จีน ไทย สปป.ลาว และเมียนมา เริ่มการลาดตระเวนร่วมในแม่น้ำโขง

สื่อมวลชนจีนเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569 รายงานว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนในมณฑลยูนนาน ส่งเจ้าหน้าที่และเรือลาดตระเวนจำนวน 3 ลำ ร่วมปฏิบัติการในลาดตระเวนเพื่อความมั่นคงในแม่น้ำโขง ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของ สปป.ลาว เมียนมา และไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการลาดตระเวนร่วมอย่างเป็นทางการในแม่น้ำโขง ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 162 มีรายงานด้วยว่า สปป.ลาวและเมียนมาส่งเรือเข้าร่วมการลาดตระเวนประเทศละ 1 ลำ ขณะที่เรือของจีนได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการร่วม (joint command center) เพื่อซ้อมการปฏิบัติการร่วมกันทั้งบนบกและบนแม่น้ำ ปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมของทั้ง 4 ประเทศในแม่น้ำโขง เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อปกป้องพื้นที่แม่น้ำโขงจากอาชญากรรมข้ามชาติ ปฏิบัติการครั้งนี้ประกอบด้วยการประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเจ้าหน้าที่ 4 ประเทศ ที่เมืองเชียงรุ่ง จังหวัดสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน โดยประเด็นที่ทั้ง 4 ประเทศให้ความสำคัญ คือ การเฝ้าระวังความท้าทายและภัยคุกคามในช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากจะเป็นช่วงเวลาที่จะมีเรือบรรทุกสินค้า และประชาชนจำนวนมากสัญจรในแม่น้ำโขง รวมทั้งการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างร่วมกันต่อไป ความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้ง 4 ประเทศเพื่อปกป้องแม่น้ำโขงจากอาชญากรรมข้ามชาติ ประกอบด้วยการประชุมหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ และการใช้เรือลาดตระเวนร่วมกันเป็นระยะ ๆ โดยภายหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติการร่วมในแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายของทั้ง 4…

สื่อต่างประเทศสนใจรายงานผลการเลือกตั้งไทย ญี่ปุ่น และโปรตุเกส

สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในไทย ญี่ปุ่น และโปรตุเกส ที่มีการเลือกตั้งในห้วงเดียวกัน โดยในส่วนของไทยรายงานการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่า พรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมประกาศชัยชนะ ได้คะแนนนิยมนำคู่แข่งค่อนข้างมาก พร้อมรายงานท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี/หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่กล่าวขอบคุณประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน หากนายกรัฐมนตรีอนุทินได้เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล สื่อมวลชนรายงานด้วยว่า การเลือกตั้งในไทยคาดการณ์ยาก และมีแนวโน้มว่าจะไม่มีพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ดังนั้น จึงจะมีการร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของไทยครั้งนี้สร้างความแปลกใจให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่มีอุดมการณ์ปฏิรูป (reformist) เนื่องจากก่อนหน้านี้เชื่อว่าจะได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจความคิดเห็น สื่อให้ความเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้นจากประชาชนที่สนับสนุนนโยบายอนุรักษ์นิยมในกรณีความชัดแย้งไทย-กัมพูชา สำหรับการเลือกตั้งในญี่ปุ่นเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิชิ และพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดเดิม ได้รับคะแนนนิยมแบบท่วมท้น (landslide) โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 316 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ส่งผลให้รัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีทาคาอิชิได้ดำรงตำแหน่งต่อไป โดยผู้นำรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าพร้อมจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศด้วยนโยบายการคลังแบบยั่งยืน ทำให้ชาวญี่ปุ่นเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถนำประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ เพราะมีอำนาจทางการเมืองสูง คาดว่าจะสามารถผลักดันกฎหมายสำคัญได้รวดเร็ว การที่พรรครัฐบาลเดิมของญี่ปุ่น ครองเสียงถึง 2…

มาเลเซีย-อินเดียจะขยายความร่วมมืออย่างรอบด้าน

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซียเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนรับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิของอินเดียที่เมืองปุตราจายา มาเลเซีย เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ ผลการพบหารือ ทั้ง 2 ผู้นำเห็นพ้องที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างมาเลเซียกับอินเดียอย่างรอบด้าน เฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนี้ ยังตกลงที่จะขยายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาสาธารณสุข และการศึกษาระหว่างกันด้วย การพบหารือระหว่างผู้นำประเทศมาเลเซียและอินเดียครั้งนี้เป็นโอกาสให้ 2 ประเทศได้ขยายความร่วมมือกัน โดยผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่างกัน 11 ฉบับ ครอบคลุมด้านการค้า เทคโนโลยีสมัยใหม่ การจัดการภัยพิบัติ และภารกิจเพื่อสันติภาพ ที่น่าสนใจอย่างมาก คือ มาเลเซียและอินเดียจะร่วมมือกันสนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศต่าง ๆ และเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดการค้าระดับทวิภาคีเพิ่มขึ้น นายกรัฐมนตรีโมดิของอินเดียอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนมาเลเซียเป็นระยะเวลา 2 วัน โดยเป็นการเยือนครั้งแรกหลังจากทั้ง 2 ประเทศยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เมื่อปี 2563 ปัจจุบันอินเดียต้องการเปิดทำการสถานกงสุลอินเดียในรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย บนเกาะบอร์เนียว คาดว่าการเยือนครั้งนี้ เป็นไปเพื่อโน้มน้าวให้รัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนอินเดียในประเด็นดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ มาเลเซียและอินเดียให้ความสำคัญต่อกันเนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วมกันทั้งในมิติความมั่นคงทางทะเล การค้า…

เกิดการชุมนุมคัดค้านประธานาธิบดีอิสราเอลเยือนออสเตรเลีย

ชาวออสเตรเลียจำนวนมากคัดค้านกรณีรัฐบาลเชิญและจะต้อนรับประธานาธิบดี Isaac Herzog ของอิสราเอลจะเยือนออสเตรเลียระหว่าง 8-12 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเริ่มรวมตัวกันเตรียมจัดการชุมนุมประท้วงคัดค้านเพื่อกดดันรัฐบาลให้ยกเลิกคำเชิญ เปลี่ยนท่าทีต่ออิสราเอล รวมทั้งสถานการณ์ในฉนวนกาซา โดยเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในออสเตรเลีย นำโดยองค์กร Palestine Action Group เริ่มการชุมนุมแล้วตั้งแต่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 และวางแผนจะรวมตัวกันที่เมืองซิดนีย์ใน 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อคัดค้านการเยือนออสตรเลียของประธานาธิบดี Herzog นอกจากนี้ มีรายงานว่านักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนในออสเตรเลีย รวมทั้งสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งควบคุมตัวประธานาธิบดี Herzog เพื่อสอบสวนคดีก่ออาชญากรรมสงครามและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ รัฐบาลออสเตรเลียพยายามควบคุมการชุมนุมดังกล่าว เพราะผู้นำออสเตรเลียเชิญประธานาธิบดี Herzog ด้วยตนเอง หลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในช่วงเทศกาล Hanukkah ของชาวยิวที่หาดบอนดี เมื่อ ธันวาคม 2568 อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมและสั่งห้ามการชุมนุมประท้วง รวมทั้งการขยายประกาศมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสั่งห้ามการชุมนุมประท้วงได้ ยิ่งทำให้ชาวออสเตรเลียไม่พอใจ โดยวิจารณ์ว่าการควบคุมการชุมนุมโดยสันติขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าออสเตรเลียควบคุมตัววัยรุ่นชาวออสเตรเลีย เนื่องจากสืบทราบว่าข่มขู่คุกคามผู้นำอิสราเอลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากควบคุมการชุมนุม…

ทั่วโลกกังวลกรณีข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐฯ-รัสเซียจะหมดอายุ

สหประชาชาติ (UN) เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงความกังวลกรณีข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย หรือ New START (Strategic Arms Reduction Treaty) จะหมดอายุใน 5 กุมภาพันธ์ 2569 หากทั้ง 2 ประเทศไม่เจรจาต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว อาจทำให้เกิดการสะสมอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อการรักษาบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงที่โลกจะเผชิญสงครามอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 สาระสำคัญคือกำหนดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่ทั้งสหรัฐฯ และรัสเซียต้องลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน รวมทั้งกำหนดจำนวนการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ปัจจุบันผู้แทนของรัสเซียระบุว่าพยายามเสนอการเจรจาทำข้อตกลงใหม่หรือต่ออายุข้อตกลงดังกล่าวกับสหรัฐฯ แล้ว โดยเสนอต่ออายุข้อตกลงออกไปอีก 12 เดือน แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่ตอบรับ ข้อตกลง New START จัดทำขึ้นเมื่อปี 2553 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และอดีตประธานาธิบดี นายดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งเป็นอดีตผู้นำรัสเซียที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำของรัสเซียคนปัจจุบัน…

ผู้นำสหรัฐฯ ริเริ่มโครงการ Project Vault สำรองแร่ธรรมชาติสำคัญ

  การสะสมทรัพยากรธรรมชาติ และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของชาติ เป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศมหาอำนาจทั่วโลก ทรัพยากรธรรมชาติถือว่าเป็นพลังอำนาจที่สำคัญของรัฐ ดังนั้น สหรัฐฯ จึงจะมีการสำรองแร่ธาตุสำคัญของประเทศหรือแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์ (critical minerals) ซึ่งรวมทั้งแรร์เอิร์ธด้วย เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่แร่ธาตุสำคัญ และเพื่อไม่ต้องพึ่งพาประเทศอื่นมากเกินไป เฉพาะอย่างยิ่งจีน ทั้งนี้ คลังสำรองแร่ธาตุสำคัญทางยุทธศาสตร์จะทำให้สหรัฐฯ มีความมั่นคงทางแร่ธาตุสำคัญเช่นเดียวกับความมั่นคงทางพลังงานที่สหรัฐฯ มีคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (The Strategic Petroleum Reserve -SPR)  และเมื่อสิ้นปี 2568 สหรัฐฯ มีการสำรองน้ำมันไว้ใช้ในคลังได้ถึง 4 เดือน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จึงสั่งการเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เริ่มโครงการ Project Vaultเพื่อสร้างคลังแร่ธรรมชาติสำคัญสำรองไว้ในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและประเทศ โดยแร่ธรรมชาติสำคัญที่สหรัฐฯ จะจัดทำบัญชีเพื่อสำรองไว้มีมากกว่า 50 ชนิด เช่น แรร์เอิร์ธ ลิเธียม ยูเรเนียม และทองแดง ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าสหรัฐฯ มีคลังแร่ธรรมชาติสำคัญสำรองไว้จำนวนเพียงพอต่อห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศ…

UAE เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World Governments Summit

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ หรือ UAE เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดรัฐบาลโลก ประจำปี 2569 หรือ World Governments Summit (WGS) ที่เมืองดูไบ ระหว่าง 3-5 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะเป็นเวทีการประชุมระดับนานาชาติที่มีผู้แทนจากรัฐบาลประเทศทั่วโลก รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Shaping Future Governments” เพื่อเตรียมรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่รวดเร็วในยุคปัจจุบัน การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญ คือ การมองสู่อนาคต เพื่อค้นหาโอกาสและความท้ายที่จะเผชิญ และกำหนดแนวทางให้รัฐบาลสามารถพัฒนาประเทศต่าง ๆ ต่อไปได้ ประเด็นสำคัญในการประชุม WGS ปี 2569 ประกอบด้วย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสร้างธรรมาภิบาลระดับโลก (global governance) การส่งเสริมสังคมและความเป็นอยู่ที่ดี การเสริมสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ การรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป และการเตรียมพร้อมกับอนาคตที่ไม่แน่นอน นอกจากนี้ สื่อมวลชนคาดว่าที่ประชุมจะกล่าวถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนผ่านไปยุคดิจิทัล และการเพิ่มขีดความสามารถของรัฐบาลต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคต UAE…

รัสเซียยกระดับการโจมตียูเครน ก่อนการเจรจา 3 ฝ่ายครั้งที่ 2

สงครามในยูเครนมีแนวโน้มตึงเครียดขึ้น หลังจากมีรายงานเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า รัสเซียยกระดับเพิ่มการโจมตียูเครนด้วยอากาศยานไร้คนขับ ทำให้อาคารบ้านเรือของประชาชน รวมทั้งแหล่งผลิตพลังงานในยูเครนเสียหายจำนวนมาก สำหรับพื้นที่เป้าหมายโจมตี ได้แก่ nipro, Kharkiv, Sumy, Zaporizhzhia และ Odesa ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเมืองสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในภาคตะวันออกของยูเครน มีรายงานว่ารัสเซียใช้โดรน 450 เครื่องและขีปนาวุธมากกว่า 70 ลูกในการโจมตีช่วงเวลากลางคืน ขณะที่ปัจจุบันสภาพอากาศในยูเครนอยู่ที่ประมาณ -20 องศาเซลเซียส การยกระดับการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่รัสเซียตกลงกับสหรัฐฯ หมดอายุเมื่อปลาย มกราคม 2569 ซึ่งก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ระบุว่ารัสเซียตกลงว่าจะไม่โจมตีแหล่งพลังงานของยูเครนในห้วงฤดูหนาว เนื่องจากการโจมตีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ต้องเผชิญสภาพอากาศหนาวจัด เป็นการใช้ความมั่นคงทางพลังงานเป็นอาวุธ อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียเปิดเผยว่าข้อตกลงกับสหรัฐฯ หมดอายุไปเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ยูเครนเข้าใจว่าข้อตกลงจะมีผลบังคับใช้ไปถึง 6 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันรัสเซียในกรณีนี้ เพราะมีมุมมองว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงที่ทำไว้กับสหรัฐฯ รวมทั้งวิจารณ์รัสเซียว่าไม่มีเจตนาหรือความมุ่งมั่นที่จะยุติปฏิบัติการทางทหารในยูเครน หรือต้องการสันติภาพ เพียงแต่ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อลดแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น พร้อมทั้งกล่าวโทษรัสเซียว่า “ก่อการร้าย”…

มาเลเซียสกัดจับเรือบรรทุกน้ำมันผิดกฎหมาย

หน่วยยามชายฝั่งของมาเลเซียในรัฐปีนัง สกัดจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 2 ลำ เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากต้องสงสัยว่าลักลอบถ่ายโอนน้ำมันผิดกฎหมายในน่านน้ำของมาเลเซีย ตั้งแต่เมื่อ 29 มกราคม 2569 จากการสกัดจับกุมดังกล่าวสามารถยึดน้ำมันได้มูลค่ามากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะควบคุมตัวลูกเรือสัญชาติจีน เมียนมา อิหร่าน ปากีสถาน และอินเดียได้จำนวนรวม 53 คน ส่วนเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 182 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาเลเซียจะสอบสวนลูกเรือและขยายผลต่อไป โดยเบื้องต้นดำเนินคดีภายใต้กฎหมายการเดินเรือพาณิชย์ เนื่องจากมีการขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือสองลำกลางทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาต หลบเลี่ยงการตรวจสอบ และผิดกฎหมาย ปฏิบัติการสกัดจับดังกล่าวสะท้อนว่าหน่วยยามชายฝั่งของมาเลเซียให้ความสำคัญกับการเข้มงวดตรวจสอบและลาดตระเวนในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังการกระทำที่ผิดกฎหมายในน่านน้ำมาเลเซีย ทั้งนี้ มาเลเซียให้ความสำคัญกับการปกป้องความมั่นคงทางทะเล ซึ่งครอบคลุมถึงการปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมกับนานาชาติเพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มอาชญการรมข้ามชาติจะไม่ใช้น่านน้ำมาเลเซียในการก่อเหตุหรือใช้ประโยชน์ ทั้งขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามาติอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งน่านน้ำบริเวณรัฐปีนัง รัฐปีนังของมาเลเซียเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางทะเลที่สำคัญของมาเลเซีย เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทะเลทั้งในมิติเศรษฐกิจและความปลอดภัย เนื่องจากที่ผ่านมามีรายงานการลักลอบขนส่งน้ำมันดิบผ่านน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของช่องแคบมะละกาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มาเลเซียมีความร่วมมือกับหลายประเทศ รวมทั้งไทย เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศด้วย

อิหร่าน-สหรัฐฯ จะเจรจาประเด็นความมั่นคงทางนิวเคลียร์

บรรยากาศความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายส่งสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเจรจากันเกี่ยวกับความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ล่าสุด สื่อมวลชนต่างประเทศคาดว่าผู้แทนจากอิหร่านและสหรัฐฯ จะเดินทางไปพบปะหารือกันที่ตุรกี ใน 6 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ อิหร่านจะส่งนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปพบกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาและบุตรเขยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยจะมีผู้แทนจากตุรกี กาตาร์ อียิปต์ และโอมาน สนับสนุนและประสานงานเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหาแนวทางลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค อย่างไรก็ดี มีรายงานเช่นกันว่าอาจมีการย้ายการประชุมจากตุรกีไปโอมาน ที่ผ่านมา ทั้ง 4 ประเทศพยายามแสดงบทบาทด้านการประสานงานและเป็นตัวกลางผลักดันให้เกิดการเจรจามาโดยตลอด เพราะไม่ต้องการให้ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลเสียต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาคตะวันออกกลาง และนอกจากทั้ง 4 ประเทศข้างต้น มีรายงานว่าอิหร่านหารือกับซาอุดีอาระเบียในประเด็นการเจรจากับสหรัฐฯ ด้วย สะท้อนว่าประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางร่วมมือกันอยู่เบื้องหลังเพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค ประเด็นสำคัญที่อิหร่านกับสหรัฐฯ จะเจรจากัน คือ โครงการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวที่อิหร่านจะยอมหารือกับสหรัฐฯ เพื่อตกลงเงื่อนไขต่าง ๆ ร่วมกัน แต่ยังคงยืนยันไม่เจราจาเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธหรือประเด็นความมั่นคงอื่น ๆ ของอิหร่าน ที่ผ่านมา…