ญี่ปุ่นเพิ่มขีดความสามารถด้านข่าวกรอง

สื่อมวลชนญี่ปุ่นให้ความสนใจติดตามรายงานกรณีรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจัดตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence Council) ภายใน กรกฎาคม 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านงานข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง รวมทั้งเพิ่มความสามารถของหน่วยข่าวกรองญี่ปุ่นด้านการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยรายงานเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะดำรงตำแหน่งประธานสภาข่าวกรองแห่งชาติ และมีสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นควบคุมดูแลเพื่อให้หน่วยข่าวกรองต่าง ๆ ประสานงานกันอย่างราบรื่น ตลอดจนมีรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญเข้าร่วมด้วย เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม บทบาทสำคัญของสภาข่าวกรองญี่ปุ่น คือการวางแนวทางรับมือและมาตรการป้องกันการจารกรรมจากต่างชาติ (foreign espionage) ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนออกแบบนโยบายด้านการปฏิบัติงานข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรอง อย่างไรก็ตาม สภาข่าวกรองญี่ปุ่นจะเผชิญความท้าทายในการรวบรวมข้อมูลให้สมดุลกับประเด็นการเคารพสิทธิมนุษยชน และการรวมศูนย์การประสานงานระหว่างหน่วยข่าวกรองที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งดำเนินการตั้งสภาข่าวกรองแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบันญี่ปุ่นเผชิญภัยคุกคามและอันตรายมากขึ้นจากสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจำเป็นต้องฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ หลังจากมีรายงานจากสื่อมวลชนสหรัฐฯ เชื่อว่าปัจจุบันรัสเซียใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานปฏิบัติการของสายลับ รวมทั้งปฏิบัติการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาอาวุธใช้ในสงครามยูเครน ดังนั้น ญี่ปุ่นจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถด้านข่าวกรองเพื่อปกป้องความมั่นคงภายในประเทศ และป้องกันไม่ให้ประเทศอื่น ๆ ใช้ประโยชน์จากญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพยายามดำเนินการตั้งหน่วยงานใหม่ดังกล่าวอย่างระมัดระวัง รอบคอบ และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนญี่ปุ่น รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาล

อินโดนีเซียผลิตเชื้อเพลิงจากน้ำมันปาล์ม ประเทศแรกของโลก

ประธานาธิบดีปราโบโว สุเบียนโต ของอินโดนีเซีย ประกาศเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 ว่าอินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทไบโอดีเซล ชนิด B50 ที่มีส่วนผสมจากน้ำมันปาล์มร้อยละ 50 เป็นประเทศแรกของโลก ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลสนับสนุนโครงการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมจากพืช หรือแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 44 ล้านตัน/ปี รวมทั้งเพิ่มโอกาสที่อินโดนีเซียจะลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล และลดการน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศ ผู้นำอินโดนีเซียใช้โครงการดังกล่าวเป็นผลงานของรัฐบาลที่ส่งเสริมความมั่นคงพลังงาน และการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเน้นย้ำว่า รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ยังมีโครงการขยายแหล่งผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินโดนีเซียมีความมุ่งมั่นจะพัฒนาและเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ชนิด B50 ตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่ต้องชะลอโครงการไปก่อน โดยใช้น้ำมันไบโอดีเซล ชนิด B40 แทน เนื่องจากประสบปัญหาเชิงเทคนิคและงบประมาณ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และความไม่แน่นอนในตลาดน้ำมันโลก ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียตัดสินใจเดินหน้าโครงการจนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อราคาน้ำมันปาล์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากอินโดนีเซียมีแนวโน้มต้องการนำเข้าน้ำมันปาล์มคุณภาพดีจากประเทศต่าง ๆ มากขึ้นเพื่อใช้ในโครงการผลิตไบโอดีเซล  

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านเสี่ยงขยายตัว มีรายงานการโจมตีทั่วภูมิภาค

กรณีสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มการปะทะและตอบโต้ด้วยเครื่องมือทางการทหารรอบใหม่ตั้งแต่ 8 กรกฎาคม 2569 ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งตึงเครียด และมีความเสี่ยงจะขยายขอบเขตการโจมตี พิจารณาจากรายงานล่าสุดเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 จอร์แดนเปิดเผยว่าตรวจพบและสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงไปจากอิหร่านได้อย่างน้อย 4 ลูก บาห์เรนเปิดสัญญาณเตือนภัยในหลายพื้นที่เพื่อเตรียมรับมือกับการโจมตีจากอิหร่าน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ประณามอิหร่านกรณีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 2 ลำ ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 ทำให้มีผู้เสียชีวิตด้วย นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเริ่มปฏิบัติการทางทหารปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อกดดันอิหร่าน ตลอดจนโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน ครอบคลุมเมือง Bushehr, Chah Bahar, Jask, Konarak, Abu Musa และเมือง Bandar Abbas กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านจะเน้นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์บริเวณชายฝั่งและตอนใต้ของอิหร่าน มีเป้าหมายชัดเจนคือการทำลายขีดความสามารถด้านการทหารของอิหร่าน ล่าสุดการโจมตีใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ปฏิบัติการในช่วงเวลากลางคืน อย่างไรก็ตาม การโจมตีตอบโต้ ประกอบกับกรณีผู้นำสหรัฐณ ประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ…

สหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านต่อไป หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ ยังเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านหลายสิบจุด บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ชายฝั่ง เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเรือพาณิชย์ พร้อมกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน สหรัฐฯ จะคงเรือรบอย่างน้อย 19 ลำ เพื่อปฏิบัติการกีดกันเรือเข้า-ออกท่าเรือ หรือชายฝั่งของอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งขณะนี้ สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคนี้ 2 ลำ เรือรบ เรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก นาวิกโยธิน มากกว่า 1,000 นาย และเครื่องบินรบอีกหลายร้อยลำ การโจมตีอิหร่านอีกครั้ง เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 เกิดขึ้นหลังอิหร่านโจมตีฐานที่ตั้งและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 20 จากเรือที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นการเปิดการลงทุนให้ประเทศในภูมิภาค เข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ แต่ขณะเดียวกันก็ขู่อิหร่านว่าจะขยายเป้าหมายโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้า และสะพาน รวมทั้งฐานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ Pickaxe Mountain ทางตอนใต้ของอิหร่าน หากอิหร่านไม่กลับเข้าสู่การเจรจา นอกจากนี้ ขู่เพิ่มเติมว่าสัปดาห์หน้าอาจจะเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายสำหรับอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เน้นย้ำว่า…

นายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาเยือนจีนอย่างเป็นทางการในห้วงเดียวกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยจะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 16-20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ขณะที่ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 15-17 กรกฎาคม 2569 ด้วยเช่นกัน นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศจะเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลกและการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2569 (2026 World AI Conference and High-Level Meeting on Global AI Governance) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศมีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีนายหลี่ เฉียง และนายจ้าว เล่อจี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีไทยจะพบกับประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติด้วย การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยจะสานต่อมิตรภาพและความสัมพันธ์แบบครอบครัวของจีนกับไทย กระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมบรรลุผลลัพธ์ใหม่ ๆ ในการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน ขณะที่กัมพูชาจะเน้นความร่วมมือตามกรอบความร่วมมือระดับเพชร และการส่งเสริมการสร้างประชาคมกัมพูชา-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาในห้วงเดียวกันจะเป็นประเด็นที่สื่อ และนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศติดตามท่าทีของจีนที่จะให้ความสำคัญต่อไทยและกัมพูชา เพราะทั้งสองประเทศกำลังมีความขัดแย้งบริเวณชายแดน และกำลังอยู่ในกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS รวมทั้งจีนก็เป็นมหามิตรกับทั้งสองประเทศ…

อาวุธนิวเคลียร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือแสดงพลังอำนาจแห่งชาติ

Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) สถาบันวิจัยอิสระชั้นนำระดับโลก ในสวีเดนเเผยแพร่รายงาน SIPRI Yearbook 2026 เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 สรุปสถานการณ์ความมั่นคงและอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก โดยมีประเด็นหลักที่น่ากังวลคือ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแสดงพลังอำนาจแห่งชาติ ซึ่งเป็นการพลิกกลับความพยายามตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาในการลดบทบาทและจำนวนของอาวุธนิวเคลียร์ การขยายตัวอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก โดย 1) ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีเหนือ และอิสราเอล เดินหน้าโครงการปรับปรุงคลังอาวุธของตนให้ทันสมัยในปี 2568 และส่วนใหญ่ได้มีการติดตั้งระบบอาวุธนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ 2) เมื่อ มกราคม 2569  มีการประเมินว่ามีหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลก ประมาณ 12,187 หัวรบ เป็นหัวรบที่พร้อมใช้งานประมาณ 9,745 หัวรบ ขณะที่หัวรบประมาณ 2,100 ถึง 2,200 หัวรบ ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานะเตรียมพร้อมระดับสูง…

จีนจะจัดการประชุม AI ระดับโลกที่เมืองเซี่ยงไฮ้

ประเทศมหาอำนาจยังคงเพิ่มบทบาทเพื่อเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ ทรัพยากร และความมั่นคงของโลก ซึ่งจีนเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีที่เร่งสร้างบทบาทนำทั้งด้านการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยี AI และในห้วง 17-20 กรกฎาคม 2569 จีนจะได้โอกาสเพิ่มบทบาทนำด้าน AI ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World AI Conference (WAIC) ประจำปี 2569 และการประชุมในกรอบส่งเสริมธรรมาภิบาล AI ระดับโลก (Global AI Governance) ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เป้าหมายสำคัญ คือ จีนจะใช้การประชุมดังกล่าวย้ำจุดยืนว่าสนับสนุนความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อพัฒนา AI และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง โดยเชื่อว่าจะมีผู้แทนจากหลายประเทศและบริษัทชั้นนำทั่วโลกไปเข้าร่วมมากกว่า 1,400 คน จีนเชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้ประสบการณ์และความสำเร็จในการพัฒนา รวมทั้งส่งออกโมเดล AI ของจีนให้ทั่วโลกได้ทดลองใช้แล้ว เป็นจุดแข็งของจีนที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ได้ ที่ผ่านมา จีนได้แบ่งปันโมเดล AI แบบเปิดเผยโค้ด (open-source AI model) เช่น DeepSeek และ Qwen ให้ประเทศต่าง ๆ…

กัมพูชาเตือนประชาชนระมัดระวังข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์

กระทรวงสารสนเทศกัมพูชา เมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยย้ำว่าข้อมูลหรือเนื้อหาที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เฉพาะอย่างยิ่ง Facebook และ TikTok ไม่ใช่สื่อมวลชนหรือผู้สื่อข่าวมืออาชีพ จึงไม่ผ่านกระบวรการตรวจสอบหรือแก้ไข และไม่ใช่แหล่งข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ เนื่องจากดังนั้น ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ต้องให้ความสำคัญกับการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และประเมินความน่าเชื่อถือของเนื้อหาต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในแพล็ตฟอร์มดังกล่าว ทั้งนี้ กัมพูชามีข้อมูลว่าประชาชนมากกว่า 15 ล้านคนเป็นผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และแพล็ตฟอร์ม Facebook และ TikTok ได้รับความนิยมสูงมาก ท่าทีของกระทรวงสารสนเทศกัมพูชามีขึ้นเรื่องในโอกาสวันเริ่มกิจกรรมรณรงค์ “Say No to Fake News” ในสถาบันศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเยาวชนให้ระมัดระวังการเชื่อข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะอาจทำให้เกิดความสับสนและการเชื่อข้อมูลข่าวปลอม นอกจากนี้ กัมพูชายังกระตุ้นให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รู้จักช่องทางข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีเนื้อหาที่ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนมืออาชีพ เช่น Agence Kampuchea Presse (AKP) National Television of Cambodia (TVK) National…

การปะทะสหรัฐฯ-อิหร่านตึงเครียดขึ้น

การตอบโต้ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตึงเครียดขึ้น ตั้งแต่การโจมตีครั้งใหม่ ระลอกแรก เมื่อ 8 กรกฎาคม 2569 โดยเมื่อ 12 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ เน้นทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการทหารในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่สื่อมวลชนอิหร่านรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีเมือง Bandar Abbas ซึ่งเป็นชายฝั่งของประเทศ รวมทั้งเกาะ Qeshm พื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ทั้งนี้ สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง หลังจากประกาศยุติข้อตกลง MoU ระหว่างกัน เนื่องจากอิหร่านปฏิบัติการใช้อากาศยานไร้คนขับและขีปนาวุธโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ และจอร์แดน สถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าวทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก หรือช่องแคบฮอร์มุซ ตกอยู่ในความเสี่ยงสูง เนื่องจากอิหร่านไม่รับประกันความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านเส้นทางดังกล่าว หากไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านพยายามใช้การทูตเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับโอมาน ประเทศที่มีชายฝั่งติดกับช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน โดยผู้แทนอิหร่านพบหารือกับผู้แทนโอมานเมื่อ 11 กรกฎาคม 2569 แต่ฝ่ายโอมานยืนยันเสนอให้แบ่งเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็น 2 เส้นทาง ทำให้อิหร่านยังไม่พอใจและไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว…

จีนคัดค้านกรณี 14 ประเทศออกถ้อยแถลงเกี่ยวกับทะเลจีนใต้

ความมั่นคงในทะเลจีนใต้กลับไปเป็น Hot Spot หรือจุดขัดแย้งที่ตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง เมื่อ 14 ประเทศร่วมกันเผยแพร่ถ้อยแถลงเกี่ยวกับทะเลจีนใต้เมื่อ 12 กรกฎราคม 2569 หัวข้อ “2016 South China Sea arbitration award” เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีที่ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) ตัดสินคดีทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ให้ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ และระบุว่าการที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่โดยใช้เส้นประ 9 เส้นนั้น ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) กรณีดังกล่าวทำให้จีนไม่พอใจอย่างมาก และเตือนว่าทั้ง 14 ประเทศไม่ควรใช้ประเด็นดังกล่าวเพื่อทายสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ ประเทศที่ร่วมออกถ้อยแถลงดังกล่าว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี โรมาเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย สโลวิเนีย และเอสโทเนีย โดยประกาศว่าถ้อยแถลงครั้งนี้เป็นเป็น “รางวัล” ให้แก่การบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจีนคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว พร้อมยืนยันสิทธิในทะเลจีนใต้และวิจารณ์ว่าประเทศที่ร่วมมือกับฟิลิปปินส์ออกถ้อยแถลงนี้หลายประเทศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่สิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้…