กัมพูชาเลือกที่จะเข้าใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากขึ้น

  การดำเนินนโยบายของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศในห้วงนี้ ทำให้นักวิเคราะห์จับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเอนเอียงไปข้างไหน ? ……ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน คำตอบก็คือว่ายังอยู่กับข้างจีนแน่ ๆ เพราะต้องพึ่งพาการลงทุนจากจีน รับความช่วยเหลือจากจีน พึ่งพายุทโธปกรณ์ และการทหาร รวมทั้งรายได้จากการท่องเที่ยวก็ยังมาจากนักท่องเที่ยวจีน แต่ห้วงนี้เกิดอะไรขึ้น กัมพูชาทำอะไรให้สหรัฐฯ ถูกใจ จนทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการคว่ำบาตรด้านอาวุธให้กับกัมพูชา และคำถามต่อไปก็คือ แล้วจีนจะยอมปล่อยให้กัมพูชาเข้าไปอยู่ในอ้อมอกสหรัฐฯ หรือไม่ ……คำตอบชัดเจนเลยว่า “ไม่” ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ….การดึงกัมพูชาออกจากจีน รวมทั้งลดทอนการพึ่งพาจีนของกัมพูชา และประเทศอื่น ๆ  ในเอเชียตะวันออกฉียงใต้ คือการดำเนินยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ต้องการสกัดไม่ให้จีนไม่เติบโตอย่างรวดเร็ว และแข็งแกร่งเกินไป จนขึ้นมาท้าทายสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ที่สหรัฐฯ คุมด้านความมั่นคงอยู่ จนส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน และการคุมเส้นทางขนส่งทางทะเลของสหรัฐฯ ขณะที่ผลประโยชน์ที่จีนจะได้จากกัมพูชามีมากมาย เช่น เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นเส้นทางเลือกที่จีนจะออกทะเลทางอ่าวไทยจากการเข้าไปลงทุนในท่าเรือ เช่น ฐานทัพเรือเรียม ท่าเรือสีหนุวิลล์ และท่าเรือดาราสาคร  หรือเส้นทางถนนทางบก อาจช่วยจีนขนส่งยุทโธปกรณ์ยามที่จีนคับขัน หากเข้าสู่สงคราม การที่กัมพูชาเข้าใกล้รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ 2.0 ของ แม้ไม่ทำให้กัมพูชาออกจากอิทธิพลจีน แต่ก็สะท้อนถึงความพยายามที่จะลดการพึ่งพาจีนลงบ้าง…

สหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันข้อตกลงสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังเดินหน้าแสดงบทบาทการเป็นผู้นำโลกด้านการสร้างสันติภาพและยุติความขัดแย้ง โดยในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เน้นแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ด้วยการเสนอข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอ 28 ประการเพื่อยุติสงคราม ให้กับรัสเซียและยูเครนพิจารณาใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่ารัสเซียเห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ผ่านการหารือกันเมื่อห้วง ตุลาคม 2568 อย่างไรก็ดี ข้อตกลงสันติภาพของผู้นำสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเผชิญความท้าทายและอาจล้มเหลว เนื่องจากยูเครนมีท่าทีไม่เห็นด้วย แม้ว่าข้อตกลงจะกล่าวถึงการค้ำประกันความมั่นคงให้ยูเครน แต่ข้อเสนอส่วนหนึ่งระบุว่ายูเครนต้องยอมรับให้แคว้นทางฝั่งตะวันออก เช่น แคว้นดอนบาส ศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมของประเทศ และแคว้นลูฮันสก์ ไปอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัสเซีย รวมทั้งให้ยูเครนลดขนาดกองทัพ ขณะที่บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปกำลังตึงเครียด เพราะมีรายงานพบปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียนอกพื้นที่ยูเครนบ่อยครั้ง ทำให้หลายประเทศในยุโรปไม่สนับสนุนการทำข้อตกลงสันติภาพ เนื่องจากจะเป็นข้ออ้างที่รัสเซียใช้ในการเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย รัฐบาลสหรัฐฯ ยังพยายามผลักดันข้อตกลงดังกล่าวต่อไป โดยมีการหารือโดยตรงกับยูเครนเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงว่าข้อตกลงเป็นเพียงข้อเสนอ ดังนั้นจึงสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของทั้ง 2 ฝ่ายได้ ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ ให้ยูเครนพิจารณาข้อเสนอแรกถึง 27 พฤศจิกายน 2568 เพื่อทบทวนและแก้ไขรายละเอียดต่อไป ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี…

มาเลเซียจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์

การใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของเยาวชน ตลอดจนทำให้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารที่หลากหลายได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์มีหลากหลายและผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ควบคุมหรือกำหนดเกณฑ์ผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดเพื่อให้มีเนื้อหาที่เหมาะสม ทำให้เกิดความท้าทายในการเฝ้าระวังไม่ให้การใช้สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นภัยคุกคามหรืออันตรายต่อประชาชน รัฐบาลหลายประเทศเริ่มพิจารณามาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยกำหนดให้เป็นกฎหมายหรือระเบียบในประเทศ ล่าสุด รัฐบาลมาเลเซียประกาศเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2568 ว่ามีแผนจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยจะเริ่มมาตรการดังกล่าวในปี 2569 เป้าหมายเพื่อควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์และป้องกันเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางไซเบอร์ (cyberbullying) การหลอกลวงทางไซเบอร์ (scam) และอาชญากรรมอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการค้าประเวณี การค้ามนุษย์ และการล่อลวงให้เสพยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของมาเลเซียสนับสนุนมาตรการดังกล่าว พร้อมกับย้ำว่า รัฐบาลและสังคมมาเลเซียควรร่วมมือกันทำให้การใช้สื่อสังคมออนไลน์ปลอดภัย โดยเฉพาะต่อเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียศึกษารูปแบบการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และการออกกฎหมายควบคุมอายุผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่จะใช้มาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี โดยจะเริ่มใช้ใน 10 ธันวาคม 2568 ซึ่งแอปพิลเคชันที่จะอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม ได้แก่ Facebook, Instagram, Snapchat, Threads, TikTok,…

กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์มีแนวโน้มย้ายฐานปฏิบัติการไปลาวมากขึ้น

กรณีโฆษกกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ประกาศจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในโครงการเมืองใหม่ชเวโก๊กโก่ จ.เมียวดีของเมียนมา พร้อมทั้งเตรียมส่งชาวต่างชาติที่กองกำลัง BGF ช่วยเหลือจากกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในชเวโก๊กโก่ และ KK Park มากกว่า 1,267 คน จาก 40 ประเทศ กลับประเทศต้นทางผ่านไทยนั้น พบบรรยากาศในชเวโก๊กโก่เต็มไปด้วยความวุ่นวายมีชาวต่างชาติมากกว่า 2,000 คน กำลังอพยพออกจากชเวโก๊กโก่อย่างต่อเนื่อง บางส่วนมารวมตัวกันที่บริเวณริมแม่น้ำเมย ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเตรียมข้ามมาฝั่งไทย อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่ายังคง มีชาวต่างชาติหลงเหลืออยู่ในอาคารสำนักงานของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ใน จ.เมียวดี มากกว่า 10,000 คน ซึ่งอาจทยอยหลบหนีออกจากพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ความเคลื่อนไหวฝั่งลาว ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาค และยังพบการสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์เพิ่มขึ้น เช่น บริเวณพื้นที่รอบนอกของนครหลวงเวียงจันทน์ และมีแนวโน้มที่กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ที่เผชิญกับการปราบปรามในเมียนมาและกัมพูชาจะย้ายฐานไปลาวมากขึ้น และทำให้ลาวเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาค

การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังเผชิญความไม่แน่นอน

ภาคส่วนเศรษฐกิจและผู้เชี่ยวชาญ เช่น ส.อ.ท. หอการค้าไทย TDRI KKP กังวลต่อสถานการณ์การเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่นำประเด็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนต่อแนวทางการเจรจาภาษี อีกทั้งยังมีโอกาสนำเรื่องปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชามาเป็นเครื่องต่อรองอีกได้ นอกจากนี้ การเจรจาอาจที่มีแนวโน้มจะไม่เสร็จสิ้นภายในปี 2568 เนื่องจากฝ่ายไทยยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง  นอกจากนี้ ไทยยังมีความเสี่ยงที่จะถูกสหรัฐฯ กลับมาเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึงร้อยละ 36 เพราะจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการลงนามข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ

เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงสิ้นปี

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและเอกชน อาทิ TDRI ศูนย์วิจัยกสิกร ไทยแอร์เอเชีย แสดงความเห็นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทย หลังจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผย อัตราการขยายตัวของ GDP ในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ร้อยละ 1.2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 1.6 และหดตัวลงร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 ถือเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เห็นว่าสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาครัฐที่หดตัวลง การผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก   อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมากกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง  ไทยยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ  ขณะที่ปัจจัยภายนอก อาทิ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ สินค้าจีนล้นตลาด  อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของ GDP ของปี 2568 เป็นร้อยละ 2.0 จากเดิมร้อยละ 1.8  นอกจากนี้ กรณีรัฐบาลจีนเตือนพลเมืองให้งดเดินทางไปญี่ปุ่น อาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้น

การหลอกลวงออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับกัมพูชาในญี่ปุ่นถูกขุดคุ้ย

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการหลอกลวงออนไลน์ที่เชื่อมโยงกับกัมพูชา เฉพาะอย่างยิ่งจากบริษัท Prince Holding Group ที่นายเฉิน จื้อ เป็นประธานบริษัท โดยมีสำนักงานใหญ่ที่กัมพูชา และมีฐานธุรกิจ scam ในกัมพูชามากกว่า 10 แห่ง  โดยบริษัทดังกล่าวใช้ญี่ปุ่นเป็นแหล่งฟอกเงินที่ได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย ส่วนชาวญี่ปุ่นก็ถูกหลอกลวงไปทำธุรกิจผิดกฎหมายที่กัมพูชา เพื่อให้กลับมาหลอกลวงชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง บริษัทที่ Prince Holding Group เข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น ตั้งแต่เมื่อปี 2565 ตามที่สื่อญี่ปุ่นรายงานเมื่อ กลางพฤศจิกายน 2568 มีอย่างน้อย 3 บริษัท โดยเข้าไปทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทที่ปรึกษา Prince Japan  และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Canopy Sands Development Japan Co. เฉพาะอย่างยิ่งบริษัท Canopy Sands Development Japan Co.นี้ สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาในญี่ปุ่นเคยได้โพสต์แนะนำบริษัทว่าอยู่ในเครือของ Prince…

ผู้นำบราซิลเผชิญความท้าทายในการประชุม COP30

ประธานาธิบดี Luiz Inacio Lula da Silva ของบราซิลเผชิญความท้าทายในการโน้มน้าวประเทศที่เข้าร่วมการประชุม COP30 หรือการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 ให้ร่วมกันรับรองแผนการเปลี่ยนรูปแบบพลังงาน จากพลังงานฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาด และการตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ แก้ไขปัญหาโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุสำคัญเนื่องจากหลายประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ไม่เห็นด้วยกับการให้คำมั่นว่าจะต้องปฏิบัติตามแผนงานหรือ roadmap ที่ไม่ยุติธรรม เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้รับรองด้วย เนื่องจากจะไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งอินเดีย ซึ่งมีผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ก็คัดค้านว่าแผนงานทั้ง 2 ประเด็นยังไม่สร้างแรงกดดันมากพอให้ประเทศที่พัฒนาแล้วร่วมมือหรือช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้น อินเดียจึงเสนอให้แต่ละประเทศมีแผนงานเป็นของตัวเอง มากกว่าต้องดำเนินการตามแผนงานของนานาชาติ การที่ประเทศทั่วโลกมีความพร้อมแตกต่างกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ทำให้บราซิลและองค์กรระหว่างประเทศเผชิญความท้าทายในการหาแนวปฏิบัติร่วมที่จะให้นานาชาติร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวนและอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างน่ากังวล แม้ว่าจะมีรายงานของนักวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันแล้วว่าปัญหาโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงอย่างมาก แต่ประเทศต่าง ๆ ก็ยังหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ เพราะมีมุมมองต่างกันเรื่องการพัฒนา ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ และความเท่าเทียม การประชุม COP30 ที่บราซิลจะสิ้นสุดลงใน 21 พฤศจิกายน 2568 นี้มีแนวโน้มว่าอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใหม่ ๆ ที่มีพลังอำนาจมากพอจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้พลังงานฟอสซิล หรือการกำหนดให้ประเทศที่พัฒนาแล้วเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา แต่อย่างน้อย…การประชุม COP30 ก็ทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่สะท้อนว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ…

การเปิดแฟ้มคดีเจฟฟรีย์ เอปสไตน์ ผลกระทบต่อการเมืองสหรัฐฯ

ประเด็นการเปิดแฟ้มคดีนายเจฟฟรีย์ เอปสไตน์ นักการเงินชาวอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณีและล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ กำลังได้รับความสนใจจากชาวอเมริกันและสื่อมวลชนต่างประเทศ เพราะคาดว่านักการเมืองและผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ อาจเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้คัดค้านการเปิดเผยข้อมูลคดีนี้ และกล่าวโทษว่าพรรคเดโมแครตพยายามใช้ประเด็นนี้ทำลายภาพลักษณ์ทางการเมืองของตน อย่างไรก็ตาม เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งอนุมัติให้เปิดเผยแฟ้มคดีดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะเปิดทางให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รวมทั้งสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมของนายเอปสไตน์ต่อสาธารณชนภายใน 30 วัน ทำให้มีโอกาสสูงที่เอกสารดังกล่าวจะพาดพิงไปถึงนักการเมือง ผู้ทรงอิทธิพล รวมทั้งประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกับนายเอปสไตน์ แม้ว่านายเอปสไตน์ จะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2562 แต่การเปิดเผยข้อมูลคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเด็กและเรื่องอื้อฉาวเป็นเรื่องที่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเห็นพ้องกันว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวนและให้ความเป็นธรรมต่อเหยื่อ จึงมีการผลักดันรัฐบัญญัติ The Epstein Files Transparency Act ที่จะกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลที่อาจเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมของนายเอปสไตน์ได้ สาเหตุที่ชาวอเมริกันให้ความสนใจประเด็นนี้อย่างมาก เพราะปัจจุบันมีเพียงนายกิสเลน แม็กซ์เวลล์ ผู้สมรู้ร่วมคิดของนายเอปสไตน์ที่ถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยใช้ประเด็นนี้หาเสียงในช่วงการเลือกตั้งว่าจะเปิดเผยแฟ้มคดีดังกล่าว เพื่อต่อต้านการค้าประเวณีและการล่วงละเมิดเด็ก ที่เป็นอาชญากรรมร้ายแรงในประเทศ “การเปิดแฟ้มคดีเอปสไตน์” อาจเป็นการเปิดเผยรายชื่อผู้ทรงอิทธิพล นักการเมือง และบุคคลสำคัญระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ แต่กรณีนี้อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ ก่อนหน้านี้…

เมียนมาปราบปรามอาชญากรออนไลน์บริเวณริมชายแดน

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568 ว่า กองทัพเมียนมาปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ที่ตั้งฐานบริเวณริมชายแดนฝั่งตะวันออกของประเทศ หรือชายแดนเมียนมา-ไทย โดยกองทัพเมียนมาสามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดได้อย่างน้อย 346 คน เป็นชาวต่างชาติ พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการหลอกลวงออนไลน์ได้อย่างน้อย 10,000 เครื่อง กองทัพเมียนมาระบุว่ากองกำลังชนกลุ่มน้อยเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง คุ้มครองและอำนวยความสะดวกให้อาชญากรออนไลน์เข้าไปตั้งฐานและก่ออาชญากรรม แลกกับผลประโยชน์ คือ รายได้ การปฏิบัติการกวาดล้างของเมียนมาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลเมียนมาที่ต้องการกำจัดความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรที่ใช้เมียนมาเป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์ เนื่องจากส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศและทำให้เสี่ยงเผชิญการคว่ำบาตรจากนานาชาติมากขึ้น รวมทั้งต้องการให้นานาชาติมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อเมียนมาที่กำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปใน ธันวาคม 2568 สำหรับปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่เมืองชเวโกะโก (Shwe Kokko) รัฐกะเหรี่ยง มีพื้นที่ติดกับจังหวัดตากของไทย โดยสื่อรายงานเพิ่มเติมว่า บริษัท Yatai ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกัมพูชาและจีน และเกี่ยวข้องกับนายเฉอ จื้อเจียง นักธุรกิจจีน ทีเป็นผู้ต้องหาเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับโลก มีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์ในเมืองชเวโกะโก สะท้อนว่าเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ของชาวจีนในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมาและไทย ขยายตัวและเชื่อมโยงกันอย่างมาก เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 รัฐบาลเมียนมาเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและดำเนินคดีต่อเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ โดยเมื่อตุลาคม…