กองเรือแปซิฟิกรัสเซียเดินทางไปช่องแคบเกาหลีเพื่อปฏิบัติภารกิจระยะไกล

สนข.Tass รายงานอ้างสำนักประชาสัมพันธ์ของกองเรือแปซิฟิกรัสเซียเมื่อ 4 มี.ค.69 ว่า กองเรือแปซิฟิกรัสเซีย ประกอบด้วย เรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้า Petropavlovsk-Kamchatsky เรือคอร์เวต Gromky และเรือลากจูง Andrey Stepanov เริ่มเดินทางไปช่องแคบเกาหลี เพื่อปฏิบัติภารกิจเดินทางระยะไกลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงการฝึกทางทะเลหลายรูปแบบ อาทิ การฝึกขับไล่การโจมตีทางอากาศและเรือไร้คนขับบริเวณทะเลญี่ปุ่น และจะเข้าเทียบท่าที่ประเทศพันธมิตรของรัสเซีย นอกจากนี้ ยังมีกองเรือแปซิฟิกรัสเซีย ประกอบด้วย เรือรบฟริเกต Marshal Shaposhnikov (เรือรบต่อต้านเรือดำน้ำขนาดใหญ่) พร้อมด้วยเรือคอร์เวต Sovershenny และ Rezky อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจสนับสนุนเรือบรรทุกน้ำมัน Pechenga ในหลายพื้นที่ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

รมว.กต.จีนหารือกับ UAE และซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับเชค อับดุลลาห์ บิน ซายิด อัลนะห์ยาน รมว.กต.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน อาล ซะอูด รมว.กต.ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 4 มี.ค.69  นายหวัง อี้ ย้ำจุดยืนของจีน ซึ่งการลุกลามของสงครามไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด และประชาชนในภูมิภาคจะเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมแสดงการสนับสนุนข้อเรียกร้องที่ชอบธรรมของ UAE ในการปกป้องความมั่นคงของชาติ และสนับสนุนประเทศในภูมิภาคในการแก้ไขข้อพิพาทผ่านวิธีทางการทูตต่อไป ขณะที่ จีนจะยังแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ โดยจะส่งผู้แทนพิเศษด้านกิจการ ตอ.กลาง เข้ามาประสานไกล่เกลี่ยและส่งเสริมการกลับคืนสู่สันติภาพและเสถียรภาพ และหวังว่า UAE จะรับประกันความปลอดภัยของพลเมืองและหน่วยงานจีนใน UAE ส่วนการหารือกับซาอุดีอาระเบีย นายหวัง อี้ กล่าวว่า จีนไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งขยายตัวไปยังกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบีย

รมว.กต.ตุรกีและสเปนหารือสถานการณ์ ตอ.กลาง

  สนข.Anadolu Agency รายงานเมื่อ 5 มี.ค.69 ว่า นาย Hakan Fidan รมว.กต.ตุรกี และนาย Jose Manuel Albares รมว.กต.สเปน ได้หารือทางโทรศัพท์เกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดใน ตอ.กลาง โดยสเปนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดระดับความตึงเครียดและกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา พร้อมเรียกร้องให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับตุรกี หลังมีรายงานว่าอิหร่านยิงขีปนาวุธไปยังน่านฟ้าตุรกี  นาย Fidan ยังหารือกับ รมว.กต.หลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ อียิปต์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน แคนาดา และประเทศใน ตอ.กลาง เพื่อประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้รัฐบาลคืนเงินภาษีให้กับบริษัทผู้นำเข้า

ผู้พิพากษาศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ  ออกคำสั่งเมื่อ 6 มี.ค.69 ให้กรมศุลกากรและป้องกันชายแดน (Customs and Border Protection) เริ่มกระบวนการคืนเงินภาษีนำเข้าสินค้า ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มบังคับใช้ภายใต้กฎหมายการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act -IEEPA) เมื่อปี 2568 โดยระบุว่า ผู้นำเข้าทั้งหมดที่จดทะเบียนและเสียภาษีนำเข้าสินค้าตาม IEEPA มีสิทธิได้รับประโยชน์ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ วินิจฉัยให้การเก็บภาษีดังกล่าวเป็นโมฆะ  ทั้งนี้ กระบวนการคืนเงินภาษียังไม่มีความชัดเจน และประธานาธิบดีทรัมป์ รวมทั้ง จนท.ระดับสูงในรัฐบาล ปฏิเสธที่จะคืนเงินภาษีในทันที และมีแนวโน้มที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลอีก

ดัชนีหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดใน ตอ.กลาง

Bloomberg รายงานกรณีดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 8 เมื่อ 4 มี.ค. 69 จนต้องใช้มาตรการหยุดพักการซื้อขาย (Circuit Breaker) 30 นาที และปิดตลาดที่ติดลบร้อยละ 5.6 ถือเป็นการปรับตัวลดลงรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี และเป็นการกลับทิศทางจากที่เคยปรับขึ้นร้อยละ 13 หลังจากการเลือกตั้งทั่วไป โดยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดใน ตอ.กลาง ซึ่งไทยเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเอเชีย ตอ.ต. เพราะพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูง และความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้นอาจกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจ รวมถึงการหยุดชะงักของเส้นทางการบินอาจกระทบกับภาคการท่องเที่ยวที่สำคัญของไทยด้วย

ศูนย์กลางการบินในเอเชียจะได้ประโยชน์จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

The Business Times ระบุว่า กรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่านส่งผลให้หลายสนามบินในตะวันออกกลางปิดทำการ ทำให้การบินระหว่างตะวันออก–ตะวันตกต้องหาเส้นทางใหม่ โดยอาจผ่านทางฮ่องกง กรุงเทพฯ หรือสิงคโปร์ ซึ่งเป็นจุดต่อเครื่องที่มีระบบการจัดการที่ดีและมีความสามารถในการรองรับการเดินทาง โดยในระยะสั้นสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิก การบินไทย และสิงคโปร์แอร์ไลน์ส จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าว พร้อมกับข้อเสนอที่ดีกว่าในการแวะพักและทัวร์ชมเมือง ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นปลายทางอันดับต้น ๆ ของนักเดินทางอยู่แล้ว ขณะที่ผู้เดินทางอาจมีความลังเลในการตัดสินใจจองเที่ยวบินระยะไกล โดยอาจเปลี่ยนไปท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะในจีน อินเดีย และยุโรป รวมถึงเปลี่ยนจุดหมายจากการเดินทางไปสหรัฐฯ เป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย และประเทศอื่นในเอเชีย ตอ.ต.แทน

นรม.อิสราเอลระบุว่าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านจะไม่ยืดเยื้อหลายปี

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ให้สัมภาษณ์เมื่อ 2 มี.ค.69 ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เนื่องจากผู้นำอิหร่านเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถปฏิรูปได้และมีแนวคิดมุ่งทำลายสหรัฐฯ  ตลอดจนจะพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ โดย นรม.เนทันยาฮู ระบุว่า ระบอบการปกครองของอิหร่านอยู่ในภาวะอ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา พร้อมแสดงความคาดหวังว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด และอาจต้องใช้เวลาสักระยะ แต่ย้ำว่าจะไม่ยืดเยื้อเป็นเวลาหลายปี  นอกจากนี้ นรม.เนทันยาฮู ย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะช่วยเปิดทางให้ชาวอิหร่านสามารถโค่นล้มระบอบเผด็จการ และจะเป็นโอกาสสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง รวมถึงโอกาสในการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับซาอุดีอาระเบีย

หน่วยงานของ UN กังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) รายงานเมื่อ 3 มี.ค.69 ว่า นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดของ UN กังวลความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือนเพิ่มขึ้นและสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความตึงเครียด โดยเลขาธิการ  UN กังวลการขยายตัวของแนวรบใหม่ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือนเพิ่มขึ้น ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน (OHCHR) ประเมินว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มเลวร้ายลงและจะขยายวงกว้าง ส่วนทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่า ทางเข้าอาคารโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่เมือง Natanz อิหร่าน ได้รับความเสียหาย  ขณะที่ กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในเลบานอน (UNIFIL) ระบุว่ามีการโจมตีทางอากาศ และการยิงปะทะ ต่อเนื่องบริเวณชายแดนเลบานอนด้านทิศใต้ติดกับอิสราเอล

นรม.มาเลเซียระบุว่าชาวมาเลเซียกลุ่มหนึ่งวางแผนล้มรัฐบาล

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 3 มี.ค.69 ว่า มีชาวมาเลเซียกลุ่มหนึ่งวางแผนล้มรัฐบาล โดยใช้อิทธิพลของสื่อ สถาบันระหว่างประเทศ และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล ตั้งคำถามถึงโครงการริเริ่มของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับ คกก.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (MACC) โดยปลุกปั่นผ่านหน่วยงานระหว่างประเทศและสื่อมวลชนต่างชาติ เช่น สนข.Bloomberg เพื่อบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ทั้งยังอาศัยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ สส.ขัดขวางการประชุมและตั้งกระทู้ถามในรัฐสภาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว   ความพยายามล้มล้างรัฐบาลน่าจะมาจากการที่ MACC ดำเนินการสืบสวนคดีทุจริตขนาดใหญ่หลายคดี

โอกาสเกาหลีเหนือ… เผชิญชะตากรรมเหมือนกับเวเนซุเอลา และอิหร่าน ?

การปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สหรัฐฯ ยืนยันจะเดินหน้าต่อไปในอิหร่านตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 2 มีนาคม 2569 ทำให้เกิดการวิเคราะห์กันต่อไปว่า……แล้วเกาหลีเหนือประเทศที่สหรัฐฯ กล่าวหา โดยตลอดว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และมีการทดสอบการยิงขีปนาวุธท้าทายสหรัฐฯ บ่อยครั้ง จะเป็นประเทศต่อไปหรือไม่ที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับบุกลักพาตัวผู้นำเวเนซุเอลาด้วยข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ  และโจมตีทางทหารอิหร่านอย่างรุนแรงร่วมกับอิสราเอล เพื่อลดทอนศักยภาพในการพัฒนานิวเคลียร์ และปลดปล่อยให้ประชาชนมีเสรีภาพตามที่สหรัฐฯ กล่าวอ้าง กลับมาดูท่าทีเกาหลีเหนือที่มีความใกล้ชิดกับอิหร่าน เกาหลีเหนือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ออกถ้อยแถลงประณามการกระทำของสหรัฐฯ และอิสราเอลครั้งนี้ อย่างรุนแรง จากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งละเมิดกฎระเบียบระหว่างประเทศ เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตนเอง รวมทั้งมุ่งความเป็นใหญ่เพียงฝ่ายเดียว และเป็นธรรมชาตินิสัยอันธพาลของสหรัฐฯ พร้อมกับสะท้อนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขยายตัววงกว้างออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับโอกาสที่เกาหลีเหนือจะเผชิญกับเหตุการณ์เดียวกับเวเนซุเอลา และอิหร่าน อาจต้องพิจารณาสถานการณ์ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์โจมตีอิหร่าน ประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้ประชาคมโลกจับตามองมาที่เอเชีย-แปซิฟิกถึงทิศทางความสัมพันธ์กับจีน ที่ทำสงครามเศรษฐกิจกันอย่างเข้มข้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางเยือนจีนใน 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ซึ่งในห้วงนั้น อาจมีการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งนายคิม จองอึนได้พูดเปิดทางไป เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ในโอกาสแถลงปิดการประชุมสมัชชาพรรคแรงงานครั้งที่…