ลาว เวียดนาม และกัมพูชา : ความแนบแน่นด้านการทหารระหว่างกัน

ในช่วงตุลาคม 2568 ได้เห็นความใกล้ชิดและแนบแน่นในด้านการทหารของประเทศในอินโดจีน 3 ประเทศ ได้แก่ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา จากที่ได้มีการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม 3 ฝ่าย หรือ Cambodia–Laos–Vietnam (CLV) Defense Ministers’ Meeting  เป็นเวลา 4 วัน (13-16 ตุลาคม 2568) ที่เวียงจันทน์ ลาว เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการทหารและเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งทั้ง 3 ประเทศก็มีความสัมพันธ์ด้านการทหารระดับสองฝ่ายที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ในการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 3 ประเทศ นอกจากย้ำความร่วมมือระหว่างกันแล้ว ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นไม่ให้กองกำลังของศัตรูใช้ประเทศของตนในการรุกรานผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งเพิ่มการบริการการจัดการชายแดน และรับมือกับภัยคุกคามนอกรูปแบบ เช่น การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรง การค้นหาและช่วยเหลือ การต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูล และฝึกร่วมกัน พร้อมกับให้ความสำคัญต่อการศึกษาและตระหนักรู้ของประชาชน และทหาร เฉพาะอย่างยิ่งต่อคนรุ่นใหม่ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทั้ง 3 ประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 3 ประเทศได้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร และการฝึกร่วมระหว่างกัน…

เกาหลีใต้ดำเนินคดีต่อพลเรือนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา

เกาหลีใต้จะดำเนินคดีและสืบสวนขยายผลกรณีชาวเกาหลีใต้จำนวน 64 คน ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา ซึ่งเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ของเกาหลีใต้แล้ว เมื่อ 18 ตุลาคม 2568  หลังจากเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการเชิงรุก นำชาวเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชากลับประเทศ ชาวเกาหลีใต้กลุ่มนี้ จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป นายนายวี ซ็อง-นัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่าชาวเกาหลีใต้ที่กระทำความผิดหรือเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าว จะต้องอยู่ภายใต้การดำเนินคดีและการสอบสวนของเกาหลีใต้ ซึ่งจะเร่งสอบสวนให้ชัดเจนว่ากลุ่มชาวเกาหลีใต้ดังกล่าวถูกหลอกลวงหรือสมัครใจไปร่วมทำงานกับกลุ่มมิจฉาชีพในกัมพูชา โดยมีรายงานว่าปัจจุบันกัมพูชาเป็นที่ตั้งศูนย์มิจฉาชีพออนไลน์ มีแรงงานต่างชาติมากกว่า 200,000 คน และมีชาวเกาหลีใต้ประมาณ 1,000 คน รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้ที่ไปอยู่ในกัมพูชา เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีรายงานว่า นักศึกษาชาวเกาหลีใต้ถูกกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาหลอกลวงให้ทำงาน ใช้แรงงานทาส และทรมานจนเสียชีวิต เมื่อสิงหาคม 2568 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเกาหลีใต้กดดันรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งแก้ไขปัญหาด้วยการส่งผู้แทนระดับสูงเยือนกัมพูชา เพื่อหารือและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และนำเหยื่อ และผู้เกี่ยวข้องในกัมพูชากลับเกาหลีใต้ ด้านประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้ประกาศเมื่อ 17 ตุลาคม 2568 ให้หน่วยความมั่นคงของประเทศ จำกัดโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกลวงชาวเกาหลีใต้ให้ไปทำงานในกัมพูชา รวมทั้งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย การนำชาวเกาหลีใต้จากกัมพูชากลับประเทศ เป็นความร่วมมือกับกัมพูชาด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยจากการหารือระหว่างนางสาวคิม จี-นา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ คนที่…

ไทยเตรียมแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ

Bloomberg และ Reuters รายงานกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รอง นรม./รมว.กค. เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อ ครม. รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หลังจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเผชิญกับการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจีนที่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ตลอดจนปัญหาเงินบาทแข็งค่าที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวภายในประเทศยังมีการใช้จ่ายน้อย ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.2 ในปี 2568 ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ในการทำผลงาน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปใน เม.ย. 69

กัมพูชาและไทยควรเรียนรู้บทเรียนจากความขัดแย้งปากีสถาน-อินเดีย 

Cambodianess เผยแพร่บทความของนาย Khath Bunthorn นักวิจัย Cambodia Development Resource Institute และนาย Ngin Chanrith นักวิชาการ University of Auckland นิวซีแลนด์ เกี่ยวกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยเปรียบเทียบกับความขัดแย้งอินเดีย-ปากีสถาน ที่มีสาเหตุคล้ายกันจากข้อพิพาทเขตแดน ชาตินิยมทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงบาดแผลทางประวัติศาสตร์  ความขัดแย้งได้พัฒนาไปสู่การแข่งขันที่ซับซ้อน เกิดการเผชิญหน้าทางทหารและสงครามหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก การค้าระหว่างประเทศตกต่ำ การใช้จ่ายด้านการทหารที่สูงทำให้สูญเสียงบประมาณในการพัฒนาภาคส่วนสำคัญอื่น เช่น การศึกษา สาธารณสุข แม้จะมีการเจรจา  แต่ความขัดแย้งยังคงไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากความไม่ไว้วางใจต่อกันอย่างลึกซึ้ง ชาตินิยมกลายเป็นปัจจัยทางการเมือง   ซึ่งกรณีของไทย-กัมพูชายังไม่สายเกินไป หากต้องการแก้ไข โดยนำบทเรียนมาปรับใช้ ได้แก่ 1) อย่าปล่อยให้ข้อพิพาทเขตแดนกลายเป็นสิ่งกำหนดอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาติ 2) รักษากลไกการเจรจาทวิภาคีและใช้ประโยชน์จากกลไกระดับภูมิภาค 3) หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารและมุ่งเน้นการพัฒนาแนวชายแดน 4) ผู้นำต้องแยกความขัดแย้งออกจากการเมือง 5) ฟื้นฟูความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และ 6) ใช้วัฒนธรรมและศาสนาร่วมกันในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

ไทยอาจเผชิญปัญหาเงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป้าหมายจนถึงปี 2569

  Bloomberg รายงานกรณีนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้ว่าการ ธปท. ก่อนจะพ้นจากตำแหน่ง ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.กค. เตือนถึงปัญหาเศรษฐกิจไทยขยายตัวชะลอลงว่า มีสาเหตุจากความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ลดลง และภาวะการเงินที่ตึงตัว เนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิต ซึ่งต้องเร่งแก้ไข แต่นโยบายการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และยืนยันว่าอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งยังไม่มีสัญญาณของภาวะเงินฝืด  ความเสี่ยงที่ควรติดตาม ได้แก่ 1) การชะลอลงของราคาสินค้าในวงกว้าง 2) ความผันผวนของราคาพลังงานโลก และ 3) การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานจากสงครามการค้า   นายเศรษฐพุฒิย้ำถึงความท้าทายของ ธปท.ในการรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายร้อยละ 1-3 และยังสะท้อนแนวคิดของ กนง.ที่ตัดสินใจคงดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อจะติดลบต่อเนื่องนานถึง 6 เดือน

เอกชนไทยลงทุนสร้างศูนย์การค้าใหม่ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ลดลง

  Nikkei Asia เผยแพร่รายงานสาระสำคัญเกี่ยวกับกรณี บมจ.เซ็นทรัลพัฒนาลงทุน 21,000 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์การค้า “The Central พหลโยธิน” โดยระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคไทยปรับตัวลดลง และการบริโภคภาคเอกชนชะลอตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง โดยไตรมาส 2/2568 เศรษฐกิจขยายตัวได้เพียงร้อยละ 2.8 จึงทำให้รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการฟื้นโครงการคนละครึ่ง สำหรับธุรกิจค้าปลีกของไทยในปี 2568 น่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 4.6 ซึ่งลดลงจากปี 2567 ที่ขยายตัวร้อยละ 6.02 เนื่องจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ หนี้ครัวเรือนที่สูง และเผชิญกับความท้าทายจากปริมาณศูนย์การค้าเกิดใหม่มีเพิ่มขึ้นเมื่อห้วงปี 2567 จึงจะทำให้อุตสาหกรรมค้าปลีกไทยต้องแข่งขันกันสูงขึ้น

อาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาถูกขุดคุ้ยโดยสื่อต่างชาติมากขึ้น

สื่อต่างประเทศหลายแห่ง รวมทั้งสื่อเกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ขุดคุ้ยอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชามากขึ้น หลังจากเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการเชิงรุกต่อกัมพูชา เพื่อจะนำเหยื่อชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชากลับประเทศ จากเกิดกรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ถูกล่อลวง และเสียชีวิตจากการทรมาน โดยสื่อส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่า อาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชามีขนาดใหญ่ และบางแห่งดำเนินการโดยคนจีนที่หนีความผิดมาจากจีน ซึ่งธุรกิจอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาถูกเชื่อว่ารัฐบาลมีส่วนรู้เห็น ข่าวสารที่ตีแผ่ธุรกิจการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาจากสื่อเกาหลีใต้ เช่น Chosun Daily เมื่อ 15 ตุลาคม 2568 ระบุว่า สีหนุวิลล์ เป็นแหล่งอาชญากรรมของกลุ่ม “Wench”  ที่มีขนาดใหญ่ เมืองนี้เดิมเป็นเมืองท่องเที่ยวและแหล่งกาสิโน มีโรงแรมหรูกว่าสิบแห่ง  ต่อมาจีนก็เข้าไปลงทุนโดยรัฐบาลกัมพูชาสนับสนุน จนหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็กลายเป็นศูนย์กลางดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายของคนจีน ซึ่งมีรายงานว่ามีการบังคับใช้แรงงานชาวเกาหลีใต้ เวียดนาม และอินโดนีเซีย สื่อเกาหลีใต้ยังระบุชื่อนาย Xu Aimin ชาวจีน ที่ถูกจำคุกที่จีน และหลบหนีไปกัมพูชา จนสามารถดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายจนร่ำรวย  และลงทุนทำธุรกิจในกัมพูชา เพื่อฟอกเงิน เช่น ธุรกิจโรงแรมหรูในพนมเปญ และเมื่อกันยายน 2568 กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ก็ประกาศอายัดทรัพย์สิน เนื่องจากได้ทำการหลอกลวงชาวอเมริกันทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน จนทำให้เมื่อปี 2567 ชาวอเมริกันถูกหลอกจากธุรกิจออนไลน์จากกัมพูชาไป 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นักธุรกิจชาวจีนที่หลอกลวงทางออนไลน์อื่น ๆ…

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับกัมพูชา

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับกัมพูชา เป็นที่น่าสนใจ และติดตามว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ในห้วงที่มีข่าวสารรายงานถึงการดำเนินการอย่างแข็งกร้าว และจริงจังภายใต้การนำของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่ประกาศในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 14 ตุลาคม 2568 ว่า จะนำเหยื่อชาวเกาหลีใต้ที่ถูกหลอกลวงไปทำธุรกิจสแกมเมอร์ กลับประเทศให้เร็วที่สุด หลังจากพบนักศึกษาเกาหลีใต้ต้องถูกทรมานจนเสียชีวิต หลังจากถูกหลอกลวงไปทำธุรกิจสแกมเมอร์ในกัมพูชา ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับกัมพูชาอยู่ในระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน เมื่อพฤษภาคม 2567 โดยได้มีการลงนามกันเมื่อครั้งนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเยือนเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่มีนายกกัมพูชาเยือนเกาหลีใต้  ในมิติเศรษฐกิจ เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ลงทุนในกัมพูชามากเป็นอันดับ 2  รวมทั้งมีการการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับกัมพูชาด้วย กัมพูชาเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้าเกาหลีใต้ โดยในห้วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ส่งออกส่งออกไปเกาหลีใต้ เป็นมูลค่า  151 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออก เช่น รองเท้า เครื่องดื่ม ยางพารา ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเกษตร เป็นต้น ขณะที่นำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ มูลค่า 286 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์เครื่องครัว และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น  เกาหลีใต้ยังเป็นปลายทางอันดับ…

การปะทะบริเวณพรมแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถาน ตึงเครียดมากขึ้น

สื่อมวลชนต่างประเทศติดตามรายงานสถานการณ์การปะทะระหว่างกองทัพปากีสถานกับกองกำลังกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถาน ซึ่งมีแนวโน้มตึงเครียดและบ่อยครั้งขึ้น โดยมีรายงานเมื่อ 15 ตุลาคม 2568 ว่า ทั้ง 2 ฝ่ายตอบโต้กันด้วยการยิงปะทะเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 สัปดาห์ เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณพรมแดนชนบทของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งสื่อปากีสถานอ้างว่ากองกำลังในอัฟกานิสถานเริ่มต้นการโจมตีก่อน จากนั้นปากีสถานจึงตอบโต้ทำให้รถถังและฐานที่มั่นของฝ่ายอัฟกานิสถานได้รับความเสียหาย ด้านอัฟกานิสถานยืนยันการปะทะดังกล่าว แต่ไม่รายงานรายละเอียด ทั้งนี้ ปากีสถานเชื่อว่าพื้นที่บริเวณพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศถูกใช้เป็นฐานที่มั่นและซ่อนตัวของกลุ่มตอลิบันและกองกำลังติดอาวุธอื่น ๆ ที่รัฐบาลปากีสถานถือว่าเป็นอันตรายและภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ นานาชาติติดตามและเฝ้าระวังความขัดแย้งระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน เนื่องจากอาจเป็นสถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศและบั่นทอนความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศที่ไม่ไว้วางใจกัน เพราะปากีสถานเชื่อว่ารัฐบาลตอลิบันในอัฟกานิสถานสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและกองกำลังติดอาวุธ เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Tehreek-e-Taliban Pakistan หรือ TTP กลุ่ม Balochistan Liberation Army หรือ BLA และกลุ่ม Islamic State Khorasan Province หรือ ISKP ที่เคลื่อนไหวเป็นภัยคุกคามต่อรัฐบาลปากีสถานมาโดยตลอด รวมทั้งอยู่เบื้องหลังการโจมตีหลายครั้งในจังหวัด Khyber…

การเสียชีวิตนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ตอกย้ำกัมพูชาเป็นแหล่งล่อลวง  

  กรณีนักศึกษาชาวเกาหลีใต้เสียชีวิตจากการถูกทรมาน ใกล้ภูเขา Bokor ในจังหวัดกัมปอต กัมพูชา เพื่อเรียกค่าไถ่ เมื่อ สิงหาคม 2568 ตอกย้ำว่ากัมพูชายังเป็นแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เฉพาะอย่างยิ่งการล่อลวงชาวต่างชาติ ไปทำธุรกิจออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ การทรมาน และการเรียกค่าไถ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อมิถุนายน 2568  Amnesty International รายงานว่ากัมพูชาไม่สามารถกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ทั่วกัมพูชา จำนวน 53 แห่ง ได้ เช่นเดียวกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ที่ระบุว่า กัมพูชาเป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์ของโลก เกาหลีใต้เป็นประเทศล่าสุดที่ประชาชนถูกหลอกลวงไปยังกัมพูชา ซึ่งทำให้กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศเตือนให้ชาวเกาหลีใต้งด หรือเลื่อนการเดินทางไปกัมพูชา และยกระดับคำเตือนเป็น “คำแนะนำพิเศษ” เพื่อความปลอดภัยในกรุงพนมเปญ  รวมทั้งบริเวณสีหนุวิลล์  และภูเขา Bokor โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อ 10 ตุลาคม 2568 รวมทั้งเตือนชาวเกาหลีใต้ให้ระมัดระวังการถูกหลอกลวงให้ไปทำงานที่กัมพูชา ด้วยการชวนเชื่อว่าจะให้ค่าจ้างสูง แต่หลังจากนั้นจะถูกลักพาตัว เพื่อไปเรียกค่าไถ่ หรือบังคับให้ทำการหลอกลวงทางออนไลน์ด้วยการทรมาน เช่น การใช้เครื่องมือช็อต และใช้เหล็กตีหน้า เป็นต้น จากกรณีเสียชีวิตจากการถูกทรมานในกัมพูชาของนักศึกษาเกาหลีใต้ ที่เดินทางไปกัมพูชาเมื่อ…