ทิศทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกในปี 2569

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เติบโตอย่างรวดเร็วมาก  และแนวโน้มอุตสาหกรรมนี้ ในปี 2569 จะมีมูลค่าเกือบถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภูมิภาคอเมริกา และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกคงการเป็นผู้นำการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ขณะที่ประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นไต้หวัน โดยมีบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.(TSMC) เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกเช่นเดิม ด้วยการครองสัดส่วนการผลิต ร้อยละ 50-60 ของโลก และยังเป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปให้กับบริษัทชี้นนำของโลก เช่น บริษัท Apple บริษัท Advanced Micro devices (AMD) บริษัท Nvidia และบริษัท Qualcomm เป็นต้น รายงานขององค์กรสถิติการค้าเซมิคอนดักเตอร์โลก (World Semiconductor Trade Statistics–WSTS) ที่เผยแพร่เมื่อต้นธันวาคม 2568 ประเมินว่า ในปี 2568 การเติบโตอย่างของเซมิคอนดักเตอร์โลกจะอยู่ที่ร้อยละ  22  มีมูลค่ารวมทั้งโลกอยู่ที่ 772,243 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2569 จะเติบโต ร้อยละ 26.3 ซึ่งจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่…

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านน่าจะทำให้สถานการณ์ในอิหร่านดีขึ้น

สถานการณ์ในอิหร่านขณะนี้ยังคงมีการประท้วง  เพื่อต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลอิหร่านก็ปราบปรามอย่างหนัก เพื่อหวังว่าจะให้เหตุการณ์ยุติ แต่การประท้วงที่ดำเนินมาตั้งแต่ 28 ธันวาคม 2568 ยังไม่มีท่าทียุติโดยง่าย องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนประเมินว่า มีชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วกว่า 600 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก การประท้วงหลักยังอยู่ที่เตหะรานซึ่งเป็นเมืองหลวง แต่ก็กระจายไปยังเมืองต่าง ๆ ด้วย รวมทั้งมีรายงานจากเจ้าหน้าทีในอิหร่านว่า มีชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วกว่า 1,200 ราย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้สถานการณ์ในอิหร่านมีตึงเครียดมากขึ้น ด้วยการระบุเมื่อ 11 มกราคม 2569 ว่าการโจมตีอิหร่านจะเป็นทางเลือกในหลาย ๆ ทาง ที่สหรัฐฯ จะดำเนินการ หากอิหร่านใช้กำลังกวาดล้างผู้ประท้วง ขณะที่อิหร่านก็โต้ว่า พร้อมจะตอบโต้สหรัฐฯ หรืออิสราเอลกลับทันที หากสหรัฐฯ ทำการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ทางเลือกที่สหรัฐฯ จะดำเนินการต่ออิหร่าน เช่น การโจมตีด้วยขีปนาวุธระยะไกล การปฏิบัติการทางไซเบอร์ และปฏิบัติการทางจิตวิทยา การปฏิบัติการลับ รวมทั้งการขึ้นภาษีประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน ร้อยละ 25 ซึ่งประเด็นนี้ทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก และออกมาตอบโต้ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของจีนกับอิหร่าน เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่กับอิหร่าน…

ทำไมจีนหัวเสียที่สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา

  การปฺฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ชื่อ “Operation Absolute Resolve” โจมตีเวเนซุเอลา เมื่อ 3 มกราคม 2569 พร้อมกับชิงตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภริยา ไปขึ้นศาลที่สหรัฐฯ ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการค้าเสพติด และอุปกรณ์อาวุธปืน ทำให้ประเทศต่าง ๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และกล่าวหาสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ  จีนก็ประณามการกระทำของสหรัฐฯ และผู้แทนจีนก็ได้กล่าวหาสหรัฐฯ อย่างรุนแรง มากกว่าประเทศอื่นในเวทีการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีประชุมเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เมื่อ 5 มกราคม 2569 อย่างไรก็ดี ก็มีอีกกลุ่มประเทศที่เห็นด้วยกับสหรัฐฯ ที่ช่วยถอนรากถอนโคนอาชญากรรมข้ามชาติในเวเนซุเอลา เช่น อาร์เจนตินา และปารากวัย จีนยืนยันว่าจะคงความร่วมมือกับเวเนซุเอลา และปกป้องผลประโยชน์ของจีนในเวเนซุเอลา ขณะที่สหรัฐฯ ก็เดินหน้าบริหารจัดการน้ำมันในเวเนซุเอลาโดยเมื่อ 9 มกราคม 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พบผู้บริหารน้ำมันชั้นนำของสหรัฐฯ ในการเปิดทางให้ไปลงทุนในเวเนซุเอลา พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำมันส่งกลับไปขายยังสหรัฐฯ รวมทั้งเดินหน้าพิพากษาคดีต่อประธานาธิบดีมาดูโร ซึ่งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในการขึ้นศาลที่นครนิวยอร์ก เมื่อ 5 มกราคม 2569 และจะขึ้นศาลอีกครั้งใน 17…

กัมพูชาเดินเกมเพิ่มความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ

ในห้วงที่การเมืองไทยซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งบริเวณชายแดนกำลังมุ่งหาเสียงในการเลือกตั้ง และรัฐบาลยังเป็นรักษาการ กัมพูชาเล่นเกมในเวทีระหว่างประเทศ โดยใช้การพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ  และการให้สัมภาษณ์สื่อของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนของกัมพูชาที่ต้องการสันติภาพกับไทย แต่ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเวทีกล่าวหาไทยว่า ไทยอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อขัดแย้งบริเวณชายแดนอีกได้ หากใช้ข้อกล่าวหาว่ากัมพูชาเป็นฐานของกลุ่มหลอกลวงทางออนไลน์ นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ใช้การพบปะกับนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เมื่อ 10 มกราคม 2569  (หลังจากพบเจ้าหน้าที่ไทยเมื่อ 9 มกราคม 2569) ในการแสดงให้นานาชาติเห็นว่า กัมพูชาต้องการสันติ และแสดงท่าทีเหมือนทุกครั้งที่ชื่นชมสหรัฐฯ ในการทำให้ไทยและกัมพูชาหยุดยิง โดยยกย่องบทบาทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และหวังว่าสหรัฐฯ จะยังช่วยต่อไปให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 26 ตุลาคม 2568 สำหรับกัมพูชาไม่มีปัญหาในการที่จะดำเนินการดังกล่าว นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ยังได้ให้คำมั่นต่อนายดีซอมบรีว่า ทั้งสหรัฐฯ และกัมพูชาจะยังเสริมสร้างมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมในการเพิ่มความความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคง การทหาร และความเกี่ยวพันระดับประชาชน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และศักยภาพของกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งในโอกาสนี้ นายดีซอมบรียังให้เงินกัมพูชาจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์…

การประท้วงในอิหร่านขยายตัวต่อเนื่องและมีความรุนแรง

สถานการณ์ความมั่นคงในอิหร่านน่าห่วงกังวล เนื่องจากการชุมนุมประท้วงเพื่อแสดงความไม่พอใจนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอิหร่าน มีความรุนแรงและเสี่ยงขยายตัวทั้งในเชิงพื้นที่ และระยะเวลาการชุมนุม โดยเมื่อ 11 มกราคม 2569 มีรายงานว่าการชุมนุมประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศ ใน 185 เมืองและ 31 จังหวัด เฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเตะหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน และเมืองทางทิศตะวันตกของประเทศ การประท้วงครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่น ๆ เนื่องจากผู้ชุมนุมมีมุมมองว่าการประท้วงครั้งนี้มีประชาชนออกไปร่วมจำนวนมาก ทั้งที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและรัฐบาลจะเริ่มใช้มาตรการปราบปรามอย่างเด็ดขาด รวมทั้งรัฐบาลสั่งการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อควบคุมและขัดขวางการประท้วง แต่ยังมีประชาชนจำนวนมาก หลากหลายช่วงวัย ออกไปร่วมกับผู้ชุมนุม ส่วนหนึ่งเพราะไม่พอใจมาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงต้องการออกไปคัดค้านรัฐบาล สะท้อนว่าชาวอิหร่านยังคงมีความหวังสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต ปัจจุบัน รัฐบาลอิหร่านควบคุมสถานการณ์ด้วยเครื่องมืออย่างน้อย 4 กลไก ได้แก่ 1) ใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ชุมนุมโดยตรง พร้อมกับใช้มาตรการควบคุมฝูงชนอย่างเด็ดขาด เพื่อจำกัดขอบเขตการประท้วงและป้องปรามไม่ให้ชาวอิหร่านไปเข้าร่วมการประท้วงมากขึ้น มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ประท้วงไปมากกว่า 100 คน มีผู้ประท้วงเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่แล้วอย่างน้อย 78 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติการดังกล่าวเช่นกัน 2) ตัดช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต สร้างความหวาดกลัวและความไม่แน่นอน 3) เร่งประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับชาวอิหร่านว่าทิศทางเศรษฐกิจของประเทศเริ่มดีขึ้น และ 4)…

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อกลุ่ม ISIS ในซีเรีย

กองทัพสหรัฐฯ เมื่อ 10 มกราคม 2569 ปฏิบัติการ Operation Hawkeye Strike โจมตีทางอากาศต่อกลุ่มก่อการร้าย  Islamic State of Iraq and Syria หรือ ISIS ในซีเรีย เพื่อตอบโต้กรณีสมาชิกกลุ่ม ISIS ลอบโจมตีทหารอเมริกันเมื่อ ธันวาคม 2568 ทำให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจำนวน 2 นาย ทั้งนี้ ปฏิบัติการโจมตีกลุ่ม ISIS ของกองบัญชาการกลางของ  หรือ CENTCOM ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ สามารถระบุเป้าหมายและทำลายฐานที่มั่นของกลุ่ม ISIS ได้หลายพื้นที่ และสหรัฐฯ ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายฝ่ายในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย ปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่มีการเผยแพร่คลิปเหตุระเบิดในหลายพื้นที่ของซีเรียผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ปฏิบัติการ Operation Hawkeye Strike เริ่มต้นตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2568 คาดว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซีเรีย ซึ่งปัจจุบันให้ความร่วมมือกับนานาชาติเป็นอย่างดีด้านการต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ ปฏิบัติการดังกล่าวยังมีขึ้นหลังจากนาย Tom…

เมียนมาจัดการเลือกตั้งระยะที่ 2

เมียนมาจัดการเลือกตั้งทั่วไประยะที่ 2 ใน 11 มกราคม 2569 ครอบคลุม 100 เมือง เพื่อให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย และความมั่นคงทางการเมือง อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติ (UN) ประเทศตะวันตก และองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนจำนวนมากแสดงความกังวลว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่เสรี ยุติธรรม และน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยกว่าที่คาดการณ์ หรือประมาณร้อยละ 52 ตั้งแต่การเลือกตั้งระยะแรกเมื่อ 28 ธันวาคม 2568 รวมทั้งไม่มีพรรคคู่แข่งสำคัญทางการเมืองลงสมัครด้วย ทำให้ชัยชนะของพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (USDP)  อาจไม่มีคุณค่าและความหมายด้านประชาธิปไตย เมียนมาจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี 2564 โดยจะจัดขึ้นในพื้นที่ 265 เมือง จากทั้งหมด 330 เมือง รวมทั้งในพื้นที่ที่รัฐบาลเมียนมายังไม่สามารถควบคุมกระแสต่อต้านทางการเมืองได้ ทำให้จำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อย เพราะประชาชนในแต่ละพื้นที่กลัวว่าการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอาจไม่ปลอดภัย รวมทั้งบางส่วนไม่ต้องการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะไม่เห็นด้วยกับกระบวนการเลือกตั้งที่จะเป็นเครื่องมือของรัฐบาลและกองทัพในการรักษาอำนาจทางการเมืองต่อไป สำหรับการเลือกตั้งระยะที่ 3 จะมีขึ้นใน 25 มกราคม 2569 ซึ่งผู้นำเมียนมาพยายามโน้มน้าวให้ชาวเมียนมาออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นักวิเคราะห์ในต่างประเทศประเมินว่า เมียนมาอาจจัดการเลือกตั้งครั้งนี้สำเร็จ แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหประชาชาติ เนื่องจากนาย…

เมียนมาในปี 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเมียนมาว่า รัฐบาลจะปล่อยตัวนักโทษและนักโทษการเมืองมากขึ้นในปี 2569 เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้นานาชาติเห็นว่า เมียนมาเคารพเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน จะได้เป็นผลดีต่อการเลือกตั้งในเมียนมา ซึ่งเมื่อ 4 มกราคม 2569 รัฐบาลเมียนมาฉลองโอกาสวันอิสรภาพ หรือ Independence Day ครั้งที่ 78 ด้วยการปล่อยตัวนักโทษจำนวน 6,134 คน ออกจากเรือนจำ รวมทั้งปล่อยตัวนักโทษชาวต่างชาติจำนวน 52 คนด้วย เพื่อเฉลิมฉลองและสะท้อนว่ารัฐบาลเมียนมาให้ความเคารพในเสรีภาพของมนุษย์ การปล่อยตัวนักโทษในวันสำคัญทางการเมืองของเมียนมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานานหลายปี ซึ่งเมื่อ พฤศจิกายน 2568 เมียนมาได้ปล่อยตัวนักโทษจำนวนมากกว่า 3,000 คน เพื่อฉลองก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ ธันวาคม 2568 แต่ยังคงควบคุมตัวนักโทษการเมืองคนสำคัญ ได้แก่ อองซานซูจี อดีตผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่เป็นสัญลักษณ์ของการส่งเสริมประชาธิปไตยในเมียนมา ส่วนพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party – USDP) ที่กองทัพเมียนมาสนับสนุนจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และได้เป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลใน มีนาคม 2569 โดยในการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา ระยะที่…

 ความขัดแย้ง….. สันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชาในมุมมองของสหรัฐฯ

นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เป็นใคร และพูดถึงไทย และกัมพูชาว่าอย่างไร …..ทำไมถึงน่าสนใจ…..เมื่อแสดงทัศนะเส้นทางสันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชา ทางออนไลน์ เมื่อ 15.00 เมื่อ 9 มกราคม 2569 ตามเวลาไทย และตรงกับ 21.00 น. เวลาที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ และที่น่าสนใจไปยิ่งกว่านั้นคือ พูดถึงจีนว่าอย่างไรในเรื่องสันติภาพไทย-กัมพูชา…. ทัศนะของนายดีซอมบรีต่อเส้นทางไปสู่สันติภาพบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นท่าทีทางการของสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด เนื่องจากนายดีซอมบรี กำลังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย นอกจากนี้ นายดีซอมบรียังคุ้นเคยกับไทยมาก และรู้จักไทยดีทีเดียว เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/กรุงเทพฯ ห้วงปี 2563-2564 ซึ่งเป็นช่วงสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 1.0  การแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยครั้งนั้นของนายดีซอมบรี ได้รับความสนใจในเวทีการทูตมาก เพราะไม่ได้มาทั้งจากกระทรวงการต่างประเทศหรือนักการทูตมืออาชีพในรอบ 40 ปี ของไทย แต่เป็นนักกฎหมาย นักธุรกิจ และใกล้ชิดประธานาธิบดีทรัมป์ และพรรครีพับลิกันมากทีเดียว ประเด็นสำคัญในเส้นทางไปสู่สันติภาพบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาภายใต้บทบาทนำของสหรัฐฯ ที่นายดีซอมบรี ต้องการส่งสาร (message)ใ ห้ประเทศในภูมิภาครับรู้เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ในไทย…

สหรัฐฯ จะถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

  ความเคลื่อนไหวและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงไปในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ทั่วโลกกังวลว่าจะสร้างผลกระทบต่อระเบียบโลก ตั้งแต่เหตุการณ์เวนซุเอลา ต่อมาทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 7 มกราคม 2568 เผยแพร่บันทึก (Presidential Memorandum) ว่าจะถอนสหรัฐฯ ออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศและสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่ไม่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ซึ่งต่อจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ จะเริ่มกระบวนการยกเลิกการเป็นสมาชิก ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะดำเนินนโยบายในลักษณะนี้ ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2568 ผ่านคำสั่งผู้บริหาร ให้หน่วยงานต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) ทบทวนนโยบายการเป็นสมาชิกและการสนับสนุนงบประมาณแก่องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรและสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่สหรัฐฯ จะยกเลิกการเป็นสมาชิก ประกอบด้วยองค์กรภายใต้สหประชาชาติ เช่น Commission for Environmental Cooperation และ International Solar Alliance และองค์กรที่อยู่นอกการควบคุมดูแลโดยสหประชาชาติ เช่น คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (ECOSOC) คณะกรรมาธิการกฎหมายระหว่างประเทศ (International Law Commission หรือ ILC) ศูนย์การค้าระหว่างประเทศ…