3 คู่ความสัมพันธ์ที่น่าจับตามองจากการประชุมสุดยอดเนโต

การประชุมสุดยอดเนโตประจำปี 2569 ที่กรุงอังการา ตุรกี ระหว่าง 7-8 กรกฎาคม 2569 เป็นเวทีการหารือระหว่างประเทศพันธมิตรที่มีรูปแบบและระดับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนอย่างมาก ก่อนหน้านี้ กลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศทั่วโลกเคยมีมุมมองสอดคล้องกันว่า “พันธมิตรเนโต” คือแบบอย่างความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงที่เข้มแข็งที่สุดในโลก เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพราะนอกจากจะมีแนวคิดการป้องกันสมาชิกและจัดทำเป็นแนวปฏิบัติร่วมกัน หรือกฎบัตรเนโตแล้ว ประเทศสมาชิกต่างก็มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างมาก อย่างไรก็ดี สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน ต่อเนื่องจนถึงเหตุความไม่มั่นคงในยุโรปจากปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่สะสมมาตั้งแต่ยุค COVID-19 สมทบด้วยกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งและได้ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 รวมทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น เมื่อปลายกุมภาพันธ์ 2569 ปัจจัยเหล่านี้ คือ กุญแจสำคัญที่สำคัญเนโตเผชิญความท้าทาย และทำให้การประชุมสุดยอดเนโตที่จัดขั้นในตุรกีครั้งนี้ น่าจับตามอง 3 คู่ความสัมพันธ์ที่อาจเป็นบทเรียนสำหรับกลุ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์คู่แรก : สหรัฐฯ-ยุโรป……. การประชุมนี้เกิดขึ้นในห้วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับประเทศสมาชิกเนโตในยุโรปค่อนข้างห่างเหิน ทั้งจากกรณีประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่าต้องการให้สหรัฐฯ มีสิทธิครอบครองกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก วิจารณ์ความมั่นคงของยุโรปเชิงลบในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังข่มขู่ว่าจะถอนสหรัฐฯ ออกจากการเป็นสมาชิกเนโต และกดดันให้ยุโรปเพิ่มงบประมาณสนับสนุนเนโตอย่างจริงจัง เพราะผู้นำสหรัฐฯ มีมุมมองว่าที่ผ่านมา สหรัฐฯ เป็นประเทศเดียวที่ทุ่มเทงบประมาณเพื่อเนโตอย่างไม่ยุติธรรม และแนวคิดดังกล่าวก็ขัดแย้งกับนโยบาย America First…

สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น อาจกระทบความร่วมมือการค้าระหว่างประเทศ

นโยบายการค้าและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ อาจมีความท้าทายมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะออกมาตรการใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดดุลการค้าระหว่างประเทศในห้วงครึ่งหลังของปี 2569 สำหรับสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ อาจใช้มาตรการภาษีและต่อรองในการเจรจาการค้ามากขึ้น เพราะสหรัฐฯ กำลังขาดดุลการค้ามากขึ้น โดยฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับต่างประเทศมากขึ้นถึง 77,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อห้วง พฤษภาคม 2569 มากที่สุดในรอบ 14 เดือน โดยนำเข้าสินค้าประเภททุน (Capital Goods) เพิ่มขึ้นจากเมื่อห้วงเมษายน ร้อยละ 3.3 และส่งออกน้อยลงร้อยละ 3.2 กลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจำนวนและมูลค่ามาก ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสาร ยารักษาโรค และเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีความต้องการสินค้าสูง และเร่งตอบสนองนโยบายพัฒนาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลก เฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้นมูลค่า 1,500…

กลุ่มฮะมาสพร้อมถ่ายโอนอำนาจปกครองฉนวนกาซา จุดเปลี่ยนการเมืองเพื่อสันติภาพ !?

นาย Mohammed al-Farra หัวหน้ากลุ่มฮะมาสและคณะกรรมการฉุกเฉินของรัฐบาล (Government Emergency Committee) ประกาศเมื่อ 6 กรกฎาคม 2569 ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐบาลของฉนวนกาซา และเตรียมถ่ายโอนอำนาจทางการเมืองให้คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการบริหารฉนวนกาซา (National Committee for the Administration of Gaza – NCAG) ภายใต้กลไกคณะกรรมการสันติภาพ (BoP) ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากตั้งแต่ปี 2550 กลุ่มฮะมาสได้ตั้งคณะกรรมการฉุกเฉินของรัฐบาลเป็นรัฐบาลโดยพฤตินัย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสร้างความหวังว่า อาจนำไปสู่สันติภาพและความปลอดภัยของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มฮะมาสดำเนินการเพื่อป้องกันอิสราเอลไม่ให้ผนวกฉนวนกาซา รวมทั้งไม่ให้อิสราเอลใช้เป็นข้ออ้างเหตุผลในการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่อีกต่อไป ทั้งนี้ นาย Ali Shaath ประธาน NCAG ยินดีกับการตัดสินใจของกลุ่มฮะมาส จากนั้นระบุว่าจะปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อสถานการณ์เหมาะสม ขณะที่ผู้แทนด้านการกำกับทิศทางและดำเนินกลไก BoP สนับสนุนการตัดสินใจของกลุ่มฮะมาส พร้อมชื่นชมว่าเปรียบเหมือนทางเชื่อมระหว่างคำประกาศ (declaration) กับการนำไปดำเนินการจริง (implementation) การแสดงออกทางการเมืองและจุดยืนของกลุ่มฮะมาสครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้นานาชาติเห็นว่ากลุ่มฮะมาส มีความจริงจังและมุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพในพื้นที่ พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งต้องการให้กลไก NCAG ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ตลอดจนทำให้กระบวนการเจรจาเพื่อบรรลุสันติภาพในระยะยาวมีความคืบหน้าต่อไป พร้อมกันนี้…

ยูเครนต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อรับมือการโจมตีจากรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์  เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวในที่ประชุมสุดยอดเนโตครั้งที่ 36 ที่ตุรกี เมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 ว่า ยูเครนต้องการเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันและสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย โดยขอให้ประเทศตะวันตกให้การสนับสนุนอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพราะปัจจุบัน รัสเซียยกระดับการโจมตียูเครนอย่างรุนแรง และเน้นเป้าหมายทำลายกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ทำให้มีรายงานพลเรือนเสียชีวิตจากการโจมตีของรัสเซียมากกว่า 50 รายในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้น สถานการณ์การสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนจึงมีแนวโน้มขยายขอบเขตพื้นที่ปะทะมากขึ้น ขณะที่ยูเครนมีระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่เพียงพอ จึงต้องการให้สมาชิกเนโตมอบความช่วยเหลือในระยะยาว ท่าทีของยูเครนมีขึ้นหลังจากการโจมตีและตอบโต้ทางทหารของทั้ง 2 ฝ่ายรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปลาย มิถุนายน 2569 โดยคาดว่าผู้นำยูเครนต้องการรุกคืบด้านการทหาร เพื่อทำให้สถานการณ์ถึงจุดเสี่ยงภัยสูงสุด หรือขีดอันตราย (brinkmanship) เพื่อกดดันผู้นำรัสเซียให้เข้าสู่กระบวนการเจรจา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูเครนต้องการ และมีโอกาสที่สหรัฐฯ จะสนับสนุนด้วย เพราะอาจเป็นขั้นตอนสำคัญไปสู่การยุติสงครามที่ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมืองระหว่างประเทศ ประเทศในยุโรปมีแนวโน้มตอบสนองข้อเรียกร้องของยูเครน เนื่องจากมีมุมมองว่ายูเครนเปรียบเสมือน “ด่านหน้า” ในการรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซีย ล่าสุดเมื่อ 8 กรกฎาคม 2569 นอร์เวย์ประกาศจะสนับสนุนงบประมาณด้านการป้องกันภัยทางอากาศให้ยูเครน มูลค่า 306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ได้หารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อ…

การประชุมสุดยอดเนโตประจำปี 2569 ที่ตุรกี

ตุรกีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดขององค์กร สนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ NATO) ประจำปี 2569 ที่กรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี ระหว่าง 7-8 กรกฎาคม 2569  การประชุมดังกล่าวมีความสำคัญต่อทิศทางความสัมพันธ์และความมั่นคงระหว่างประเทศ เนื่องจากผู้นำจากประเทศสมาชิกจะเดินทางไปเข้าร่วม รวมทั้งมีการเชิญผู้นำจากประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกเข้าร่วมด้วยเช่นกัน ในฐานะประเทศหุ้นส่วนที่สำคัญ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต อาเซอร์ไบจาน และยูเครน การประชุมสุดยอดดังกล่าวยังเป็นกลไกหารือระดับทวิภาคีที่มีผลต่อนโยบายความมั่นคงของประเทศสำคัญ เฉพาะอย่างยิ่งมหาอำนาจในยุโรป สหรัฐฯ รวมทั้งตุรกี ที่เป็นสมาชิกเนโตและคาดหวังให้บทบาทการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ส่งเสริมขีดความสามารถด้านการทหารของตุรกีด้วย เฉพาะอย่างยิ่งการคาดหวังให้สหรัฐฯ อนุมัติการขายเครื่องบินรบรุ่น F-35 และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรตามรัฐบัญญัติ Countering America’s Adversaries Through Sanctions Act (CAATSA) ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่พอใจตุรกีที่ใช้ระบบป้องกันทางอากาศรุ่น S-400 จากรัสเซีย ประเด็นสำคัญในการประชุมสุดยอดเนโตครั้งนี้ ได้แก่ 1) การติดตามความคืบหน้าและสนับสนุนให้สมาชิกเพิ่มการลงทุนด้านการป้องกันประเทศ ร้อยละ 5 ของ…

ช่องแคบฮอร์มุชทำให้สหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาตอบโต้ด้านการทหาร

ประเด็นการปกป้องช่องแคบฮอร์มุช เพื่อแสดงการมีอิทธิพลในการควบคุมเส้นทางเดินเรือดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาโจมตีทางทหารกันอีกครั้ง เนื่องจากต่างฝ่ายไม่ยอมให้ฝ่ายใดมีอิทธิพลบริเวณเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลกดังกล่าว  นักวิเคราะห์คาดว่า การโจมตีทางทหาร เพื่อตอบโต้กันครั้งนี้ จะไม่ยืดเยื้อ แต่ก็สะท้อนให้เห็นแนวโน้มว่า สหรัฐฯ จะไม่สามารถยุติสงครามครั้งนี้ได้โดยเร็ววัน หากไม่ยอมให้อิหร่านคุมอิทธิพลในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ การตอบโต้ระหว่างกันเช่นนี้ อาจมีเป็นระยะ ๆ หากเงื่อนไขในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถตกลงกันได้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM แถลงว่า เมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายจุดทางตอนใต้ของอิหร่านกว่า 80 เป้าหมาย เพื่อลดศักยภาพของอิหร่าน ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครือข่ายระบบการบัญชาการ ฐานเรดาร์ ฐานปล่อยขีปนาวุธต่อต้านเรือ และเรือรบขนาดเล็กกว่า 60 ลำ รวมถึงโครงสร้างต่าง ๆ ของท่าเรือตามแนวชายฝั่งอิหร่าน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่ เมือง Bandar Abbas, Sirik และ เกาะ Qeshm นอกจากนี้ CENTCOM พร้อมจะปฏิบัติการอีกครั้ง หากอิหร่านยังดำเนินการที่ละเมิดความเข้าใจที่ร่วมทำกันไว้กับสหรัฐฯ ข้ออ้างที่ CENTCOM ระบุว่า…

เทคโนโลยีกับการก่อการร้ายยุคปัจจุบัน

วารสาร Counter Terrorist Trends and Analyses ประจำ กรกฎาคม 2569 เมื่อ 2 กรกฎาคม 2569 วิเคราะห์ผลกระทบของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technologies) ความคับแค้นใจส่วนบุคคล (Personal grievances) และบทบาทของสตรีกับการก่อการร้ายยุคปัจจุบัน วารสารดังกล่าวเป็นของ S. Rajaratnam School of International Studies (RSIS) สถาบันคลังสมองชั้นนำของโลก ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) สิงคโปร์ ที่มุ่งเน้นการวิจัยด้านความมั่นคง การต่างประเทศ และนโยบายระดับภูมิภาค ประเด็นสำคัญของวาสารดังกล่าวได้สะท้อนภาพของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับแนวคิดสุดโต่งรุนแรง (Radicalisation) โดยจากการสำรวจ AI ทั้งแบบทั่วไป และแบบที่เน้นข้อมูลอิสลาม พบว่าระบบ AI ทั้งหมดมีจุดร่วมที่เหมือนกัน คือการปฏิเสธ Jihadism และความรุนแรงอย่างชัดเจน แต่กลับมีมุมมองต่อ Islamism แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้แชทบอท AI…

เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวสูงในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

เวียดนามเป็นประเทศที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงในอาเซียน ทั้งที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน และการหยุดชงักของสินค้าจากการขนส่ง จากวิกฤตในตะวันออกกลางที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และการขึ้นอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยอัตราการขยายตัวของ GDP ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 8.18 อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นตามที่เวียดนามตั้งเป้าหมายไว้ว่าครึ่งแรกของปี จะอยู่ที่ ร้อยละ 11.9 และตลอดปี 2569 อัตราการขยายตัวของ GDP จะอยู่ที่ตัวเลข 2 หลัก หรือประมาณที่ ร้อยละ 10 นอกจากตัวเลขการขยายตัวของ  GDP จะสูงแล้ว ตัวเลขการท่องเที่ยวยังเป็นเชิงบวกอีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศ โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติในเวียดนาม มีประมาณ 10.7 ล้านคน เพิ่มจากห้วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 20.7  เวียดนามคาดหวังว่า ตัวเลขทั้งปี 2569 จะมากกว่า เมื่อปี 2568 ที่มีจำนวน 21.2 ล้านคน…

กระแสอพยพของชาวเมียนมาเข้ามาในไทย

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (United Nations’ International Organization for Migration-IOM) เปิดเผยว่า ในช่วง มกราคม– เมษายน 2569 มีชาวเมียนมาเดินทางเข้าสู่ไทยผ่านจุดผ่านแดน บริเวณ จังหวัดตาก จังหวัดระนอง  จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัด เชียงราย ประมาณ 687,000 คน สะท้อนแนวโน้มการอพยพที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะเวลาเพียง 4 เดือน มีจำนวนคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของผู้เดินทางเข้าไทยตลอดปี 2568 ที่มีมากกว่า 2 ล้านคน โดยผู้เดินทางส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางเป็นกรุงเทพฯ   รองลงมาคือ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัด เชียงใหม่  จังหวัดตาก และจังหวัดระนอง แนวโน้มการเดินทางของชาวเมียนมาที่ออกนอกประเทศสะท้อนว่า ปัญหาในเมียนมายังคงมีอยู่ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม หลังจากทหารยึดอำนาจเมื่อปี 2564 IOM ระบุด้วยว่า แรงกดดันที่ให้ชาวเมียนมาเดินทางออกนอกประเทศมากขึ้นในช่วงนี้ นอกจากต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังอาจมาจากแรงกดดันจากภายในประเทศ เช่น การบังคับให้เกณฑ์ทหาร ขณะที่ร้อยละ 11 ของจำนวนชาวเมียนมาที่เดินทางเข้าไทยข้างต้น มีแนวโน้มจะพำนักในไทยในระยะยาว…

SDG Index ของสหประชาชาติ : ผลการประเมินของประเทศไทย

ไทยเป็นประเทศที่มีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ตามการประเมินของหน่วยงานของสหประชาชาติ แต่ก็ยังมีบางตัวที่ต้องเร่งพัฒนาการให้ถึงเป้าหมาย ตามที่สมาชิก UN จำนวน 193 ประเทศ รับรองว่าจะต้องบรรลุเป้าหมายภายใน 15 ปี โดยไทยบรรจุเป้าหมาย SDGs ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ทั้งหมด 17 เป้าหมายหลัก บูรณาการเข้าไปเข้าในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570) รายงาน Sustainable Development Report และ SDG Index ประจำปี 2569 ที่ Sustainable Development Solutions Network (SDSN) ซึ่งเป็นเครือข่ายระดับโลก และก่อตั้งขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs)…