ผู้นำสหรัฐฯ และอียิปต์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับฉนวนกาซา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ของอียิปต์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ที่รีสอร์ท Sharm el-Sheikh ของอียิปต์ใน 13 ตุลาคม 2568 โดยคาดว่าจะมีผู้นำประเทศต่าง ๆ กว่า 20 ประเทศเดินทางไปเข้าร่วมด้วย เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามในฉนวนกาซาและฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวให้มีสันติภาพและเสถียรภาพในระยะยาวต่อไป โดยผู้นำอียิปต์คาดว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย นาย Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติคาดว่าจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย พร้อมกับผู้นำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล และผู้แทนของกลุ่มฮะมาส จะเข้าร่วมการประชุมด้วยหรือไม่ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญ นอกจากนี้ รัฐบาลอิสราเอลอนุมัติข้อตกลงหยุดยิงและแลกเปลี่ยนตัวประกันในฉนวนกาซาระยะที่ 1 เมื่อ 10 ตุลาคม 2568 ภายหลังจากที่ลงนามในอียิปต์เมื่อ 9 ตุลาคม 2568 ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวอยู่ภายใต้แผนสันติภาพ 20 ประการ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้เสนอ อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศคาดการณ์ว่าการประชุมครั้งนี้จะเน้นแนวทางการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่ได้รับผลกระทบมาอย่างยาวนานจากสงครามที่เริ่มตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566…

มาเลเซียเชิญสมาชิกอาเซียนส่งผู้แทนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเมียนมา

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะผู้แทนอาเซียนเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ระบุว่าจะออกหนังสือเชิญให้ประเทศสมาชิกอาเซียนส่งผู้แทนเข้าไปร่วมคณะสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา ที่จะจัดขึ้นใน 28 ธันวาคม 2568 โดยมาเลเซียจะเป็นประธานจัดการประชุมหารือประเด็นดังกล่าวร่วมกับสมาชิกอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ในปลาย ตุลาคม 2568 นี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียเยือนเมียนมาและหารือกับผู้นำรัฐบาลสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ของเมียนมา เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในช่วงที่เมียนมายังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2564 มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน พยายามแสดงบทบาทนำในการโน้มน้าวรัฐบาลเมียนมาให้ปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการของอาเซียนที่เน้นการพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในเมียนมาเพื่อให้เกิดสันติภาพทางการเมือง โดยมีการเลือกตั้งทั่วไปเป็น 1 ในขั้นตอนสำคัญที่จะนำไปสู่พัฒนาการทางการเมืองในเมียนมา ที่ผ่านมา SAC และกองทัพเมียนมาเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปหลายครั้ง โดยอ้างสถานการณ์ความไม่มั่นคงภายในประเทศที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเลือกตั้ง เพราะยังมีการปะทะและเผชิญหน้าระหว่างกองทัพเมียนมากับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและชนกลุ่มน้อยอย่างต่อเนื่อง ด้านนานาชาติ ยังไม่ไว้วางใจการเลือกตั้งของเมียนมา เนื่องจากมีมุมมองว่าการเลือกตั้งดังกล่าวได้จัดเตรียมขึ้นเพื่อสืบทอดอำนาจทางการเมืองของกลุ่มทหาร ซึ่งเป็นขั้วอำนาจสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ นานาชาติ ทั้งประเทศตะวันตกและจีน มีมุมมองว่าเมียนมายังไม่ปล่อยตัวอองซานซูจี อดีตผู้นำทางการเมืองที่ปัจจุบันยังถูกควบคุมตัว เป็นอุปสรรคขัดขวางการเจรจาทางการเมืองระหว่างกลุ่มต่าง ๆ…

มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนขอให้รัฐบาลเมียนมายุติการโจมตีพลเรือน

กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียเมื่อ 11 ตุลาคม 2568 รายงานผลการหารือระหว่างผู้แทนมาเลเซียกับเมียนมา หลังจากดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะผู้แทนพิเศษของอาเซียนในประเด็นเมียนมา เยือนเมียนมาและพบหารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) นายเนียวซอ นายกรัฐมนตรีเมียนมา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมา เมื่อ 9 ตุลาคม 2568 ที่โรงแรม Jasmine Hotel กรุงเนปยีดอ ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน เรียกร้องรัฐบาลและกองทัพเมียนมาให้ยุติการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการหยุดยิงในประเทศ รวมทั้งเปิดช่องทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากต่างประเทศสามารถเข้าถึงประชาชนได้ นอกจากนี้ ยังโน้มน้าวให้ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาให้ความร่วมมือกับอาเซียนรักษาบรรยากาศทางการเมืองในเมียนมาให้สงบเรียบร้อย และเหมาะสมกับการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2568 ซึ่งรัฐบาล SAC ของเมียนมาเคยกำหนดการไว้ โดยเสนอให้มีการเจรจากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองเมียนมาทั้งหมด ซึ่งเป็น 1 ในฉันทามติ 5 ประการของอาเซียนต่อสถานการณ์ในเมียนมา การเยือนเมียนมาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่ากองทัพเมียนมาปฏิบัติการโจมตีพลเรือนในภูมิภาคสะกายเมื่อ 8 ตุลาคม 2568 โดยใช้ร่มร่อนทิ้งระเบิดในพื้นที่ที่จัดเทศกาล…

ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีจากจีนที่ควบคุมการส่งออก rare earth

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 10 ตุลาคม 2568 ว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีจากจีน อัตราร้อยละ 100 เพิ่มเติมจากมาตรการภาษีตอบโต้ โดยจะเริ่มใช้อัตราใหม่ใน 1 พฤศจิกายน 2568 เพื่อตอบโต้กระทรวงพาณิชย์จีนที่ประกาศเมื่อ 9 ตุลาคม 2568 จะควบคุมการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ โดยเฉพาะ rare earth และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไปต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยีขั้นสูง ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการที่ชัดเจนให้บริษัทต่างชาติที่ต้องการซื้อ-ขายแร่ธาตุสำคัญดังกล่าวต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลจีนก่อน แม้ว่าจะเป็นปริมาณไม่มาก หรือเป็นการผลิตโดยบริษัทต่างชาติเองก็ตาม นอกจากนี้ รัฐบาลจีนจะควบคุมการส่งออกและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหมือง rare earth ทั้งหมด พร้อมระบุชัดเจนว่าตรวจสอบพบว่าบริษัทต่างชาติจะใช้ rare earth เพื่อประโยชน์ด้านการทหาร ก็จะถูกปฏิเสธทันที ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่ครองสัดส่วนการทำเหมืองแร่ rare earth ร้อยละ 70 ของโลก และครอบครองกระบวนการผลิต rare earth  ร้อยละ 90 ของโลก ดังนั้น มาตรการของจีนจึงจะเป็นอุปสรรคและความท้าทายของสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการใช้…

อิสราเอลเห็นชอบข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน ทั่วโลกคาดหวังข้อตกลงสันติภาพ

รัฐบาลอิสราเอลเมื่อ 10 ตุลาคม 2568 เห็นชอบแผนการหยุดยิงชั่วคราวและการแลกเปลี่ยนตัวประกันที่อยู่ในการควบคุมของกลุ่มฮะมาส กับนักโทษชาวปาเลสไตน์ โดยการเห็นชอบนี้ แม้ว่าจะเป็นขั้นตอนแรกเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมการถอนทหารทั้งหมดของอิสราเอลออกจากฉนวนกาซา แต่ถือว่าเป็นพัฒนาการสำคัญต่อสถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส ที่เริ่มต้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 สำหรับแผนการที่รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติอิสราเอลเห็นชอบ จะประกอบด้วยการทำข้อตกลงหยุดยิงและถอนทหารอิสราเอลบางส่วนออกจากฉนวนกาซา รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนตัวประกันและนักโทษระหว่างกัน นอกจากนี้ กลุ่มฮะมาสยังต้องปลดอาวุธเพื่อร่วมมือกับอิสราเอลด้วย พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันข้อตกลงดังกล่าวจะส่งทหารอเมริกันจำนวน 200 นายไปที่อิสราเอล จากนั้นจะร่วมสังเกตการณ์และปฏิบัติการร่วมกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ต้องการเร่งสร้างผลงานในการยุติความขัดแย้งระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าทหารอเมริกันจะไม่เข้าไปปฏิบัติการในฉนวนกาซา ท่าทีของอิสราเอลในเชิงบวก ทำให้ทั่วโลกคาดหวังจะให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงในระยะยาวและการแก้ไขปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ เนื่องจากสงครามที่ผ่านมาสร้างความสูญเสีย รวมทั้งส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานการณ์ในตะวันออกกลางเตือนว่าอิสราเอลเคยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดคือข้อตกลงเมื่อ มกราคม 2568 ที่อิสราเอลละเมิดเมื่อ มีนาคม 2568 จากนั้นก็ปฏิบัติการสังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาไป 400 คนภายในวันเดียว รัฐบาลอิสราเอลยังคงยืนยันว่าข้อตกลงปัจจุบันเป็นขั้นตอนแรก (phase one) และจะมีผลบังคับใช้ใน 24 ชั่วโมง ด้านกลุ่มฮะมาสจะต้องปล่อยตัวประกัน 20 คนที่ยังมีชีวิตอยู่…

ผู้นำเกาหลีเหนือจะสร้างประเทศเป็นสวรรค์ของสังคมนิยม

นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเมื่อ 9 ตุลาคม 2568 จัดการฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งพรรคแรงงานแห่งเกาหลีเหนือ ที่กรุงเปียงยาง โดยเชิญผู้นำต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเข้าร่วม โดยเฉพาะจีน และรัสเซีย โดยการฉลองครั้งนี้จะมีกิจกรรมสำคัญระหว่าง 9-10 ตุลาคม 2568 ประกอบด้วยการแถลงเกี่ยวกับนฺโยบายของเกาหลีเหนือภายใต้การบริหารของพรรคแรงงานแห่งชาติที่ May Day Stadium ใน 9 ตุลาคม 2568 ซึ่งจะมีผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศได้รับเชิญเข้าร่วมด้วย และการแสดงขบวนพาเหรดอาวุธทันสมัยที่จะเป็นปัจจัยค้ำประกันความมั่นคงของเกาหลีเหนือใน 10 ตุลาคม 2568 ซึ่งทั่วโลกคาดหวังว่าจะได้เห็นพัฒนาการของกองทัพเกาหลีเหนือ ประเด็นสำคัญในถ้อยแถลงของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คือ การประกาศตั้งเป้าหมายสร้างให้ประเทศเป็นสวรรค์ของอุดมการณ์สังคมนิยมที่ดีที่สุดในโลก (the best socialist paradise in the world) สะท้อนความพยายามของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือที่จะใช้อุดมการณ์ทางการเมือง (political ideology) สร้างความแข็งแกร่ง ความร่วมมือระหว่างประเทศ และแยกตัวออกจากค่านิยมเสรีของประเทศโลกตะวันตกอย่างชัดเจน นอกจากนี้ นายคิม จองอึนยังเน้นย้ำว่าการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก ควบคู่กับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ เพราะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามและการข่มขู่จากประเทศมหาอำนาจ พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขความท้าทายด้านเศรษฐกิจได้ ด้วยการเปลี่ยนภาพลักษณ์เกาหลีเหนือให้ต้อนรับการท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจากรัสเซียไปกระตุ้นเศรษฐกิจในเกาหลีเหนือ…

รัสเซียมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

สื่อมวลชนยูเครนรายงานเมื่อ 10 ตุลาคม 2568 ว่า รัสเซียกำลังเตรียมการยกระดับปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน เพื่อทำให้ยูเครนไม่มีพลังงานไฟฟ้าใช้ ปัจจุบันยูเครนเร่งป้องกันระบบโครงสร้างพื้นฐานและควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้น เนื่องจากรัสเซียใช้วิธีการโจมตีทุกรูปแบบ ทั้งการโจมตีเชิงภายภาพ หรือการปฏิบัติการทางทหารต่อโรงไฟฟ้าในยูเครน และการโจมตีด้วยเครื่องมือทางไซเบอร์ ที่ผ่านมา รัสเซียประสบความสำเร็จในการโจมตีระบบจ่ายไฟฟ้าและพลังงานของยูเครนหลายครั้ง แต่ยูเครนสามารถควบคุมความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม ยูเครนยังมีความท้าทายในการป้องกันการโจมตีต่อโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีภาคเอกชนเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะด้านพลังงาน เพราะรัสเซียต้องการตัดพลังงานในยูเครนในช่วงฤดูหนาว เพื่อทำให้ชาวยูเครนได้รับผลกระทบมากขึ้น สถาบัน Brooking ที่วิจัยด้านความมั่นคงและต่างประเทศประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะเป็นสมรภูมิสำคัญระหว่างรัสเซียกับยูเครน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างปฏิบัติการโจมตีแหล่งพลังงานของกันและกัน เนื่องจากตระหนักดีว่า รัสเซียและยูเครนมีศักยภาพในการเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีสงครามระหว่างกัน ยุโรปต้องพยายามหลีกเลี่ยงการซื้อ-ขายพลังงานกับรัสเซียเพราะมีมาตรการคว่ำบาตร ทำให้หันไปสนใจแหล่งพลังงานในยูเครนมากขึ้น เนื่องจากยูเครนมีระบบท่อขนส่งพลังงานใต้ดินที่ค่อนข้างเข้มแข็งและมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งเป็นมรดกจากช่วงสหภาพโซเวียต และแม้ที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางรัสเซียบ่อยครั้ง แต่สามารถฟื้นฟูและควบคุมสถานการณ์ได้เร็ว เพราะมีการกระจายศูนย์การบริหารจัดการไว้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งยูเครนให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมาโดยตลอด โดยมีจุดแข็งของการบริหารจัดการ คือ การเชื่อมโยงระบบพลังงานของยูเครนกับระบบของยุโรป หรือ Continental European Synchronous Area (CESA) ที่โปรตุเกส เมื่อปี 2565 ทำให้รัสเซียไม่สามารถทำลายระบบควบคุมพลังงานของยูเครนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ยูเครนมีความได้เปรียบรัสเซียในสมรภูมิการส่งออกพลังงานไปยุโรป เพราะท่อขนส่งพลังงานส่วนใหญ่ของรัสเซียที่จะส่งไปให้ยุโรปต้องผ่านยูเครน ซึ่งปัจจุบันยูเครนได้ปิดการทำงานของท่อขนส่งพลังงานของรัสเซียไปยุโรปแล้วอย่างน้อย 4 เส้นทาง ได้แก่…

ญี่ปุ่นต้องการแรงงานกัมพูชาเพื่อลดภาวะขาดแคลนแรงงาน

  ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางของกัมพูชาอีกประเทศหนึ่ง นอกเหนือจากไทย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เป็นต้น ญี่ปุ่นและกัมพูชายังมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงานเมื่อปี 2567 ในการช่วยฝึกแรงงานให้มีทักษะ และสนับสนุนการหางานทำในญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพกัมพูชาเยือนญี่ปุ่น ก็ได้พบกับ Japan International Cooperation Agency (JICA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานของญี่ปุ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพงกัมพูชาได้ยืนยันกับญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นยังเป็นปลายทางของแรงงานกัมพูชาที่สำคัญ เนื่องจากแรงงานกัมพูชาจะได้ประโยชน์จากการไปทำงานที่ญี่ปุ่น ทั้งค่าจ้างที่สูง ได้สวัสดิการ ทักษะเชี่ยวชาญ และเทคนิคต่าง ๆ  กัมพูชาก็พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการแก้ไขปัญหา และสิ่งท้าท้ายแรงงานที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญ สื่อกัมพูชาเมื่อ18 กันยายน 2568  ยังรายงานอ้างถึงการขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่นที่กำลังเพิ่มมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งคนขับรถบรรทุกในการขนส่งสินค้า  ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งจากการที่คนขับรถชาวญี่ปุ่นต้องหยุดขับ เพราะอายุมาก รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการรับแรงงานจากต่างชาติ และฝึกทักษะให้เชี่ยวชาญขึ้น ซึ่งประธาน Foreign Drivers Support Organisation ของญี่ปุ่น เห็นว่าแรงงานกัมพูชามีความเหมาะสม เนื่องจากกฎหมายจรจาจรใกล้เคียงกับของญี่ปุ่น ทำให้การฝึกและการให้ใบอนุญาตแก่แรงงานกัมพูชาในอาชีพคนขับรถส่งของไม่ยากนัก นอกจากรัฐบาลกัมพูชาพยายามสนับสนุนแรงงานกัมพูชาให้ไปทำงานในต่างประเทศแล้ว เมื่อกลางกันยายน 2568 กัมพูชาก็มีการติดตั้งบิลบอร์ด…

การเจรจาระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสเป็นเชิงบวก

  รัฐบาลอียิปต์เมื่อ 6 ตุลาคม 2568 รายงานผลการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้แทนอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ที่โรงแรมหรูริมทะเลแดง ประเทศอียิปต์ โดยการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มกล่าวถึงแนวปฏิบัติร่วมกันเพื่อรักษาบรรยากาศการเจรจา และจะมีการเจรจาระหว่างกันอีกครั้งในวันถัดไป เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของผู้นำสหรัฐฯ ที่จะให้มีการปล่อยตัวประกัน ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ การทำข้อตกลงหยุดยิง และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ดี ผู้แทนของกลุ่มฮะมาส ได้แก่ นาย Khalil al-Hayya และนาย Zaher Jabarin แสดงความกังวลกับอียิปต์ กาตาร์ และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจาครั้งนี้ว่า วิตกกับกรณีกองทัพอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาและการปล่อยตัวประกันที่เหลือ ก่อนหน้านี้ นาย Khalil al-Hayya และนาย Zaher Jabarin เคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกองทัพอิสราเอลระหว่างเดินทางไปประชุมที่กรุงโดฮา กาตาร์ เมื่อ กันยายน 2568 การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นในห้วงครบรอบการโจมตีครั้งแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นสงครามครั้งนี้ เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 โดยกลุ่มฮะมาสเป็นฝ่ายเริ่มการบุกโจมตีเข้าไปในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ข่มขู่และคุกคามชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด จากนั้นกองทัพอิสราเอลตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทหารและยืดเยื้อมาถึงจนปัจจุบัน แม้ที่ผ่านมาจะมีการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและแลกเปลี่ยนตัวประกันหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถลดระดับความชัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ได้…

พรรคเสรีประชาธิปไตยของญี่ปุ่น เลือกสตรีเป็นหัวหน้าพรรค

  พรรคเสรีประชาธิปไตยของญี่ปุ่น หรือพรรค Liberal Democratic Party (LDP) ที่ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นพรรคการเมืองหลักจัดตั้งรัฐบาลญี่ปุ่นหลายสมัย และมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม ได้มีมติเมื่อ 4 ตุลาคม 2568 ในโอกาสครบรอบ 70 ปีของพรรค เลือกนางซานาเอะ ทาคาอิจิ อายุ 64 ปีอดีตรัฐมนตรีด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีสตรีคนแรกของญี่ปุ่นด้วย โดยปัจจัยที่ทำให้นางทาคาอิจิได้รับความนิยมและการสนับสนุนจากฐานเสียงของพรรค เพราะนางทาคาอิจิเองเป็นผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมชัดเจน ตลอดจนมีผลงานด้านการเสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาพเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน รวมทั้งมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี นางทาคาอิจิได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรกลุ่มการเมืองและองค์กรที่มีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม อย่างไรก็ตาม นางทาคาอิจิอาจเผชิญความท้าทายในการรักษาพันธมิตรกับพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอุดมการณ์สายกลางให้ได้พร้อม ๆ กับการรักษากลุ่มฐานะเสียง โดยจะต้องแสดงจุดยืนทางการเมืองและวิสัยทัศน์การดำเนินนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ชัดเจนเพียงพอเพื่อให้พรรค LDP และผู้นำของพรรคได้รับคะแนนโหวตมากพอที่จะชนะการเลือกตั้งและได้เป็นผู้นำในการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการลงมติในที่ประชุมสภาในกลาง ตุลาคม 2568 ปัจจุบันมีความเป็นไปได้สูงมากที่นางทาคาอิจิจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เนื่องจากพรรค LDP ยังครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น แต่มีความเสี่ยงเนื่องจากพรรคโคเม (Komeito) ที่มีอุดมการณ์สายกลาง และเคยเป็นพันธมิตรกับพรรค LDP มาโดยตลอด 26 ปี เริ่มแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายของนางทาคาอิจิ เฉพาะอย่างยิ่งการไปเยือนศาลเจ้ายาสึคุนิ…