อินโดนีเซียเตรียมอนุมัติงบประมาณประจำปี 2569 : วงเงินสูงกว่าข้อเสนอของประธานาธิบดี

คณะกรรมการกำกับดูแลการคลังของรัฐสภา เมื่อ 18 กันยายน 2568 อนุมัติแผนการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 รวม 3,842.7 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 233,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอแรกของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตเสนอต่อรัฐสภาเมื่อสิงหาคมถึง 56.2 ล้านล้านรูเปียห์ และสูงกว่างบประมาณการรายจ่ายรวมสำหรับปี 2568 ประมาณร้อยละ 9  โดยการคาดการณ์ว่าการขาดดุลการคลังจะอยู่ที่ร้อยละ 2.68 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่กฎหมายอินโดนีเซียกำหนดที่ร้อยละ 3 รัฐบาลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีปราโบโว ประกาศนโยบายสำคัญไว้หลายประการ เช่น โครงการอาหารกลางวันและโภชนาการฟรี ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของประธานาธิบดีปราโบโวที่จะจัดอาหารฟรีให้กับนักเรียน เด็ก และสตรีมีครรภ์ ได้รับงบประมาณจำนวนมากถึง 335 ล้านล้านรูเปียห์ โครงการความมั่นคงด้านอาหาร ที่มีการจัดสรรงบประมาณ 164.4 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร โดยเฉพาะข้าวและข้าวโพดโครงการความมั่นคงด้านพลังงาน งบประมาณ 402.4 ล้านล้านรูเปียห์ จะถูกใช้ในการสนับสนุนด้านพลังงาน รวมถึงการเพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซ และ การจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมได้รับการให้ความสำคัญสูง เพื่อสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและรักษาบูรณภาพแห่งดินแดน การจัดสรรงบประมาณปี 2569 น่าจับตามองภายหลังเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาล เมื่อสิงหาคม…

ซาอุดีอาระเบียกับปากีสถานกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง

ผู้นำซาอุดีอาระเบียและปากีสถาน ได้แก่ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย  และนายกรัฐมนตรี  Shehbaz Sharif ของปากีสถานเมื่อ 17 กันยายน 2568 ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย โดยกระชับความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างยาวนาน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ทั้ง 2 ประเทศเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนร่วมกับป้องปรามภัยคุกคาม และปกป้องผลประโยชน์ของชาติให้มีเสถียรภาพและมั่นคง ทั้ง 2 ประเทศยืนยันว่าข้อตกลงกังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือเป็นความร่วมมือเพื่อต่อต้านประเทศอื่น ๆ แต่เป็นผลจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของ 2 ประเทศ นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียและปากีสถานยังไม่ระบุชัดเจนว่าข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมการใช้ประโยชน์จากอาวุธนิวเคลียร์ของปากีสถานหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสนใจ เพราะจะเสริมสร้างพลังอำนาจด้านการทหารและความมั่นคงให้ซาอุดีอาระเบียอย่างมาก รวมทั้งอาจเป็นการส่งสัญญาณป้องปรามอิสราเอลที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตปฏิบัติการทางหทารในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากก่อเหตุโจมตีผู้นำกลุ่มฮะมาสในกาตาร์เมื่อ 9 กันยายน 2568 ที่ทำให้ทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศอาหรับและมุสลิม วิตกกังวล นักวิเคราะห์จึงจับตาความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับปากีสถานว่าจะมีผลต่อปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลหรือไม่ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอินเดีย เนื่องจากอินเดียมีความขัดแย้งกับปากีสถาน อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือกับอินเดีย ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอินเดียและปากีสถาน โดยเคยส่งทหารไปฝึกร่วมกับปากีสถานตั้งแต่ปี 2510 นอกจากนี้…

ชาวฟิลิปปินส์จะชุมนุมประท้วง ต่อต้านคอร์รัปชันและตรวจสอบโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

  ชาวฟิลิปปินส์ที่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้านการคอร์รัปชันในประเทศ จะรวมตัวกันชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ใน 21 กันยายน 2568 ที่กรุงมะนิลา คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมจำนวนกลายพันคน เนื่องจากปัจจุบันเริ่มปรากฎกระแสการชุมนุมประท้วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจากนักศึกษาและเยาวชน รวมทั้งผู้ประสบอุทกภัยซ้ำซากในประเทศที่ไม่พอใจโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล ปัจจุบัน นักศึกษาและเยาวชนจากมหาวิทยาลัย University of the Philippines ในเมือง Quezon รวมตัวกันชุมนุมประท้วงมากกว่า 3,000 คน ตั้งแต่ 14 กันยายน 2568 เพื่อคัดค้านการคอร์รัปชันและความล้มเหลวในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลฟิลิปปินส์มีโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหลายโครงการ ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ไม่มีความคืบหน้าและยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ประชาชนที่ประสบภัยและนักศึกษามีมุมมองว่าโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ทั้งนี้ นักศึกษามหาวิทยาลัยดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้การชุมนุมประท้วงครั้งนี้ได้รับความสนใจและสามารถดึงดูดมวลชนที่ประสภอุทกภัยให้สนับสนุนได้จำนวนมาก รัฐบาลฟิลิปปินส์พยายามรับมือกับการชุมนุมประท้วง เพราะวิตกว่าจะลุกลามบานปลายหรือมีความรุนแรงเหมือนปรากฏการณ์การชุมนุมที่เนปาล เนื่องจากมีนักศึกษาและเยาวชนเป็นแกนนำขับเคลื่อนเหมือนกัน รวมทั้งมีประเด็นคอร์รัปชันเป็นปัญหาเรียกร้อง ดังนั้น ประธานาธิบดี Ferdinand Marcos Jr. ของฟิลิปปินส์เมื่อ 15 กันยายน 2568 ส่งสัญญาณลดระดับความตึงเครียดของผู้ชุมนุมด้วยการประกาศว่าเห็นด้วยกับการให้สาธารณชนแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างสันติ และร่วมกันตั้งคำถาม ตลอดจนสืบสวนเกี่ยวกับการคอร์รัปชันทั้งในภาครัฐและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางบริหารจัดการโครงการป้องกันอุทกภัย เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่เผชิญภัยพิบัติและมรสุมรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์และสภาพอากาศตามธรรมชาติ…

ออสเตรเลียเตรียมทุ่มงบ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่ออู่ต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์

  ออสเตรเลียประกาศเมื่อห้วงกลางกันยายน 2568 ว่าเตรียมใช้งบประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอู่ต่อเรือ Henderson หรือ Henderson Defence Precinct ตามแผน 20 ปีเพื่อรองรับให้กลายเป็นอู่ต่อเรือเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต ทั้งนี้ อู่ต่อเรือ Hendersonเป็นศูนย์กลางการต่อเรือและการบำรุงรักษาเรือทางทะเลที่สำคัญในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ตั้งอยู่ที่ Quill Way, Henderson WA 6166 ห่างจากเมืองเพิร์ท ไปทางใต้ประมาณ 23 กิโลเมตร ออสเตรเลียยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และการลงทุนพัฒนาครั้งนี้ของรัฐบาลออสเตรเลียเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง AUKUS ที่ตกลงกันเมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นการผนึกกำลังทางทหารระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ให้ออสเตรเลียเพื่อเสริมศักยภาพกองทัพเรือให้ทันสมัยและแข็งแกร่ง เพื่อรับมือกับความทะเยอทะยานของจีนในภูมิภาค อินโด-แปซิฟิก โดยอู่ต่อเรือดังกล่าวจะพัฒนาให้รองรับการซ่อมบำรุงรักษาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และเรือดำน้ำชั้นเวอร์จิเนีย (Virginia-class) รวมถึงการสร้างอู่แห้ง (dry port) ที่มีการรักษาความปลอดภัยสูง โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาประมาณ 10 ปี แผนงานดังกล่าวคาดจะมีการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเรือยกพลขึ้นบกของกองทัพบก และเรือ ฟริเกตสำหรับกองทัพเรือด้วย…

จีนพร้อมประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ชื่อฟูเจี้ยน

  เรือบรรทุกเครื่องบินฟูเจี้ยน ซึ่งเป็นเรือที่ทันสมัยที่สุดของจีน แม้เป็นการทดลองเดินเรือในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะเข้าประจำการอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะภายในปี 2568 นี้ แต่การแล่นแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเข้าสู่ทะเลจีนใต้ที่จีนอ้างว่าเพื่อปฏิบัติภารกิจวิจัยและฝึกอบรมทางวิทยาศาสตร์ ก็เป็นการแสดงศักยภาพทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ของจีน นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่นาวิกโยธินสหรัฐฯ และญี่ปุ่น กำลังฝึกซ้อมร่วมทางทหาร ระหว่าง 11 – 25 กันยายน 2568 บริเวณเกาะโอกินาวา โดยใช้ระบบอาวุธทันสมัย เช่น ขีปนาวุธ Typhon และอาวุธต่อต้านเรือขั้นสูงอื่น ๆ การแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันของเรือบรรทุกเครื่องบินฟูเจี้ยนครั้งนี้ น่าจะเป็นรูปแบบเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบินชานตงที่แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันก่อนประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นก็มีการเข้าประจำการด้วยการส่งมอบให้แก่กองทัพเรือที่เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน เมื่อธันวาคม 2562 ทั้งนี้ ฟูเจี้ยนจะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 ของจีน ต่อจากเหลียวหนิงซึ่งเป็นลำแรก ที่ซื้อจากยูเครนเมื่อปี 2541  และชานตงเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2  ประจำการเมื่อปี 2562 เรือบรรทุกเครื่องบินฟูเจี้ยนออกจากอู่ต่อเรือ Jiangnan ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อ 10 กันยายน 2568 แล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน และเมื่อ…

อินเดียเข้าร่วมการฝึกทางทหาร Zapad กับรัสเซียและเบลารุส

อินเดียกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับรัสเซีย ในห้วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ ยังมีอุปสรรคจากนโยบายภาษีและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐฯ โดยเมื่อ 17 กันยายน 2568 มีรายงานว่าอินเดียเข้าร่วมการฝึกทหารรหัส Zapad ประจำปี 2568 ร่วมกับรัสเซียและเบลารุส เป็นระยะเวลา 5 วัน โดยอินเดียส่งทหารจำนวน 65 คนเข้าร่วมการฝึกด้านการเตรียมพร้อมรับมือกับการบุกรุก ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียระบุว่าเป็นการฝึกร่วมขั้นตอนสุดท้าย และมีทหารจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมมากกว่า 100,000 คน สำหรับการฝึกดังกล่าวมีประเทศอื่น ๆ เข้าร่วมด้วย ได้แก่ อิหร่าน บังกลาเทศ บูร์กินาฟาโซ สาธารณรัฐคองโก และมาลี ทั้งนี้ อินเดียเคยส่งทหารเข้าร่วมการฝึกทหารในรัสเซียเมื่อปี 2564 ที่ภูมิภาค Volgograd เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย อินเดียประกาศสาเหตุที่ส่งทหารเข้าร่วมการฝึกดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับรัสเซีย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าอินเดียมีความร่วมมือใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอินเดียจะแสดงบทบาทส่งเสริมอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศของรัสเซีย มากกว่าสหรัฐฯ เนื่องจากอินเดียอาจไม่พอใจที่สหรัฐฯ กำหนดมาตรการภาษีนำเข้าจากอินเดียสูงถึงร้อยละ 50 ปัจจุบัน แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อลดอัตราภาษี ขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา…

กัมพูชาให้สหภาพยุโรปเป็นช่องทางส่งสัญญาณให้นานาชาติเชื่อว่าให้ความสำคัญกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

สื่อมวลชนกัมพูชาเมื่อ 17 กันยายน 2568 รายงานอ้างท่าทีนาย Ly Thuch รัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชาและประธาน สำนักงานปฏิบัติการและช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (Cambodian Mine Action and Victim Assistance Authority – CMAA) ที่ยืนยันกับผู้แทนระหว่างประเทศว่าให้ความสำคัญกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ตามข้อริเริ่มที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาทำข้อตกลงกับฝ่ายไทย และยังคงปฏิบัติการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยการเก็บกู้ทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของชาติ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นระหว่างรัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชาพบหารือกับนาย Igor Driesmans เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำกัมพูชา เมื่อ 16 กันยายน 2568 เพื่อส่งสัญญาณให้นานาชาติเชื่อว่ากัมพูชาให้ความสำคัญกับปฏิบัติการดังกล่าว เนื่องจากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะเป็นผลดีต่อความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งเสริมสร้างบรรยากาศด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม นาย Ly Thuch ระบุว่าการเก็บกู้ระเบิดเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างกัมพูชากับไทย ทำให้กัมพูชาไม่สามารถปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้ เฉพาะอย่างยิ่งการปะทะเป็นระยะเวลา 5 วัน ระหว่างกัมพูชากับไทย นาย Driesmans ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำกัมพูชาและผู้แทนพิเศษของสหภาพยุโรปสำหรับเมียนมา เคยพบหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยเป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ เมื่อ สิงหาคม 2568 นาย…

การประชุมสุดยอดกลุ่มอาหรับ-อิสลาม ที่กาตาร์มีจุดยืนร่วมในการประณามอิสราเอล

  กาตาร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอาหรับ-อิสลาม (Arab-Islamic Summit) วาระฉุกเฉิน ที่กรุงโดฮา เมื่อ 15 กันยายน 2568 เพื่อหารือแนวทางตอบโต้อิสราเอล กรณีโจมตีสมาชิกระดับสูงของกลุ่มฮะมาสในกาตาร์เมื่อ 9 กันยายน 2568 ส่งผลให้นานาชาติ รวมทั้งประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางวิตกว่าอิสราเอลจะขยายขอบเขตความขัดแย้ง และทำให้ความพยายามในการเจรจาสันติภาพยุติลง ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ และได้รับการแจ้งเตือนจากอิสราเอลก่อนที่จะโจมตี และให้ผู้เกี่ยวข้องแจ้งเตือนกาตาร์ ซึ่งไม่ทันเวลา การประชุมที่กาตาร์มีผู้นำประเทศและผู้แทนระดับสูงจากกลุ่มสันนิบาตอาหรับ (Arab League) จำนวน 22 ประเทศ และองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation -OIC) จำนวน 57 ประเทศ ผลการประชุม ประเทศสมาชิกกลุ่มอาหรับสนับสนุนกาตาร์ และมีถ้อยแถลงประณามในระดับสูงสุด กรณีอิสราเอลปฏิบัติการทางทหารในกาตาร์ พร้อมระบุว่าท่าทีของอิสราเอลเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงระดับภูมิภาค แนวโน้มท่าทีของกลุ่มประเทศอาหรับ สมาชิก OIC ที่จะสนับสนุนกาตาร์ต่อไป อาจเป็นรูปแบบการสนับสนุนท่าทีของกาตาร์ในเวทีสหประชาชาติ (UN) และการเพิ่มมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันอิสราเอลให้ยุติการปฏิบัติการทางทหารนอกพื้นที่ฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ เนื่องจากกระทบผลประโยชน์แห่งชาติ อธิปไตย และความปลอดภัยของประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการสันติภาพมากกว่าเข้าร่วมสงครามหรือความขัดแย้ง…

มาเลเซียฉลองครบ 62 ปีวันจัดตั้งสหพันธรัฐ : ส่งผลดีต่อการใช้จ่ายชายแดนไทย-มาเลเซีย

  ใน 16 กันยายน 2568 เป็นวันครบรอบ 62 ปีการจัดตั้งสหพันธรัฐมาเลเซีย หรือ Malaysia Day และเป็นวันหยุดราชการ เพื่อที่รัฐบาลให้ประชาชนได้ร่วมกันฉลองและระลึกถึงการรวมตัวกันเป็นสหพันธรัฐ ระหว่างมาลายา บอร์เนียวเหนือหรือรัฐซาบาห์ ซาราวัก และสิงคโปร์ แม้ว่าสิงคโปร์จะออกจากสหพันธรัฐไปแล้ว แต่ชาวมาเลเซียถือว่า 16 กันยายน เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นชาติและความร่วมมือของประเทศ ในปี 2568 รัฐบาลกำหนดให้รัฐปีนังเป็นพื้นที่จัดงานฉลอง Malaysia Day ในธีม “Malaysia MADANI: Rakyat Disantuni” ที่ศูนย์ Butterworth Convention Centre  กิจกรรมประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยให้ความสำคัญกับความหลากลายทางวัฒนธรรมและเอกภาพในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียเมื่อ 16 กันยายน 2568 โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ร่วมฉลองกับประชาชนชาวมาเลเซีย แสดงความยินดีและสนับสนุนให้ชาวมาเลเซียมีเอกภาพเพื่อสร้างชาติที่แข็งแกร่ง และพระราชทานพรให้ชาวมาเลเซียมีสันติภาพ ตลอดจนรอดพ้นจากภัยพิบัติ การเมืองการปกครองมาเลเซีย เป็นแบบสหพันธรัฐตั้งแต่ 16 กันยายน 2506 โดยมีมีสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นประมุข โดยเจ้าผู้ครองรัฐ 9…

สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรจะเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการใน 16 กันยายน 2568 โดยจะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีชาลส์ที่ 3 และผู้นำรัฐบาลสหราชอาณาจักรด้วย สื่อมวลชนสหรัฐฯ ติดตามรายงานการเยือนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเมินว่าจะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ตลอดจนมีการเตรียมความพร้อมอย่างดี เพื่อให้ผลลัพธ์หรือภาพลักษณ์การเยือนออกมาราบรื่น มากกว่าการเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งในครั้งนั้นประธานาธิบดีทรัมป์เผชิญการต่อต้านจากชาวอังกฤษและมีการประท้วง Trump Baby ระหว่างการเยือนด้วย ข้อตกลงที่คาดว่าจะเป็นผลงานสำคัญในการเยือนครั้งนี้ คือ การเพิ่มความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศด้านพลังงานนิวเคลียร์ หรือ Atlantic Partnership for Advanced Nuclear Energy ที่จะส่งเสริมให้บริษัทพัฒนาและก่อสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์สามารถดำเนินกิจการในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกการลงทุนดังกล่าวภายใน 2-4 ปี โดยรัฐบาลสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรผลักดันความร่วมมือดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานระหว่างประเทศ รวมทั้งเชื่อว่าการสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์จะเพิ่มการจ้างงานในทั้ง 2 ประเทศได้จำนวนมาก ความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงทางพลังงานของสหราชอาณาจักรในระยะยาว แม้ว่าการก่อสร้างโรงงาน การปรับปรุงกฎหมายและการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมต่อการแจกจ่ายพลังงานดังกล่าวจะใช้เวลานาน แต่การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวกับสหรัฐฯ จะทำให้มีความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการรับประกันความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการพลังงานนิวเคลียร์ ที่ผ่านมา รัฐบาลสหราชอาณาจักรพยายามผลักดันการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ…