplore ปักษ์แรก ม.ค.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์แรกเดือนมกราคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก ม.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก มกราคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม