สหรัฐฯ เตรียมเปิดให้บริการเว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาออนไลน์ ที่ถูกปิดกั้นการเข้าถึงในยุโรปและประเทศต่าง ๆ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังพัฒนาเว็บไซต์ “freedom.gov” รวบรวมเนื้อหาที่ถูกรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ปิดกั้น เพื่อนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนในยุโรปและประเทศอื่น ๆ สามารถเข้าถึงได้ เช่น ข้อความที่ถูกจัดเป็นวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech)

ผู้อพยพจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านในหลายประเทศ

  ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในประเทศต่าง ๆ ดูจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านผู้อพยพในหลายประเทศ ไม่เฉพาะสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงยุโรป และญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะมีการสกัดกั้นการเดินทางเข้าประเทศของผู้อพยพหน้าใหม่มากขึ้น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ยังประเมินว่า สถานการณ์การโยกย้ายถิ่นฐานของโลกในปี 2569 จะทวีความรุนแรงจากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงในประเทศต่าง ๆ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ชีวิตของผู้อพยพไม่ว่าจะเข้าเมืองอย่างผิดหรือถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ดูจะอยู่ยากมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2  โดยมีเป้าหมายจะเนรเทศผู้อพยพให้ได้ 1 ล้านคนต่อปี โดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และกำจัดอาชญากร  เพื่อให้สังคมอเมริกันมีความสุข และให้ความสำคัญกับชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก มาตรการที่สหรัฐฯ ใช้ เช่น  ระงับสิทธิประโยชน์และเงินอุดหนุนแก่ผู้ลี้ภัย และเพิกถอนสิทธิคุ้มครองชั่วคราวสำหรับผู้อพยพหรือผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศต่าง ๆ กว่า 1.3 ล้านคน พร้อมกำหนดเงื่อนเวลาในการเดินทางออก มิฉะนั้นจะมีความผิดฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือเนรเทศผู้ฝ่าฝืน รวมทั้งลดระยะเวลาการต่ออายุใบขออนุญาตทำงานของผู้ลี้ภัยจาก 5 ปี เป็น 18 เดือน และทบทวนสถานะผู้ลี้ภัย 19…

เมียนมาขับนักการทูตติมอร์-เลสเต

ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับติมอร์-เลสเต ไม่ราบรื่นและอาจตึงเครียดขึ้น  รวมทั้งอาจกระทบต่อความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน จากความขัดแย้งระหว่างเมียนมากับติมอร์-เลสเต หลังจากมีรายงานเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า รัฐบาลเมียนมาสั่งขับนายเอลิซิโอ โด โรซาริโอ เดอ ซูซา อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา  ให้เดินทางออกจากเมียนมาภายใน 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้ติมอร์-เลสเต ที่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชนชาติชิน (Chin Human Rights Organization-CHRO) ยื่นฟ้องร้องกองทัพเมียนมาในข้อหาก่ออาชญากรรรมสงคราม และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งเมียนมามีมุมมองว่าติมอร์-เลสเตแทรกแซงกิจการภายใน เนื่องจากเนื้อหาการฟ้องร้องดังกล่าวพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพเมียนมาจำนวน 10 คน รวมทั้งพลเอกอาวุโสมินอ่องไลง์ ผู้นำสูงสุดของเมียนมาด้วย กลุ่มองค์กร Chin Human Rights Organization (CHRO) เป็นองค์กรชาวคริสต์ในรัฐชิน เลือกร่วมมือกับองค์กร Myanmar Accountability Project (MAP) ที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวเมียนมาและชนกลุ่มน้อยในเมียนมาอื่น ๆ และบริษัทด้านกฎหมายของติมอร์-เลสเต ชื่อ บริษัท Da Silva Teixeira & Associados Lda.…

กัมพูชาคาดหวังใช้แผนที่ฝรั่งเศสแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนไทย

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569 อ้างกรณีสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาส่งหนังสือถึงประธานาธิบดีฝรั่งเศสลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อโน้มน้าวฝรั่งเศสให้มอบเอกสารแผนที่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชา ด้านการแก้ไขปัญหาอธิปไตยเหนือดินแดนในพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยกัมพูชายินดีให้ฝรั่งเศสส่งทีมผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านแผนที่ไปช่วยเหลือกัมพูชาด้วย พร้อมกันนี้ ผู้นำรัฐบาลกัมพูชาเชื่อมั่นว่าฝรั่งเศสสนับสนุนการแก้ไขปัญหาพิพาทบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทยอย่างสันติและยั่งยืน เป้าหมายสำคัญคือใช้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง นักวิชาการในต่างประเทศแสดงความเห็นว่าความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสอาจทำให้กัมพูชาได้เปรียบในการต่อรองกับไทย โดยนาง Soksamphoas Im ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัย Michigan State University ระบุว่าเอกสารของฝรั่งเศสได้รับการยอมรับจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice-ICJ) และสหประชาชาติ (UN) นอกจากนี้ ในกรณีพิพาทอื่น ๆ ICJ ก็รับพิจารณาเอกสารทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งแผนที่ในยุคอาณานิคมด้วย เช่น การแบ่งเส้นแดนระหว่างอินเดียและปากีสถานตามเอกสารของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2490 และการพิจารณาข้อพิพาทเหนือดินแดนเกาะ Pedra Branca ระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์เมื่อปี 2551 ก็ใช้เอกสารสมัยยุคอาณานิคมประกอบการพิจารณาเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศมีมุมมองว่ากรณีผู้นำกัมพูชาขอรับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม อาจทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมให้ความเห็นว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาความขัดแย้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้…

ไทยเตรียมจ้างแรงงานศรีลังกา 10,000 คน

The Sunday Island ของศรีลังกา รายงานกรณีศรีลังกาและไทยเสร็จสิ้นการเจรจาเกี่ยวกับกรอบความร่วมมือด้านแรงงานครั้งสำคัญ ซึ่งจะเปิดทางให้มีการรับแรงงานชาวศรีลังกาจำนวน 10,000 คน ภายใต้โครงการนำร่อง เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายภาคส่วนของไทย และสร้างโอกาสการจ้างงานให้แก่ชาวศรีลังกาในสาขาต่าง ๆ เช่น การก่อสร้าง เกษตรและปศุสัตว์ อาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา การแปรรูปสัตว์น้ำ เหมืองแร่ โดยทั้งสองฝ่ายได้สรุปร่างข้อตกลงแล้ว และเตรียมส่งให้รัฐบาลอนุมัติอย่างเป็นทางการ โดยพิธีลงนามคาดว่าจะจัดขึ้นภายในไตรมาสแรกของปี 2569

รมว.กต.อิหร่านพบหารือกับ ผอ. IAEA ที่เจนีวา

นายอับบาส อะราคชี รมว.กต.อิหร่าน พบหารือกับนาย Rafael Grossi ผอ.ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 16 ก.พ.69 เกี่ยวกับการรื้อฟื้นความร่วมมือทางเทคนิคระหว่างอิหร่านกับ IAEA รวมทั้งแจ้งให้ทราบถึงทัศนะของอิหร่านต่อการเจรจาโดยอ้อมกับผู้แทนสหรัฐฯ เพื่อหาข้อยุติสำหรับปัญหาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน ผ่านโอมานซึ่งเป็นคนกลาง ที่กำลังจะมีขึ้นใน 17 ก.พ.69 นอกจากนี้ รมว.กต.อิหร่านยังโพสต์ข้อความบนบัญชี X ว่า เป้าหมายของการเจรจากับสหรัฐฯ รอบนี้ คือ การบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกับสหรัฐฯ แต่ขณะเดียวกันก็จะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่คุกคามใด ๆ จากสหรัฐฯ

คิวบาประสบปัญหาขยะล้นเมือง

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 17 ก.พ.69 ว่า วิกฤตขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในคิวบาส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บขยะในพื้นที่กรุงฮาวานา (เมืองหลวง) และชุมชนหลายพื้นที่ หลังรถเก็บขยะไม่สามารถออกให้บริการได้ตามปกติ เนื่องจากขาดน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนหน้านี้ คิวบายืนกรานต่อต้านมาตรการกดดันของสหรัฐฯ ที่พยายามตัดแหล่งน้ำมันของประเทศ และขู่ขึ้นภาษีสินค้าของประเทศใดก็ตามที่ส่งออกเชื้อเพลิงให้คิวบา ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ขาดแคลนอาหาร ยา และพลังงานในคิวบารุนแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคิวบาประกาศแผนปันส่วนน้ำมันและคุ้มครองบริการจำเป็น โดยจัดสรรควบคุมการใช้น้ำมันทั่วประเทศ โดยจะกันเชื้อเพลิงไว้สำหรับบริการพื้นฐานของประชาชนก่อน เช่น โรงพยาบาล และระบบสาธารณสุข ระบบการผลิตไฟฟ้า ระบบขนส่งสาธารณะ ระบบการผลิตและกระจายอาหาร การลดการใช้น้ำมันในภาคส่วนที่ไม่เร่งด่วน

รัฐบาลเมียนมาสั่งขับไล่อุปทูตติมอร์-เลสเต ออกนอกประเทศ

รัฐบาลเมียนมามีคำสั่งขับไล่นายเอลิซิโอ โด โรซาริโอ เดอ ซูซา อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา โดยให้เดินทางออกจากเมียนมาภายใน 20 ก.พ.69 โดยมีสาเหตุจากความไม่พอใจอย่างมากต่อกรณีที่ ติมอร์-เลสเต แทรกแซงกิจการภายในเมียนมาอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา นอกจากนี้ ยังมีสำนักงานอัยการสูงสุดติมอร์-เลสเต ยอมรับการพิจารณาทางกฎหมาย พร้อมแต่งตั้งอัยการอาวุโสให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ตามคำร้องขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชนชาติชิน (Chin Human Rights Organization – CHRO) เมื่อ 12 ม.ค.69 เพื่อให้ดำเนินคดีต่อเมียนมาในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามและละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐชินอย่างรุนแรง พร้อมให้สอบสวนภายใต้หลักการเขตอำนาจศาลสากลและนำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบ โดยเฉพาะ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์

จีนใช้มาตรการวีซ่าฟรีแก่ผู้ที่มีสัญชาติอังกฤษและแคนาดา

จีนขยายความสัมพันธ์อันดีกับประเทศในโลกตะวันตก ด้วยมาตรการผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศ ล่าสุดเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สื่อมวลชนจีนและสื่อต่างประเทศรายงานยืนยันว่า จีนจะใช้มาตรการวีซ่าฟรีแก่ผู้ที่มีสัญชาติอังกฤษและแคนาดา เริ่มตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์ – 31 ธันวาคม 2569  เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้ที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวจากทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งจะสามารถพำนักอยู่ในจีนได้นาน 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า มาตรการดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ว่าจีนกับสหราชอาณาจักร และแคนาดา มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างกันมากขึ้น และจะเป็นผลดีต่อการส่งเสริมความไว้วางใจระหว่างประชาชน มาตรการวีซ่าฟรีเป็นเครื่องมือที่จีนใช้ในการเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ที่ผ่านมา จีนใช้มาตรการวีซ่าฟรีแก่ประเทศต่าง ๆ แล้วอย่างน้อย 50 ประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และออสเตรเลีย โดยครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลังจากผู้นำสหราชอาณาจักรเยือนจีนเมื่อ มกราคม 2569 และได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน แม้ว่านานาชาติ รวมทั้งนักการเมืองในสหราชอาณาจักรจะเดือนว่าการดำเนินนโยบายต่างประเทศใกล้ชิดกับจีนอาจเป็นผลเสียต่อความมั่นคงของสหราชอาณาจักร เฉพาะอย่างยิ่งกรณีจีนจะขอสร้าง สอท.จีน/กรุงลอนดอน แห่งใหม่ แต่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร ก็ยังยืนยันว่าการปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนให้เป็นปกติ จะเป็นประโยชน์กับความมั่นคงและความมั่งคั่งของสหราชอาณาจักรมากกว่า…

การประท้วงรัฐบาลอิหร่านทั่วโลก

สถานการณ์ความมั่นคงในอิหร่านยังคงตึงเครียด และเกิดการประท้วงในเมืองสำคัญของอิหร่านที่ชาวอิหร่านคัดค้านนโยบายของรัฐบาลซึ่งล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง  กระแสการประท้วงดังกล่าวยังขยายตัวไปในต่างประเทศ โดยมีรายงานเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า มีประชาชนในต่างประเทศรวมตัวกันจำนวนมากสูงสุดถึง 350,000 คน เพื่อแสดงออกถึงการประท้วงเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติในอิหร่าน  พื้นที่ที่ปรากฏการชุมนุมขนาดใหญ่ ได้แก่ เมืองลอสแองเจลลิส สหรัฐฯ  เมืองโตรอนโต แคนาดา เมืองมิวนิก เยอรมนี  กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ผู้ประท้วงส่วนใหญ่รวมตัวกันในที่สาธารณะ โบกธงชาติอิหร่านและชูป้ายประท้วง การประท้วงอิหร่านในต่างประเทศที่น่าสนใจ คือ กรณีที่เมืองมิวนิก เยอรมนี เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากมีนายเรซา ปาห์ลาวี ผู้ลี้ภัยเชื้อสายราชวงศ์ปาห์ลาวี ที่ลี้ภัยในต่างประเทศ เป็นแกนนำการประท้วงในนาม “global day of action” กระตุ้นให้ประชาชนและผู้สนับสนุนร่วมกันแสดงออกทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงอิหร่าน ทำให้มีผู้ชุมนุมออกไปร่วมแสดงพลังมากกว่า 250,000 คน ผู้ประท้วงได้โบกธงอิหร่านที่มีสัญลักษณ์สิงโตและพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นธงชาติอิหร่านที่ใช้ในช่วงก่อนการปฏิบัติอิสลามเมื่อปี 2522 และตะโกนสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิหร่าน รวมทั้งกล่าวสนับสนุนบทบาทของพระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน และระบอบการปกครองโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย ท่าทีที่น่าจับตามองของนายเรซา…