ประธานาธิบดีเมียนมาเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธ

รัฐบาลเมียนมาใช้กระบวนการเจรจาสันติภาพ เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธในประเทศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อบรรยากาศความมั่นคงและการเมืองในเมียนมา โดยมีรายงานเมื่อ 21 เมษายน 2569 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ได้เชิญผู้แทนของกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธทั้งที่ลงนามและยังไม่ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศเข้าร่วมการพูดคุยสันติภาพ ที่น่าสนใจ คือ ประธานาธิบดีเมียนมากำหนดกรอบเวลา 100 วัน ของรัฐบาล หรือ 31 กรกฎาคม 2569 สื่อมวลชนคาดการณ์ว่าผู้นำเมียนมาต้องการให้กลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธที่เคยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ(Nationwide Ceasefire Agreement) ระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและองค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์ หรือ NCA กลับไปเข้าร่วมการพูดคุย เนื่องจากหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมา เมื่อปี 2564 มีกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธหลายกลุ่มที่ประกาศถอนตัวและยกเลิกการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว เพื่อปกป้องตัวเองจากการปราบปรามและการปะทะกับกองทัพเมียนมา กระบวนการพูดคุยสันติภาพในเมียนมาเป็นประเด็นท้าทายผู้นำ เนื่องจากกลุ่มชาติพันธ์ติดอาวุธอย่างน้อย 3 กลุ่ม ไม่ตอบรับข้อเสนอ และยืนยันว่าไม่มีแผนการจะกลับไปเข้าร่วม NCA อีก ได้แก่ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) แนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า (ABSDF) และแนวร่วมชาติชิน (Chin National Front – CNF) โดยกลุ่ม CNF ระบุว่าต้องการเจรจากับผู้นำรัฐบาลเมียนมาที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นอิสระจากกองทัพเท่านั้น นอกจากนี้…

จีน-สปป.ลาวกระชับความสัมพันธ์ในโอกาสครบรอบ 65 ปี

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเมื่อ 21 เมษายน 2569 ต้อนรับนายสะเหลิมไซ กมมะสิด (Saleumxay Kommasith) ตัวแทนผู้นำ สปป.ลาว ที่เยือนกรุงปักกิ่ง จีน อย่างเป็นทางการ โดยมีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือประเด็นวาระสำคัญทางการเมือง เป้าหมายการพัฒนาและเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของทั้ง 2 ประเทศที่จะครบรอบ 65 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2569  ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนใช้โอกาสนี้ย้ำว่าจะกระชับความสัมพันธ์กับ สปป.ลาว โดยเน้นความร่วมมือระหว่างประชาชน เพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน ตลอดจนแสดงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล สปป.ลาว ว่าจะสามารถร่วมมือกับจีน เพื่อนำประเทศให้พ้นจากความท้าทายและอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างดี การพบหารือระหว่างผู้นำจีนและผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาว ครั้งนี้ จะเป็นผลดีต่อทิศทางความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในระบบพรรคการเมือง โดยผู้นำจีนเน้นย้ำแนวทางความร่วมมือในอนาคตที่จะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพระยะยาว ซึ่งคาดว่ามีนัยถึงความมั่นคงทางการเมือง การปกครอง และอิทธิพลของพรรคการเมืองสำคัญใน 2 ประเทศ เนื่องจากระหว่างการเยือนจีนครั้งนี้ นายสะเหลิมไซ กมมะสิด ซึ่งเป็นผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาล สปป.ลาว และเป็นสมาชิกกรมการเมืองชุดที่…

ผู้นำสหรัฐฯ ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน : บรรยากาศยังตึงเครียด

แรงกดดันที่จะให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลางตกไปอยู่ที่ฝ่ายอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 21 เมษายน 2569 ประกาศจะขยายอายุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน จนกว่าอิหร่านจะยอมทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัน ขณะเดียวกันก็จะยังคงใช้เรือรบปิดกั้นการเดินเรือของอิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขในการเจรจาสันติภาพ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าปากีสถาน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ประสานงานและตัวกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ร้องขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ขยายเวลาหยุดยิงเพื่อรักษาบรรยากาศการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่ข้อตกลงหยุดยิงเดิมจะหมดอายุใน 22 เมษายน 2569 และมีรายงานว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลจากการหารือร่วมกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามหรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) รวมทั้งประธานเสนาธิการร่วม ที่เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและการดำเนินนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ก่อนที่จะส่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนปากีสถานเพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง ยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าการหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน ปัจจุบันอิหร่านยังไม่แสดงท่าทีเชิงบวกต่อการขยายข้อตกลงหยุดยิง ทำให้บรรยากาศยังตึงเครียด คาดว่า ผู้นำอิหร่านยังไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ที่ให้อิหร่านยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ทั้งหมด นอกจากนี้ ที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาลอิหร่านให้ความเห็นว่า การขยายเวลาหยุดยิงไม่มีผลต่อสถานการณ์ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงมีพฤติกรรมขู่คุกคาม ไม่แตกต่างการการโจมตีอิหร่านโดยตรง สาเหตุที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจขยายข้อตกลงหยุดยิง น่าจะเป็นไปเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้นานาชาติเห็นว่า สหรัฐฯ ต้องการสันติภาพและควบคุมขอบเขตความเสียหายจากการทำสงคราม ขณะเดียวกันก็ต้องการใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างสนับสนุนให้กองเรือรบของสหรัฐฯ มีสิทธิเข้าไปควบคุมและกดดันอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซได้…

รมว.กต.จีนเยือน 3 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทย

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและสมาชิกระดับสูงของรัฐบาลจีนมีกำหนดการเยือนกัมพูชา ไทย และเมียนมา ระหว่าง 22-26 เมษายน 2569 เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและย้ำว่าจีนให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เห็นว่าจีนเป็นมิตรประเทศที่น่าเชื่อถือและมีนโยบายที่มั่นคง พร้อมร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ นายหวัง อี้ จะเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีระดับยุทธศาสตร์ ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (2+2 Strategic Dialogue) กับกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงพนมเปญ ซึ่งสะท้อนความใกล้ชิดระหว่างจีนกับกัมพูชาที่เพิ่มพูนขึ้น จากนั้นจะเยือนไทยและเมียนมาตามลำดับ โดยจะเยือนไทยระหว่าง 23-25 เมษายน 2569 สื่อต่างประเทศมีมุมมองว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนกำลังทำการเยือน 3 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ กัมพูชากับไทยมีประเด็นความขัดแย้งทางการทหารเมื่อปี 2568 และปัจจุบันกัมพูชากำลังเร่งปราบปรามอาชญากรรมสแกมเมอร์ในประเทศ ขณะที่ไทยและเมียนมาเพิ่งจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งรัฐบาลไทยจะเน้นหารือเรื่องการขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการค้า เฉพาะอย่างยิ่งการที่ไทยต้องการเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมไปจีน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศ ก่อนหน้านี้เมื่อ 9-10 เมษายน 2569 นายหวัง อี้ เดินทางเยือนเกาหลีเหนือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ทั้งนี้ นายหวัง อี้ เคยเดินทางเยือนไทยหลายครั้ง เช่นเมื่อปี 2558 ปี 2561…

ฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ เริ่มการฝึกรหัส Balikatan 2026

ฟิลิปปินส์กระชับความร่วมมือด้านการทหารกับสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเริ่มการฝึกร่วมรหัส Balikatan ประจำปี 2569 เมื่อ 20 เมษายน 2569 โดยเป็นการฝึกร่วมที่สำคัญ มีพิธีเปิดการฝึกร่วมอย่างเป็นทางการที่ค่ายทหารในกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ และจะดำเนินการจนถึงห้วงกลาง พฤษภาคม 2569 การฝึกร่วมประกอบด้วยการขนส่งบำรุงกำลัง การวางกำลังในสถานการณ์ต่าง ๆ การฝึกร่วมทางความมั่นคงไซเบอร์ และการปกป้องความมั่นคงทางทะเล การฝึกดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ทหารจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส และแคนาดาเข้าร่วมด้วย โดยจำนวนทหารที่เข้าฝึกทั้งหมดจาก 7 ประเทศจะมีจำนวนประมาณ 17,000 นาย ที่น่าสนใจอย่างมาก คือ กรณีญี่ปุ่นส่งเจ้าหน้าที่ทหารหน่วย Ground Self-Defense Force (JGSDF) จำนวน 1,000 นาย เข้าร่วมเป็นครั้งแรก เพื่อทำภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลังเผชิญภัยพิบัติ (HADR) สะท้อนว่าความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างฟิลิปปินส์กับญี่ปุ่นใกล้ชิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณให้จีนตระหนักว่าญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรกับฟิลิปปินส์ เนื่องจากปัจจุบันมีความขัดแย้งกับญี่ปุ่นค่อนข้างสูงจากเหตุการณ์ผู้นำญี่ปุ่นวิจารณ์ความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน การฝึกรหัส Balikatan มีความสำคัญต่อฟิลิปปินส์และพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพราะนอกจากฟิลิปปินส์จะใช้โอกาสนี้แสดงความพร้อมด้านการทหารเพื่อป้องปราบความเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้ได้แล้ว การฝึกครั้งนี้เป็นผลดีที่สหรัฐฯ จะทำให้พันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเห็นว่ายังคงให้ความสำคัญต่อการค้ำประกันด้านความมั่นคงและสนับสนุนการป้องปรามภัยคุกคามให้พันธมิตรในภูมิภาค แม้ปัจจุบัน…

ปรากฎการณ์อากาศแปรปรวนสุดขั้ว Super ElNiño กับไทย

 Int Podcast ติดตามปรากฏการณ์สภาพแวดล้อมโลก พร้อมเตือนให้ไทยรับมือกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงสุดขั้ว และใครคือกลุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด!? ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ #โลกรวน#สิ่งแวดล้อม#ภูมิอากาศ#เกษตรกรรม#อุตสาหกรรม#สาธารณสุข#โลกร้อน

กัมพูชาผลักดันโครงการเขื่อนผลิตพลังงานไฟฟ้า Upper Tatay กู้วิกฤตพลังงาน

สื่อมวลชนกัมพูชาเมื่อ 20 เมษายน 2569 รายงานว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับการวางแผนโครงการแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่แน่นอน เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานน้ำมันจากภูมิภาคอื่น ๆ จึงให้ความสำคัญอย่างมากกับส่งเสริมโครงการผลิตพลังงานในประเทศ และสนับสนุนโครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานสะอาด เฉพาะอย่างยิ่งโครงการ Upper Tatay หรือโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ บริเวณลุ่มน้ำตาไต (Tatay) จังหวัดเกาะกง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาร่วมมือกับนักลงทุนจีน หรือบริษัท China National Heavy Machinery Corporation (CHMC) ก่อสร้างโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2566 มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มก่อสร้างเมื่อ 10 เมษายน 2569 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 ผู้นำกัมพูชาเชื่อว่าจะเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงพลังงานในประเทศได้ในอนาคต เนื่องจากโรงงานและเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำดังกล่าว ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ (MW) จะเอื้อต่อความมั่นคงพลังงาน อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่กัมพูชาจะส่งออกพลังงานดังกล่าวไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค รวมทั้งตอบโจทย์การพัฒนาพลังงานสะอาดในประเทศด้วย แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนแบบ BOT หรือ การสร้าง-ดำเนินการ-โอน ทำให้การควบคุมและดำเนินการเขื่อนดังกล่าวในระยะแรกจะเป็นสิทธิของนักลงทุนชาวจีน แต่ผู้นำกัมพูชาเชื่อว่า โครงการนี้เป็นโครงการสำคัญและอาจทำให้กัมพูชากอบกู้วิกฤตพลังงานที่จะเกิดขึ้นหลังจากสงครามสหรัฐฯ -อิหร่านได้…

ญี่ปุ่นผ่อนคลายมาตรการห้ามส่งออกอาวุธ

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ ของญี่ปุ่นเมื่อ 21 เมษายน 2569 อนุมัติการผ่อนคลายมาตรการห้ามส่งออกอาวุธของญี่ปุ่นไปต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลให้ญี่ปุ่นสามารถส่งออกยุทโธปกรณ์ไปยังต่างประเทศได้ ทั้งเครื่องบินรบ เรือรบ และขีปนาวุธ มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากญี่ปุ่นมีมาตรการห้ามส่งออกยุทโธปกรณ์ไปต่างประเทศตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ญี่ปุ่นส่งออกได้เฉพาะอาวุธที่ไม่ร้ายแรง เช่น ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการลาดตระเวน และยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจจับทุ่นระเบิด อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นเผชิญภัยคุกคามด้านความมั่นคงและความท้าทายด้านการทหารที่ซับซ้อนและเสี่ยงอันตรายมากขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งมีมุมมองว่าประเทศอื่น ๆ ต้องการรับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น จึงมีความพยายามเสนอให้ผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวทั้งเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและให้เอื้อต่อการเพิ่มพูนความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในอนาคต การยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกอาวุธ มีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นลงนามในสัญญาซื้อ-ขายเรือรบให้ออสเตรเลีย มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อต้น เมษายน 2569 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นย้ำว่า การส่งออกอาวุธให้ประเทศต่าง ๆ จะมีข้อจำกัด คือ ต้องเป็นประเทศที่ใช้อาวุธตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) อย่างเคร่งครัด และเป็นประเทศที่มีข้อตกลงทวิภาคีกับญี่ปุ่น ด้านสื่อมวลชนญี่ปุ่นประเมินว่าปัจจุบันมี 17 ประเทศที่มีสิทธิซื้ออาวุธจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ลงนามในความร่วมมือทวิภาคีกับญี่ปุ่นแล้ว ญี่ปุ่นอาจขยายความร่วมมือได้กับประเทศที่เข้าไปเจรจาทวิภาคีกับญี่ปุ่นด้วย มีรายงานว่าปัจจุบัน ประเทศที่สนใจซื้ออาวุธจากญี่ปุ่น ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์…

จีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

จีนแสดงบทบาทเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง โดยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 3 ฝ่าย ได้แก่ จีน-ไทย-กัมพูชา เพื่อหารือมุมมองเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา ในระดับ Track II หรือนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และสื่อมวลชนของแต่ละประเทศ เป้าหมายเพื่อหาแนวทางสร้างสิ่งแวดล้อมด้านความมั่นคงเพื่อให้ไทย-กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง หรือฉันทามติฝูเซียน (Fuxian Consensus) ที่ลงนามร่วมกันเมื่อ ธันวาคม 2568 ในการประชุมที่จังหวัดฝูเซียน มณฑลยูนนาน โดยมีจีนเป็นผู้ใกล่เกลี่ย การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 20 เมษายน 2569 มีสถาบันวิชาการ China Foreign Affairs University (CFAU) ของจีนเป็นเจ้าภาพ โดยนักวิชาการที่ไปเข้าร่วมจะหารือในหัวข้อ “Implementing the Fuxian consensus and fostering a peaceful public opinion environment” พร้อมทั้งมีรายงานว่า นักวิชาการและสื่อมวลชนจากไทยและกัมพูชาเดินทางไปร่วมงานด้วย เช่น นายกวี จงกิจถาวร ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน Asian…

สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซผันผวนมากขึ้น

ก่อนจะถึงเวลาที่จะสิ้นสุดหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ใน 22 เมษายน 2569 สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซผันผวนอย่างมาก ซึ่งมีทั้งผ่อนคลาย และกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นอกจากนี้ มีแนวโน้มว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รอบที่ 2 ที่ปากีสถานเป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดสันติภาพ เริ่มไม่ราบรื่น เนื่องจากทั้งสองฝ่ายส่งข้อความไปยังประชาคมโลกไม่เป็นในทิศทางเดียวกัน ขณะที่สหรัฐฯ ก็เพิ่มแรงกดดอันอิหร่านด้านเศรษฐกิจมากขึ้น หลังจากประชาคมระหว่างประเทศได้รับสัญญาณเชิงบวก และราคาน้ำมันในตลาดโลกผ่อนคลายลงบ้าง จากการที่ เมื่อ 16 เมษายน2569 อิสราเอล-เลบานอนสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวหยุดยิงระหว่างกัน เป็นเวลา 10 วัน (17-27 เมษายน 2569) รวมทั้งจะมีการเจรจาสันติภาพต่อไป ซึ่งทั้งสองฝ่ายคาดว่าข้อตกลงหยุดยิงถาวรอาจเกิดขึ้นได้ จากการที่จะมีการพบกันอีกครั้งที่สหรัฐฯ ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า แต่ข้อจำกัดยังมีอยู่ เช่น กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ต้องปลดอาวุธของในเลบานอน และอิสราเอลต้องถอนกำลังทั้งหมดออกจากเลบานอน ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวอิสราเอล-เลบานอน ยังส่งผลให้สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เป็นในเชิงบวกในเบื้องต้น และต่อมาก็กลับมาตึงเครียดเช่นเดิม โดยเมื่อ 17 เมษายน 2569 อิหร่านตอบสนอง ด้วยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ทุกลำ (ยกเว้นเรือที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ…