สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และแนวโน้มการเจรจา

สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 11  โดยขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังบริเวณพื้นที่ภาคตะวันตก และพื้นที่ตอนในของอิหร่าน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่จะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน (Pickaxe Mountain) หรือ Kuh-e Kolang Gaz La ที่อยู่พื้นที่ตอนใต้ของกรุงเตหะราน และอยู่ใกล้กับโรงงานนิวเคลียร์ Natanz ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐฯ ไม่เคยโจมตี Pickaxe Mountain เนื่องจากเป็นโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและยังไม่เปิดใช้งาน อย่างไรก็ตาม การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ดังกล่าว ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจหมายถึงการส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน แต่กรณีดังกล่าวยังไม่ชัดเจน เพราะสหรัฐฯ ต้องระมัดระวังและพิจารณาอย่างรอบคอบหากจะส่งกองทัพปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน หรือการขู่อิหร่านอีกครั้ง จะเป็นการกดดันให้อิหร่านต้องเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง แต่อาจไม่ใช่ทางเปิด จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ ด้านอิหร่านขยายพื้นที่การโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเช่นกัน โดยมีรายงานการโจมตีที่คูเวต บาห์เรน และจอร์แดน ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่ากลุ่มฮูษีในเยเมน ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน ปฏิบัติการโจมตีเรือของซาอุดีอาระเบีย ระหว่างเดินทางในทะเลแดงด้วย กระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมงบประมาณทำสงครามระยะยาวกับอิหร่าน พิจารณาจากท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เมื่อ 22 กรกฎาคม…

ฝรั่งเศสผ่านกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์

รัฐสภาฝรั่งเศสเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 อนุมัติกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) แห่งแรกที่ผลักดันและบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวได้สำเร็จ ในช่วงที่หลายประเทศกำลังพิจารณามาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเยาวชน เนื่องจากเสี่ยงเผชิญภัยคุกคาม การหลอกลวง และปัญหาสุขภาพจิต มาตรการของฝรั่งเศสดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ใน กันยายน 2569 โดยเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีจะไม่ได้รับอนุญาตให้สมัครบัญชีใหม่ ส่วนแพลตฟอร์มที่จะห้ามไม่ให้เยาวชนเข้าใช้งาน เช่น TikTok, Snapchat และ Instagram เนื่องจากมีการเผยแพร่เนื้อหาทีไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพจิตและการตัดสินใจของเยาวชน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส แสดงความยินดีที่รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะปกป้องเยาวชนและเด็กในประเทศจากภัยคุกคามและอันตรายต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสยังต้องมีขั้นตอนการพิจารณาว่ามาตรการนี้ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ ฝรั่งเศสพยายามทำให้มาตรการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยจะยังให้เยาวชนเข้าถึงเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และสารานุกรม สมาชิกพรรคฝ่ายค้านของฝรั่งเศสบางส่วนยังคงคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว แต่ผู้ปกครองเยาวชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นมาตรการเดียวที่ทำให้ผู้ปกครองและนักปกป้องสิทธิเด็กมีอำนาจต่อรองกับบริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ หรือกลุ่ม Tech Giants รวมทั้งใช้ปกป้องความปลอดภัยของเยาวชนได้มากขึ้น สำหรับหน่วยงานที่จะบังคับใช้มาตรการดังกล่าวของฝรั่งเศส คือ Arcom ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลสื่อภาพและเสียงและการสื่อสารดิจิทัลของฝรั่งเศส มีอำนาจตรวจสอบและต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งลิขสิทธิ์ ผ่านโลกออนไลน์และดิจิทัล…

ผลสำรวจพบว่าชาวสิงคโปร์ มีหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

หนังสือเดินทาง หรือ Passport เป็นเอกสารสำคัญประจำตัวของพลเมืองทั่วโลกที่ต้องใช้เมื่อเดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ เปรียบเหมือนเอกสารที่จะคุ้มครองและอำนวยความสะดวกให้ผู้เป็นเจ้าของหนังสือเดินทางนั้นด้วย มีหลักฐานในประวัติศาสตร์ว่ารัฐบาลประเทศต่าง ๆ เริ่มใช้วิธีการตรวจลงตราในเอกสารหนังสือเดินทางของคนต่างชาติเข้มงวดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จากนั้นมีการประชุมเมื่อปี 2463 ในกรอบองค์การสันติบาตชาติที่ฝรั่งเศส เพื่อให้รัฐต่าง ๆ ร่วมกันกำหนดรูปแบบหนังสือเดินทาง นับแต่นั้นมา ทำให้ Passport เป็นเอกสารสำคัญของผู้ที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 บริษัท Henley & Partners ผู้จัดทำดัชนีหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลทีสุดในโลกเป็นประจำทุกปี ได้เผยแพร่ผลสำรวจประจำปี 2569 หรือ Henley Passport Index พบว่าสิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีหนังสือเดินทางทรงอิทธิพลมากเป็นอันดับ 1 เนื่องจากผู้ถือหนังสือเดินทางสิงคโปร์สามารถเดินทางไปยัง 192 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่า ส่วนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับ 2 ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ สามารถเดินทางไปยัง 188 ประเทศทั่วโลก โดยไม่ต้องเสียค่าวีซ่า อันดับ 3 คือ…

รมว.กต.สหรัฐฯ เยือนฟิลิปปินส์ ท่ามกลางสถานการณ์ทะเลจีนใต้ตึงเครียด

นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ เข้าร่วมการประชุมในกรอบอาเซียน ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ฟิลิปปินส์เป็นประธาน รวมทั้งการประชุมในกรอบ East Asia Summit (EAS) และย้ำจุดยืนว่าสหรัฐฯ สนับสนุนฟิลิปปินส์ในช่วงที่สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ตึงเครียดขึ้น เนื่องจากเรือรบฟิลิปปินส์เผชิญหน้ากับเรือหน่วยยามชายฝั่งจีน เมื่อ 20 กรกฎาคม 2569 บริเวณสันดอนโธมัสที่ 2 หรือ Second Thomas Shoal ซึ่งฟิลิปปินส์ถือว่าอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้งฝ่ายฟิลิปปินส์และจีนไม่พอใจระหว่างกัน และเรียกตัวเอกอัครราชทูตไปประท้วง โดยฟิลิปปินส์ระบุว่าเจ้าหน้าที่หน่วยยามชายฝั่งจีนทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์จนได้รับบาดเจ็บ ฟิลิปปินส์กับจีนเผชิญหน้ากันในพื้นที่สันดอนโธมัสที่ 2 หลายครั้ง เนื่องจากฟิลิปปินส์ประจำการกองทัพเรือ ขณะที่จีนไม่ยอมรับอำนาจอธิปไตยของฟิลิปปินส์เหนือพื้นที่พิพาทดังกล่าว นายรูบิโอ เยือนฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คาดว่าในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมกรอบอาเซียนและ EAS จะมีประเด็นสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ความมั่นคงพลังงาน สถานการณ์ในเมียนมา สถานการณ์สงครามอิหร่านและยูเครน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจเป็นประเด็นหารือสำคัญ โดยทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า นายรูบิโอจะพบหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนหรือไม่…

เทคโนโลยีชีวภาพ: อีกความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมของจีน

ไม่เพียงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence- AI)  ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle-EV) หรือหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ ที่จีนมุ่งมั่นพัฒนาจนเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ของโลก อีกเทคโนโลยีที่จีนมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเป็นลำดับคือ เทคโนโลยีชีวภาพและชีวเภสัชภัณฑ์ แม้จะเป็นที่พูดถึงน้อยกว่าเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีชีวภาพมีความสำคัญต่อความมั่นคงของมนุษย์อย่างมากทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นให้ระบบอาหารและสาธารณสุข ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากภายนอก รวมถึงผลกระทบจากพิบัติภัย ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี และรองรับความพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์แม้จะเกิดภาวะหยุดชะงักทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เป็นการต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจ จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตทางชีวภาพในลำดับต้น ๆโดยกำหนดเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนฉบับที่ 14 และต่อเนื่องในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (2569-2573) ซึ่งจีนจัดให้เป็น 1 ใน 6 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (เทคโนโลยีควอนตัม การผลิตทางชีวภาพ พลังงานไฮโดรเจนและพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ส่วนต่อประสานสมองกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี Embodied AI และการสื่อสารยุค 6G) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนยุคใหม่และปูทางสำหรับการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนั้นยังบรรจุเทคโนโลยีชีวภาพเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 และแผนพัฒนา Healthy China 2030 ที่จีนตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำการผลิตยารักษาโรคด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ในระดับโลก ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่าง…

เหตุใดยุโรปรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว แต่อาเซียนไม่เป็นเช่นนั้น

The Intelligence Podcast: “เหตุใดยุโรปรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว แต่อาเซียนไม่เป็นเช่นนั้น” เคยสงสัยไหม… ทำไมคนยุโรปถึงรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่คนอาเซียนอย่างเรากลับไม่รู้สึกแบบนั้น? . หลายคนชอบเปรียบเทียบว่าทำไมอาเซียนถึงไม่จับมือกันให้แน่นแฟ้นเหมือนสหภาพยุโรป (EU) ทั้งที่มีความร่วมมือกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่ในความเป็นจริงแล้ว “โจทย์ตั้งต้น” ของเราต่างกันโดยสิ้นเชิง . 🔍 พอดแคสต์นี้จะพาไปเจาะลึก 5 ความต่างที่ทำให้เราเดินคนละเส้นทาง 🎧 ตอนนี้เป็นผลงานการค้นคว้าและเขียนบทของ น้องเนตร และ น้องกาย นักศึกษาฝึกงานจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มาร่วมฝึกงานกับทีม The Intelligence ✨ ขอบคุณน้องๆ ทั้งสองคนสำหรับความตั้งใจและมุมมองที่คมชัดในตอนนี้! #TheIntelligencePodcast #อาเซียน #ยุโรป #aseann #europe #ฝึกงาน #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ภารกิจช่วยโลกยากกว่าที่คิด

The Intelligence Podcast: “ภารกิจช่วยโลกยากกว่าที่คิด” ทำไมเรื่องแค่ “อากาศร้อนกว่าปกติ” ถึงโยงไปถึงปัญหาระดับโลกได้? 🔥ตอนใหม่ล่าสุดของ The Intelligence Podcast พาทุกท่านไปสำรวจว่า UNEP (โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ) ที่ก่อตั้งมากว่า 50 ปี ทำหน้าที่อะไร และทำไมเป้าหมายเรื่องโลกร้อนถึงยังไปไม่ถึงไหน ผ่าน 3 อุปสรรคสำคัญ: 🔹 การแข่งขันสร้างแสนยานุภาพระหว่างรัฐ และ Tragedy of Common Property 🔹 UNEP ไม่มีอำนาจบังคับประเทศสมาชิก ทุกอย่างขึ้นกับความสมัครใจ 🔹 ข้อถกเถียงเรื่อง Common But Differentiated Responsibilities ระหว่างกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว กับกำลังพัฒนา พร้อมเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างคลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรป และบทบาทของไทยในเวที UNEP ผ่านแนวคิด BCG Model 🎧 ตอนนี้เป็นผลงานการค้นคว้าและเขียนบทของ น้องเฟื่อง และ น้องกร นักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มาร่วมฝึกงานกับทีม…

อาชญากรรมข้ามแดนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย

อาชญากรรมข้ามแดนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียยังคงเป็นปัญหาของทั้งสองประเทศ เนื่องจากยังมีปัญหาทั้งการลักลอบค้ายาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ชายแดนไทย-มาเลเซียยังเป็นทางผ่านของอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งการค้ามนุษย์ ซึ่งเมื่อ ปลายเมษายน 2569  มีรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซียที่ทำการกวาดล้างเครือข่ายค้ามนุษย์แรงงานชาวอินโดนีเซียที่ใช้ไทยและสิงคโปร์เป็นทางผ่านเพื่อลักลอบเข้ามาเลเซีย ลักษณะสำคัญของอาชญากรรมข้ามแดนที่สำคัญ และเห็นได้ชัด คือ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ เป็นวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น มีรายงานเมื่อต้น กรกฎาคม 2569 ว่า ตำรวจชายแดนมาเลเซียพบว่า เครือข่ายการค้ามนุษย์ที่เคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซียใช้วิธีการนำพาแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา โดยในแต่ละครั้ง นำพาจำนวนน้อย ๆ  ประมาณ 2-4 คน จากเดิม ประมาณ 10-20 คน โดยลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และท่าข้ามผิดกฎหมายตามแนวแม่น้ำโก-ลก เฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และตำบลรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน เพื่อเดินทางเข้าเมืองโดยรถ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของมาเลเซียยังตรวจพบรูปแบบการปฏิบัติการของเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ใช้ช่องทางชายแดนไทย-รัฐกลันตันใช้ว่า พยายามหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ด้วยการใช้คนท้องถิ่นที่เป็นสตรีมากขึ้นในการเป็นผู้นำทาง หรือนำพาเหยื่อ และผู้บัญชาการตำรวจรัฐเกดะห์ มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569…

กัมพูชารับความช่วยเหลือด้านการทหาร และความมั่นคงจากญี่ปุ่น

การที่กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือด้านการทหารและความมั่นคงจากญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ตอกย้ำความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างสองประเทศว่ามีความใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศในภาพรวมอยู่ในกรอบการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ที่ได้ลงนามกันเมื่อ 2566  นอกจากนี้ หลังจากที่กัมพูชาปรับปรุงฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ แล้วเสร็จ และจะเริ่มใช้งานเมื่อ เมษายน 2568 กัมพูชายังได้เชิญเรือญี่ปุ่นจอดเทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียมเป็นประเทศแรกอีกด้วย สำหรับความช่วยเหลือที่นาย Ueno Atsushi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชากับ พลเอก เตีย เซยฮา รอง นายกรัฐมนตรี เมื่อ 19 กรกฎาคม 2569 ลงนามร่วมกันที่ราชธานีพนมเปญ เป็นโครงการช่วยเหลือด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (Official Security Assistance-OSA) จากญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นจะจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารแก่กองทัพบกกัมพูชา และเรือตรวจการณ์แก่กองทัพเรือกัมพูชา มูลค่าทั้งหมดประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการป้องปรามของกัมพูชา  ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเคยให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ OSA กับฟิลิปปินส์ และเมื่อ มีนาคม 2569 ก็ให้ความช่วยเหลือแก่ไทยให้รับมือกับภัยพิบัติ นาย Ueno…

ไทยเตรียมรับมือกับภาวะขาดแคลนแรงงานต่างด้าว

ภาวการณ์ขาดแคลนแรงงานต่างด้าวของไทย แม้จะไม่อยู่ในระดับวิกฤต แต่ไทยก็ต้องเตรียมทุกแนวทางในการรับมือกับปัญหานี้ เนื่องจากต้องเป็นที่ยอมรับว่า แรงงานต่างด้าวจะเข้าไปทำงานในไทยในงานที่แรงงานไทยไม่ค่อยทำ เช่น แรงงานที่ยากลำบาก นอกจากนี้ ไทยยังไม่รับแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาจากความขัดแย้งชายแดน อย่างไรก็ดี ไทยยังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของไทยในระดับหนึ่ง ไทยจึงมีการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานต่อไปอีก 1 ปี  ทั้งนี้ ไทยมีคนต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2568  ประมาณ 720,000 คน คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 การต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนามที่อนุญาตให้อยู่และทำงานอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ถึง 11 ธันวาคม 2569 (แต่ยังไม่สามารถจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและไปดำเนินการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) โดยผ่อนผันให้อยู่และทำงานได้ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 แต่ต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น จ่ายค่าธรรมเนีนม และทำประกันสุขภาพ ให้ทันเวลาตามที่กำหนด…