ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่าอิหร่านกำลังจะล่มสลาย

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์-28 เมษายน 2569 ยังไม่ยุติ ปัญหาสำคัญอยู่ที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้แสดงความเห็นเมื่อ 28 เมษายน 2569 อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านว่า รัฐบาลและสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของอิหร่านอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง และกำลังจะล่มสลาย เฉพาะอย่างยิ่งอำนาจของกลุ่มผู้นำและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการทำสงครามเป็นเวลานาน รวมทั้งมีความแตกแยกระหว่างผู้นำอิหร่าน ทำให้อิหร่านต้องการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบัน สหรัฐฯ ใช้กองบัญชาการ Central Command (CENTCOM) ส่งกองเรือรบปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ โดยพร้อมโจมตีและสกัดกั้นเรือขนส่งสินค้าของอิหร่านทันที เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจา ที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ กลุ่มผู้นำและผู้ปกครองอิหร่าน ปฏิเสธความคิดเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังคงมีเอกภาพ และยืนยันเงื่อนไขที่จะนำไปสู่สันติภาพและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ คือ สหรัฐฯ ต้องถอนกำลังทหารออกจากช่องแคบฮอร์มุซก่อน จากนั้นอิหร่านจะเปิดเส้นทางดังกล่าวให้สามารถใช้ลำเลียงสินค้าและพลังงานได้ตามปกติ ด้านสหรัฐฯ ย้ำว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาเงื่อนไขและรวบรวมข้อมูล เพื่อให้การตัดสินใจดำเนินนโยบายต่ออิหร่านเป็นประโยชน์กับชาวอเมริกันมากที่สุด สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อมูลเพื่อโน้มน้าวประชาคมระหว่างประเทศให้เชื่อว่ารัฐบาลอิหร่านกำลังขาดความมั่นคงและใกล้จะล่มสลาย อาจเป็นไปเพื่อบั่นทอนภาพลักษณ์ของรัฐบาลอิหร่าน ที่ปัจจุบันเริ่มส่งผู้แทนไปเจรจาหารือกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น โอมาน และมหาอำนาจนอกภูมิภาค เช่น…

พัฒนาการสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และท่าทีรัสเซีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างทบทวนข้อเสนอของอิหร่านที่จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพระหว่างกัน เพื่อหาแนวทางยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับไปเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งพลังงานได้โดยเร็ว ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นในห้วงเดียวกันกับที่สหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านเศรษฐกิจและพลังงานโลกที่เป็นผลจากสงครามครั้งนี้ ประกอบกับอิหร่านเดินเกมส์การทูตเข้มข้นขึ้นด้วยการส่งผู้แทนระดับสูงเยือนรัสเซีย เป็นสัญญาณให้สหรัฐฯ ตระหนักว่าอิหร่านกับรัสเซียยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และล่าสุดเมื่อ 27 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ก็สนับสนุนอิหร่าน พร้อมชื่นชมชาวอิหร่านที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ท่าทีของรัสเซียดังกล่าวน่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าจะแสดงบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ในระยะถัดไป ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ จะดีขึ้น หรือเกิดการปะทะกันรอบใหม่ แม้ก่อนหน้านี้ รัสเซียยืนยันว่าต้องการเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้เกิดสันติภาพ มากกว่าเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียคาดหวังว่าจะเกิดสันติภาพขึ้นในภูมิภาคเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกันก็ย้ำว่ารัสเซียจะสนับสนุนผลประโยชน์ของอิหร่านด้วย ทั้งนี้ บทบาทของรัสเซียอาจเป็นประโยชน์ต่อการลดระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เนื่องจากปัจจุบัน ปากีสถาน ซึ่งแสดงบทบาทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างประเทศ เริ่มเผชิญความท้าทายในประเทศเองจากความขัดแย้งบริเวณพรมแดนกับอัฟกานิสถาน โดยมีรายงานเมื่อ 27 เมษายน 2569 ว่า ปากีสถาน-อัฟกานิสถานกล่าวโทษกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้ปากีสถานอาจไม่สามารถแสดงบทบาทนำในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านได้เต็มที่ แต่ก็ยังไม่ละความพยายามในการดำเนินการดังกล่าว เช่น พบหารือกับโอมาน และรัสเซีย…

จีนควบคุมการเข้าถึงระบบ Manus AI

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไม่ให้ถูกครอบงำหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยต่างชาติ ล่าสุดเมื่อ 27 เมษายน 2569 มีรายงานว่า คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของจีน สั่งห้ามไม่ให้บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัท Meta ของสหรัฐฯ เข้าซื้อกิจการหรือครอบครองระบบ Manus AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ประเภท AI Agent ที่มีความสามารถสูง ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Monica ของจีน ร่วมกับบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีในสิงคโปร์ NDRC ของจีนไม่ได้เปิดเผยเหตุผลที่สั่งห้ามบริษัทต่างชาติทำข้อตกลงซื้อหุ้นหรือครอบครองกิจการของบริษัท Monica เพียงแต่ยืนยันว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศ แต่สื่อต่างประเทศมีมุมมองว่าความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และวิทยาการด้านเทคโนโลยี AI ของจีน เนื่องจากระบบ Manus AI เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากกว่าระบบที่บริษัทในสหรัฐฯ เผยแพร่ให้ผู้บริการใช้งานได้ทั่วโลก นอกจากนี้ รัฐบาลจีนอาจต้องการตอบโต้สหรัฐฯ ที่มีมาตรการปิดกั้นไม่ให้บริษัทจีนเข้าถึงอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ บริษัท Meta ของสหรัฐฯ ประกาศเสนอซื้อระบบ Manus AI เมื่อ ธันวาคม 2568 เป้าหมายเพื่อใช้ระบบดังกล่าวขยายขีดความสามารถของ AI ที่บริษัท…

สหภาพยุโรปขยายมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาถึง เมษายน 2570

สถานการณ์ความมั่นคงทางการเมืองและสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตกของไทย ยังคงได้รับความสนใจจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 27 เมษายน 2569 สภาสหภาพยุโรป (EU) ประกาศขยายมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาต่อไปจนถึง 30 เมษายน 2570 เนื่องจากมีมุมมองว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนยังคงน่าห่วงกังวล และยังขัดขวางระบอบประชาธิปไตยด้วย ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU ต่อเมียนมา ครอบคลุมการคว่ำบาตรและยึดทรัพย์บุคคล 105 ราย และหน่วยงาน/องค์กรจำนวน 22 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับผู้นำกองทัพเมียนมา รวมทั้งห้ามบุคคลในบัญชีคว่ำบาตรเดินทางเข้า EU ด้วย นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรของ EU ต่อเมียนมายังครอบคลุมการห้ามขายอาวุธ ห้ามส่งออกสินค้าบางประเภทที่กองทัพเมียนมาอาจนำไปใช้ในการควบคุมและละเมิดสิทธิมนุษยชน EU ใช้โอกาสนี้ประณามการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมาเมื่อปี 2564 รวมทั้งคัดค้านมาตรการของรัฐบาลและกองทัพเมียนมาที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติการใช้ความรุนแรง และให้รัฐบาลเมียนมาปล่อยตัวนักโทษการเมือง มาตรการคว่ำบาตรของ EU อาจทำให้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในเมียนมาย่ำแย่ เนื่องจาก EU จะตัดงบประมาณช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาด้วย แม้ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ EU มีมุมมองว่าเป็นตัวแทนของกองทัพเมียนมาที่ต้องการสืบทอดอำนาจทางการเมืองเพื่อควบคุมผลประโยชน์ในประเทศต่อไป นอกจากนี้ ท่าทีของ EU อาจผลักดันเมียนมาให้พึ่งพาจีนในฐานะประเทศหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและการพัฒนามากขึ้น ขณะเดียวกันก็อาจเป็นอุปสรรคต่อเมียนมาที่กำลังอยู่ในห้วงฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอาเซียนให้เป็นปกติ…

ความคืบหน้ากรณีเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าว สหรัฐฯ

เหตุผู้บุกรุกเข้าไปก่อเหตุยิงในงานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โรงแรม Washington Hilton เมื่อ 25 เมษายน 2569 ปัจจุบันหน่วยความมั่นคงเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นาย Cole Tomas Allen ชาวอเมริกันอายุ 31 ปี ภูมิลำเนาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ภาพรวมไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ คาดว่าผู้ก่อเหตุวางแผนและดำเนินการเพียงลำพัง ยังไม่เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุที่ชัดเจน แม้ผู้ก่อเหตุจะเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่หน่วยความมั่นคงจำเป็นต้องสืบสวนต่อไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุแอบซ่อนอาวุธไว้ในโรงแรมล่วงหน้า ได้แก่ ปืนสั้น และมีด และลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการเข้าพักที่โรงแรม Washington Hilton เพื่ออยู่ในพื้นที่จัดงานของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ก่อเหตุจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 2 ข้อหา ได้แก่ ใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ และก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายความพยายามโจมตีหรือทำร้ายร่างกายแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ กรกฎาคม 2567 ระหว่างการหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย ครั้งที่ 2 เมื่อ กันยายน 2567 ที่มีรายงานพบมือฟืนซุ่มเตรียมก่อเหตุยิงในรีสอร์ตและสนามกอล์ฟของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่รัฐฟลอริดา และครั้งที่…

ภูมิรัฐศาสตร์โลกไม่มั่นคง : การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านไม่คืบหน้า

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับการเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานพยายามผลักดันยังไม่มีความคืบหน้าเพราะสหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ส่งผู้แทนการเจรจาไปปากีสถาน และสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างอิสราเอล-กองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์โลกไม่มั่นคงและส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานที่ผันผวนตามสถานการณ์ โดยเมื่อ 26 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1 อยู่ที่ประมาณ 107 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศในเอเชียมีแนวโน้มได้รับผลกระทบสูง แม้ว่าอิหร่านจะเริ่มเปิดการเจรจากับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อแก้ไขปัญหาและเสริมความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก เฉพาะอย่างยิ่งเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง และปุ๋ยเคมี เพื่อใช้ในทางการเกษตร แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ทำให้อิหร่านไม่เชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะหยุดยิงตามข้อตกลง หรือต้องการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน เนื่องจากเต็มไปด้วยการข่มขู่ สื่อต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินเดีย และไทย เร่งออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันผันผวน และช่วยเหลือภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยให้ความสนใจกรณีไทยรณรงค์ให้ประชาชนมอบปืนฉีดน้ำพลาสติก เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นน้ำมันแนฟทา (Naphtha) และใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเม็ดพลาสติกและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างเหตุผลที่ตัดสินใจไม่ส่งนายสตีฟ วิตคอฟฟ์  ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนาย จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ไปปากีสถาน (ซึ่งตอนหลังประกาศยกเลิกการส่งผ็แทนสหรัฐฯ) เพราะอิหร่านไม่มีท่าทีที่ชัดเจน รวมทั้งประเมินว่าผู้นำและผู้มีอิทธิพลในอิหร่านมีความคิดเห็นแตกแยกกันเกี่ยวกับการเจรจากับสหรัฐฯ และไม่มีผู้นำที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด สหรัฐฯ จึงไม่เห็นว่าการเจรจาจะเป็นประโยชน์ ด้านอิหร่านยืนยันว่ารัฐบาลอิหร่านมีเอกภาพและพร้อมเจรจาโดยยึดมั่นเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศและภูมิภาคตะวันออกกลางในระยะยาว นอกจากนี้ อิหร่านส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปเยือนโอมานและรัสเซีย หลังจากเยือนปากีสถาน…

มิตรภาพรัสเซีย-อาเซียน : จะได้ไปต่อหรือพอไว้ก่อน

ความต้องการหาแหล่งนำเข้าน้ำมันของประเทศต่าง ๆ ทดแทนแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางกำลังเป็นโอกาสทองของรัสเซียในการสร้างรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ควบคู่ไปกับสร้างโอกาสของรัสเซียในการเสริมสร้างบทบาทในเวทีโลกในห้วงที่โลกป่วนจากนโยบายสหรัฐฯ เห็นได้จากการเยือนรัสเซียของหลาย ๆ ประเทศ สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสัมพันธ์กับรัสเซียก็ไม่ใกล้ชิดนักหากเทียบกับมหาอำนาจอื่น ๆ ขณะที่รัสเซียเองก็ไม่สามารถผลักดันนโยบาย Turn to the East ให้มีพลังพอจะดึงดูดบรรดาสมาชิกอาเซียนให้สานสัมพันธ์กับรัสเซียมากขึ้น วิกฤติพลังงานครั้งนี้ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จึงจะเป็นประตูสำคัญของรัสเซียในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ พร้อมกับขยายความร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสมาชิกอาเซียนหลายประเทศทยอยเดินทางไปเจรจาจัดซื้อน้ำมันกับรัสเซีย ที่น่าคิดคือ หลังจากนี้รัสเซียกับอาเซียนจะยังคงต่อยอดพัฒนาสัมพันธ์และขยายความร่วมมือกันต่อไปอีกหรือไม่ในระยะยาว หรือจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ระยะสั้นแล้วกลับไปสู่จุดเดิมก่อนที่จะเกิดวิกฤตพลังงาน ความจำเป็นของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องจัดหาแหล่งนำเข้าน้ำมันชดเชยแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางที่จะยังยืดเยื้อ จากการที่บรรดาประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันในตะวันออกกลางต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ทำให้รัสเซียกำลังเป็นทางเลือกและทางออกจากความเดือดร้อนอัน เนื่องมาจากการขาดแคลนน้ำมันที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วิ่งเข้าหา ประกอบกับยังได้ไฟเขียวจากการที่สหรัฐฯ ขยายการยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันให้รัสเซีย 2 รอบ จนถึงกลางพฤษภาคม 2569 จึงไม่แปลกที่สมาชิกอาเซียนจะสลับกันเยือนรัสเซียด้วยเป้าหมายเดียวกันคือเจรจานำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย แม้ไม่มีหลักประกันว่าจะได้น้ำมันตามที่ต้องการทั้งปริมาณและคุณภาพ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดหาน้ำมันจากรัสเซีย… เริ่มต้นด้วยฟิลิปปินส์ พันธมิตรใกล้ชิดเบอร์ต้นของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศเดียวที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียได้แล้วตั้งแต่มีนาคม 2569 โดยนำเข้ามาเกือบ 2.5 ล้านบาร์เรล และยังต้องการจะนำเข้าเพิ่มอีก ด้านมาเลเซีย บริษัท Petronas กำหนดจะเจรจากับรัสเซียเกี่ยวกับความร่วมมือด้านพลังงาน…

อิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ -อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

สถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซและภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดสูงต่อเนื่อง แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ จะประกาศเมื่อ 21 เมษายน 2569 ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน แต่ฝ่ายอิหร่านเมื่อ 22 เมษายน 2569 เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กับอิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เช่น สหรัฐฯ ส่งกองเรือรบไปปิดกั้นการเดินเรือขนส่งของอิหร่าน ขณะที่อิสราเอลโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวด้านการทหารและพฤติกรรมข่มขู่ของฝ่ายศัตรู ทำให้อิหร่านไม่สามารถค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซได้ แม้ว่าอิหร่านจะต้องการเจรจาเพื่อควบคุมความขัดแย้งระหว่างประเทศ ท่าทีของอิหร่าน มีขึ้นในห้วงที่ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านจะเดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อหาแนวทางเจรจารอบใหม่ และมีขึ้นในห้วงที่ทั่วโลกกังวลว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะย้ายพื้นที่สงครามจากมาตุภูมิอิหร่านไปเป็นช่องแคบฮอร์มุซแทน ซึ่งจะทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ แต่เสี่ยงอันตรายเนื่องจากมีการโจมตีจากคู่ขัดแย้ง โดยเมื่อ 22 เมษายน 2569 มีรายงานว่ากองทัพอิหร่านสกัดกั้นและยึดเรือขนส่งสินค้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระหว่างเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านระบุว่าเรือดังกล่าวเดินทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ปากีสถานเร่งประสานงานและใช้กลไกการทูตเพื่อให้เกิดการเจรจาโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าอิหร่านจะยังไม่เชื่อมั่นท่าทีและนโยบายของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งและไม่แน่นอน เฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่คาดการณ์ยาก สาเหตุที่ทำให้อิหร่านไม่เชื่อมั่นในการกำหนดท่าทีของสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเริ่มการโจมตีอิหร่านก่อนทุกครั้ง ขณะที่ทั้ง 2 ประเทศอยู่ระหว่างการเจรจา รัฐบาลสหรัฐฯ อาจกำลังใช้ประโยชน์จากการที่ไม่กำหนดกรอบเวลาข้อตกลงหยุดยิงที่ชัดเจน ซึ่งเป็น 1 ในยุทธวิธีสร้างความคลุมเครือ เพื่อเพิ่มแรงกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพ…

ยูเครนผลักดันการเจรจาระดับผู้นำ เพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย

สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังมีการปะทะทางทหารและการโจมตีระหว่างกันต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศและทั่วโลกมากเท่าเหตุการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบัน ยูเครนเผชิญความยากลำบากที่จะต้านทานปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียมากขึ้น เนื่องจากยูเครนขาดงบประมาณสนับสนุน และที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ ลดระดับความจริงจังและบทบาทที่จะผลักดันการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซีย และไปให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางมากกว่า ทำให้การเจรจากับรัสเซียไม่มีความคืบหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของยูเครน นอกจากนี้ บทบาทของผู้แทนการเจรจาของสหรัฐฯ ที่เดินทางไปรัสเซียบ่อยครั้ง กลายเป็นผลดีต่อรัสเซียมากกว่า ดังนั้น ยูเครนจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบการรักษาความมั่นคง ด้วยการไปให้ความสำคัญกับการผลักดันการหารือระหว่างผู้นำยูเครนและผู้นำรัสเซียโดยตรง และจะให้ตุรกีเป็นประเทศผู้ประสานงาน สาเหตุที่ทำให้ยูเครนเปลี่ยนรูปแบบการจัดการความสัมพันธ์กับรัสเซีย จากการใช้เครื่องมือด้านการทหาร ไปเน้นการทูต เป็นเพราะผู้นำยูเครนเริ่มไม่เชื่อมั่นทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ยูเครนสูญเสียกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ไปจำนวนมาก และไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือในปริมาณที่เพียงพอต่อการผลิตยุโปกรณ์รุ่นใหม่ ทำให้เสี่ยงแพ้ในสงคราม แม้จะมีรายงานว่ายูเครนมีอากาศยานไร้คนขับและหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่พร้อมใช้ในการทำสงครามกับรัสเซียแล้วก็ตาม แต่เป็นเทคโนโลยีที่ลงทุนสูง ปัจจุบัน ยูเครนจึงมีความพยายามทางการทูต โดยนาย Andrii Sybiha รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน เร่งโน้มน้าวตุรกีให้เป็นผู้ประสานงานและเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างประธานาธิบดียูเครน กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย แนวโน้มการเจรจาระหว่างผู้นำยูเครนกับผู้นำรัสเซียเพื่อลดระดับความขัดแย้งมีความเป็นไปได้ต่ำ เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ยอมรับเงื่อนไขยุติสงครามระหว่างกัน นอกจากนี้ รัสเซียไม่พอใจยูเครนอย่างมาก กรณีใช้อากาศยานไร้คนขับ และการโจมตีทางอากาศปฏิบัติการโจมตีในมาตุภูมิรัสเซียเพิ่มขึ้น ทำให้พลเรือนและคลังน้ำมันสำคัญในประเทศได้รับความเสียหาย ดังนั้น สงครามรัสเซีย-ยูเครนมีแนวโน้มจะยืดเยื้อต่อไป

ไซปรัสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปอย่างไม่เป็นทางการ

สมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 27 ประเทศจะส่งผู้แทนระดับสูงไปร่วมการประชุมสุดยอดอย่างไม่เป็นทางการ ที่ไซปรัสเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 23-24 เมษายน 2569 ในเมือง Nicosia เพื่อหารือประเด็นความมั่นคงและแนวทางรับมือกับวิกฤตด้านความมั่นคงปลอดภัยในปัจจุบันร่วมกัน สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือ กรณีประธานาธิบดี Nikos Christodoulides ของไซปรัสจะเสนอให้สมาชิก EU ให้คำมั่นว่าจะร่วมกันปกป้องความมั่นคงของประเทศสมาชิก โดยมีแผนปฏิบัติการร่วม (operational plan) ด้านการทหาร ความมั่นคง และนโยบาย ซึ่งความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 42.7 ในสนธิสัญญาของ EU ที่สมาชิกจะให้ความช่วยเหลือกันเมื่อถูกโจมตี หรือถูกรุกรานโดยประเทศอื่น ๆ ผู้นำไซปรัสเสนอการจัดทำแผนดังกล่าวในช่วงที่ไซปรัสเป็นประธานหมุนเวียน เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบ EU ในช่วงที่ทั่วโลกเผชิญวิกฤตความขัดแย้งและความไม่แน่นอน โดยต้องการให้แผนดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในการประชุมจำลองสถานการณ์วิกฤตร่วมกันของสมาชิก EU ในห้วงกลาง พฤษภาคม 2569 ก่อนหน้านี้ เมื่อ มีนาคม 2569 ฐานทัพของสหราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่ในไซปรัส ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยอากาศยานไร้คนขับที่มาจากเลบานอน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ไซปรัสตื่นตัวเรื่องภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ประเทศต้องเผชิญ จากสงครามในพื้นที่อื่น ๆ และต้องการขยายหลักประกันด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศมากขึ้น ข้อเสนอของผู้นำไซปรัส และการใช้มาตรา…