จีนเสนอ 4 เสาหลักด้านการพัฒนาสังคมโลกให้ยั่งยืน

ผู้แทนรัฐบาลจีนใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติให้คุ้มค่า โดยไปเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของจีน ที่พร้อมเป็น “โมเดล” ในการพัฒนาให้ประเทศอื่น ๆ ทำตาม รวมทั้งร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อสร้างสังคมโลกที่น่าอยู่ มั่งคั่งและปลอดภัย เพราะรัฐบาลจีนตระหนักว่า การจะบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การฟื้นฟูชาติจีนครั้งยิ่งใหญ่ หรือ Great Rejuvenation of the Chinese Nation ได้ภายในปี 2592 นั้น จีนจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และต้องพร้อมก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำโลกในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทหาร และการพัฒนาสังคม… ดังนั้น จีนจึงให้ความสำคัญกับการไปเข้าร่วมการประชุมระดับพหุภาคีต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวให้ประเทศที่มีเป้าหมายและผลประโยชน์ร่วมกันด้านการพัฒนา เห็นว่าจีนสามารถเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ในเวทีโลกได้ เฉพาะอย่างยิ่งด้านการ “พัฒนาสังคม” ซึ่งเป็นกรอบที่น่าจะดึงดูดความสนใจจากนานาชาติได้ การประชุม World Social Summit ที่กาตาร์ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยการประชุมครั้งแรกมีขึ้นที่กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์กเมื่อปี 2538 มีผู้แทนจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม 117 ประเทศ ซึ่งประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืนตามเป้าหมายในปี 2573 สาเหตุที่นานาชาติให้ความสนใจเรื่องการพัฒนา…

ทำไมจึงไม่ควรแปลคำว่า “Global South” เป็น “ประเทศซีกโลกใต้”

  ในระยะหลัง ๆ นี้ คำว่า “Global South” ปรากฏให้ได้ยินและได้อ่านบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในข่าวต่างประเทศและแวดวงวิชาการระหว่างประเทศ จากแนวโน้มที่ระบบโลกกำลังปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างขั้วอำนาจขั้วเดียวที่มีสหรัฐฯ เป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว เข้าสู่โครงสร้างขั้วอำนาจแบบหลายขั้วที่หลากหลายประเทศกำลังแข่งขันช่วงชิงความเป็นมหาอำนาจ ประเทศที่เคยด้อยกว่าในเชิงอำนาจเริ่มรวมตัวกันมากขึ้น เพื่อสร้างเสียงและอำนาจต่อรองในเวทีโลก โดยเฉพาะกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) ที่ทำให้คำว่า “Global South” เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของความพยายามในการขยับย้ายตำแหน่งแห่งหนของอำนาจในระดับโลก ให้มาอยู่ในมือมหาอำนาจใหม่อย่างจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล แอฟริกาใต้ และพันธมิตรอื่น ๆ อย่างไรก็ดี การแปลคำนี้เป็นภาษาไทยว่า “ประเทศซีกโลกใต้” อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างยิ่ง คำว่า “ซีกโลก” หรือ hemisphere เป็นคำที่มีความหมายเชิงภูมิศาสตร์ เป็นการแบ่งโลกออกเป็นสองส่วนตามเส้นศูนย์สูตร ได้แก่ ซีกโลกเหนือ (Northern Hemisphere) และซีกโลกใต้ (Southern Hemisphere) ซึ่งเป็นการระบุตำแหน่งที่ตั้งบนแผนที่เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจหรือการเมืองแต่อย่างใด ดังนั้น การนำคำว่า “ซีกโลกใต้”…

บุหรี่ไฟฟ้า…ภัยอันตรายที่แพร่กระจายไปทั่ว

  บุหรี่ไฟฟ้ากำลังเจาะตลาดวัยรุ่นอย่างจริงจัง โดยจะเรียกกันว่า “เวป” (vape) หรือ “พอด” (pod)  มีรสชาติและกลิ่นหอมหวาน รูปร่างสวยงามทันสมัย พกพาได้ง่าย มีควันและกลิ่นน้อย ราคาเพียง 300 – 600 บาทต่อเดือน ทั้งยังโฆษณาว่าใช้ทดแทนบุหรี่มวนได้ งานวิจัยของ Nicotine vaping in England เมื่อปี 2565 จาก King’s College London สนับสนุนว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนที่มีสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้มีสารก่อมะเร็งอย่างน้อย 70 ชนิด ประเทศต่างๆ จึงอนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) เตือนเมื่อ ธันวาคม 2566 ถึงภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าต่อเด็กและเยาวชน พบว่าเด็กมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้า มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 9 เท่า ปัจจุบันตลาดบุหรี่ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยมีมากถึง 100 ล้านคน…

ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากพายุคัลแมกี

ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทย กำลังติดตามและเตรียมรับมือกับผลกระทบจากพายุคัลแมกี หรือ KALMAEGI ที่มีความหมายว่านกนางนวล ซึ่งมีรายงานเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2568 ว่าพายุดังกล่าวพัดเข้าพื้นที่ตอนกลางของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีฝนตกหนัก ลมพัดแรงและอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ ประชาชนมากกว่า 200,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง มีรายงานผู้สูญหาย 13 คน และมีผู้เสียชีวิตจำนวนอย่างน้อย 58 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างพยายามเข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเกาะมินดาเนาด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์และเจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งรายงานว่าพายุดังกล่าวเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก เข้าทะเลจีนใต้แล้ว ปัจจุบันเวียดนามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากแม้มีการประเมินว่าพายุคัลแมกีจะลดกำลังลงหลังจากพัดผ่านฟิลิปปินส์ แต่พายุดังกล่าวมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นระหว่างพัดผ่านทะเลจีนใต้ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเวียดนามใน 6 พฤศจิกายน 2568 ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากพายุประมาณ 20 ลูกต่อปีเป็นประจำ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติในปี 2568 นี้ อาจเป็นความท้าทายของรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่ต้องพิจารณามาตรการรับมือและเตรียมความพร้อม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยคาดการณ์ว่าพายุคัลแมกีจะส่งผลกระทบต่อไทยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วง 7-9 พฤศจิกายน 2568 โดยพื้นที่ตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ…

สหรัฐฯ เร่งหาข้อยุติภาวะ Government Shutdown

การเมืองในสหรัฐฯ เผชิญความแตกแยกระหว่างพรรคการเมืองที่ยังตกลงเรื่องการจัดสรรงบประมาณร่วมกันไม่ได้ ทำให้ปัจจุบัน สหรัฐฯ อยู่ในภาวะ Government Shutdown หรือภาวะหน่วยงานภาครัฐปิดทำการชั่วคราว ยาวนานเกิน 35 วัน ซึ่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ สาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ อยู่ในภาวะดังกล่าวเพราะฝ่ายนิติบัญญัติไม่อนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลกลาง ทำให้ต้องประกาศระงับการใช้จ่าย จนเริ่มสร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการและขั้นตอนการทำงานในภาครัฐ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่มีสถิติเป็นผู้นำรัฐบาลในช่วงที่มีภาวะ Government Shutdown ยาวนานที่สุด หรือ 35 วัน ระหว่างดำรงตำแหน่งในสมัยแรก เมื่อปี 2562 ก็ได้แสดงท่าทีต้องการให้งบประมาณผ่านการเห็นชอบ โดยเมื่อต้น พฤศจิกายน 2568 ขู่ว่าจะระงับโครงการสวัสดิการสังคม เพื่อลดรายจ่ายของรัฐบาลกลาง พร้อมทั้งเป็นการส่งสัญญาณกดดันให้สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ สังกัดพรรคเดโมแครต ยินยอมและเห็นชอบการอนุมัติงบประมาณรายจ่าย เพื่อยุติภาวะ Government Shutdown อย่างไรก็ดี ในการลงมติเห็นชอบงบประมาณเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ก็ยังมีมติไม่เห็นชอบงบประมาณรายจ่าย โดยประเด็นสำคัญที่ทำให้วุฒิสมาชิก ซึ่งปัจจุบันพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีความเห็นขัดแย้งกัน คือ งบประมาณภายใต้รัฐบัญญัติ Affordable Care…

จีนขยายมาตรการวีซ่าฟรีให้ 45 ประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

สื่อมวลชนจีนรายงานเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568 อ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจีนว่า รัฐบาลจีนจะประกาศขยายมาตรการวีซ่าฟรีให้พลเมืองจาก 45 ประเทศ ตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2569 เพื่อให้ชาวต่างชาติจากประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ใช้มาตรการดังกล่าวสามารถเดินทางไปจีนเพื่อท่องเที่ยวและดำเนินธุรกิจได้เป็นระยะเวลา 30 วัน โดยไม่ต้องทำวีซ่า โดยประเทศที่อยู่ในบัญชีมาตรการดังกล่าว ได้แก่ ประเทศในภูมิภาคยุโรป 32 ประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี และสวีเดน และประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้ ตะวันออกกลางและเอเชีย ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ไม่รวมสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร ก่อนหน้านี้ มาตรการวีซ่าฟรีของจีนมีกำหนดสิ้นสุดใน 31 ธันวาคม 2568 ก่อนหน้านี้ ประเทศที่ได้รับสิทธิวีซ่าฟรีจากจีน มีจำนวน 43 ประเทศ รวมทั้งบรูไนและมาเลเซีย จีนขยายมาตรการวีซ่าฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติเดินทางไปจีนได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากการใช่มาตรการวีซ่าฟรีเมื่อปี 2567 ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในจีนได้อย่างดี เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีน และทำให้มีชาวต่างชาติเดินทางไปจีนมากขึ้นประมาณ…

เปรูตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเม็กซิโกจากกรณีให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่อดีตผู้นำ

การรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระดับประเทศ กรณีรัฐบาลเปรู ประกาศเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ระงับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเม็กซิโก เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลเม็กซิโกรับนาง Betssy Chávez อดีตนายกรัฐมนตรีเปรูเป็นผู้ลี้ภัย โดยให้ลี้ภัยอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู ทั้งที่ปัจจุบัน รัฐบาลเปรูอยู่ระหว่างการสอบสวนนาง Chávez ข้อหาเป็นกบฏ เนื่องจากมีส่วนร่วมในเหตุการณ์พยายามยุบสภาและทำรัฐประหาร เมื่อปี 2565 แต่ล้มเหลว นาย Hugo de Zela รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเปรูระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลเม็กซิโกที่ช่วยเหลือนาง Chávez  เข้าข่ายพฤติกรรมที่ไม่เป็นมิตร และส่งผลเสียต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเปรูระบุว่า ท่าทีของรัฐบาลเม็กซิโกเข้าข่ายความพยายามแทรกแซงการเมืองภายในของเปรู และกล่าวโทษเม็กซิโกว่าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้บ่อยครั้ง ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างเปรูกับเม็กซิโกมีปัญหาตึงเครียดและกระทบกระทั่งกันบ่อยครั้ง รัฐบาลเปรูต้องการให้เม็กซิโกยุติการแทรกแซงการเมืองภายใน และเคารพอธิไปไตยของเปรู การระงับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเปรูกับเม็กซิโกเคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2475 และก่อนหน้านี้เมื่อ ธันวาคม 2567 เปรูไม่พอใจที่สถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโกในกรุงลิมา รับนาย Pedro Castillo อดีตประธานาธิบดีเปรู พร้อมครอบครัว เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง และให้หลบหนีอยู่ในสถานเอกอัครราชทูต เปรูจึงตอบโต้ด้วยการประกาศให้เอกอัครราชทูตเม็กซิโกเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non…

ตุรกีจัดการประชุมหารือสถานการณ์ในฉนวนกาซา

ประเทศในตะวันออกกลางและอินโดนีเซียร่วมการประชุมนานาชาติที่เมืองอิสตันบูล ตุรกีเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568 เพื่อหารือแนวทางเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และเรียกร้องให้อิสราเอลปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว มีผู้แทนจากกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน ปากีสถาน และอินโดนีเซียเข้าร่วม ที่ประชุมมีมติจะพิจารณาแผนการส่งกองกำลังนานาชาติ หรือ International Stabilization Force (ISF) เข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยในฉนวนกาซา และเร่งหาช่องทางกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้ชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นพ้องว่าอิสราเอลยังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นและสันติภาพในระยะยาว ดังนั้น นานาชาติควรจะยังคงมาตรการกดดันรัฐบาลและกองทัพอิสราเอลต่อไป ปัจจุบันข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2568 ยังดำเนินต่อไป แต่มีรายงานว่าอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้นานาชาติไม่สามารถกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ได้ตามเป้าหมาย และมีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในช่วงที่บังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงแล้วอย่างน้อย 236 ราย การหารือดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะกดดันอิสราเอลให้ยุติปฏิบัติการโจมตีในฉนวนกาซา ตามข้อตกลงระหว่างกัน เพราะสหรัฐฯ ยังไม่ลงโทษอิสราเอลและยังคงความร่วมมือใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่านานาชาติจะตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพ (ISF) ได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอสันติภาพที่ผู้นำสหรัฐฯ เสนอให้กลุ่มประเทศอาหรับและนานาชาติมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงในฉนวนกาซา เฉพาะอย่างยิ่งจอร์แดนและอียิปต์ ทั้งนี้ มีรายงานว่าอิสราเอลจะได้สิทธิกำหนดว่าประเทศใดจะได้เข้าร่วมการตั้งกองกำลัง ISF และมีแนวโน้มจะไม่อนุญาตให้กองทัพตุรกีเข้าร่วม เพราะไม่ไว้วางใจท่าทีของรัฐบาลตุรกี…

จีนสกัดกั้นการจารกรรมข้อมูล : กรณีข้อมูลพันธุกรรมพืช

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีนหรือ Ministry of State Security (MSS) ออกคำเตือนเป็นระยะ ๆ ถึงการที่ข้อมูลของจีนจะตกเป็นเป้าหมายการจารกรรม ซึ่งมีหลากหลายวิธีการ โดย เมื่อสิงหาคม -กันยายน 2568 มีการเผยแพร่กรณีชาวจีนถูกหลอกให้ส่งมอบข้อมูลด้านความมั่นคงหลากหลายกรณี เช่น นักศึกษาชาวจีนที่ไปเรียนที่ไต้หวัน ถูกหลอกให้หลงรักก่อนเดินทางกลับจีน กรณีหน่วยงานด้านการจารกรรมของต่างชาติแสวงประโยชน์จากผู้ให้บริการส่งอาหารให้รวบรวมข้อมูลลับในจีน  และกรณีสายลับต่างชาติขโมยข้อมูลใบหน้าของชาวจีนที่เป็นเป้าหมาย  เพื่อนำไปเข้าถึงข้อมูลบุคคลและข้อมูลลับในที่ทำงาน รวมถึงใช้ใบหน้าที่ขโมยมาเพื่อทำการจารกรรมข้อมูล ล่าสุด สื่อมวลชนจีนเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568  เปิดเผยผลงานล่าสุดของ MSS ในการสกัดกั้นความพยายามของต่างประเทศที่ต้องการจารกรรมข้อมูลสำคัญของจีน ได้แก่ ข้อมูลพันธุกรรมพืชเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาสายพันธุถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวของจีน รัฐบาลจีนถือว่าข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีคุณสมบัติเฉพาะ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงทางอาหารและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรม ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อความอยู่รอดในอนาคต ดังนั้น การที่ต่างประเทศพยายามเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีพฤติกรรมลักลอบนำข้อมูลนี้ออกไปเผยแพร่ เท่ากับเป็นภัยคุกคามและอันตรายต่อความมั่นคงของจีน ข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์รุ่นแรก (parent seeds) ที่ใช้ในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ลูกผสม MSS ถือว่าเป็นข้อมูลลับที่สุด เพราะเป็นทรัพยากรสำคัญและ “กุญแจ” ที่จะพัฒนานวัตกรรมด้านเกษตรกรรมของจีน ให้สามารถสร้างผลผลิตทางเกษตรกรรมที่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศและต่างประเทศได้ ดังนั้น…