จีนกับเกาหลีใต้จะขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม

สื่อมวลชนจีนรายงานเมื่อ 5 มกราคม 2569 เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายความร่วมมือระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ หลังจากที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศพบหารือกันเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์เมื่อต้นปี 2569 โดยสื่อรายงานว่า จีนกับเกาหลีใต้จัดการประชุมในกรอบ China-South Korea Business Forum ที่กรุงปักกิ่ง มีผู้แทนระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วม และเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทชั้นนำของจีนและเกาหลีใต้จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในธุรกิจด้านเทคโนโลยี และวัฒนธรรมระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในลักษณะ win-win cooperation ระหว่างนักธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้แทนจากรัฐบาลและบริษัทของจีนและเกาหลีใต้เข้าร่วมประมาณ 400 คน รวมทั้งผู้แทนจากบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้แก่ Samsung Electronics, Hyundai Motor Group และ LG Group การประชุม Business Forum จัดโดยสภาส่งเสริมการค้าของจีน (CCPIT) และหอการค้าและอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (KCCI) เป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรก โดยเน้นประเด็นนวัตกรรมด้านการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงปลอดภัย เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งจีนและเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมและการส่งออกเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ชีวการแพทย์…

ความคืบหน้ากรณีสหรัฐฯ – เวเนซุเอลา

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการบุกเข้าไปควบคุมตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภริยาเมื่อ 3 มกราคม 2568 เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีค้ายาเสพติดในศาลนครนิวยอร์ก ปัจจุบันยังคงมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ทั้งความเคลื่อนไหวในเวเนซุเอลาที่ต้องเร่งรักษาบรรยากาศด้านความมั่นคง และขั้นตอนต่อไปของสหรัฐฯ ที่ผู้นำสหรัฐฯ จะหารือกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ในประเทศ เพื่อให้พร้อมเข้าไป “บริหารจัดการ” น้ำมันในเวเนซุเอลา   ซึ่งผู้บริหารของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Exxon Mobil, ConocoPhillips และ Chevronจะเข้าร่วมการหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์  ปัจจุบัน บริษัท Chevron เป็นบริษัทเดียวที่เข้าไปลงทุนในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ พร้อมและต้องการเข้าไปบริหารทรัพยากรธรรมชาติในเวเนซุเอลา แม้ว่าจะเริ่มปรากฏกระแสวิจารณ์ว่า การส่งบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปในเวเนซุเอลาอาจไม่ได้ทำกำไรได้รวดเร็ว หรือคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเข้าไปลงทุน เพราะโครงสร้างพื้นฐานของเวเนซุเอลาอาจไม่เอื้อให้ลงทุน นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของเวเนซุเอลายังไม่แน่นอน และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรกน้ำมันเวเนซุเอลา ชาวอเมริกันจำนวน 1 ใน 3 ไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการบุกไปจับตัวผู้นำเวเนซุเอลา จากผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อ 5 มกราคม 2568 และไม่เห็นด้วยกับการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปกครองเวเนซุเอลาแทน แต่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันร้อยละ 65…

เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าจากมาตรการควบคุมของ ธปท. และใกล้เลือกตั้ง

ผลสำรวจากนักวิเคราะห์ของ Bloomberg คาดการณ์ว่า เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 32.1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากระดับ 31.51 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 5 ม.ค. 69 เนื่องจาก ธปท.เข้มงวดมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงทางการเมืองที่เป็นปัจจัยกดดันค่าเงิน เนื่องจากการยุบสภาทำให้ไทยอยู่ภายใต้รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจจำกัดด้านการคลัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนนโยบาย และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อประเทศ วางเงินประกันสำหรับตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สหรัฐฯ ได้เพิ่มรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางจำเป็นต้องวางเงินประกันสำหรับการขอรับการตรวจลงตราเข้าสหรัฐฯ (Visa Bond) อีก 7 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน บอตสวานา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง กินี กินี-บิสเซา นามิเบีย และเติร์กเมนิสถาน มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.69  จากรายชื่อเดิมที่มี มอริเชียส เซาตูเมและปรินซีปี แทนซาเนีย แกมเบีย มาลาวี และแซมเบีย รวมเป็นทั้งหมด 13 ประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือหนังสือเดินทางจาก 13 ประเทศดังกล่าวเพื่อยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภทธุรกิจและท่องเที่ยว (B1/B2) ต้องวางเงินประกันในอัตรา 5,000 – 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องเดินทางเข้าออกสหรัฐฯ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ Boston Logan, John F. Kennedy และ Washington Dulles เท่านั้น โดยจะได้เงินประกันคืน หากไม่ได้รับอนุมัติการตรวจลงตราหรือพำนักอยู่ไม่เกินเวลาที่กำหนด

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา (อายุ 64 ปี/ปี 2569) และนางซิเลีย ฟลอเรส (อายุ 69 ปี/ปี 2569) ภริยา ซึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อ 5 ม.ค.69 เพื่อเริ่มพิจารณาคดีตามข้อกล่าวหาของทางการสหรัฐฯ ได้แก่ การก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การสมคบคิดนำเข้าโคเคน และการครอบครองปืนกล รวมถึงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างต่อสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อศาล ด้านทนายความของประธานาธิบดีมาดูโร เปิดเผยว่า จะต่อสู้คดี โดยมุ่งเน้นประเด็นประธานาธิบดีมาดูโร มีสิทธิคุ้มกันจากการถูกดําเนินคดีในฐานะประมุขของรัฐ แม้ว่าสหรัฐฯ จะอ้างไม่ได้ยอมรับ ทั้งนี้ ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปใน 17 มี.ค.69 ขณะที่ประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนิวยอร์ก

รัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาทันที

สนข.TASS รายงานเมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ห้วงการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติฉุกเฉินกรณีสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา นาย Vasily Nebenzya ออท.รัสเซียประจำสหประชาชาติ ประณามการจับกุมผู้นำของประเทศอื่นโดยไม่ชอบธรรมของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาและภริยาทันที พร้อมระบุว่า การลักพาตัวผู้นำของประเทศอื่นซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ศักยภาพทางการทหารครอบงำประเทศอื่น สร้างความโกลาหล และบ่อนทำลายความมั่นคงระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า สหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายแบบจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคมแบบใหม่ (Neocolonialism) ต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา

รัฐบาลคิวระบุ จนท.คิวบาเสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

รัฐบาลคิวบาแถลง เมื่อ 4 ม.ค.69 ยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยข่าวกรองคิวบา ซึ่งได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในเวเนซุเอลาตามคำร้องขอรัฐบาลเวเนซุเอลา เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา เมื่อ 3 ม.ค.69 รวมจำนวน 32 คน รัฐบาลคิวบาประกาศไว้ทุกข์เป็นเวลา 2 วัน และได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ ยังมีรายงานอ้างนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่ระบุว่า คิวบามีบทบาทช่วยปกป้องประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ให้อยู่ในอำนาจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อารักขา รวมถึงหน่วยข่าวกรองภายใต้การบังคับบัญชาของประธานาธิบดีมาดูโรทั้งหมดเป็นชาวคิวบา

นรม.มาเลเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า ได้ติดตามสถานการณ์เวเนซุเอลาด้วยความกังวลอย่างยิ่ง  การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยาในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข  มาเลเซียเห็นว่าการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการปฏิสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างรัฐ ดังนั้น การเจรจายังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปกป้องพลเรือนและช่วยชาวเวเนซุเอลา

รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะบริหารจัดการกิจการน้ำมันในเวเนซุเอลา

นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า สหรัฐฯ จะไม่ควบคุมการบริหารประเทศของเวเนซุเอลา แต่จะเน้นการบริหารจัดการกิจการน้ำมันในช่วงเปลี่ยนผ่าน เ พร้อมทั้งย้ำว่า สหรัฐฯ จะยังคงบังคับใช้มาตรการกักกันน้ำมันและมาตรการคว่ำบาตร เพื่อกดดันให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการน้ำมัน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในวันเดียวกันว่า การปฏิบัติการของสหรัฐฯ มีเป้าหมายรักษาสันติภาพของโลก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโจมตีประธานาธิบดี Gustavo Petro ของโคลัมเบียว่า เกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะโคเคน และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปฏิบัติการจับกุมผู้นำโคลัมเบีย

ทำไม ? สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา

เพราะอะไรสหรัฐฯ จึงปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา เหตุผล คือ ปราบปรามยาเสพติดที่มีผู้นำเวเนซุเอลาเกี่ยวข้อง หรือเพื่อจะครอบครองทรัพยากรน้ำมัน หรือ….. เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลจีนในภูมิภาคละตินอเมริกา บทความนี้ น่าจะพอให้คำตอบได้บ้าง….. แผนการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่อการบุกไปควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคม 2569 ไม่ได้เริ่มกระทันหัน แต่เตรียมการมานานหลายเดือน โดยสหรัฐฯ เริ่มด้วยการโจมตีเรือของเวเนซุเอลาในทะเลแคริเบียนและแปซิฟิกตะวันออกอย่างต่อเนื่อง กองทัพสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนเรือและเครื่องบินรบในภูมิภาค ที่พร้อมจะโจมตีละตินอเมริกาได้ตลอดเวลา เหตุผลที่สหรัฐฯ บอกกับประชาคมโลกในตอนนั้น คือ เพื่อสกัดกั้นและทำลายขบวนการค้ายาเสพติดและลักลอบค้าอาวุธ ที่ใช้การเดินทางด้วยเรือ หลบหนีการตรวจสอบและการจับกุม แต่สิ่งที่แตกต่างจากในอดีต คือ สหรัฐฯ เลือกใช้การโจมตีทำลายเรือขบวนการค้ายาเสพติด ไม่รอการควบคุมหรือยึดเรือเพื่อนำไปดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายอีกต่อไป  รวมทั้งไม่หยุดการยิงโจมตีดังกล่าว แม้เวเนซุเอลาประกาศว่าพร้อมรับมือ เนื่องจากเป็นการละเมิดอธิปไตย และกฎหมายระหว่างประเทศ “ผู้นำสหรัฐฯ” คนปัจจุบัน คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปฏิบัติการบุกโจมตีเวเนซุเอลาเกิดขึ้นได้จริง เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำโลกในแบบที่ไม่ทำตามหลักการหรือวิธีการเดิม ๆ  ประกอบกับบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีทรัมป์ก็ค่อนข้างเป็นกลุ่มนักการเมืองสายเหยี่ยว (Hawkish) หรือนิยมใช้เครื่องมือทางการทหารเพื่อบริหารความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์คงคิดอย่างดีแล้วว่าคุ้มค่าจะถูกวิจารณ์ว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กับการที่ได้แสดงให้โลกเห็นว่า สหรัฐฯ ยังมีพลังอำนาจมากพอที่จะทำอะไรก็ได้ในต่างประเทศ และได้โอกาสครอบครองแหล่งพลังงานของโลก ที่มีข้อมูลว่าเวเนซุเอลามีน้ำมันสำรองติดอันดับ…