ชาวกัมพูชาเดินขบวนในกรุงพนมเปญเพื่อสนับสนุนรัฐบาล

สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 19 มิถุนายน 2568 ว่าชาวกัมพูชาจำนวนมากกว่า 150,000 คน รวมตัวกันชุมนุมในกรุงพนมเปญ เมื่อ 18 มิถุนายน 2568 เพื่อแสดงการสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาที่อยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทยตามหลักการสันติภาพ รวมทั้งแสดงออกถึงความเป็นเอกภาพและความรักชาติ สำหรับชาวกัมพูชาเรียกการเดินขบวนในครั้งนี้ว่า “Solidarity March” นำโดยรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาและประธานกลุ่มสหภาพเยาวชนแห่งกัมพูชา (UYFC) มีรายงานว่าผู้เข้าร่วมขบวนดังกล่าวมาจากหลายสาขาอาชีพ รวมทั้งมีพระสงฆ์ ผู้สูงสอายุ พนักงานราชการ นักเรียนนักศึกษา นักธุรกิจ และนักกีฬา รวมทั้งกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ที่ต้องการสนับสนุนรัฐบาล ทั้งนี้ สื่อรายงานว่า สหภาพเยาวชนแห่งกัมพูชา (UYFC) เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการเดินขบวนดังกล่าว เพื่อสนับสนุนรัฐบาลและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย ผู้เข้าร่วมเดินขบวนชูธงชาติกัมพูชาและสวมชุดประจำชาติ นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ระบุว่าเป็นโอกาสดีที่ให้ชาวกัมพูชาได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ร่วมกันอย่างภาคภูมิใจว่ารักชาติ ตลอดจนเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ผู้เข้าร่วมการเดินขบวนยังสนับสนุนกรณีที่รัฐบาลกัมพูชายื่นเรื่องการพิจารณาอธิปไตยเหนือพื้นที่ในไทยให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตัดสินด้วย ทั้งนี้ การเดินขบวนดังกล่าวมีขึ้นพร้อมกับที่สถาบัน Asian Vision Institute (AVI) ของกัมพูชา เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวกัมพูชาต่อสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับไทยว่าสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และเห็นด้วยกับท่าทีของสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา รวมทั้งนายกรัฐมนตรีฮุน มาแนตของกัมพูชาที่ระบุว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักสันติวิธีและกลไกกฎหมายระหว่างประเทศ…

ผลผลิตทางการเกษตรเสี่ยงเจอภาวะล้นตลาดมากขึ้น

สถานการณ์ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำ เช่น ลำไยภาคเหนือ คาดว่าในปี 2568 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดถึง 740,000 ตัน ปริมาณสูงที่สุดในรอบ 10 ปี และเกินความต้องการตลาด  200,000 ตัน เพราะจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกส่วนใหญ่ ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ และมีการนำเข้าผลไม้จากประเทศอื่นเพื่อเพิ่มขึ้น ด้านผลผลิตทุเรียน ปัญหาคือเกษตรกรเลิกปลูกพืชชนิดอื่น และปลูกทุเรียนมากขึ้น ทำให้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมีมากกว่าปกติ โดยคาดว่าถึง 400,000 ตัน  ซึ่งราคาทุเรียนในตลาดตอนนี้ ลดลงเหลือเฉลี่ย 110 บาท/กก. เท่านั้น  ผลกระทบในระยะต่อไปคือเกษตรกรไม่มีเงินเหลือเพียงพอหมุนเวียนเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในฤดูต่อไป และการร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้น 

หน่วยงานเศรษฐกิจปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2568

ธนาคารโลก (World Bank) ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยลงเหลือร้อยละ 1.8 ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดเหลือร้อยละ 1.4 โดยเห็นคล้ายกันว่ามาจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทย เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องจักรกล เหล็ก ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ หดตัว  รวมถึงการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ที่คาดว่าสัดส่วนมูลค่าการนำเข้าของธุรกิจค้าปลีกในปี 2568 จะอยู่ที่ร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากอัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้าไทยยังคงไว้อยู่ที่ร้อยละ 10 ตลอดทั้งปี คาดการณ์ว่าการส่งออกไทยจะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 0.5 และ GDP ไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้ที่ร้อยละ 1.8

เด็กและเยาวชนสนใจศึกษาและใช้ AI แต่ในทางไม่ถูกต้อง

เทรนด์การใช้ AI ในปัจจุบันได้แพร่กระจายไปยังประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ใช้ AI ในแทบทุกกิจกรรมของชีวิต แต่ปัญหาที่เริ่มพบมากขึ้นคือมีการนำ AI มาใช้อย่างไม่ถูกต้อง เช่น การให้ทำการบ้านแทน และกลุ่มนักเรียนชายแอบถ่ายใต้กระโปรงนักเรียนหญิงนำไปตัดต่อด้วย AI ให้มีลักษณะโป๊เปลือย ก่อนเผยแพร่ลงในเว็บไซต์อนาจาร หรือนำภาพศีรษะเพื่อนนักเรียนหญิงไปตัดต่อกับร่างกายบุคคลอื่นด้วย AI ในลักษณะที่โป๊เปลือยทั้งร่าง นอกจากนี้ พบผลการศึกษาว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนใช้ Chatbot AI เช่น ChatGPT และ Gemini มากขึ้น รวมถึงแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้สร้างหรือตอบกับ Bot เลียนแบบตัวละคร โดยขาดการควบคุมที่เหมาะสมทำให้เกิดวัฒนธรรมดิจิทัลใหม่ โดยเฉพาะการสร้างมีมแบบไร้สาระและจงใจทำให้เกิดความสับสน ซึ่งแพร่กระจายผ่านวิดีโอสั้น ๆ

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง

หอการค้าไทยเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน พ.ค.68 พบว่า ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 54.2 อยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนว่าเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม ราคาสินค้าก็มีแนวโน้มแพงขึ้น ด้านกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ธุรกิจในกลุ่มค้าปลีกจะเผชิญกับกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง  การชะลอการการใช้จ่าย ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มมูลค่าจะเปราะบางต่อไปสะท้อนจากยอดเปิดตัวโครงการใหม่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายจากรัฐ แต่กระตุ้นกำลังซื้อไม่ได้ นอกจากนี้ ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงมากขึ้น

กัมพูชาเตรียมอำนวยความสะดวกแรงงานเดินทางกลับประเทศ

  สื่อกัมพูชารายงานเมื่อ 15 มิถุนายน 2568 ว่า รัฐบาลกัมพูชาเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกให้แรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทยสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่าวสะดวกสบาย หากรัฐบาลกัมพูชาประกาศใช้มาตรการอพยพชาวกัมพูชาออกจากบริเวณพรมแดน จากกรณีปัญหาพรมแดนกัมพูชา-ไทยในปัจจุบัน  ล่าสุด หน่วยงานของรัฐบาลกัมพูชาและกรุงพนมเปญจัดการประชุมเตรียมการเมื่อ 14 มิถุนายน 2568 และมีมติว่าจะเตรียมพร้อมรถบัส 400 คันเพื่ออพยพชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่อ่อนไหวทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมย้ำว่าพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลทันที เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนชาวกัมพูชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกัมพูชาประกาศว่าในประเทศมีตำแหน่งงานจำนวนมากที่รองรับสำหรับผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะงานในพื้นที่จังหวัด Kampong Speu มีตำแหน่งงานมากกว่า 58,000 ตำแหน่ง ในจังหวัด Kandal จำนวน 8,500 ตำแหน่ง จังหวัด Kampong Cham ประมาณ 12,000 ตำแหน่ง และจังหวัด  Koh Kong มากกว่า 7,700 ตำแหน่ง ขณะที่กรุงพนมเปญมีตำแหน่งงานว่างถึง 26,000 ตำแหน่ง จึงมีความพร้อมที่จะรับแรงงานกัมพูชากลับจากไทย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการประชุมกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ที่กรุงพนมเปญ โดยสื่อมวลชนกัมพูชารายงานว่าการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น และจะมีการประชุมอีกครั้งใน…

อิหร่านโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ วิเคราะห์ฉากทัศน์สถานการณ์

สถานการณ์ความขัดแย้งและการปะทะด้วยยุทโธปกรณ์ทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดต่อเนื่อง โดยอิหร่านโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธเมื่อ 14 มิถุนายน 2568 เพื่อตอบโต้กรณีอิสราเอลปฏิบัติการ Operation Rising Lion โจมตีโรงงานนิวเคลียร์และพื้นที่สำคัญทางการทหารของอิหร่านเมื่อ 13 มิถุนายน 2568 โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่า อิหร่านโจมตีอิสราเอลในหลายพื้นที่ ทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ อิสราเอลเชื่อว่าอิหร่านจะโจมตีอิสราเอลอีกหลายครั้ง จึงเตือนให้ประชาชนระมัดระวังความปลอดภัยและติดตามมาตรการของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ปะทะระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลส่งผลต่อการเดินหน้าของกระบวนการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประกาศเมื่อ 15 มิถุนายน 2568 ยกเลิกการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ที่โอมาน โดยระบุว่าการเจรจาไม่มีประโยชน์ เนื่องจากสหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอลให้โจมตีอิหร่าน ด้านสหรัฐฯ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตี และโน้มน้าวให้อิหร่านเห็นความสำคัญของการเจรจา นานาชาติวิตกกับสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในตะวันออกกลาง รวมทั้งเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งใช้การทูตเป้นกลไกแก้ไขสถานการณ์และควบคุมไม่ให้บานปลาย ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่สนับสนุนให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ อิสราเอลทอยเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการ Operation Rising Lion ที่มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยระบุว่าอิสราเอลโจมตีพื้นที่เป้าหมายในอิหร่านประมาณ 40 แห่ง รวมทั้งสถานที่ตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศและระบบสั่งการของฐานทัพอากาศ ตลอดจนสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านได้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์อิสลาม (Iranian Revolutionary Guard Corps-IRGC) ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าชาวอิสราเอลส่วนใหญ่สนับสนุนการโจมตีเพื่อทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่าน แต่สิ่งที่น่ากังวลสำหรับรัฐบาลอิสราเอล คือ แนวทางยุติความขัดแย้งครั้งนี้…

ผู้นำสูงสุดอิหร่านแต่งตั้ง ผอ.IRGC คนใหม่ พร้อมตอบโต้อิสราเอล

สื่อมวลชนต่างประเทศติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกกลางอย่างใกล้ชิด หลังจากอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีอิหร่านในพื้นที่สำคัญเมื่อ 13 มิถุนายน 2568 ทำให้ พล.ต. Hossein Salami ผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เสียชีวิต รวมทั้ง พล.ต. Mohammad Bagheri เสนาธิการทหารสูงสุดของอิหร่าน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อีก 6 คนด้วย ปัจจุบันอิสราเอลเตรียมพร้อมตั้งรับและป้องกันการตอบโต้จากอิหร่าน ขณะที่ Ayatollah Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศแต่งตั้งผู้บัญชาการ IRGC คนใหม่ คือ พล.ต.Mohammad Pakpour เพื่อให้กองทัพอิหร่านมีกำลังใจในการตอบโต้เอาคืนอิสราเอล เพราะ IRGC เป็นหน่วยความมั่นคงที่มีความสำคัญต่ออิหร่านอย่างมาก พร้อมทั้งระบุว่าอิหร่านจะตอบโต้อิสราเอลอย่างรุนแรง มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเร่งหารือแนวทางตอบโต้ เนื่องจากได้รับความเสียหายทั้งด้านการทหารและพลเรือน โดยเฉพาะในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน และเมือง Natanz ที่เป็นที่ตั้งโรงงานพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศว่ากองทัพอิหร่านพร้อมปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติและประชาชน พร้อมกับโจมตีปฏิบัติการของอิสราเอลว่าเป็นความก้าวร้าวอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าสหรัฐฯ ที่สนับสนุนอิสราเอลมาโดยตลอด จะต้องรับผิดชอบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย องค์กรระหว่างประเทศวิตกกังวลกับการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ เนื่องจากเป็นความเสี่ยงระดับนานาชาติ โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เตือนว่าไม่ควรมีการโจมตีหรือสร้างความเสียหายต่อโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน เพราะจะเป็นผลเสียต่อความมั่นคงของทั้งภูมิภาค…

ผู้นำสหรัฐฯ จะยื่นข้อเสนอลดภาษีตอบโต้แก่ประเทศคู่ค้า

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 13 มิถุนายน 2568 ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะส่งหนังสือถึงประเทศคู่ค้าต่าง ๆ เพื่อยื่นข้อเสนอ (deal) ลดภาษีตอบโต้ โดยจะเริ่มส่งหนังสือดังกล่าวไปยังประเทศต่าง ๆ ในห้วงสัปดาห์หน้า เพื่อให้ประเทศคู่ค้าพิจารณาข้อเสนอก่อนที่มาตรการภาษีตอบโต้จะมีผลบังคับใช้ใน 9 กรกฎาคม 2568 ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่าการส่งหนังสือไปยื่นข้อเสนอนี้จะเป็นโอกาสให้ประเทศคู่ค้าได้ทบทวน หากยินยอมทำตามข้อเสนอของสหรัฐฯ ก็อาจจะไม่ต้องเผชิญมาตรการภาษีในอัตราที่สูงกว่าปกติ หรือสูงกว่าร้อยละ 10 ทั้งนี้ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นในห้วงที่สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าที่จะเผชิญภาษีตอบโต้ในอัตราที่สูงที่สุด หรือร้อยละ 55 และเพิ่งเจรจากับไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับใช้มาตรการภาษีตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ สร้างความสับสน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ๆ ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้เจรจาโดยตรงกับประเทศคู่ค้า แต่ให้ผู้แทนด้านเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ เจรจาแทน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจากับประเทศคู่ค้าที่เป็นมิตรประเทศหรือเป็นคู่แข่งระหว่างกัน เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังประกาศด้วยว่าจะกำหนดอัตราภาษีต่อประเทศต่าง ๆ ในอัตราที่แตกต่างกันอีกครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ถัดไป…

อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ผู้นำสหรัฐฯ เตือนความขัดแย้งมีโอกาสขยายตัว

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลประกาศเมื่อ 13 มิถุนายน 2568 ว่า อิสราเอลปฏิบัติการ Operation Rising Lion โจมตีอิหร่านในหลายพื้นที่ รวมทั้งกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เพื่อสกัดกั้นโครงการพัฒนานิวเคลียร์และการพัฒนาอาวุธของอิหร่านที่อิสราเอลมีมุมมองว่าเป้นภัยคุกคามและอันตรายต่ออิสราเอล รวมทั้งภูมิภาค โดย นรม.อิสราเอลเชื่อว่าอิหร่านเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อสร้างอาวุธนิวเคลียร์ จึงจำเป้นต้องโจมตีก่อนเพื่อป้องปราม นอกจากนี้ นรม.เนทันยาฮูยังย้ำว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อไปจนกว่าจะสามารถลดขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านได้ สำหรับการโจมตีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลากลางคืน มีรายงานเหตุระเบิดและความเสียหายในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกัน อิสราเอลประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อยกระดับการป้องกันประเทศ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชน ให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ห้ามการชุมนุมและรวมกลุ่มในพื้นที่สาธารณะ เพราะเชื่อว่าอิหร่านจะแก้แค้นอิสราเอล ผู้นำอิสราเอลอาจตัดสินใจโจมตีอิหร่านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนชาวอิสราเอลจากคดีคอร์รัปชันของรัฐบาลและการที่ นรม.เนทันยาฮูเผชิญกระแสวิจารณ์จากนานาชาติว่าทำให้สงครามยืดเยื้อ อิหร่านรายงานว่ามีอาคารบ้านเรือนของพลเรือนได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิสราเอล คาดว่าอิหร่านจะตอบโต้อิสราเอลเพื่อแก้แค้นในระดับที่เท่าเทียมกัน และอาจสั่งให้กองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย นานาชาติแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งและปฏิบัติการทางทหารที่เสี่ยงทำให้ทำให้บรรยากาศความขัดแย้งและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนเป็นความขัดแย้งที่อาจขัดขวางกระบวนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเรื่องโครงการพัฒนานิวเคลียร์ด้วย นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันโลกและราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ผันผวนเพราะวิตกกับสภาวะสงคราม ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าสหรัฐฯ อาจอยู่เบื้องหลังการสนับสนุนอิสราเอลให้โจมตีอิหร่าน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันก็เป็นข้ออ้างให้สหรัฐฯ กดดันอิหร่านมากขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ Operation Rising Lion แม้ว่าก่อนหน้านี้ อิหร่านจะมุ่งโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่ระบุว่าอิสราเอลได้แจ้งให้สหรัฐฯ…