3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมความมั่นคงมิวนิกปี 2569 และข้อเสนอแนะต่อไทย

การประชุมระดับนานาชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ยังคงเป็นเวทีที่ประเทศมหาอำนาจใช้ประโยชน์เพื่อประกาศนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง ตลอดจนต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ในการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference ) ครั้งที่ 62 เมื่อ กลางกุมภาพันธ์ 2569  ที่เยอรมนี ก็เช่นกัน เป็นโอกาสให้อย่างน้อย 3 มหาอำนาจของโลก ได้แก่ ยุโรป จีน และสหรัฐฯ ได้แสดงมุมมองต่อ “ระเบียบโลก” ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มนักรัฐศาสตร์ปัจจุบัน บทความนี้จะสรุป 3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมดังกล่าว และวิเคราะห์ว่ามหาอำนาจของโลกกำลังจะทำอะไรเพื่อรักษาระเบียบโลกแบบที่เป็นผลดีต่อประโยชน์ของตนเอง รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยควรจะมีลักษณะอย่างไรในระเบียบโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ด้วย ประเด็นแรก ความมั่นคงยุโรปในสภาพแวดล้อมที่กำลังล่มสลาย…… เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความมั่นคงระดับโลกที่เมืองมิวนิก เมื่อ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการประชุมสำคัญสำหรับกลุ่มประเทศยุโรป และอาจมีความสำคัญมากกว่าการประชุมปีอื่น ๆ เนื่องจากยุโรปกำลังเผชิญความท้าทายจากนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากการบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ทำให้ระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงของกลุ่มพันธมิตรโลกตะวันตกสั่นคลอนและอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะนอกจากจะใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือกดดันประเทศคู่ค้าในยุโรปแล้ว สหรัฐฯ ยังระบุในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ว่าจะให้ยุโรปรับผิดชอบความมั่นคงของตนเอง ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่เน้นนโยบาย America First ทำให้ยุโรป…

อิหร่านซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผู้แทนไปเจรจากับสหรัฐฯ ที่กรุงเจนีวา

อิหร่านใช้ทุกเครื่องมือเพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของชาติและระบอบการเมือง ท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจ ประเทศตะวันออกกลาง และประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารจัดการของรัฐบาล มีรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านอาจให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการลดระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ควบคู่กับป้องปรามและยับยั้งการรุกรานอิหร่าน เพราะปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่สหรัฐฯ จะร่วมมือกับต่างประเทศกดดันอิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ รวมทั้งอาจเตรียมการโจมตีมาตุภูมิของอิหร่านด้วย เหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่า อิหร่านให้ความสำคัญกับการปกป้องมาตุภูมิและการรักษาดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ คือ กรณีมีรายงานเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า อิหร่านส่งนาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์กับผู้แทนจากสหรัฐฯ เป็นครั้งที่ 2 โดยมีผู้แทนจากโอมานเป็นผู้ประสานงานเป้าหมายเพื่อให้บรรลุการทำข้อตกลงที่ยุติธรรมระหว่างกัน พร้อมกันนี้ กองทัพปฏิบัติอิหร่าน (IRGC) สั่งการซ้อมปฏิบัติกทางทางทหารในทะเล รหัส Smart Control of Hormuz Strait ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญของอิหร่าน ภูมิภาคตะวันออกกลาง และการค้าระหว่างประเทศ เพราะเป็นช่องทางลำเลียงการค้าน้ำมันที่สำคัญ กองทัพอิหร่านย้ำว่าการซ้อมปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม แต่สื่อมวลชนทั่วโลกประเมินว่าอิหร่านกำลังแสดงแสนยานุภาพทางการทหารเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ รุกล้ำหรือแทรกแซงความมั่นคงของอิหร่าน ในช่วงที่ปัจจุบันยังคงมีผู้ชุมนุมประท้วงยืดเยื้อในประเทศ ตลอดจนอาจะเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปประจำการในตะวันออกกลางเพิ่มเป็นกองเรือที่ 2…

ผู้อพยพจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านในหลายประเทศ

  ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในประเทศต่าง ๆ ดูจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านผู้อพยพในหลายประเทศ ไม่เฉพาะสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงยุโรป และญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะมีการสกัดกั้นการเดินทางเข้าประเทศของผู้อพยพหน้าใหม่มากขึ้น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ยังประเมินว่า สถานการณ์การโยกย้ายถิ่นฐานของโลกในปี 2569 จะทวีความรุนแรงจากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงในประเทศต่าง ๆ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ชีวิตของผู้อพยพไม่ว่าจะเข้าเมืองอย่างผิดหรือถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ดูจะอยู่ยากมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2  โดยมีเป้าหมายจะเนรเทศผู้อพยพให้ได้ 1 ล้านคนต่อปี โดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และกำจัดอาชญากร  เพื่อให้สังคมอเมริกันมีความสุข และให้ความสำคัญกับชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก มาตรการที่สหรัฐฯ ใช้ เช่น  ระงับสิทธิประโยชน์และเงินอุดหนุนแก่ผู้ลี้ภัย และเพิกถอนสิทธิคุ้มครองชั่วคราวสำหรับผู้อพยพหรือผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศต่าง ๆ กว่า 1.3 ล้านคน พร้อมกำหนดเงื่อนเวลาในการเดินทางออก มิฉะนั้นจะมีความผิดฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือเนรเทศผู้ฝ่าฝืน รวมทั้งลดระยะเวลาการต่ออายุใบขออนุญาตทำงานของผู้ลี้ภัยจาก 5 ปี เป็น 18 เดือน และทบทวนสถานะผู้ลี้ภัย 19…

เมียนมาขับนักการทูตติมอร์-เลสเต

ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับติมอร์-เลสเต ไม่ราบรื่นและอาจตึงเครียดขึ้น  รวมทั้งอาจกระทบต่อความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน จากความขัดแย้งระหว่างเมียนมากับติมอร์-เลสเต หลังจากมีรายงานเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า รัฐบาลเมียนมาสั่งขับนายเอลิซิโอ โด โรซาริโอ เดอ ซูซา อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา  ให้เดินทางออกจากเมียนมาภายใน 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้ติมอร์-เลสเต ที่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชนชาติชิน (Chin Human Rights Organization-CHRO) ยื่นฟ้องร้องกองทัพเมียนมาในข้อหาก่ออาชญากรรรมสงคราม และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งเมียนมามีมุมมองว่าติมอร์-เลสเตแทรกแซงกิจการภายใน เนื่องจากเนื้อหาการฟ้องร้องดังกล่าวพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพเมียนมาจำนวน 10 คน รวมทั้งพลเอกอาวุโสมินอ่องไลง์ ผู้นำสูงสุดของเมียนมาด้วย กลุ่มองค์กร Chin Human Rights Organization (CHRO) เป็นองค์กรชาวคริสต์ในรัฐชิน เลือกร่วมมือกับองค์กร Myanmar Accountability Project (MAP) ที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวเมียนมาและชนกลุ่มน้อยในเมียนมาอื่น ๆ และบริษัทด้านกฎหมายของติมอร์-เลสเต ชื่อ บริษัท Da Silva Teixeira & Associados Lda.…

กัมพูชาคาดหวังใช้แผนที่ฝรั่งเศสแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนไทย

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569 อ้างกรณีสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาส่งหนังสือถึงประธานาธิบดีฝรั่งเศสลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อโน้มน้าวฝรั่งเศสให้มอบเอกสารแผนที่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชา ด้านการแก้ไขปัญหาอธิปไตยเหนือดินแดนในพื้นที่พิพาทบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยกัมพูชายินดีให้ฝรั่งเศสส่งทีมผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านแผนที่ไปช่วยเหลือกัมพูชาด้วย พร้อมกันนี้ ผู้นำรัฐบาลกัมพูชาเชื่อมั่นว่าฝรั่งเศสสนับสนุนการแก้ไขปัญหาพิพาทบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทยอย่างสันติและยั่งยืน เป้าหมายสำคัญคือใช้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคง นักวิชาการในต่างประเทศแสดงความเห็นว่าความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสอาจทำให้กัมพูชาได้เปรียบในการต่อรองกับไทย โดยนาง Soksamphoas Im ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัย Michigan State University ระบุว่าเอกสารของฝรั่งเศสได้รับการยอมรับจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice-ICJ) และสหประชาชาติ (UN) นอกจากนี้ ในกรณีพิพาทอื่น ๆ ICJ ก็รับพิจารณาเอกสารทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งแผนที่ในยุคอาณานิคมด้วย เช่น การแบ่งเส้นแดนระหว่างอินเดียและปากีสถานตามเอกสารของสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2490 และการพิจารณาข้อพิพาทเหนือดินแดนเกาะ Pedra Branca ระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์เมื่อปี 2551 ก็ใช้เอกสารสมัยยุคอาณานิคมประกอบการพิจารณาเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศมีมุมมองว่ากรณีผู้นำกัมพูชาขอรับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม อาจทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมให้ความเห็นว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาความขัดแย้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้…

จีนใช้มาตรการวีซ่าฟรีแก่ผู้ที่มีสัญชาติอังกฤษและแคนาดา

จีนขยายความสัมพันธ์อันดีกับประเทศในโลกตะวันตก ด้วยมาตรการผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศ ล่าสุดเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สื่อมวลชนจีนและสื่อต่างประเทศรายงานยืนยันว่า จีนจะใช้มาตรการวีซ่าฟรีแก่ผู้ที่มีสัญชาติอังกฤษและแคนาดา เริ่มตั้งแต่ 17 กุมภาพันธ์ – 31 ธันวาคม 2569  เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้ที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวจากทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งจะสามารถพำนักอยู่ในจีนได้นาน 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า มาตรการดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ว่าจีนกับสหราชอาณาจักร และแคนาดา มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างกันมากขึ้น และจะเป็นผลดีต่อการส่งเสริมความไว้วางใจระหว่างประชาชน มาตรการวีซ่าฟรีเป็นเครื่องมือที่จีนใช้ในการเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ที่ผ่านมา จีนใช้มาตรการวีซ่าฟรีแก่ประเทศต่าง ๆ แล้วอย่างน้อย 50 ประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี และออสเตรเลีย โดยครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลังจากผู้นำสหราชอาณาจักรเยือนจีนเมื่อ มกราคม 2569 และได้พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน แม้ว่านานาชาติ รวมทั้งนักการเมืองในสหราชอาณาจักรจะเดือนว่าการดำเนินนโยบายต่างประเทศใกล้ชิดกับจีนอาจเป็นผลเสียต่อความมั่นคงของสหราชอาณาจักร เฉพาะอย่างยิ่งกรณีจีนจะขอสร้าง สอท.จีน/กรุงลอนดอน แห่งใหม่ แต่นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร ก็ยังยืนยันว่าการปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนให้เป็นปกติ จะเป็นประโยชน์กับความมั่นคงและความมั่งคั่งของสหราชอาณาจักรมากกว่า…

การประท้วงรัฐบาลอิหร่านทั่วโลก

สถานการณ์ความมั่นคงในอิหร่านยังคงตึงเครียด และเกิดการประท้วงในเมืองสำคัญของอิหร่านที่ชาวอิหร่านคัดค้านนโยบายของรัฐบาลซึ่งล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง  กระแสการประท้วงดังกล่าวยังขยายตัวไปในต่างประเทศ โดยมีรายงานเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า มีประชาชนในต่างประเทศรวมตัวกันจำนวนมากสูงสุดถึง 350,000 คน เพื่อแสดงออกถึงการประท้วงเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติในอิหร่าน  พื้นที่ที่ปรากฏการชุมนุมขนาดใหญ่ ได้แก่ เมืองลอสแองเจลลิส สหรัฐฯ  เมืองโตรอนโต แคนาดา เมืองมิวนิก เยอรมนี  กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร และเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ผู้ประท้วงส่วนใหญ่รวมตัวกันในที่สาธารณะ โบกธงชาติอิหร่านและชูป้ายประท้วง การประท้วงอิหร่านในต่างประเทศที่น่าสนใจ คือ กรณีที่เมืองมิวนิก เยอรมนี เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากมีนายเรซา ปาห์ลาวี ผู้ลี้ภัยเชื้อสายราชวงศ์ปาห์ลาวี ที่ลี้ภัยในต่างประเทศ เป็นแกนนำการประท้วงในนาม “global day of action” กระตุ้นให้ประชาชนและผู้สนับสนุนร่วมกันแสดงออกทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงอิหร่าน ทำให้มีผู้ชุมนุมออกไปร่วมแสดงพลังมากกว่า 250,000 คน ผู้ประท้วงได้โบกธงอิหร่านที่มีสัญลักษณ์สิงโตและพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นธงชาติอิหร่านที่ใช้ในช่วงก่อนการปฏิบัติอิสลามเมื่อปี 2522 และตะโกนสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอิหร่าน รวมทั้งกล่าวสนับสนุนบทบาทของพระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน และระบอบการปกครองโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย ท่าทีที่น่าจับตามองของนายเรซา…

ชาวปาเลสไตน์กังวลกรณีอิสราเอลมีแผนผนวกดินแดนในเขตเวสต์แบงก์

กรณีอิสราเอลผ่านกฎหมายที่เอื้อให้รัฐบาลอิสราเอลลงทะเบียนพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์ให้เป็นทรัพย์สินของรัฐได้ ทำให้ชาวปาเลสไตน์กังวลว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้อิสราเอลเริ่มแผนการผนวกดินแดนของชาวปาเลสไตน์ หรือการรุกรายโดยพฤตินัย (de-facto annexation) จึงเรียกร้องให้นานาชาติ เฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐฯ และสหประชาชาติ (UN) ระงับยับยั้งการออกกฎหมายดังกล่าวของอิสราเอลโดยด่วน ทั้งนี้ กลุ่ม Peace Now ซึ่งเป็นองค์กรต่อต้านการผนวกดินแดนของอิสราเอล ให้ความเห็นว่ากฎหมายของอิสราเอลอาจบังคับใช้ได้ภายในปี 2569 และจะเป็นอันตรายต่อชาวปาเลสไตน์ ที่ผ่านมา อิสราเอลใช้เครื่องมือทางการทหารและกฎหมายเพื่อผนวกดินแดนในเขตเวสต์แบงก์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่ออ้างความชอบธรรม แต่ชาวปาเลสไตน์คัดค้านโดยมีมุมมองว่าความเคลื่อนไหวของอิสราเอลนั้นละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังที่อาจตกเป็นเป้าหมายของอิสราเอล คือ Area C ซึ่งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ประมาณ 300,000 คน ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของดินแดน เนื่องจากมีกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน นอกจากนี้ เอกสารตามกฎหมายบางส่วนสูญหายระหว่างสงครามระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์หลายครั้ง ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง คัดค้านมาตรการผนวกดินแดนของอิสราเอลเช่นกัน เช่น จอร์แดน กาตาร์ อียิปต์ และตุรกี ซึ่งมีถ้อยแถลงประณามอิสราเอลและไม่เห็นด้วยกับการผนวกดินแดน เพราะขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงออสโล (Oslo Accords) รวมทั้งเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปัจจุบัน นานาชาติติดตามท่าทีของสหรัฐฯ เพราะเป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของอิสราเอล ก่อนหน้านี้ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน…

กัมพูชาจะได้อะไรจากสหรัฐฯ มากขึ้น : จีนจะทำอย่างไร

หลังจากเรือรบ USS Cincinnati ของสหรัฐฯ แวะเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ กลับไปแล้วเมื่อ ปลายมกราคม 2569 ก็เกิดคำถามจากนักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศมากขึ้นว่า กัมพูชาจะได้อะไรจากสหรัฐฯ ต่อไปอีก ? ซึ่งประเด็นนี้น่าจับตามองอย่างมาก เพราะจีนก็ต้องกังวลเช่นกันในฐานะเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อกัมพูชาในทุกมิติ ยิ่งกว่านั้น ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อมโยงที่สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี จบการศึกษาจากสถาบันด้านการทหาร หรือเวสต์พอยต์จากสหรัฐฯ ทำให้ไม่สามารถมองข้ามได้เลยว่า ความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น มาถึงตอนนี้ ความสัมพันธ์ด้านการทหารที่สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรด้านอาวุธต่อกัมพูชา และกำลังจะกลับมาซ้อมรบร่วมระหว่างกันอีก ตอกย้ำการเป็นหุ้นส่วนที่มีความคืบหน้า และความร่วมมือด้านการทหารที่จะเพิ่มขึ้น ตามคำมั่นของพลเรือเอก แซมมวล พาพาโร ผู้บัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่ได้กล่าวไว้กับนายทหารระดับสูงของกัมพูชาขณะที่เปิด USS Cincinnati ให้เยี่ยมชม และได้พบกับสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรี ที่กรุงพนมเปญ  ในห้วงที่ USS Cincinnati ของสหรัฐฯ แวะเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุในห้วงเวลาข้างต้น กัมพูชายังได้รับการผ่อนปรนด้านการส่งออกอาวุธจากสหรัฐฯ จากที่ความสัมพันธ์ด้านการทหารตึงเครียดจากกรณีกัมพูชาส่งชาวอุยกูร์ให้จีน จำนวน 20…

ผลการเลือกตั้งบังกลาเทศอย่างไม่เป็นทางการ พรรค BNP ชนะแบบถล่มทลาย

บังกลาเทศเผยแพร่ผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสื่อมวลชนรายงานในทิศทางเดียวกันว่า พรรค Bangladesh Nationalist Party หรือ BNP ได้คะแนนนิยมสูงและมีแนวโน้มจะชนะในการเลือกตั้งทั่วไป เนื่องจากผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งมากกว่า 209 ที่นั่ง จากทั้งหมด 300 ที่นั่ง เท่ากับได้ครองเสียงข้างมากในสภาแห่งชาติ หรือ Jatiya Sangsad ของบังกลาเทศและจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สะท้อนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบังกลาเทศสนับสนุนพรรค BNP ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีอุดมการณ์ชาตินิยม และเน้นประชาสัมพันธ์นโยบายแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ผู้ที่คาดว่าจะได้รับเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีของบังกลาเทศคนใหม่ คือ นาย Tarique Rahman อายุ 60 ปี หัวหน้าพรรค BNP และทายาทอดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ซึ่งเคยลี้ภัยในต่างประเทศนาน 17 ปี แต่เดินทางกลับไปยังบังกลาเทศ หลังจากอดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศถูกประชาชนประท้วงขับไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2567 ที่เป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญ อย่างไรก็ดี นางเชค ฮาซีนา อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในอินเดีย คัดค้านการเลือกตั้งดังกล่าว เนื่องจากมีการตัดสิทธิทางการเมืองของพรรค…