4 เครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ต่อรองอำนาจรัฐ
ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ต้องจัดให้เป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ในยุทธศาสตร์แห่งชาติ นอกเหนือจากความมั่นคงด้านอธิปไตยและการเมือง เนื่องจากเศรษฐกิจนั้น หมายถึงกิจกรรมขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อองค์ประกอบของรัฐในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การแจกจ่าย การบริโภค การบริหารจัดการ การจ้างงาน การแลกเปลี่ยน และการจัดสรรทรัพยากร ดังนั้น เศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนไม่แพ้เรื่องการเมือง เพราะทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการนึกถึงวิธีการบริหารจัดการเงินทุนที่มีอยู่ในแต่ละเดือนของมนุษย์เงินเดือนและพนักงานทั้งหลาย การที่ผู้บริหารบริษัทจะต้องเลือกทำข้อตกลงเพื่อขยายการลงทุนร่วมกับนายทุนรายอื่น ๆ รวมไปถึงการคำนวณรายได้จากการเก็บภาษีของรัฐบาล ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อสร้าง “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ซึ่งหมายถึงการทำให้ระบบเศรษฐกิจมีความปลอดภัย และมีเสถียรภาพต่อไปนั่นเอง ในช่วงต้นปี 2569 มีรายงานขององค์กรระหว่างประเทศและนักวิเคราะห์จำนวนมากที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทย จะเผชิญสภาวะยากลำบากและมีอุปสรรคท้าทายจากหลายปัจจัย และปัจจัยแรกที่มีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ก็คือสถานการณ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง เพราะปัจจุบัน “รัฐ” หรือผู้บริหารประเทศต่าง ๆ กำลังใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ (statecraft) เพื่อสร้างและรักษาอำนาจต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะผลจากโลกาภิวัตน์ (globalization) ทำให้ปัจจัยเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ผ่านการทำข้อตกลงและความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” กลายเป็นหน้าที่รัฐต้องรักษาและเสริมสร้างไว้ให้ประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและทำให้เกิดการพัฒนา ดังนั้น รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศขนาดเล็ก กลาง…











