Mythos โมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านไซเบอร์เหนือขีดจำกัดของมนุษย์
Anthropic เผยโฉม Mythos โมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านไซเบอร์เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ โดยสามารถตรวจพบช่องโหว่ของระบบที่ถูกปิดตายมานานหลายทศวรรษได้อย่างแม่นยำ
Anthropic เผยโฉม Mythos โมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านไซเบอร์เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ โดยสามารถตรวจพบช่องโหว่ของระบบที่ถูกปิดตายมานานหลายทศวรรษได้อย่างแม่นยำ
Bloomsbury Intelligence and Security Institute ของสหราชอาณาจักร เผยแพร่บทความระบุว่า วิกฤตจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงเชิงโครงสร้างด้านพลังงานของไทย เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันดิบส่วนใหญ่จากภูมิภาค ตอ.กลาง ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจในประเทศ โดยรัฐบาลใช้มาตรการลดการใช้พลังงานแต่เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น และแม้ไทยจะจัดหาน้ำมันจากสหรัฐฯ และแองโกลา แต่ต้องเผชิญกับราคาที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการปรับเพิ่มสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดระยะกลางลดลง และส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อรัฐบาล โดยหากรัฐบาลล้มเหลวในการจัดการปัญหาราคาพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ขณะที่การอุดหนุนราคาอย่างต่อเนื่องอาจทำลายความน่าเชื่อถือทางการคลังของประเทศ
South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความระบุว่า ความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น เป็นตัวเร่งให้ผู้คนในภูมิภาคเอเชียเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์สันดาปไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะเนปาล ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ที่กำลังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ EV ด้วยเงินอุดหนุนจากรัฐบาล การแข่งขันราคาของผู้ผลิต และการตลาดเชิงรุก ช่วยผลักดันยอดขายรถยนต์ EV ให้เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับเทียบเท่าหรือนำหน้ายุโรป อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการ ด้านนักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผันผวนระยะสั้น แต่เป็นการตอบสนองเชิงโครงสร้างต่อต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ซื้ออย่างสิ้นเชิง และยุคของรถยนต์สันดาปกำลังถึงจุดสิ้นสุด
กระทรวงการไฟฟ้าและพลังงานเมียนมาร่วมกับกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทาน และสภาเนปยีดอ ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการจัดสรรน้ำมันดีเซลที่ผลิตภายในประเทศให้แก่เกษตรกรโดยตรง ตั้งแต่ 18 เม.ย.69 เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงและรับประกันการเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมสำหรับภาคการเกษตร โดยกำหนดราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลที่อัตรา 10,000 จั๊ตต่อแกลลอน (ประมาณ 152 บาท) และดำเนินการจัดส่งในรูปแบบชำระเงินปลายทางไปยังหมู่บ้านที่ยังมีความต้องการใช้น้ำมันสำหรับการเพาะปลูกพืช ได้แก่ ข้าวนาปรัง และพืชน้ำมัน รัฐมีแผนขยายการดำเนินการไปยังภาคและรัฐอื่น ๆ ด้วย
รายงาน Asian Development Outlook (ADO) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เมื่อ 10 เม.ย.69 คาดว่า เศรษฐกิจกัมพูชาในปี 2569 จะขยายตัวร้อยละ 4.5 แม้จะเผชิญความท้าทายจากกรณีพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย เศรษฐกิจและการค้าโลกที่ผันผวน และราคาพลังงานเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคการผลิต อัตราเงินเฟ้อ และกำลังซื้อของประชาชน เนื่องจากกัมพูชาปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างรอบคอบ ตลอดจนปฏิรูปการศึกษาและการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสู่พลังงานสะอาด ทั้งนี้ กค.กัมพูชาประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ ADB เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์และเตรียมให้ความช่วยเหลือผู้ทีไ่ด้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนและทันท่วงที
โพสต์ของนายหลิน เจียหลง รมว.กต.ไต้หวัน ผ่าน Facebook ถึงการพบหารือกับผู้แทนจาก Council on Foreign Relations (CFR) ของสหรัฐฯ เมื่อ 17 เม.ย.69 ที่ กต.ไต้หวัน ว่า ไต้หวันจะเร่งกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับฟิลิปปินส์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรมของไต้หวัน อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ การเกษตรอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด โดยจะมุ่งเชื่อมโยงโครงการระเบียงเศรษฐกิจไต้หวัน-ฟิลิปปินส์ (Taiwan-Philippines Economic Corridor) ให้เข้ากับโครงการระเบียงเศรษฐกิจลูซอนระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์ (US-Japan-Philippines Luzon Economic Corridor) และบูรณาการจุดแข็งด้านขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ กับระบบนิเวศภาคการผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ครบวงจรของไต้หวัน ตลอดจนทรัพยากรที่ดินและแรงงานที่เข้มแข็งของฟิลิปปินส์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน
นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 18 เม.ย.69 ว่า บริษัทพลังงานแห่งชาติ Petronas อาจเจรจากับรัสเซียเพื่อเสริมอุปทานน้ำมันสำหรับการบริโภคภายในประเทศ พร้อมย้ำว่ามาเลเซียมีความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายทางการทูตที่เป็นมิตรกับทุกประเทศ รวมถึงอิหร่าน อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันของมาเลเซียสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command – CENTCOM) เผยแพร่แถลงกาณ์เมื่อ 19 เม.ย.69 ว่า เรือพิฆาตติดขีปนาวุธของ ทร.สหรัฐฯ USS Spruance (DDG 111) ขัดขวางเรือบรรทุกสินค้า Touska สัญชาติอิหร่าน ที่กำลังมุ่งหน้าไปท่าเรือบันดาร์อับบาส อิหร่าน ภายหลังประกาศแจ้งเตือนมาเป็นเวลา 6 ชั่วโมง ก่อนที่เรือรบสหรัฐฯ ยิงปืนใหญ่ MK 45 ทำลายห้องเครื่องของเรือบรรทุกสินค้าดังกล่าวเพื่อให้เรือหยุดแล่น และให้ นย.ยึดและบุกค้นเรือดังกล่าว ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นเรือบรรทุกสินค้ารวมแล้ว 25 ลำ ตามมาตรการข้างต้น
บรรยากาศความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านตึงเครียดต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งจากความเคลื่อนไหวด้านการทหารและมาตรการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสินค้าและเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ล่าสุดเมื่อ 19 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าได้สั่งการให้กองเรือรบของสหรัฐฯ สกัดกั้นและยึดเรือขนส่งสินค้าของอิหร่านไว้จำนวน 1 ลำ ชื่อเรือ Touska ขณะกำลังแล่นในอ่าวโอมาน เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเดินทางต่อไปยังท่าเรือ Bandar Abbas ของอิหร่าน ด้านกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (US Central Command) ระบุว่าสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนลูกเรือ Touska ล่วงหน้าแล้วแต่ไม่เป็นผล ปฏิบัติการยึดเรือเป็นไปเพื่อยับยั้งการเดินเรือและตรวจสอบสินค้าที่อยู่บนเรือดังกล่าว สหรัฐฯ ใช้เรือพิฆาตในปฏิบัติการยึดเรือดังกล่าว ทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างมาก และโจมตีสหรัฐฯ ว่าแสดงพฤติกรรมเป็นโจรสลัด ซึ่งอิหร่านพร้อมจะตอบโต้ นอกจากนี้ อิหร่านยังใช้กรณีการยึดเรือเป็นหลักฐานว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เพราะโจมตีเรือสินค้าของอิหร่านที่เดินทางมาจากจีน เหตุการณ์สหรัฐฯ ยึดเรืออิหร่านเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากการเผชิญหน้ากันในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯ เพิ่มการวางกำลังและยุทโธปกรณ์รอบช่องแคบดังกล่าวและประกาศจะปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่ 13 เมษายน 2569 เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขในการเจรจาสันติภาพ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าต้องการควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเองด้วย ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจใช้การทหารเป็นเครื่องมือทำสงครามในช่องแคบฮอร์มุซ และเปลี่ยนยุทธวิธีจากการโจมตีบุคคลและโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารในอิหร่าน เป็นการโจมตีช่องแคบฮอร์มุซแทน…
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 17 เมษายน 2569 ต่ออายุการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่อรัสเซียออกไปอีก 30 วันหรือจนถึง 16 พฤษภาคม 2569 หลังจากการประกาศใช้หลังการผ่อนปรนรอบแรกหมดอายุเมื่อ 11 เมษายน 2569 โดยสหรัฐฯ จะอนุญาตให้รัสเซียขนส่งและจำหน่ายน้ำมันเฉพาะที่บรรทุกขึ้นเรือแล้วเสร็จก่อน 17 เมษายน 2569 ทั้งนี้ รัสเซียมีน้ำมันที่บรรทุกขึ้นเรือ และพร้อมจำหน่ายตามเงื่อนไขของการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรกว่า 100 ล้านบาร์เรล สหรัฐฯ ต้องการให้มาตรการผ่อนปรนต่อรัสเซียช่วยรักษาเสถียรภาพช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในตลาดโลก ควบคู่ไปกับกดดันอิหร่านว่า ยังมีทางเลือกในการซื้อ-ขายน้ำมัน นอกจากพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็สะท้อนการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียว่า ทั้งที่สนับสนุนยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย และคว่ำบาตรพลังงานต่อรัสเซีย ด้วยการห้ามไม่ให้ประเทศต่าง ๆ ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย จากกรณีรัสเซียยังไม่หยุดรุกรานยูเครน แต่สหรัฐฯ ก็ไม่ได้เป็นศัตรูอย่างสิ้นเชิง รัสเซียจะมีรายได้เพิ่มจากการขายน้ำมัน ซึ่งจะเป็นการช่วยเศรษฐกิจรัสเซียขยายตัวไม่ค่อยสดใส เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการทำสงครามกับยูเครน โดยประธานาธิบดีรัสเซียยอมรับเมื่อ 18 เมษายน 2569 แล้วว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อ มกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 หดตัวลงแล้ว ร้อยละ 1.8 รวมทั้งผลผลิตด้านการผลิต…