เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้การเติบโตจะชะลอตัว

รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน +3 ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office -AMRO) ประจำกรกฎาคม 2568 ระบุว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์มีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 5.6 ในปี 2568 และร้อยละ 5.5 ในปี 2569 โดยเป็นการปรับลดจากคาดการณ์ครั้งก่อนที่ประเมินว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 6.3 เป็นผลมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว แม้คาดการณ์ตัวเลขจะปรับลดลง แต่การเติบโตเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ยังแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงผลักดันจากการบริโภคของภาคเอกชน และมีปัจจัยเชิงบวก สภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงมีเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ซึ่ง AMRO คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2568 จะอยู่ที่ร้อยละ 1.8  ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.3 เช่นเดียวกับรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ระบุว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 5.6 ในปี 2568 ซึ่งเติบโตสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รองจากเวียดนาม ที่คาดจะเติบโตร้อยละ 6.3 ขณะที่ไทยคาดการณ์เศรษฐกิจเติบโตที่ร้อยละ 1.8) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็นร้อยละ 5.8 ในปี 2569 ทั้งนี้ ในห้วงไตรมาสแรกของปี…

ความรุนแรงในฉนวนกาซา ผู้เสียชีวิตมากกว่า 60,000 ราย ประเทศยุโรปเพิ่มแรงกดดันอิสราเอล

สงครามและความรุนแรงในฉนวนกาซายังคงได้รับความสนใจจากต่างประเทศ เนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารที่ยาวนานและยืดเยื้อของอิสราเอลในพื้นที่ตั้งแต่ ตุลาคม 2566 ปัจจุบันมีรายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 ว่า มีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาแล้วมากกว่า 60,000 คน พร้อมกันนี้ นานาชาติห่วงกังวลเรื่องวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ เพราะมีรายงานว่าอิสราเอลไม่เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ อิสราเอลยังโจมตีพื้นที่มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วย ทำให้เป็นอันตรายทั้งต่อชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการความช่วยเหลือ เด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่เริ่มแสดงอาการป่วยขั้นรุนแรงเพราะขาดสารอาหาร และเจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ องค์กรระหว่างประเทศจึงออกมาร่วมกันเรียกร้องให้นานาชาติกดดันอิสราเอลให้ยุติความรุนแรงและการใช้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเครื่องมือทำร้ายชาวปาเลสไตน์ โดยองค์กร Integrated Food Security Phase Classification (IPC) ระบุว่าสถานการณ์ในฉนวนกาซาเสี่ยงจะเผชิญความอดอยากที่ร้ายแรงที่สุด แม้กระทั่งองค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนของอิสราเอล ยังเผยแพร่รายงานที่เป็นเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของอิสราเอลว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาน่าห่วงกังวล และนโยบายของรัฐบาลอิสราเอลเข้าข่ายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมกับเตือนว่าชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์อาจเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกันกับในฉนวนกาซา เพราะกองทัพอิสราเอลอาจมุ่งทำสงครามและกวาดล้างชาวปาเลสไตน์ที่ต่อต้านอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าวด้วย สถานการณ์ในฉนวนกาซาที่สร้างความกังวลไปทั่วโลก ทำให้ประเทศมหาอำนาจเริ่มเพิ่มแรงกดดันต่ออิสราเอลให้ยุติสงคราม โดยนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรแถลงเมื่อ 29 กรกฎาคม 2568 ว่า สหราชอาณาจักรมีแผนจะรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ในห้วง กันยายน 2568 หากอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาและไม่ทำข้อตกลงหยุดยิง พร้อมกันนี้ ผู้นำสหราชอาณาจักรระบุด้วยว่า อิสราเอลต้องยอมรับการแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งตามแนวทางสองรัฐ (two-states solution) และเปิดทางให้องค์กรสหประชาชาติเข้าพื้นที่ฉนวนกาซาเพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ ไม่เช่นนั้น สหราชอาณาจักรจะเริ่มกระบวนการรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations…

ผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.8 แมกนิจูดที่รัสเซีย

  เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งภาคตะวันออกของรัสเซียเมื่อ 30 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะญี่ปุ่น และสหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐฮาวายและรัฐอแลสกา แจ้งเตือนเหตุสินามิ ด้านรัสเซียเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งเนื่องจากเสี่ยงเกิดคลื่นสินามิสูง 3-4 เมตร รวมทั้งประเมินความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนในเมืองเปโตรปัฟลอฟสก์-คัมชัตสกี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 136 กิโลเมตร ตลอดจนสั่งอพยพประชาชนออกจากหมู่เกาะ Kuril ของรัสเซีย เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายปี ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (Japan Meteorological Agency -JMA)  ออกคำเตือนระดับสูงสำหรับชายฝั่งแปซิฟิก และเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก พร้อมสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากกว่า 1.9 ล้านคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Fukushima ด้วย ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่มีการแจ้งเตือนสินามิ ได้แก่ จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เปรู และหมู่เกาะ Galapagos สำหรับเหตุแผ่นดินไหวครั้งก่อนหน้านี้ในภูมิภาคดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 มีขนาด 9.0 แมกนิจูด ในพื้นที่ตอนเหนือของญี่ปุ่น ทำให้เกิดสินามิในหลายพื้นที่…

เกิดเหตุยิงกลางเมืองแมนฮัตตัน และมีผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เร่งสอบสวนเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กและประชาชนที่กลางเมืองแมนฮัตตัน เมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 18.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ พื้นที่ก่อเหตุ คือ ล็อบบี้และบริเวณชั้น 33 ของอาคาร Rudin Management เลขที่ 345 Park Avenue ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งสถานประกอบธุรกิจขนาดใหญ่และบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น บริษัท Blackstone ซึ่งเป็น hedge fund  บริษัท KPMG ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชี และสำนักงานใหญ่ National Football League  เป็นต้น ผู้ก่อเหตุยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณล็อบบี้ของอาคารก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้น 33 ผู้ก่อเหตุ คือ นาย Shane Devon Tamura ชาวอเมริกันอายุ 27 ปี ภูมิลำเนาจากรัฐเนวาดา ใช้อาวุธปืนรุ่น M4 ในการก่อเหตุ และเตรียมอาวุธปืนอื่น…

เหตุอุทกภัยรุนแรงในกรุงปักกิ่งของจีน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 คน

เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ตอนเหนือของกรุงปักกิ่งของจีน โดยมีรายงานเมื่อ 29 กรกฎาคม 2568 ว่า อุทกภัยดังกล่าวเกิดจากฝนตกหนักสะสมตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2568 และน้ำท่วมเฉียบพลัน มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 30 ราย ต้องอพยพประชาชนชาวจีนในพื้นที่ 80,332 คน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในเขต Miyun, Huairou และ Fangshan เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะยังรุนแรงและเสี่ยงอันตรายจนถึงปลาย กรกฎาคม 2568 เพราะคาดว่าจะมีฝนตกอีก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนสั่งให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้สูญหายอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ กรุงปักกิ่งของจีนเคยเผชิญเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างมากเมื่อ กรกฎาคม 2555 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 79 ราย ปัจจุบันสภาพอากาศในกรุงปักกิ่งยังคงมีฝนตกหนัก ประชาชนจำนวนมากต้องอยู่อาศัยโดยไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม รวมทั้งไม่สามารถเดินทางหรืออพยพออกจากพื้นที่ได้ รัฐบาลต้องเร่งให้ความช่วยเหลือโดยมีการใช้อากาศยานไร้คนขับเพื่อส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้และอาหารในช่วงที่ยังไม่สามารถส่งทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือได้ นอกจากนี้ รัฐบาลจีนสร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยประกาศว่าได้เตรียมงบประมาณ 200 ล้านหยวน หรือประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบรรเทาสาธารณภัยครั้งนี้ โดยจะใช้งบประมาณดังกล่าวเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมสถานที่ที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน  เช่น ถนน สะพาน แหล่งน้ำสะอาด และโรงพยาบาล…

ท่าทีภาคส่วนเศรษฐกิจต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

  ส.อ.ท. สทท. หอการค้าไทย สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา นักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ประเมินถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประมาณการมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท/วัน และหากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้ออาจมีมูลค่าความเสียหายในช่วงครึ่งหลังปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 110,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยมีความเข้าใจ และได้ปรับแผนธุรกิจ โดยเปลี่ยนไปใช้การส่งออกผ่านทางเครื่องบิน หรือทางเรือแทน หรือใช้วิธีส่งไปขายในพื้นที่อื่น หรือด่านชายแดนฝั่งอื่นแทน ทั้งนี้ ภาคส่วนเศรษฐกิจได้แสดงท่าทีร้องขอต่อรัฐบาลด้วยคือ การหาแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย หรือมาตรการคุ้มครองธุรกิจไทยในกัมพูชาด้วย รวมถึงการมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ/ผู้ค้ารายย่อยไทยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย

ประเทศในเอเชีย ตอ.ต.เผชิญแรงกดดันในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ

  เว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานระบุ ประเทศเศรษฐกิจหลักของเอเชีย ตอ.ต.กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากกรณีการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ โดยสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย และกัมพูชา ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ ซึ่งจะถึงกำหนดใน 1 ส.ค. 68 ส่งผลให้เสี่ยงต่อการถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูง โดยมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นเมื่อประเทศเพื่อนบ้านทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างบรรลุข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ แล้ว โดยในส่วนของไทยนักวิเคราะห์ประเมินว่า หากตกลงอัตราภาษีได้ที่ร้อยละ 15 – 20 เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 1.1 – 1.4 นักวิเคราะห์ยังมองว่า การเจรจาภาษีแยกกันของแต่ละประเทศในภูมิภาคอาจส่งผลกระทบต่อเอกภาพของกลุ่มอาเซียน โดยสหรัฐฯ ต้องการควบคุมสินค้าจากจีนที่หลีกเลี่ยงภาษีด้วยการส่งผ่านประเทศที่สามในเอเชีย ตอ.ต.ไปยังสหรัฐฯ ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนกลายเป็นเป้าหมายของสหรัฐฯ ในการเพิ่มแรงกดดันต่อจีนที่เป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

ความต้องการรถยนต์ EV ในภาคธุรกิจของไทยเพิ่มขึ้น

Nikkei Asia รายงานว่า ความต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มลูกค้าองค์กรของไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยบริษัท Bolt บริษัทเรียกรถสัญชาติเอสโตเนีย ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มรถยนต์ EV อย่างน้อย 1,000 คัน ภายในปี 2571 ด้านบริษัท Sumitomo Mitsui Auto Service ของญี่ปุ่นมีแผนจะเพิ่มรถแท็กซี่ EV และรถยนต์ประเภทอื่นอีก 1,000 คัน เพื่อรองรับความต้องการของบริการเช่ารถและแท็กซี่สำหรับการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น และยังมีการร่วมทุนของบริษัท Marubeni ของญี่ปุ่น กับบริษัทบ้านปูของไทย ในการจัดตั้งธุรกิจบริหารจัดการรถยนต์ EV เชิงพาณิชย์ โดยมีแผนใช้รถประมาณ 3,000 คันภายในปี 2571 เช่นกัน โดยรถยนต์ EV ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แม้ว่าตลาดรถยนต์ EV ในไทยจะชะลอตัวจากปัญหาทางการเงินของบริษัท Neta Auto จากจีน แต่ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนรายอื่น เช่น BYD Guangzhou Automobile Group…

ผู้ใช้งานชาวไทยของแอปฟลิเคชัน Taobao เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

  นสพ.SCMP ของฮ่องกง รายงานระบุว่า แอปพลิเคชัน Taobao แพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนซึ่งเป็นของบริษัท Alibaba มีการเติบโตของผู้ใช้งานในไทยอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Alibaba พบว่า จำนวนผู้ใช้งานใหม่ชาวไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับปี 2567 หลังจากการเปิดตัว Taobao เวอร์ชันภาษาไทย ซึ่งสามารถชำระเงินเป็นสกุลบาทได้ ถือเป็นความพยายามล่าสุดในการขยายธุรกิจในเอเชียของ Alibaba เนื่องจากความต้องการภายในจีนชะลอตัว และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งรายใหม่ เช่น Pinduoduo Douyin โดยด้วยจำนวนประชากรวัยหนุ่มสาวทำให้เอเชีย ตอ.ต.กลายเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ในขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยสร้างรายได้ 1.1 ล้านล้านบาท ในปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปี 2566

EU บรรลุข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ

  สหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เยือนสก็อตแลนด์และพบหารือกับนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่คลับกอล์ฟ Turnberry ในเขต South Ayrshire  สาระสำคัญของข้อตกลงดังกล่าว คือ สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศที่อัตราร้อยละ 15 ลดลงจากร้อยละ 30 ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่สหภาพยุโรปจะต้องเปิดตลาดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และสินค้าบางประเภทจะได้รับอัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 0 เช่น เครื่องบินและสินค้าเกษตรกรรมบางประเภท นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า EU จะลงทุนในสหรัฐฯ ประมาณ 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งจะลงทุนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานของสหรัฐฯ เพิ่มอีกมูลค่า 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้าด้วย แม้ว่าอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจะยังไม่เปลี่ยนแปลงและคงไว้ที่ร้อยละ 50 แต่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปมีมุมมองเชิงบวกต่อข้อตกลงดังกล่าว…