ดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทยที่ลดลงไม่ส่งผลกระทบต่อการเป็นสมาชิก OECD

ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index – CPI) ของไทยปี 2568 ตกต่ำลง และคะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 42 คะแนน โดยไทยได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 เทียบกับปี 2567 ได้ 34 คะแนน อยู่อันดับ 107  การที่ CPI ของไทยถดถอย ทำให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของไทยลดลง  เนื่องจาก CPI มีอิทธิพลต่อการประเมินของหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น Moody’s หรือ S&P รวมถึง การประเมินนโยบายและสถาบันระดับประเทศ (Country Policy and Institutional Assessment – CPIA) ของธนาคารโลก อย่างไรก็ดี CPI ไม่มีผลกระทบโดยตรงของไทยต่อการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation…

ไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ..กับเศรษฐกิจโลก 2569

คำถามนี้เป็นคำถามที่ต้องรีบหาคำตอบให้ได้เร็วที่สุด แม้ IMF และธนาคารโลกประเมินว่าในปี 2569 เศรษฐกิจโลกมีความยืดหยุ่นสูง แม้เผชิญความไม่แน่นอน จากความตึงเครียดทางการค้า ความไม่แน่นอนของนโยบาย และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก แต่มีความเป็นไปได้ที่การลงทุนจริงในภาคดังกล่าวจะปรับลดลง และอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนมากขึ้น หากเทคโนโลยี AI สร้างรายได้หรือกำไรได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ เศรษฐกิจไทย IMF และธนาคารโลกคาดการณ์สอดคล้องกันว่า GDP ในปี 2569 จะขยายตัวไม่เกินร้อยละ 2  (IMF ประเมินที่ร้อยละ ๑.๖  ธนาคารโลกประเมิน ร้อยละ ๑.๘)  ปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยที่สำคัญคือ โครงสร้างการส่งออกที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งจะได้รับผลกระทบหนัก หากถูกสหรัฐฯ กดดัน แต่ไทย มีจุดแข็งในการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางกับทุกฝ่าย ระบบโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับที่ดี และการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ไทยเป็นต้องเร่งพัฒนาแรงงานทักษะสูงเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มเฉพาะอย่างยิ่งเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เนื่องจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดการขาดดุลการคลัง และมีงบประมาณเพียงพอรับมือกับวิกฤตในอนาคต IMF และธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจโลกในปี…

OPEC+ จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน ใน เม.ย.69

สนข.Bloomberg รายงานว่า ที่ประชุมสมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน มีมติเมื่อ 1 มี.ค.69 ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน ในห้วง เม.ย.69 โดยคาดว่าการเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวจะช่วยบรรเทาปัญหาอุปทานน้ำมันดิบขาดแคลน หลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันมากกว่าร้อยละ 20 ของโลก เมื่อ 28 ก.พ.69 ทั้งนี้ OPEC+ จะจัดประชุมทบทวนปรับกำลังการผลิตอีกครั้งใน 5 เม.ย.69

ไทยมีแผนเก็บภาษีความเค็มเพื่อบรรเทาปัญหาด้านสุขภาพ

CNA ระบุถึงกรณีไทยมีแผนจัดเก็บภาษีความเค็ม สำหรับผลิตภัณฑ์โซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว เพื่อควบคุมอัตราการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงและโรคไตที่เพิ่มขึ้น โดยคนไทยบริโภคโซเดียมเฉลี่ยประมาณ 3,600 มิลลิกรัม/วัน มากกว่าคำแนะนำจาก WHO ซึ่งอยู่ที่ 2,000 มิลลิกรัม/วัน ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นว่าการเก็บภาษีอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภคอาหารรสเค็มของคนไทยได้ และอาจเป็นการผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภค จึงเสนอให้รัฐลงทุนวิจัยสารทดแทนเกลือ ใช้ฉลากสีแสดงระดับความเสี่ยง และกำหนดมาตรฐานบังคับ รวมถึงมีมาตรการเสริม เช่น การปรับพฤติกรรมผ่านการให้ความรู้ รวมถึงการร่วมมือกับผู้ขายอาหารริมทาง ทั้งนี้ คนไทยยังบริโภคน้ำตาลเกินคำแนะนำของ WHO ด้วย และไทยใช้มาตรการเก็บภาษีน้ำตาลกับเครื่องดื่มรสหวานเมื่อปี 2560 แต่ไม่ครอบคลุมร้านอาหารหรือร้านแผงลอย ส่งผลให้ความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างจำกัด

สหราชอาณาจักรอนุญาตสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเชิงป้องกันกับอิหร่าน

นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 2 มี.ค.69  ว่า สหราชอาณาจักรอนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเพื่อปฏิบัติการทางทหารในลักษณะการโจมตีเชิงป้องกันต่อเป้าหมายในอิหร่านได้ ภายใต้หลักการป้องกันตนเองร่วมกันของพันธมิตรและเพื่อคุ้มครองชาวอังกฤษในตะวันออกกลางซึ่งมีอยู่ประมาณ 200,000 คน พร้อมย้ำว่าสหราชอาณาจักรไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีเชิงรุกและจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในขณะนี้ ภายหลังประกาศดังกล่าวต่อมามีรายงานว่า ฐานทัพ RAF Akrotiri ของสหราชอาณาจักรในไซปรัส ถูกโดรนซึ่งคาดว่าเป็นของอิหร่านโจมตีเสียหายเล็กน้อยและไม่มีผู้บาดเจ็บ

จีน-รัสเซียหารือเกี่ยวกับสถานการณ์โจมตีอิหร่าน

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย เมื่อ 1 มี.ค.69 ว่า การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่านในห้วงที่มีการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และการสังหารผู้นำสูงสุดของรัฐอธิปไตย พร้อมกับยุยงให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ จีนกังวลอย่างยิ่งว่า ความรุนแรงที่ขยายขอบเขตไปทั่วอ่าวเปอร์เซีย อาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง เข้าสู่ภาวะวิกฤตยิ่งขึ้น พร้อมกับแสดงจุดยืนของจีน ดังนี้ 1) ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที  2) รื้อฟื้นการเจรจาพูดคุยโดยเร็ว  3) ร่วมกันต่อต้านการกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว   ขณะที่ รมว.กต.รัสเซีย ระบุว่า รัสเซียมีจุดยืนเช่นเดียวกับจีน

ราคาน้ำมันดิบโลกอาจปรับเพิ่ม หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สนข.Bloomberg รายงานว่า การขนส่งน้ำมันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักหลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อ 28 ก.พ.69 เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล   ซึ่งมีการประเมินว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้นถึง 120 – 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่ราคาน้ำมันดิบห้วง ก.พ.69 เฉลี่ยอยู่ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางต้องปรับเส้นทางการขนส่ง โดยซาอุดีอาระเบียอาจเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งชั่วคราวโดยใช้ท่อส่งน้ำมันในประเทศไปยังท่าเรือที่ทะเลแดง ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้ท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมจากแหล่งน้ำมันไปยังท่าเรืออ่าวโอมาน ขณะที่อิรักส่งน้ำมันผ่านท่อส่งที่เชื่อมกับตุรกีไปยังชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแต่ท่อดังกล่าวสามารถขนส่งน้ำมันที่สูบจากแหล่งน้ำมันทางตอนเหนือของประเทศเท่านั้น ด้านคูเวต กาตาร์ และบาห์เรน จะเผชิญผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากไม่มีช่องทางสำรองอื่นนอกจากช่องแคบดังกล่าว

สภาผู้นำของอิหร่านทำหน้าที่แทนผู้นำสูงสุดเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่

สนข. IRNA ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 1 มี.ค.69 ว่า สภาผู้นำ (Leadership Council) ซึ่งประกอบด้วย สมาชิก 3 คน ได้แก่ ประธานาธิบดี ผู้นำฝ่ายตุลาการ และผู้แทนจากสภาผู้พิทักษ์อีก 1 คน จะเข้าทำหน้าที่แทนผู้นำสูงสุดเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะสภาผู้ชำนัญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีสมาชิก 88 คน จะสามารถจัดการประชุมเพื่อลงมติเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของอิหร่าน หลังจากอายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ เมื่อ 28 ก.พ.69 นอกจากนี้ IRNA ยังยืนยันว่า นายอะลี ชัมคานี ทปษ.ผู้นำสุงสุดอิหร่าน และเลขาธิการสภากลาโหมอิหร่าน (Iran’s Defence Council) และ พล.ต. มุฮัมมัด ปักปูร ผบ.กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

กต.จีนเรียกร้องให้ยุติการโจมตีอิหร่าน

กต.จีน แถลงเมื่อ 28 ก.พ.69 ว่า กังวลอย่างยิ่งต่อกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารทันทีพร้อมย้ำว่า อธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านควรได้รับการเคารพ นอกจากนี้ จีนเรียกร้องให้ยุติการเพิ่มความตึงเครียดของสถานการณ์ รื้อฟื้นการเจรจา  และพยายามยึดมั่นในสันติภาพและเสถียรภาพใน ตอ.กลาง

ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และ อิสราเอล

สำนักข่าว Press TV ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 1 มี.ค.69 เวลาประมาณ 8.30 น. ตามเวลาในไทย ยืนยันว่า อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านประกาศให้ไว้อาลัยทั่วประเทศ 40 วัน และจะล้างแค้นสำหรับการสูญเสียผู้นำครั้งนี้  รายงานข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับการเปิดเผยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ผ่านบัญชี Truth Social และ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก่อนหน้านี้เมื่อ 28 ก.พ.69 ที่ระบุว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตแล้ว