รัสเซียเรียกร้องให้ UNSC ประชุมฉุกเฉินกรณียูเครนโจมตีมหาวิทยาลัยในแคว้นลูฮันสค์

สนข.TASS รายงานเมื่อ 22 พ.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ระบุถึงกรณี ยูเครนใช้โดรนโจมตีหอพักนักศึกษา บริเวณมหาวิทยาลัยในเมือง Starobelsk แคว้นลูฮันสค์วันเดียวกันว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม เพราะไม่มีเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บ 39 คน และสูญหาย 15 คน  พร้อมทั้งร้องขอคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้จัดประชุมฉุกเฉินหารือการโจมตีดังกล่าว ขณะที่วาระการจัดประชุมฉุกเฉิน UNSC เมื่อ 23 พ.ค.69  ไม่มีข้อมติในประเด็นนี้  ขณะที่ยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหา และอ้างว่ารัสเซียไม่มีหลักฐาน อีกทั้งรัสเซียไม่อนุญาตให้คนกลางเข้าไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ส่วนท่าทีประเทศมหาอำนาจ ที่สำคัญคือ จีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดการใช้กำลัง และมุ่งเจรจาเพื่อยุติสงคราม และสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัสเซียเปิดพื้นที่ให้องค์การระหว่างประเทศส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ลาออกจากตำแหน่ง

นางทูลซี แกบบาร์ด ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (DNI) ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 23 พ.ค.69 เพื่อดูแลสามีที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูก โดยนายอารอน ลูคัส รอง DNI (อายุ 55 ปี/2569) จะรักษาการในตำแหน่ง DNI   ทั้งนี้ มีกระแสวิจารณ์ในสื่อว่า การลาออกของนางแกบบาร์ดเป็นผลจากแนวคิดของนางแกบบาร์ดที่แตกต่างจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะการแทรกแซงหรือการใช้กำลังทางทหารในต่างประเทศ  ส่วนนายลูคัสเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศและมีประสบการณ์ด้านข่าวกรองกว่า 20 ปี จากการเป็นอดีตผู้เชี่ยวชาญสถาบันคลังสมอง Cato Institute รวมทั้ง จนท.ฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายวิเคราะห์วิจัยของ CIA  และรอง ผอ.ฝ่ายรัสเซียและยุโรป สภาความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ห้วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก

ลาวประสบปัญหาจากทุนจีนเพิ่มขึ้น 

แก๊งหลอกลวงออนไลน์ หรือแก๊งสแกมเมอร์ของกลุ่มทุนจีนเทามีการปฏิบัติการในลาวอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะปราบปรามอย่างรุนแรง โดยปัจจุบันมีการย้าย/ขยายฐานปฏิบัติการจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไปยังพื้นที่อื่น ๆ ที่ติดชายแดนไทย โดยเฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ (ตรงข้ามจังหวัดหนองคาย) และแขวงสะหวันนะเขต (ตรงข้ามจังหวัดมุกดาหาร) และใช้พื้นที่โรงแรมหรืออาคารขนาดเล็กเพื่อปฏิบัติการและมีการย้ายพื้นที่บ่อยครั้งเพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งมีการจ้างให้คนไทยลักลอบข้ามไปทำงานให้กับแก๊งหลอกลวงออนไลน์อย่างต่อเนื่อง คนไทยก็ไปเป็นแอดมินชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ และเป็นแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งลาวได้ทำการจับกุมหลายระลอก และส่งกลับไทย  โดย เมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 ได้นำตัวคนไทย 307 คน  ส่งกลับไทย หลังกวาดล้างฐานเว็บพนันออนไลน์ และแก๊งสแกมมเมอร์ จากแขวงสะหวันนะเขต และนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งพบว่าคนไทยเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเคยถูกกวาดล้างมาจากเมียนมา และกัมพูชา โดยลักลอบเข้าลาว เพื่อไปดำเนินธรุกิจผิดกฎหมายดังกล่าว ลาวยังเป็นพื้นที่ที่จีนสนใจเข้าไปลงทุน โดย Stimson Center ซึ่งเป็นสถาบันทางวิชาการที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่ระบุว่าลาวมีแหล่งแร่แรร์เอิร์ธ   นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการจีนเข้าไปประกอบกิจการเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในลาวเพิ่มขึ้น โดยพบพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเพิ่มขึ้นกว่า 517 จุดทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในแขวงเชียงขวาง แขวงหัวพัน และพื้นที่ตามริมแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบให้มีปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำโขงตามมา นักวิเคราะห์ประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่ทุนจีนจะทำธุรกิจเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในลาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมาผลิตได้ลดลง จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่แน่นอน ขณะที่รัฐบาลลาวยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายห้ามทำเหมืองแร่ได้จริง  นอกจากนี้ ลาวยังต้องพึ่งพาการลงทุน…

ไทยรื้อฟื้นร่างกฎหมายแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

DW ของเยอรมนี เผยแพร่บทความระบุว่า ไทยอยู่ระหว่างรื้อฟื้นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยรัฐสภามีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อ 15 พ.ค. 69 นับเป็นก้าวสำคัญของไทยที่ปัญหาหมอกควันตามฤดูกาลกลายเป็นวิกฤตสุขภาพของประชาชนในทุกปี อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดยังเผชิญความท้าทายจากภาคธุรกิจและนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม โดยอ้างข้อกังวลเรื่องความซ้ำซ้อนของกฎหมาย ภาระต่อภาคธุรกิจ และขอบเขตอำนาจของหน่วยงานรัฐ จึงอาจไม่แล้วเสร็จอย่างรวดเร็วตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายในการระบุตัวและเอาผิดต่อผู้ก่อมลพิษ อีกทั้งกฎหมายยังบังคับใช้ได้เฉพาะภายในประเทศ ขณะที่หมอกควันจำนวนมากเป็นมลพิษข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

อุตสาหกรรมโฆษณาในยุคสื่อ-เทค-ระเบียบ-คนเปลี่ยนแปลง

หนึ่งในข้อความหรือสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของมนุษยมากที่สุด คือ “โฆษณา” เนื่องจากเป็นกระบวนการสื่อสารข้อมูลข่าวสารเพื่อจูงใจหรือเผยแพร่เกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือแนวคิดไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ทำสื่อโฆษณาต้องมีสารหรือข้อมูล (message) ที่ต้องการส่งออกไปยังกลุ่มเป้าหมาย และต้องมี “สื่อ” (media) หรือช่องทางเผยแพร่ข้อมูลออกไปด้วย … “วงการโฆษณา” เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และต้องปรับตัวตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมาย ที่มีพฤติกรรมการใช้สื่อและความสนใจแตกต่างกันไปด้วย บทความนี้จะชวนวิเคราะห์ความท้าทายใหม่ของโลกการโฆษณา เพราะมีผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศได้ส่งสัญญาณเตือนแล้วว่า ปัจจุบันนักโฆษณา รวมทั้งนักการตลาดกำลังเผชิญ “ฝันร้าย” เพราะข้อจำกัดเรื่องกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หลักจิตวิทยา และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างความสับสนในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค คำเตือนนี้สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องการบริหารจัดการข้อมูล และความสามารถในการวิเคราะห์ (analysis) มีความสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรม ธุรกิจ และพฤติกรรมมนุษย์ยุคใหม่นั่นเอง ขอเริ่มที่การปรับตัวของธุรกิจการโฆษณา …ย้อนกลับไปก่อนปี 2543  ให้ความสำคัญที่สุดกับ “เวลาออกอากาศ”   ในช่วงไพรม์ไทม์ (primetime) หน้ารายการข่าว หรือช่วงละครหลังข่าว เพราะผู้บริโภคมีโอกาสได้เห็นเนื้อหามากที่สุด…แต่ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศโฆษณาก็จะสูงตามไปด้วย ทำให้ในอดีต…เจ้าของแบรนด์ต้องยอมจ่ายงบประมาณหลายล้านบาทเพื่อแลกกับ 30 วินาที บนจอโทรทัศน์ อำนาจของการออกอากาศจึงตกเป็นของ “สถานีโทรทัศน์” ซึ่งเปรียบเป็นเจ้าของผู้ชม และเป็นผู้กำหนดราคาของการมองเห็น รวมทั้งยังเป็นการดำเนินการการตลาดแบบหว่านแห (Mass Marketing) ที่ต้องลุ้นว่าการลงทุนทำโฆษณาที่มีมูลค่าสูงนั้น…

ความนิยมอาหารเอเชียในรัสเซียเติบโตขึ้นเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรและอิทธิพลวัฒนธรรมป๊อบ

Channel News Asia ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความระบุว่า ความนิยมอาหารเอเชียในรัสเซียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยความต้องการสินค้าเอเชียเพิ่มสูงขึ้น เช่น บะหมี่เกาหลี เบียร์จีน ซอสไทย เป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของวัฒนธรรมป๊อปเอเชีย ผลักดันให้รัสเซียหันไปค้าขายกับตลาดเอเชียมากขึ้น และหากมีการฟื้นฟูเที่ยวบินตรงไปยังประเทศในเอเชียอาจยิ่งกระตุ้นความสนใจต่ออาหารเอเชียมากขึ้นในอนาคต

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน

สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านนับแต่ 28 ก.พ.69 ปัจจุบันเวลาล่วงไปถึงเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่สถานการณ์การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป สถานการณ์ดังกล่าวมีพัฒนาการอย่างไร และส่งผลกระทบอย่างไรต่อประชาคมระหว่างประเทศบ้าง มาติดตามกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน”

เกาหลีใต้ประกาศวิสัยทัศน์จัดตั้ง Global AI Hub ส่งเสริมความร่วมมือด้าน AI ระหว่างประเทศ

กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์เมื่อ 21 พ.ค.69 ประกาศวิสัยทัศน์จัดตั้งศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์โลก หรือ “Global AI Hub” เพื่อผลักดันให้เกาหลีใต้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้าน AI ระหว่างประเทศ สำหรับโครงการความร่วมมือด้าน AI ร่วมกันองค์การระหว่างประเทศ 9 แห่ง อาทิ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization-ILO) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) รวมถึงธนาคารพหุภาคีเพื่อการพัฒนา 5 แห่ง เพื่อร่วมพัฒนา AI สำหรับแก้ไขปัญหาระดับโลก อาทิ โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แรงงาน การย้ายถิ่น และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ “AI for All, AI to Solve Global Challenges” พร้อมจัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั้งระบบประมวลผล ข้อมูล และคลาวด์สำหรับใช้งานร่วมกัน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ AI ของเกาหลีใต้…

หน่วยงาน UN เร่งสนับสนุนการรับมือการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโก

องค์การสหประชาชาติ (UN) รายงานเมื่อ 21 พ.ค.69 ว่า เร่งสนับสนุนการรับมือการระบาดของโรคอีโบลาในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) หลังประกาศการระบาดเมื่อ 15 พ.ค.69 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ส่งเวชภัณฑ์ฉุกเฉินกว่า 11.5 ตัน รวมถึงชุดป้องกันและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขณะที่กองกำลังภารกิจสร้างเสถียรภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  สนับสนุนการลำเลียงทางอากาศสิ่งของช่วยเหลือเกือบ 30 ตันไปยังเมืองบูเนีย   พร้อมรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรค ด้านโครงการอาหารโลก (WFP) เตือนว่าวิกฤตอีโบลากำลังซ้ำเติมปัญหาความอดอยากรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งมีประชาชนกว่า 26.5 ล้านคนทั่วประเทศเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร ส่วนองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) กังวลผลกระทบต่อเด็กและได้ส่งอุปกรณ์ด้านสุขอนามัยเพิ่มเติม ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต 139 คน และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 600 คน ในดีอาร์คองโก ขณะที่ยูกันดายืนยันผู้ติดเชื้อแล้ว 2 คน

ไต้หวันตั้งเป้าหมายผลิตโดรนเดือนละ 100,000 เครื่อง ภายในปี 2573

สนข.Taipei Times  รายงานเมื่อ 22 พ.ค.69 อ้างกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ว่า อุตสาหกรรมโดรนของไต้หวันมีอัตราการขยายตัวรวดเร็ว จากความต้องการภายในและต่างประเทศ ทำให้ไต้หวันตั้งเป้าหมายผลิตโดรนอย่างน้อยเดือนละ 100,000 เครื่อง ภายในปี 2579 โดยครึ่งหนึ่งจะส่งออกไปต่างประเทศ  ปัจจุบันไต้หวันผลิตโดรนประมาณเดือนละ 15,000 เครื่อง (เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า เมื่อเทียบปี 2568) มูลค่าการค้าประมาณ 408 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อ ต.ค.68 ไต้หวันอนุมัติแผนลงทุนระยะ 6 ปี มูลค่า 1,394 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการผลิตโดรนภายในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายให้ได้รับผลตอบแทนคืนทุนภายในปี 2573 และผลักดันให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโดรนของทวีปเอเชียเฉพาะประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย