สงครามอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ อาจเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงพลังงานมากขึ้นในอนาคต แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve-SPR) มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน และสามารถผลิตน้ำมันได้เอง แต่ความขัดแย้งและการทำสงครามกับอิหร่านที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนน้ำมันและพลังงานที่ไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และเพื่อไม่สร้างแรงกดดันให้ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ปล่อยน้ำมันจากคลัง SPR แล้วบางส่วนตั้งแต่ มีนาคม 2569 เพื่อให้ชาวอเมริกันมั่นใจว่าจะมีพลังงานใช้เพียงพอ ที่สำคัญ คือ การพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับเพิ่มสูงขึ้นมากจนส่งผลกระทบต่อการอุปโภค อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า ระดับน้ำมันในคลัง SPR ของสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 319.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นลดลงเป็นปริมาณต่ำสุดตั้งแต่ปี 2526 คลังน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ สามารถเก็บน้ำมันได้ปริมาณสูงสุด 713.5 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งคลังน้ำมัน SPR เมื่อปี 2518 เพื่อรับมือกับเหตุการณ์กลุ่มประเทศตะวันออกกลางระงับการส่งออกน้ำมันให้สหรัฐฯ ที่ผ่านมา สหรัฐฯ…

ยูเครนปรับยุทธวิธีโจมตีเส้นทางขนส่งสำคัญของรัสเซีย

ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซียตึงเครียดต่อเนื่อง จากปฏิบัติการทางทหารของทั้ง 2 ฝ่าย ล่าสุด มีรายงานเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ว่า ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับปฏิบัติการโจมตีเรือรัสเซียที่อยู่ระหว่างแล่นในทะเล Azov น่านน้ำใกล้บริเวณชายฝั่งไครเมีย ที่เชื่อมกับทะเลดำ โดยผู้บัญชาการกองปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับของยูเครนเปิดเผยว่าสามารถโจมตีเรือเป้าหมายได้ 25 ลำ ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่าการปฏิบัติการของยูเครนในห้วงนี้ ที่เพิ่มความรุนแรงและสามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของรัสเซีย และความเชื่อมั่นต่อผู้นำรัสเซียที่ก่อนหน้านี้ ที่ออกแถลงการณ์ว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติได้ในระยะยาว ปัจจุบัน ยูเครนปรับยุทธวิธีการโจมตีรัสเซีย ด้วยการเน้นทำลายระบบขนส่งที่สำคัญของรัสเซีย หรือปฏิบัติการ “logistics lockdown” ซึ่งในระยะแรกจะเน้นทำลายขีดความสามารถในการขนส่งของรัสเซียจากไครเมีย เช่น ท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในไครเมีย และทำลายเรือสินค้าที่ยูเครนจัดว่าเป็นกลุ่ม Shadow Fleet หรือกองเรือขนส่งสินค้าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ เนื่องจากที่ผ่านมา กองเรือกลุ่ม Shadow Fleet ลักลอบขนส่งสินค้า โดยเฉพาะพลังงาน ไปต่างประเทศ ทั้งที่รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตร ทำให้รัฐบาลและกองทัพรัสเซียยังมีรายได้ไปเพิ่มพูนศักยภาพในการทำสงครามกับยูเครน ยูเครนเริ่มปฏิบัติการ logistics lockdown ตั้งแต่มิถุนายน 2569 โดยมีการโจมตีท่าเรือ Kerch ที่ตั้งโรงเก็บน้ำมันและพลังงาน และฐานทัพอากาศ Dzhankoi…

สหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่ : สาเหตุและผลกระทบ

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 8 กรกฎาคม 2569 ว่าข้อตกลง MoU หยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากสหรัฐฯ พบว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงดังกล่าวด้วยการโจมตีเรือจำนวน 3 ลำ ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้นกองทัพสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคก็เริ่มการโจมตีต่อเป้าหมายทางการทหารในหลายพื้นที่บริเวณภาคตะวันตกของอิหร่าน ติดกับช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งโจมตีโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ Bushehr ด้วย ด้านอิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ ทันที ด้วยการใช้ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ คูเวต บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน และอิรัก ซึ่งขยายขอบเขตพื้นที่ปะทะไปมากกว่าการโจมตีรอบที่ผ่านมา ด้านรัฐบาลประเทศรอบอ่าวเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ข้อตกลง MoU ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มต้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 สาระสำคัญคือการหยุดยิงในทุกสมรภูมิ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ประเทศเจรจากันเป็นระยะเวลา 60 วัน เกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซและความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม มี 3 สาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะรอบใหม่ ได้แก่ 1)…

ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่าง รมว.กต.อาเซียนกับเมียนมา

การประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่าง รมว.กต.อาเซียนกับ รมว.กต.เมียนมา จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ใน 12 ก.ค.69 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เสริมสร้างความร่วมมือ และส่งเสริมการเจรจาเพื่อสร้างความปรองดองในเมียนมา ภายหลัง รมว.กต.อาเซียน เห็นชอบในห้วงการประชุมสุดยอด ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ เมื่อ พ.ค.69 ให้จัดการประชุมหารือกับ รมว.กต.เมียนมา ตามข้อเสนอของไทย เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับเมียนมา  ขณะที่ฝ่ายเมียนมาพยายามผลักดันให้อาเซียนยกเลิกข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของผู้นำเมียนมาในกรอบการประชุมระดับสูง ซึ่งมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อปี 2564 เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน

นรม.เกาหลีเหนือจะเยือนจีน เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 65 ปีสนธิสัญญาระหว่างกัน

สนข.KCNA ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 ว่า นายพัก แท-ซ็อง นรม.เกาหลีเหนือ ในฐานะหัวคณะผู้แทนจะเยือนจีน ระหว่าง 10-12 ก.ค.69 ตามคำเชิญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 65 ปีการลงนามสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ ความร่วมมือ และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างเกาหลีเหนือกับจีน  สนธิสัญญาดังกล่าวลงนามเมื่อ 11 ก.ค.04 โดยนายคิม อิล-ซ็อง ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และนายโจว เอินไหล นรม.จีน ในขณะนั้น ปัจจุบัน เกาหลีเหนือและจีนพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในหลายด้าน หลังเกาหลีเหนือกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียตั้งแต่ปี 2567 โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการทหารในบริบทความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน

มาเลเซียเตรียมประจำการโดรนในทุกรัฐเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย

  ดาตุ๊ก ซากาเรีย ซาอาบัน ผบช.สตม.มาเลเซีย แถลงเมื่อ 10 ก.ค.69 ว่า สตม.เตรียมจัดตั้งหน่วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในทุกรัฐเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายและเพิ่มขีดความสามารถในการลาดตระเวน โดยจะเพิ่มจำนวนโดรนและผู้ควบคุมให้สอดคล้องกับความต้องการ ตลอดจนจะบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถขั้นสูง อาทิ การสร้างแผนที่พื้นที่เป้าหมาย ทั้งนี้ สตม.มาเลเซียเริ่มใช้โดรนเสริมภารกิจตั้งแต่ปี 2564 เน้นใช้ในการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองในพื้นที่เข้าถึงยาก เฝ้าระวังทางอากาศระหว่างที่ จนท.ปฏิบัติการค้นหาผู้ต้องสงสัยที่พยายามหลบหนีหรือซ่อนตัว และติดตามเป้าหมายระหว่างการบุกตรวจค้น

อิสราเอลเตือนสหรัฐฯ ว่าอิหร่านวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดีทรัมป์

นสพ. Wall Street Journal รายงานเมื่อ 9 ก.ค.69 อ้างแหล่งข่าวว่า อิสราเอลส่งรายงานข่าวกรองให้สหรัฐฯ เพื่อแจ้งเตือนว่า อิหร่านวางแผนปฏิบัติการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีกครั้ง โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของแผนดังกล่าว รวมทั้งไม่ได้ระบุว่าอิสราเอลส่งรายงานแจ้งเตือนสหรัฐฯ เมื่อใด หรือผ่านช่องทางใด   สื่อดังกล่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อิหร่านแสดงจุดยืนต่อสาธารณะมาโดยตลอดว่าจะตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อแก้แค้นกรณีสหรัฐฯ ปฏิบัติการลอบสังหาร พล.ท.กอซิม สุลัยมานี อดีต ผบ. Quds Force สังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เมื่อปี 2563 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก

ฉากทัศน์ต่อไประหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ฉากทัศน์ หรือ scenario ต่อไประหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาตอบโต้ด้านการทหารกันอีกครั้ง โดยเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM  โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายจุดทางตอนใต้ของอิหร่านกว่า 80 เป้าหมาย เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ และหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อ 8 เมษายน 2569 ที่ตุรกี เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดเนโต ว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้จบลงแล้ว CENTCOM ก็โจมตีอิหร่าน รอบที่ 2 กว่า 90 เป้าหมาย ขณะที่อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ ตั้งแต่โจมตีครั้งใหม่รอบแรก ด้วยการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้แก่ ที่มั่นด้านการทหารรวมทั้งฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน จำนวน 85 แห่ง ครั้งที่ 2 โจมตีบาห์เรน คูเวต และกาตาร์ พร้อมประกาศว่า พร้อมจะตอบโต้สหรัฐฯ อีก และอิหร่านยืนกรานว่า…

ไทยและมาเลเซียเห็นพ้องพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนและแก้ไขปัญหาการค้าอาหารทะเล

Reuters รายงานกรณีไทยและมาเลเซีย เห็นพ้องการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมทั้งแก้ไขปัญหาการค้าอาหารทะเล  เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและคลี่คลายปัญหาบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงที่กลับมาเพิ่มขึ้น หลังเกิดเหตุความรุนแรงที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ โดยส่งผลให้ทั้งสองประเทศเพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดน

ลาวต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.1 ล้านคน ห้วง ม.ค.-พ.ค.69

ในห้วง ม.ค.-พ.ค.69 ลาวต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 47 ของเป้าหมายในปี 2569 ซึ่งมีจำนวน 4.46 ล้านคน และสร้างรายได้ให้ประเทศ 960 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2567 ร้อยละ 8 ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยมีชาวลาวท่องเที่ยวในประเทศ 1.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 30 ของเป้าหมายปี 2569 ส่วนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการแหล่งท่องเที่ยว การสำรวจที่ดินและกำหนดเขตแดนในแหล่งท่องเที่ยว ดำเนินการแล้วเสร็จ 3 แห่ง มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ปีละ 2 แห่ง ทั้งนี้ แม้ภาพรวมการท่องเที่ยวลาวจะมีทิศทางเชิงบวก แต่บางพื้นที่ อาทิ แขวงหลวงพระบาง กลับมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ผลจากราคาพลังงานเชื้อเพลิงและค่าบัตรโดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลลาวยังคงเร่งดำเนินการปรับปรุงมาตรฐาน และการคุ้มครองนักท่องเที่ยว ทั้งยังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนจาก สอท.จีน เพื่อแก้ไขปัญหา “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”