จีนและรัสเซียกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

  ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินของรัสเซีย ผ่านระบบประชุมทางไกลเมื่อ 30 ธ.ค.65 ในประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยจีนต้องการผลักดันกลไกความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน การเงิน และการเกษตรให้คืบหน้ายิ่งขึ้น รวมทั้งเปิดพรมแดนเพื่อการท่องเที่ยวกับรัสเซียและประเทศอื่นๆ ตามปกติ นอกจากนี้ จีนพร้อมจะร่วมกับรัสเซียและนานาประเทศ ต่อต้านลัทธิครองความเป็นใหญ่ การผูกขาดและกีดกันทางอำนาจ และปกป้องอำนาจอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของทั้งสองฝ่ายด้วยความเสมอภาคและยุติธรรม ขณะที่รัสเซียยินดีกับความก้าวหน้าในความร่วมมือกับจีนด้านพลังงาน การเกษตร การขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน กีฬา และการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงวิกฤตยูเครนที่จีนชื่นชมเจตจำนงของรัสเซียที่ต้องการแก้ไขข้อขัดแย้งผ่านการเจรจาทางการทูต แม้จะไม่ราบรื่น แต่ถ้ามุ่งมั่นยังมีโอกาสเกิดสันติภาพเสมอ จีนจะยังคงเป็นกลางและเสริมสร้างความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศด้วยบทบาทที่สร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาวิกฤตยูเครนอย่างสันติ Credit Pic : Mikhail Kuravlev/Sputnik/Kremlin via Reuters

กห.เกาหลีใต้เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 2 ม.ค.66 ว่า ในวันเดียวกัน คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) จัดตั้งสำนักต่อต้านนิวเคลียร์และอาวุธทำลายล้างสูง (Directorate of Countering Nuclear and Weapons of Mass Destruction) เดิมคือศูนย์ต่อต้านนิวเคลียร์และอาวุธทำลายล้างสูงภายใต้สำนักยุทธศาสตร์ของ JCS โดยสำนักใหม่มีภารกิจเพิ่มขึ้นในด้านการรวบรวมข้อมูล การปฏิบัติการ และการพัฒนากองกำลังและการรบ ซึ่งการยกระดับหน่วยงานมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนารากฐานของศูนย์บัญชาการยุทธศาสตร์ที่กำกับดูแลการรับมือและตอบโต้ภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ การควบคุมระบบด้านอวกาศ ไซเบอร์ และแถบรังสีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมถึงการผลักดันยุทธศาสตร์ด้านกลาโหม ‘Three Axis’ พร้อมกันนี้ หนังสือพิมพ์โชซอนของเกาหลีใต้ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ว่า เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ อยู่ระหว่างหารือถึงการเพิ่มบทบาทของเกาหลีใต้ในปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (U.S. Nuclear Forces) เฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนและการฝึกร่วมทางทหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ ซึ่งจะเป็นความก้าวหน้าจากการขยายการป้องปรามภัยคุกคาม (Extended Deterrence) ของสหรัฐฯ Credit Pic : AFP

จีนปรับเพิ่ม GDP ปี 2564 เป็นร้อยละ 8.4

  สำนักสถิติแห่งชาติของจีน แถลงเมื่อ 27 ธ.ค.65 ว่า หลังทบทวนข้อมูลทางเศรษฐกิจปี 2564 แล้ว ได้ปรับเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จากร้อยละ 8.1 เป็นร้อยละ 8.4 โดยมีมูลค่า GDP รวม 114.92 ล้านล้านหยวน  โดยเฉพาะมูลค่าของภาคเศรษฐกิจขั้นปฐมภูมิ (การเกษตร ป่าไม้ ปศุสัตว์ และประมง) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 8.32 ล้านล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 7.2 ของ GDP ทั้งหมด ส่วนภาคเศรษฐกิจขั้นทุติยภูมิ (อุตสาหกรรมเหมือง การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมอื่นๆ ) และตติยภูมิ (ภาคการบริการ)  เพิ่มขึ้นเป็น 45.15 ล้านล้านหยวน และ 61.45 ล้านล้านหยวน  คิดเป็นร้อยละ 39.3 และร้อยละ 53.5 ของ GDP ตามลำดับ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า GDP…

ผู้นำเกาหลีใต้สั่งการเพิ่มขีดความสามารถในการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 28 ธ.ค.65 อ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสจากทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล สั่งการให้กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ดำเนินการตอบโต้เกาหลีเหนืออย่างเหมาะสมในทันที กรณีเกาหลีเหนือส่งอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle-UAV) รุกล้ำเขตน่านฟ้าของเกาหลีใต้ โดยให้ กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ส่ง UAV จำนวน 2-3 เครื่อง ขึ้นประกบ UAV ของเกาหลีเหนือต่อ 1 เครื่อง และหากเป็นไปได้ให้กำจัด UAV ของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ระบุเมื่อ 27 ธ.ค.65 ว่า จะส่งเสริมขีดความสามารถทางทหารด้านสังเกตการณ์และสอดแนม โดยเร่งขับเคลื่อนแผนจัดตั้งหน่วย UAV อย่างเร่งด่วน เพื่อปฏิบัติภารกิจสอดแนมอาคารสำคัญทางทหารของเกาหลีเหนือ รวมถึงเร่งพัฒนา UAV แบบล่องหน ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวโทษคณะบริหารในสมัยอดีตประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ที่สั่งงดการฝึกซ้อมรับมือ UAV ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อส่งเสริมบรรยากาศเชิงบวกในการพัฒนาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ส่งผลให้การเตรียมความพร้อมทางทหารของเกาหลีใต้บกพร่อง ทั้งนี้ ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล กล่าวตำหนินายอี จง-ซ็อบ รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้…

รัฐบาลออสเตรเลียอนุมัติการส่งผู้ร้ายข้ามแดนชาวอเมริกันกลับประเทศ

  สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลียรายงานเมื่อ 28 ธ.ค.65 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียอนุมัติการส่งตัวนาย Daniel Duggan อดีตนักบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ กลับประเทศ ตามคำขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อ 9 ธ.ค.65 ในข้อหาการฟอกเงินและละเมิดรัฐบัญญัติควบคุมการส่งออกอาวุธ สืบเนื่องจากนาย Duggan ทำงานเป็นครูฝึกให้นักบินของกองทัพจีน อย่างไรก็ตาม ประเด็นการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจะถูกพิจารณาคดีอีกครั้งใน 10 ม.ค.66 โดยนาย Duggan ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลระดับสหพันธรัฐและศาลสูงของออสเตรเลีย ขณะเดียวกันทนายความและครอบครัวนาย Duggan เชื่อว่า คดีดังกล่าวเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ อีกทั้งหน่วยข่าวกรองยังอยู่ระหว่างตรวจสอบคดีนาย Duggan นาย Duggan (อายุ 54ปี/2565)  ถูกจับกุมที่เมือง Orange รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อ 21 ต.ค.65 และยังคงถูกควบคุมตัวจนถึงปัจจุบันในฐานะผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงสูง โดยนาย Duggan ปฏิเสธข้อกล่าวหาและอ้างสิทธิ์ในการถือสัญชาติออสเตรเลียและสละสัญชาติสหรัฐฯ Credit Pic : abc.net/Lockheed Martin

ฝรั่งเศสและโปแลนด์ลงนามข้อตกลงซื้อขายดาวเทียมสังเกตการณ์

  สำนักข่าว France24 รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 อ้างทวิตเตอร์ของนาย Sébastien Lecornu รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศสว่า ฝรั่งเศสและโปแลนด์บรรลุข้อตกลงซื้อขายดาวเทียมสังเกตการณ์ 2 ดวงและสถานีรับสัญญาณ 1 แห่ง มูลค่าประมาณ 575 ล้านยูโร โดยนาย Sébastien Lecornu ได้พบปะหารือกับนาย Mariusz Błaszczak รัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ เมื่อ 27 ธ.ค.65 ที่กรุงวอร์ซอ โปแลนด์ หลังจากนั้นจึงมีการลงนามข้อตกลงร่วมกัน โปแลนด์มองว่า ดาวเทียมและสถานีรับข้อมูลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กองทัพในการตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามทางทหารหรือภัยธรรมชาติ ขณะที่ฝรั่งเศสมองว่าข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจต่อเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางทหารของฝรั่งเศส โดยบริษัท Airbus Defense & Space ของฝรั่งเศสจะเป็นผู้ผลิตดาวเทียมและสถานีรับข้อมูล รวมถึงส่งขึ้นสู่อวกาศให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 Credit Pic : notesfrompoland.com

CNR EP.18 : แอปพลิเคชันสินเชื่อขโมยข้อมูลผู้ใช้งาน โรงพยาบาลในฝรั่งเศสถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่

พบกับรายการ The Intelligence Cyber News Report ข่าวสารสถานการณ์ไซเบอร์ และเทคโนโลยีที่น่าสนใจ
ที่นำมาให้ท่านผู้ฟังอัพเดตสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด 

อินเดียฝึกซ้อมระบบรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข

  เว็บไซต์ NDTV ของอินเดีย รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 ว่า โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วอินเดีย ฝึกซ้อมระบบรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เตรียมรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ หอผู้ป่วยแยกโรค หออภิบาลผู้ป่วยหนัก เครื่องช่วยหายใจ และระบบจ่ายออกซิเจนภายในสถานพยาบาล การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นไปตามคำแนะนำของนาย Rajesh Bhushan ปลัดกระทรวงสาธารณสุขอินเดียเมื่อ 26 ธ.ค.65 ให้รัฐมนตรีด้านสาธารณสุขของรัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐและดินแดนสหภาพทุกพื้นที่ในอินเดีย เตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สื่อยังระบุเพิ่มเติมว่า นาย Mansukh Mandaviya รัฐมนตรีสาธารณสุขอินเดีย ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขที่โรงพยาบาล Safdarjung ในกรุงนิวเดลีเมื่อ 26 ธ.ค.65 พร้อมแสดงทัศนะเน้นย้ำว่าการฝึกซ้อมในลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์ให้หน่วยงานทางสาธารณสุขอินเดียแก้ไขจุดบกพร่อง พร้อมรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดที่อาจรุนแรงขึ้น Credit Pic : ndtv

ความคืบหน้ากรณีเหตุกราดยิงชาวเคิร์ดในกรุงปารีส

  สำนักข่าว Reuters และ AP รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.65 อ้างผลการสอบสวนของอัยการฝรั่งเศสว่า ชายวัย 69 ปีซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่าสังหารชาวเคิร์ด 3 คน เมื่อ 23 ธ.ค.65 ในกรุงปารีส ยอมรับว่าเกลียดชังผู้อพยพอย่างฝังรากลึก โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวในข้อหาฆาตกรรม พยายามฆ่า และกระทำการที่มีแรงจูงใจในการเหยียดเชื้อชาติ อัยการระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นโรคซึมเศร้าและมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย  ผู้ต้องหามีชื่อที่สื่อมวลชนตั้งให้คือ William M. เป็นอดีตคนขับรถไฟเกษียณอายุ เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากการถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดีในข้อหาใช้ดาบโจมตีค่ายผู้อพยพในกรุงปารีสเมื่อปี 2564 โดยเมื่อวันก่อเหตุ เขาเดินเข้าไปในศูนย์วัฒนธรรม Ahmet-Kaya ของชาวเคิร์ด ก่อนจะกราดยิง จากนั้นเข้าไปในร้านทำผมที่ดำเนินการโดยชาวเคิร์ดฝั่งตรงข้ามถนนและกราดยิงอีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 คน เป็นชาย 2 คนและหญิง 1 คน รวมถึงมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน เมื่อ 24 ธ.ค.65 ชุมชนชาวเคิร์ดในฝรั่งเศสและนักเคลื่อนไหวต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติออกมาชุมนุมโดยสงบเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากมีผู้ร่วมชุมนุมบางคนโบกธงชาติตุรกี ถือธงของกลุ่ม Kurdistan…

ลาวระบุว่าผู้เดินทางเข้าประเทศไม่ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19

  สำนักข่าวสารประเทศลาวและหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 โดยอ้างประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรีลาว เมื่อ 23 ธ.ค.65 ว่า ลาวยกเลิกการแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโรค COVID-19 และการตรวจเชื้อด้วยวิธี ATK ก่อนเดินทาง 48 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนลาวและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออกประเทศทางบก น้ำ และอากาศ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในลาว ประเทศรอบบ้านและโลก คลี่คลาย ทั้งนี้ ลาวเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบเมื่อ 9 พ.ค.65 และจนถึง 26 ธ.ค.65 ลาวพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 217,658 ราย และเสียชีวิต 670 ราย Credit Pic : kpl.gov.la