ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกและเผชิญการแข่งขันสูง

ผลผลิตทางการเกษตรกรหลายรายการมีราคาตกต่ำลงอย่างมาก เช่น ยางพาราได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อในตลาดต่างประเทศจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ราคารับซื้อน้ำยางสดหน้าสวนปรับลงมาอยู่ที่ ๔๖ บาทต่อ กก. จากเดิมเมื่อช่วงต้นปีอยู่ที่ประมาณ 70 บาทต่อ กก. โดยเกษตรกรคาดหวังให้ราคาอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า ๖๐ บาท จึงจะอยู่รอดได้ ด้านพริกชี้ฟ้ามีราคารับซื้อเหลือเพียง 30 บาทต่อ กก. จากปกติอยู่ 60 บาท เพราะมีพริกออกสู่ตลาดจำนวนมาก และพบกรณีชาวสวนพริกหยวก ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โพสต์คลิปเทกระจาดพริกที่ปลูกเอง เผยแพร่ทางติ๊กต็อก เพื่อประท้วงราคาที่ตกต่ำจนขาดทุน

กรณีอาคาร สตง.ถล่ม มีข้อสงสัยว่าอาจเกิดจากการแก้ไขแบบและวัสดุที่ใช้ไม่มีคุณภาพ

กรณีอาคาร สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวยังคงเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสืบสวนสาเหตุของการถล่ม ซึ่งมีประเด็นที่ถูกนำมาเปิดเผยและกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์คือ เอกสารการแก้ไขสัญญาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิศวกรรม เช่น การแก้ไขรูปแบบปล่องลิฟท์ (Core Wall) และผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงเฉือน (Shear Wall) ที่ถือเป็นโครงสร้างหลักในการรับแรงของอาคาร และการปรับใช้วัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กที่ต้องเป็นเหล็กข้ออ้อยประทับสัญลักษณ์ตัว T (หมายถึงเหล็กข้ออ้อยที่ใช้กรรมวิธีทางความร้อนมาทำให้ผิวของเหล็กมีความแข็งโดยไม่ได้ต้องเติมคาร์บอน ซึ่งนิยมใช้ในงานก่อสร้างแต่มีกระแสต่อต้านเพราะถูกมองว่าแข็งนอกอ่อนใน)

เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดกาญจนบุรี

 เมื่อ 14 เมษายน 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดกาญจนบุรี โดยที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ แรงกว่าที่ อ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี  สำหรับที่จังหวัดกระบี่เกิดขึ้นเมื่อ 14.52 น. เป็นเหตุแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.5 แมกนิจูด  ความลึก 2 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ต.คลองเขม้า อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ทำให้เกิดข่าวลือว่าจะเกิดสึนามิ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ยืนยันว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่บนบก จึงไม่ก่อให้เกิดสึนามิ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้ตรวจสอบความเสียหายทั้งที่อาคารโรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ ไม่พบความเสียหายในระดับอันตราย และสนามบินจังหวัดกระบี่ยังเปิดดำเนินการปกติ  

สหรัฐฯ เลื่อนกำหนดการใช้มาตรการภาษี 90 วัน ยกเว้นจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 9 เมษายน 2568 ประกาศเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ออกไปอีก 90 วัน ทำให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ จะเผชิญภาษีนำเข้าสินค้าเท่ากันบนพื้นฐานที่ร้อยละ 10 ยกเว้นจีน ที่สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการภาษีตอบโต้ โดยเพิ่มอีกรวมเป็นร้อยละ 125 เพราะจีนไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าต่อสหรัฐฯ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่าจีนไม่เคารพระเบียบการค้าโลก สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มภาษี ขณะเดียวกันก็หวังว่าจีนจะเปลี่ยนนโยบายโดยเร็ว ด้วยการเจรจาและทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เหมือนกับประเทศอื่น ๆ

อิสราเอลโจมตีที่พักอาศัยพลเรือนในฉนวนกาซา ฝรั่งเศสอาจยอมรับรัฐปาเลสไตน์

อิสราเอลยังคงแข็งกร้าว โดยเมื่อ 10 เมษายน 2568 โจมตีที่พักอาศัยของพลเรือนและประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่เมือง Gaza City ย่าน Shujayea ส่งผลให้มีประชาชนอย่างน้อย 35 คนเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ 55 คน สูญหายอีกมากกว่า 80 คน เนื่องจากสภาพอาคารถล่ม นักวิเคราะห์ประเมินว่ารูปแบบการโจมตีของอิสราเอลเปลี่ยนไป  จากเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ สะท้อนชัดเจนว่าอิสราเอลต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากมุ่งโจมตีพลเรือนและทำให้ความสูญเสียจำนวนมาก ขณะที่การโจมตีก่อนหน้านี้จะมีเป้าหมายเป็นกลุ่มติดอาวุธ

สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 104

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ  8 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ที่จีนจะใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ทำให้ปัจจุบัน สินค้าจีนที่จะนำเข้าไปยังสหรัฐฯ ต้องเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสูงสุดถึงร้อยละ 104 มาตรการนี้จะเริ่มต้นทันทีใน 9 เมษายน 2568 ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจการตัดสินใจของจีน ที่ไม่เข้าไปเจรจาทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ตามแผน และไม่ยอมยกเลิกการขึ้นภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯ ด้านจีนระบุว่าคัดค้านการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และวิจารณ์ว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เหตุการณ์ตอบโต้ด้วยอัตราภาษีนำเข้านี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าการขึ้นภาษีต่อจีน เพราะไม่พอใจท่าทีของจีนอย่างมาก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าสำคัญใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 439,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567

ผู้นำสหรัฐฯ ถูกชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ ภายใต้สโลแกน“Hands Off”

ชาวอเมริกันในหลายพื้นที่รวมตัวกันชุมนุมประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายอีลอน มัสก์ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ และบุคคลใกล้ชิดเมื่อ 6 เมษายน 2568 โดยมีรายงานการชุมนุมประท้วงในมากกว่า 1,200 จุดทั่ว 50 รัฐ พื้นที่ที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ได้แก่ เมืองบอสตัน ชิคาโก ลอสแองเจลลิส  นครนิวยอร์ก และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ชุมนุมประท้วงโดยใช้คำว่า “Hands Off” ที่มีนัยห้ามประธานาธิบดีทรัมป์และนายมัสก์ แตะต้องนโยบายสังคมและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อีกต่อไป เพราะจากการบริหารที่ผ่านมาตั้งแต่ 20 มกราคม 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์และนายมัสก์สร้างความวุ่นวายให้สังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ทั้งประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า การต่อต้านผู้อพยพ การเลือกปฏิบัติต่อคนต่างชาติในสหรัฐฯ การละเมิดสิทธิและประชาธิปไตย และลดสวัสดิการ รวมทั้งนโยบายต่างประเทศ ซึ่งผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ ไม่เข้าไปแตะต้องเรื่องแคนาดา กรีนแลนด์ และยูเครน ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงออกเพื่อคัดค้านนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์

รัสเซียโจมตีบ้านเกิดผู้นำยูเครน สร้างความเสียหายมากที่สุดในรอบปี

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังตึงเครียดและไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายได้ด้วยการเจรจา ล่าสุดเมื่อ 5 เมษายน 2568 มีรายงานว่ารัสเซียโจมตีเมือง Kryvyi Rih บ้านเกิดของผู้นำยูเครนอย่างหนัก ด้วยขีปนาวุธ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย ได้รับบาดเจ็บเกือบ 80 ราย รวมทั้งเด็กและเยาวชน สื่อมวลชนประเมินว่าเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในห้วงปี 2568 สะท้อนว่าความพยายามของนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่จะโน้มน้าวให้ผู้นำรัสเซียยุติการโจมตีทางทหารต่อเป้าหมายพลเรือนในยูเครน ล้มเหลวและไม่มีความคืบหน้า ทั้งนี้ เมือง Kryvyi Rih อยู่บริเวณตอนกลางของยูเครน มีประชากรอยู่อาศัยประมาณ 600,000 คน ก่อนหน้านี้ รัสเซียโจมตีเมือง Kryvyi Rih อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน  

อิหร่านเตือนความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น

ทางการอิหร่านเมื่อ 3 เมษายน 2568 ยกระดับการป้องกันภัยคุกคามจากการโจมตีโดยต่างประเทศ พร้อมกับเตรียมพร้อมตอบโต้หากมีการโจมตีมาตุภูมิอิหร่าน ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อิหร่านให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มฮะมาส กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และกลุ่มฮูษี ตลอดจนเพิ่มการประจำการยุทโธปกรณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะเครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งอิหร่านประเมินว่าเป็นการเตรียมความพร้อมกดดันและโจมตีอิหร่านเพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งเชื่อว่า สหรัฐฯ ต้องการข่มขู่อิหร่านเพื่อกดดันให้ต่ออายุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ (JCPOA) และปรับให้ข้อตกลงดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุในปลายปี 2568 

จีนตอบโต้สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าร้อยละ 34

บรรยากาศการค้าระหว่างประเทศและทิศทางเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าตอบโต้ประเทศคู่ค้าอย่างน้อยร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 เป็นต้นไป นอกจากกรณีดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำต่อเนื่องแล้ว ยังทำให้จีน คู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ออกมาประกาศเมื่อ 5 เมษายน 2568 ตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ครอบคลุมสินค้าทุกประเทศ โดยจีนจะเริ่มใช้มาตรการนี้สัปดาห์หน้า เหตุการณ์นี้เป็นมาตรการตอบโต้ที่แรงที่สุดตั้งแต่จีนกับสหรัฐฯ ทำสงครามการค้าระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ อ้างว่าจีนมีนโยบานการค้าไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการสหรัฐฯ และกล่าวโทษเมื่อห้วงต้นปี 2568 ว่าจีนไม่แก้ไขปัญหาการค้ายาเสพติด สหรัฐฯ จึงกดดันจีนด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 10 เมื่อ กุมภาพันธ์ และมีนาคม 2568