จีนคัดค้านมาตรการภาษีสหรัฐฯ

กระทรวงพาณิชย์จีนเมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 มีถ้อยแถลงคัดค้านมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่อ้างประเด็นการใช้แรงงานบังคับในต่างประเทศ เป็นเงื่อนไขเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า มาตรการของสหรัฐฯ เป็นมาตรการฝ่ายเดียวที่สะท้อนแนวคิดปกป้องการค้า (protectionism) พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนและยกเลิกมาตรการดังกล่าวทันที ทั้งนี้ ท่าทีของจีนมีขึ้นหลังจาก สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศผลการสอบสวนนโยบายการค้าของประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ ตามกฎหมายการค้า มาตรา 301 เมื่อ 23 กรกฎาคม 2569 และเสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มอัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 12.5 ต่อจีน และประเทศอื่น ๆ ที่จะเผชิญอัตราภาษีแตกต่างกันระหว่างร้อยละ 10-12.5 เนื่องจากประเทศดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับได้ตามมาตรฐานของสหรัฐฯ จีนยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและป้องกันการใช้แรงงานบังคับอย่างจริงจัง ทั้งใช้กลไกกฎหมาย ระเบียบ และปราบปรามผู้ที่ใช้แรงงานบังคับ พร้อมวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ เองก็ไม่ได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยการเกณฑ์แรงงานหรือแรงงานบังคับ 1930 แต่กลับใช้ประเด็นแรงงานบังคับเป็นเครื่องมือดำเนินนโยบายการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามนำเรื่องแรงงานบังคับไปเป็นเหตุผลในการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่สามารถใช้มาตรการขึ้นอัตราภาษีตามกฎหมายอื่น ๆ ได้ เนื่องจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกส่วนใหญ่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตตามกฎหมาย International Emergency…

ปรากฏการณ์ประท้วงในอินเดียสะท้อนพลัง Gen Z  

สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในอินเดียที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ มิถุนายน 2569 – กรกฎาคม 2569 สะท้อนความท้าทายต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการชุมนุมประท้วงที่ทรงพลัง แม้ว่าการชุมนุมจะยุติไปแล้วเมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุม หรือ “Crockroach Movement” ที่นำโดยกลุ่มพรรคประชาชนแมลงสาบ (Cockroach Janta Party-CJP) ประสบความสำเร็จในการกดดันให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาของอินเดีย ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาข้อสอบรั่วไหล ในการสอบคัดเลือกเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับชาติ (National Eligibility cum Entrance Test – NEET) นอกจากนี้ CJP มีมุมมองว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารจัดการปัญหาว่างงาน อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์การประท้วงในอินเดียครั้งนี้สะท้อนว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Z ในอินเดียมีพลังขับเคลื่อนทางการเมืองสูงมาก และสามารถต่อยอดการรวมกลุ่มจากการเป็นขบวนการแมลงสาบ (Crockroach Movement) ในโลกออนไลน์ เป็นการเคลื่อนไหวที่ส่งสัญญาณต่อรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม และเห็นผลที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนทิศทางการเมืองที่น่าสนใจในอินเดีย ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย และมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก อย่างน้อย 2 ประเด็นที่น่าติดตาม…

เวเนซุเอลาถอนตัวจากการเป็นสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลา ประกาศเมื่อ 27 กรกฎาคม 2569 ว่า เวเนซุเอลาได้แจ้งให้สหประชาชาติ (UN) รับทราบอย่างเป็นทางการว่าจะถอนตัวจากธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court) ซึ่งจะส่งผลให้เวเนซุเอลาถอนตัวจากการเป็นสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เช่นกัน ก่อนหน้านี้ ผู้นำเวเนซุเอลาวิจารณ์ว่า ICC มีอคติในการดำเนินงาน และไม่เป็นธรรมต่อประเทศในภูมิภาคแอฟริกา รวมทั้งละตินอเมริกา ทั้งนี้ สหรัฐฯ แสดงความยินดีและชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาลเวเนซุเอลา เนื่องจากปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานของ ICC เช่นกัน พร้อมวิจารณ์เชิงลบกรณี ICC สอบสวนอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเป็นระยะเวลานานหลายปี โดยไม่มีผลลัพธ์ สาเหตุที่ทำให้รัฐบาลเวเนซุเอลาตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นสมาชิก ICC อาจเป็นการดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับสหรัฐฯ ในช่วงที่ปัจจุบันสหรัฐฯ ขยายอิทธิพลในเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม การถอนตัวจาก ICC ไม่ได้มีผลให้องค์กรระหว่างประเทศดังกล่าวยุติการสอบสวนอดีตประธานาธิบดีมาดูโร ในคดีก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งเป็นการสอบสวนตั้งแต่ปี 2564 และเวเนซุเอลาอาจต้องรอเวลาอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะได้ถอนตัวจาก…

กัมพูชาดึงดูดการลงทุนทั้งจากจีนและสหรัฐฯ

กัมพูชาเร่งดึงดูดการลงทุนจากมหาอำนาจทั้งจีนและสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า กัมพูชาให้ความสำคัญกับสหรัฐฯ ที่กำลังก้าวเข้ามามีอิทธิพลในกัมพูชามากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการรักษาความใกล้ชิด และอิทธิพลจีนไว้ ทั้งนี้ จีนเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในกัมพูชา โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่าร้อยละ 50 ของการลงทุนต่างชาติทั้งหมดในกัมพูชา และในช่วง 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2569 มีมูลค่าการลงทุน 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สหรัฐฯ ลงทุนในกัมพูชาไม่มากนัก ในการเยือนจีน ระหว่าง 15-17 กรกฎาคม 2569 และเข้าร่วมประชุม World Artificial Intelligence Conference ที่นครเซี่ยงไฮ้ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชานอกจากได้พบกับผู้นำจีน ยังพบกับนักธุรกิจระดับสูง เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ โดยรัฐบาลกัมพูชาแถลงผลการเยือนของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่าบริษัทจีนหลายภาคส่วนสนใจจะลงทุนในกัมพูชา เช่น บริษัทด้าน AI  ด้านพลังงานสีเขียว และการผลิตขั้นสูง ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของกัมพูชาขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งจะช่วยเพิ่มโอกาสจ้างงาน และทำให้แรงงานกัมพูชามีทักษะมากขึ้นในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และทำให้กัมพูชาส่งออกสินค้าที่ผลิตจากภายในประเทศได้มากขึ้น กัมพูชาเปิดรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากจีน โดยบริษัท China Railway Construction…

ทะเลจีนใต้ยังเป็นพื้นที่แสดงอิทธิพลของจีนและสหรัฐฯ

ทะเลจีนใต้ยังเป็นพื้นที่แสดงอิทธิพลของจีนและสหรัฐฯ  และมีแนวโน้มที่จะตึงเครียดเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ  ซึ่งการที่ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ได้จัดการฝึกซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศร่วมกัน ในทะเลจีนใต้ระหว่าง 21–25 กรกฎาคม 2569  น่าจับตามองอย่างมาก เพราะเท่ากับว่าฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังมีความขัดแย้งกับจีนในช่วงนี้ ได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพื่อป้องปรามการเคลื่อนไหวของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นการกระทำที่จีนยอมไม่ได้ในดินแดนที่จีนก็อ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้เช่นกัน การฝึกซ้อมรบร่วมกันข้างต้น ระหว่างฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น มีเรือรบ เรือตรวจการณ์ของหน่วยยามฝั่ง เครื่องบินสอดแนม และเครื่องบินขับไล่เข้าร่วมปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม ซึ่งเป็นการตอกย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างทั้งสามประเทศในการแสดงอิทธิพลในทะเลจีนใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดจากข้อพิพาททะเลจีนใต้กับจีนระหว่างฟิลิปปินส์และจีนที่ตอบโต้ และกล่าวหากันไปมา หลังเกิดเหตุทหารเรือฟิลิปปินส์ส่งเรือยาง 2 ลำพุ่งชนเรือยามฝั่งจีน ที่บริเวณสันดอนโธมัสที่ 2 เมื่อ 20 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้  ระหว่างการฝึกซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศร่วมกันของฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ก็เกิดการเผชิญหน้าระหว่างระหว่างหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ (Philippine Coast Guard-PCG) และจีน (China Coast Guard-CCG) บริเวณสันดอนสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) ในทะเลจีนใต้…

ความท้าทายจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค MENAAP

ธนาคารโลก (World Bank) เผยแพร่รายงาน Competing in the Face of Climate Risks เมื่อ 15 มิถุนายน 2569 ประเมินความท้าทายจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค MENAAP (ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ อัฟกานิสถาน และปากีสถาน) โดยเน้นวิเคราะห์ผลกระทบใน 2 มิติหลัก ได้แก่ ผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อภาคธุรกิจ และผลกระทบจากนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรปที่มีต่อการค้าและการลงทุนของภูมิภาคนี้ ผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจ กรณีผลกระทบทางตรง โดยจำนวนวันที่ร้อนจัด (อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส) ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ  การเพิ่มขึ้นของวันที่ร้อนจัดทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง ร้อยละ 6 รวมทั้งผลผลิตของแรงงานลดลง ร้อยละ 4 และค่าจ้างลดลงร้อยละ 8 นอกจากนี้ ยังเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานจากการใช้พลังงานและการขาดแคลนน้ำสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) ที่เปิดกิจการมานาน และบริษัทที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าโลกจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด อย่างไรก็ดี แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้น แต่มีบริษัทเพียงกลุ่มน้อยที่ลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อการปรับตัว เช่น ระบบทำความเย็น หรือการจัดการน้ำ โดยมีสาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และกฎระเบียบทางธุรกิจ…

อิหร่านและกลุ่มฮูษีโจมตีเรือขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง

สถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดต่อเนื่อง โดยมีรายงานเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้กรณีกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านและกลุ่มฮูษีในเยเมน โจมตีเรือขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดง ทั้งนี้ กองบัญชาการกลาง หรือ CENTCOM ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าปฏิบัติการโจมตีมีเป้าหมายเพื่อทำลายศักยภาพของอิหร่านที่จะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ และนานาชาติ ด้านอิหร่านย้ำเช่นกันว่าจะยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะยุติการข่มขู่ความมั่นคงอิหร่าน ปัจจุบัน สื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งขัดแย้งกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่การยื่นฟ้องคดีก่ออาชญากรรมสงคราม เหตุการณ์ที่กลุ่มฮูษีในเยเมนใช้ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ  Encelia และเรือ Layla เสี่ยงทำให้บรรยากาศความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น เพราะอาจดึงซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้แสดงบทบาทด้วยการตอบโต้ทางทหาร ล่าสุด ซาอุดีอาระเบียประณามการโจมตีดังกล่าวว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเตือนให้กลุ่มฮูษียกเลิกมาตรการปิดล้อมทะเลแดง และช่องแคบ Bab al-Mandeb ทันที ทั้งนี้ กลุ่มฮูษีในเยเมนประกาศปิดล้อมการเดินเรือในทะเลแดงตั้งแต่ 20 กรกฎาคม 2569 เพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียและรัฐบาลเยเมนโจมตีท่าอากาศยาน Sanaa…

ผู้นำมาเลเซียยืนยันนโยบายต่อชาวอิสราเอล ไม่สนใจแรงกดดันจากสหรัฐฯ

ความสัมพันธ์ระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ ตกอยู่ในช่วงเวลาน่าจับตามองและอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง หลังจากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ยืนยันเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ว่า มาเลเซียจะยังคงนโยบายห้ามบุคคลที่มีสัญชาติอิสราเอลเดินทางเข้าประเทศ และให้ชาวมาเลเซียที่มีสัญชาติมาเลเซีย-อิสราเอล เดินทางออกจากประเทศ เพื่อกดดันอิสราเอลให้ยุติการละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากเป็นจุดยืนสำคัญของประเทศ ดังนั้น มาเลเซียจะไม่สนใจกรณีสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ พยายามเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โน้มน้าวและกดดันมาเลเซียให้ยกเลิกนโยบายคว่ำบาตรดังกล่าว พร้อมกับย้ำว่ามาเลเซียมีอำนาจอธิปไตยและเอกราช มีสิทธิกำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชนทั่วโลกและต่อต้านการกระทำอันโหดร้าย ผู้นำมาเลเซียปฏิเสธด้วยว่ารัฐบาลมาเลเซียมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มฮะมาส พร้อมระบุว่าการที่มาเลเซียพบหารือกับผู้นำของกลุ่มฮะมาสเป็นไป เพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อครอบครัวและประชาชนที่ได้รับความสูญเสียระหว่างสงครามและความขัดแย้ง นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยืนยันว่านโยบายของประเทศนั้น ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่ามีประเทศอื่น ๆ ที่ใช้นโยบายลักษณะเดียวกัน เพื่อตอบโต้รัฐบาลอิสราเอลที่ละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด รวมทั้งเคยส่งสายลับไปปฏิบัติการลับในมาเลเซียด้วย ล่าสุด มาเลเซียมีนโยบายเมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 สั่งให้ชาวมาเลเซียที่มีสัญชาติมาเลเซีย-อิสราเอล เดินทางออกจากประเทศ ท่าทีของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีขึ้นหลังจากสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ จำนวน 8 ราย เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาตรการกดดันมาเลเซียให้ยกเลิกนโยบายดังกล่าว เมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าที่ผ่านมา มาเลเซียรับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ รวมทั้งโครงการฝึกอบรม International Military Education and…

ผู้แทนสหรัฐฯ กับจีนหารือกันในการประชุมอาเซียน

นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พบหือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 นอกรอบการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรี ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ผลการหารือค่อนข้างเป็นเชิงบวก เนื่องจากผู้แทนระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศมหาอำนาจยอมรับความแตกต่าง และเห็นพ้องกันว่าจะจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เรียบร้อยก่อนที่จะให้ผู้นำรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่ายได้พบหารือกันในอนาคต ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในปัจจุบันตึงเครียดเป็นระยะ ๆ ล่าสุดกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อกลาง กรกฎาคม 2569 ว่า จีนแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ หลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้จีนไม่พอใจและปฏิเสธ นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้จีนไม่พอใจกรณีสหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน รวมทั้งแสดงท่าทีสนับสนุนฟิลิปปินส์ในกรณีพิพาททางทะเลกับจีนในทะเลจีนใต้ด้วย อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนอาจเดินทางเยือนสหรัฐฯ ใน กันยายน 2569 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนย้ำกับผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ต้องเคารพผลประโยชน์แห่งชาติของจีน และร่วมมือกันจัดการความแตกต่างและความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ คาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือทั้งประเด็นเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เช่น AI และเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่…

สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้กลุ่มฮูษี หากเป็นภัย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่กลุ่มฮูษีในเยเมนเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569 ว่า หากดำเนินการเป็นภัยคุกคามต่อการเดินเรือในทะเลแดงหรือผลประโยชน์ของสหรัฐฯ  สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ทันที หากจำเป็น ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้น หลังจากกลุ่มฮูษีเตือนบริษัทขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศว่า เรือที่ติดธงซาอุดีอาระเบียและเรือที่กำลังขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือของซาอุดีอาระเบีย อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางทหารได้จากกลุ่มฮูษีได้ การยกระดับความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกกลุ่มฮูษีประกาศเมื่อ 20 กรกฎาคม 2569  มีมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย โดยจะปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ต่อเรือของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีผลทันที ทั้งนี้ เพื่อตอบโต้กรณีที่ซาอุดีอาระเบียปิดล้อมเยเมนนานกว่า 10 ปี ทั้งยังโจมตีสนามบินนานาชาติซานาเพื่อขัดขวางการลงจอดของเที่ยวบินที่บรรทุกแกนนำฮูษีกลับจากอิหร่าน ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูษีจะใช้ขีปนาวุธและ โดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย   หากซาอุดีอาระเบียยกระดับการโจมตีพื้นที่ในเยเมน ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม กลุ่มฮูษีอ้างว่า มีเรือพาณิชย์ 6 ลำ เปลี่ยนเส้นทางกลับภายใน 24 ชั่วโมง หลังได้รับคำเตือนตามมาตรการดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุชื่อเรือ ตำแหน่ง จุดหมายปลายทาง สัญชาติของเรือ ทั้งนี้ การข่มขู่ของกลุ่มฮูษี ทำให้มีรายงานว่าการเรือขนส่งน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชียต้องตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางในทะเลแดง เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งและโรงกลั่นน้ำมันกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือ หากสถานการณ์การขนส่งน้ำมันยังมีอุปสรรคจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่สหรัฐฯ ยังโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง และกลุ่มฮูษีพร้อมจะตอบโต้ซาอุดีอาระเบียที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค…