อาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชายังไม่หมดไป

การกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาของรัฐบาลยังไม่ทำให้อาชญากรรมออนไลน์ หรือธุรกิจสแกมเมอร์ในกัมพูชา หมดไป โดยประเด็นนี้ ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในรายงานที่ชื่อว่า “Falling Through the Cracks: Cambodia’s “Crackdown” on Scamming Compounds” ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International-AI) ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และเผยแพร่ เมื่อ 8 มิถุนายน 2569 เนื้อหาสำคัญระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ (Scam Compounds) ในกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2568 ข้อมูลรายงานของ AI ดังกล่าว ได้มาจากการสัมภาษณ์เหยื่อระหว่าง กรกฎาคม 2568-เมษายน 2569 จำนวน 16 ประเทศ (เช่น บังกลาเทศ และจีน) ที่รอดชีวิตจากการกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ จำนวน 73 แห่ง นอกจากนี้ รัฐบาลกัมพูชากวาดล้างศูนย์หลอกลวงฯ ได้เพียงส่วนน้อย เพียง 24 แห่ง จากตรวจพบ…

 อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์สำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ

อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งเป็นบทวิเคราะห์ของสถาบัน International Institute for Strategic Studies (IISS) สถาบันวิจัยและคลังสมองชั้นนำของโลกด้านความมั่นคง เรื่อง ASEAN’s critical minerals and industrial-upgrade dilemma โดยเผยแพร่เมื่อ 5 มิถุนายน 2569 อาเซียนกำลังปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตมูลค่าสูงสำหรับอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ เนื่องจากประเทศสมาชิก  เฉพาะอย่างยิ่งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งมีทรัพยากรแร่ธาตุ (เช่น นิกเกิล ดีบุก ทองแดง และแร่หายาก) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก อาเซียนมีเป้าหมายในการเปลี่ยนผ่านบทบาทจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบต้นน้ำ (Upstream) ไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในอุตสาหกรรมการแปรรูปและการผลิตขั้นปลายน้ำ (Downstream) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน พลังงานหมุนเวียน และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้มีการกำหนดแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านแร่ธาตุของอาเซียน ปี 2569-2573 เพื่อส่งเสริมการบูรณาการในระดับภูมิภาค แม้อาเซียนจะมีโอกาส และมีเป้าหมายที่ชัดเจนข้างต้น แต่ก็เผชิญความท้าทาย และข้อจำกัด  ได้แก่ การต้องพึ่งพาทางเทคโนโลยีและกลุ่มทุนข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งจากจีน เนื่องจากการยกระดับสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงขึ้นต้องอาศัยเทคโนโลยีการแปรรูปขั้นกลาง ซึ่งปัจจุบันจีนครอบครองกำลังการกลั่นแร่หายากกว่า ร้อยละ…

ผู้นำจีนจะเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนจะเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการระหว่าง 8-9 มิถุนายน 2569 โดยเป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี และเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของประธานาธิบดีสีด้วย คาดว่าจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา จีนเป็นหุ้นส่วนหลักของเกาหลีเหนือทั้งในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ มีข้อจำกัดในการพัฒนาความร่วมมือกับเกาหลีเหนือ เพราะมาตรการคว่ำบาตรจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และละเมิดสิทธิมนุษยชน การที่ผู้นำจีนเยือนเกาหลีเหนือ มีขึ้นในห้วงที่ 2 ประเทศจะครบรอบ 65 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างกัน และจะเป็นการส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเห็นว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ มีสถานะเท่าเทียมผู้นำประเทศมหาอำนาจ เป็นประเทศที่มีจีนเป็นผู้สนับสนุนความมั่นคง รวมทั้งเป็นโอกาสให้ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเจรจาเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน ด้านผู้นำจีนจะได้โอกาสสานต่อนโยบายการเป็นผู้นำโลกที่ให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ โดยไม่เลือกข้างอุดมการณ์ทางการเมือง หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดการต้อนรับผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซียเมื่อห้วง พฤษภาคม 2569 สื่อมวลชนต่างประเทศให้ข้อสังเกตว่า ผู้นำจีนอาจใช้โอกาสนี้แสดงบทบาทเป็นตัวกลางการเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ เพื่อลดระดับความตึงเครียดด้านความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากปัจจุบัน เกาหลีเหนือยกเลิกแผนการรวมชาติกับเกาหลีใต้ และประกาศเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคง นอกจากนี้ เกาหลีใต้เชื่อว่าผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือจะหารือกับจีนเรื่องการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อยกระดับสถานะของเกาหลีเหนือให้เท่าเทียมกับสหรัฐฯ ในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์

สหรัฐฯ เพิ่มการคว่ำบาตรผู้นำคิวบา

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อ 5 มิถุนายน 2569 ออกมาตรการคว่ำบาตรคิวบาเพิ่มเติม โดยมุ่งเป้าหมายเป็นประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel เพื่อกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการคว่ำบาตรสมาชิกในครอบครัวของประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ด้วย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลคิวบา ทั้งนี้ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้เป็นไปเพื่อตอบโต้ระบอบการปกครองและเครือข่ายที่มีนโยบายทำลายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลคิวบาทำสงครามนอกแบบต่อสหรัฐฯ และเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มที่มีแนวคิดต่อต้านสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มก่อการร้ายที่มีอุดมการณ์มาร์กซิส สื่อมวลชนต่างประเทศประเมินว่าสหรัฐฯ ต้องการเร่กดดันคิวบาให้เปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้ตัดเส้นทางทางการเงิน พลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 ขณะที่ประเด็นที่น่าจับตามองต่อไป คือ สหรัฐฯ จะใช้เครื่องมือทางการทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในคิวบาหรือไม่ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณมาโดยตลอดว่าพร้อมจะใช้ทุกวิธีการ รวมทั้งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปประจำการในภูมิภาคอเมริกาใต้ แม้ว่าจะสหรัฐฯ จะขยายมาตรการกดดันคิวบาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังส่งสัญญาณพร้อมเจรจา บนเงื่อนไขว่าคิวบาจะกลับสู่ระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตย ในลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบโปแลนด์ หรือสาธารณรัฐเชค  

AI อาจเปลี่ยนแปลงการแข่งขันทางทหารที่สำคัญของสงครามในอนาคต

  RAND Corporation สถาบันวิจัยนโยบายและคลังสมองชั้นนำของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อสงครามและการแข่งขันทางทหารในอนาคต โดยศึกษาผ่านปัจจัยพื้นฐาน 4 ด้าน ได้แก่ ปริมาณกับคุณภาพ การซ่อนพรางกับการค้นหา การสั่งการแบบรวมศูนย์กับกระจายศูนย์ และการรุก–รับทางไซเบอร์ รายงานจัดให้ AI เป็น “General-Purpose Technology” หรือเทคโนโลยีอเนกประสงค์ที่ไม่ได้เป็นเพียงอาวุธชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกมิติของการทหาร ทั้งการวิเคราะห์ข่าวกรอง การควบคุมระบบอัตโนมัติ การจัดการเครือข่ายการรบ ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ AI จะช่วยลดข้อจำกัดด้านการประมวลผลของมนุษย์ และทำให้กองทัพสามารถปฏิบัติการที่ซับซ้อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในด้านปริมาณกับคุณภาพ AI และระบบอัตโนมัติจะทำให้กำลังรบจำนวนมากกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดเดิมของกองทัพมหาอำนาจโดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่มักพึ่งพายุทโธปกรณ์คุณภาพสูง ราคาแพง แต่มีจำนวนจำกัด เมื่อโดรนและระบบไร้คนขับสามารถผลิตได้ในต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับสนามรบจริง แนวคิด Robotic Mass หรือกำลังรบอัตโนมัติขนาดใหญ่จึงเกิดขึ้นได้จริง นักวิจัยอ้างอิง Lanchester Square Law เพื่อชี้ว่ากำลังที่มีจำนวนมากพออาจสามารถเอาชนะกำลังที่มีคุณภาพสูงกว่าได้ สรุปว่า AI มีแนวโน้มทำให้ “ปริมาณ” ได้เปรียบ “คุณภาพ” มากขึ้นในอนาคต ในด้านการซ่อนพรางกับการค้นหา AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ฝ่ายค้นหาด้วย Sensor…

ผู้ใช้ Reddit ทั่วโลกเปิดประสบการณ์ถูกสแกมเมอร์หลอกลวงในปี 2569

ชุมชน r/Scams บน Reddit ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1.34 ล้านบัญชี และมีผู้เข้าร่วมใหม่เฉลี่ยวันละ 516 บัญชี ได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางรายงานและวิเคราะห์กลโกงแบบเรียลไทม์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โมเดลการทำงานเริ่มจากผู้ใช้ที่ได้รับข้อความน่าสงสัยผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น SMS, WhatsApp, อีเมล หรือแอปหาคู่และหางาน นำมาตั้งคำถามสั้น ๆ ว่า “Is this a scam?” พร้อมแนบภาพหน้าจอ จากนั้นสมาชิกจะร่วมกันวิเคราะห์สัญญาณเตือน (Red Flag) อย่างรวดเร็ว โดยมี AutoModerator คอยให้ข้อมูลกลโกงทั่วไป และทีมผู้ดูแลอาสาสมัครคัดกรองเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ต้องสงสัย จากข้อมูลที่สมาชิกชุมชน r/Scams แบ่งปันกันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 กลโกงที่พบมากที่สุดคือ Job Scam คิดเป็นร้อยละ 20 ของการแชร์ทั้งหมด สแกมเมอร์มักแอบอ้างเป็นบริษัทที่กำลังรับสมัครพนักงานทำงานจากบ้าน โดยใช้ชื่อองค์กรที่ฟังดูน่าเชื่อถือ เช่น Swiftora Logistics หรือ Triumph…

รายงานประเมินภัยคุกคามแห่งชาติของนอร์เวย์ ประจำปี 2569 : รัสเซีย จีน อิหร่าน และภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น

  หน่วยข่าวกรองความมั่นคงตำรวจนอร์เวย์ (Norwegian Police Security Service – PST) เผยแพร่รายงาน National Threat Assessment 2026 ซึ่งประเมินภัยคุกคามระดับชาติทั้งจากรัฐต่างชาติ กลุ่มแนวคิดสุดโต่ง และความรุนแรงที่มีแรงจูงใจทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสังคม ให้พร้อมรับมือและวางมาตรการป้องกันได้อย่างเหมาะสม รายงานชี้ว่า ปัจจุบันนอร์เวย์กำลังเผชิญสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นผลจากความตึงเครียดจากปฏิบัติการของต่างชาติ สงครามที่ดำเนินอยู่ การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ และการขยายตัวของภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Hybrid Threat) ทั้งทางการทหาร ทางไซเบอร์ การบิดเบือนข่าวสาร และความรุนแรงที่มีแรงจูงใจทางการเมือง  โดยประเมินว่ารัสเซีย จีน และอิหร่าน เป็นรัฐที่สร้างภัยคุกคามหลัก ทั้งด้านข่าวกรอง การจารกรรมทางไซเบอร์ การแทรกแซงทางการเมือง และการก่อวินาศกรรมต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในส่วนของรัสเซีย รายงานประเมินว่าหน่วยข่าวกรองมุ่งเป้าไปที่กองทัพ การฝึกซ้อมร่วมขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) การสนับสนุนยูเครน และพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างอาร์กติกและภูมิภาคตอนเหนือสุด (High North) ผ่านวิธีการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปฏิบัติการทางไซเบอร์ การก่อวินาศกรรม การบ่อนทำลาย ไปจนถึงการแทรกซึมและการสรรหาแหล่งข่าวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและบุคคลที่ไม่มีความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับรัฐ ที่น่ากังวลคือ…

ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา | ร่องรอยชาตินิยมในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

 ก่อนจะมีเส้นพรมแดน มีเพียงผืนแผ่นดินและผู้คน วิดีโอนี้พาย้อนรอยความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ผ่านหลักฐานทางโบราณคดี ภาษา สถาปัตยกรรม นาฏศิลป์ และบาดแผลที่ยังคงเปิดอยู่จากยุคอาณานิคม เนื้อหาอ้างอิงจากบทความทางวิชาการ:”ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา: ร่องรอยชาตินิยมในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศานติ ภักดีคำ

สหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้า 60 ประเทศที่มีปัญหาใช้แรงงานบังคับ รวมทั้งไทย

รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ค่านิยมอเมริกันและมาตรการภาษีเป็นเครื่องมือดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศอย่างเข้มข้น หลังจากการขึ้นภาษีตอบโต้ทางการค้า (reciprocal tariffs) ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้กับการนำเข้าสินค้าของประเทศคู่ค้า เมื่อเมษายน 2568 ต้องถูกยกเลิกตามคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เมื่อ กุมภาพันธ์ 2569 ที่สั่งให้รัฐบาลต้องคืนเงินที่เรียกเก็บจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้า มาตรการทางภาษีที่รัฐบาลสหรัฐฯ นำมาใช้ต่อประเทศคู่ค้าอีกครั้ง คือ เมื่อ 3 มิถุนายน 2569 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ( U.S.Trade Representative-USTR) เผยแพร่รายงานผลการสอบสวนประเทศคู่ค้าที่มีการใช้แรงงานบังคับ (forced labor) ตามกฎหมายมาตรา 301 ของสหรัฐฯ พบว่าประเทศคู่ค้าสหรัฐฯ จำนวน 60 ประเทศ ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับตามมาตรฐานของสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ต่อต้านและคัดค้านการใช้แรงงานบังคับมาโดยตลอดมากกว่า 100 ปี สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในบัญชี 60 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ โดยไทยอยู่ในกลุ่มที่ USTR ของสหรัฐฯ…

สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง พัฒนาการและแนวโน้ม

สถานการณ์ความมั่นคงและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก ยังไม่มีเสถียรภาพหรือสันติภาพที่ชัดเจน แม้ว่าเมื่อ 3 มิถุนายน 2569 อิสราเอลกับเลบานอนจะตกลงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง (ceasefire) ที่สหรัฐฯ เข้าไปช่วยประสานงานให้แล้ว เพื่อยุติความรุนแรงและการปะทะทางทหารบริเวณพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน และระงับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ไม่ให้ตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล รวมทั้งไม่ให้เลบานอนเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวค่อนข้างเปราะบางและอ่อนไหว ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับท่าทีของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ และรัฐบาลเลบานอนจะควบคุมหรือเจรจาให้กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยุติการปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลได้หรือไม่ เนื่องจากเป็น 1 ในเงื่อนไขสำคัญ ที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการสร้างสันติภาพ ปกป้องความปลอดภัยของเลบานอน และสร้าง pilot zones หรือพื้นที่นำร่อง ทดลองให้กองทัพเลบานอนควบคุมความมั่นคงในพื้นที่ทั้งหมด แทนที่อิทธิพลของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ปัจจุบัน กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ยังไม่แสดงท่าทีหรือเคลื่อนไหวประเด็นดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลเลบานอนกับรัฐบาลอิสราเอลจะหารือกันเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงและมาตรการด้านความมั่นคงระหว่างกันอีกครั้งใน 22 มิถุนายน 2569 ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเลบานอนเปิดเผยว่ากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยอมรับเงื่อนไขบางส่วนแล้ว แต่นาย Mahmoud Qamati ผู้นำกลุ่มย้ำต่อสื่อมวลชนต่างประเทศว่าจะยอมรับเฉพาะเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการปกป้องพื้นที่ Dahieh ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นทางการเมือง การทหาร และสังคมของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ แต่จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่รัฐบาล 2 ประเทศไปหารือกันเองที่สหรัฐฯ เนื่องจากกลุ่มไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ขณะที่สถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนยังไม่แน่นอน…