ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยคุกคามจาก AI ต่อความมั่นคงมนุษย์

ในห้วงต้นปี 2569 ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจำนวนมากเผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ซึ่งเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในเชิงพาณิชย์และการใช้ข้อมูลทั่วไป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าการใช้งาน AI ในปัจจุบันขยายตัวรวดเร็วมากเกินไปโดยไม่มีการควบคุม จนเสี่ยงสร้างอันตรายต่อสังคมมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่ง AI ถูกนำไปใช้ในการสร้างข้อมูลหลอกลวง ใช้พัฒนาการโจมตีทางไซเบอร์ และกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้มนุษย์ตัดสินใจผิดพลาดมากขึ้น ในรายงาน International AI Safety ประจำปี 2569 ที่เผยแพร่เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องความเสี่ยงที่ AI จะมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์หรือประมวลผลแทนที่แรงงานมนุษย์ได้ แต่ AI กำลังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ความคิดหรือความเชื่อของมนุษย์มากขึ้นจนน่าวิตกกังวล เนื่องจากที่ผ่านมา มนุษย์นิยมใช้เทคโนโลยี AI เพื่อหาข้อมูลเชิงลึก สร้างสรรค์และปรับปรุงผลงาน และใช้ประกอบการเรียนการสอน (tutoring) จนทำให้ข้อมูลจาก AI มีแนวโน้มได้รับความเชื่อถือมากกว่าข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าข้อมูลจาก AI ถูกต้องหรือเหมาะสมกับการเรียนรู้ของมนุษย์หรือไม่ ในช่วงต้นปี 2569 เกิดปรากฏการณ์นักวิจัย AI ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้พัฒนา AI ในบริษัทชั้นนำของโลกหลายแห่ง…

Central Asia Explained : What Makes the Region Unique and Why It Matters to Thailand

ในระยะหลังนี้ ภูมิภาคเอเชียกลางเป็นที่คุ้นหูคนไทย ทั้งการติดต่อค้าขาย การลงทุน และยังเป็นสถานที่ที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยว  The Intelligence เห็นว่าการสัมมนาวิชาการหัวข้อ “Central Asia Explained : What Makes the Region Unique and Why It Matters to Thailand” จากคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียกลาง และจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา คาซัคสถาน ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะทำให้รู้จักประเทศในเอเชียกลางมากขึ้น ในช่วงแรก ทำความรู้จักกับภูมิภาคเอเชียกลางก่อน ซึ่งมีทั้งหมด 5 ประเทศ ในได้แก่ คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน อุซเบกิสถาน ทาจิกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน ภูมิภาคนี้เชื่อมระหว่างทวีปยุโรปกับเอเชียด้วยเส้นทางสายไหม  กลุ่มคนวัยแรงงานที่มีจำนวนมากเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นแหล่งพลังงานและแร่ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน พลังงานน้ำ…

หลายประเทศเตือนประชาชนให้เดินทางออกจากอิหร่าน

หลายประเทศเตือนประชาชนให้เดินทางออกจากอิหร่าน ทั้งที่สหรัฐฯ กับอิหร่านเดินหน้าเจรจากันเป็นรอบที่ 3 เพราะความเคลื่อนไหวทางการทหารของสหรัฐฯ สะท้อนว่าการโจมตีต่ออิหร่านในวงจำกัด ยังเป็นทางเลือกของสหรัฐฯ ในการที่จะกดดันอิหร่านให้เข้าร่วมการเจรจา เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในทิศทางที่สหรัฐฯ ต้องการ ขณะที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าพร้อมตอบโต้ หากถูกสหรัฐฯ โจมตี ด้วยการจะโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง พร้อมยืนยันจุดยืนว่าอิหร่านมีสิทธิที่จะพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อใช้ในทางสันติตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์  และทำงานกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เกาหลีใต้ประกาศเตือนให้ประชาชนให้เดินทางออกจากอิหร่านแล้ว เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2569 และให้เลื่อน หรือยกเลิกการเดินทางไปอิหร่าน เนื่องจากมีความเป็นไปได้ตามที่สื่อหลายแห่งรายงานว่า สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน และอิหร่านก็จะตอบโต้ ส่วนประเทศในยุโรปได้เตือนประชาชนก่อนเกาหลีใต้แล้ว เช่น โปแลนด์ ด้วยเหตุผลที่ว่าสัญญาณการโจมตีอิหร่านชัดเจนขึ้น จากการที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ประจำการอยู่ที่ตะวันออกกลางแล้ว 2 กองเรือ คือ USS Abraham Lincoln และ the USS Gerald R. Ford และเชื่อว่าอิหร่านก็จะตอบโต้ เช่นเดียวกับเซอร์เบีย และสวีเดนก็เตือนประชาชนของตนเองเช่นเดียวกับโปแลนด์ สหรัฐฯ เตือนชาวอเมริกันให้ออกจากอิหร่าน ควบคู่กับเจรจากับอิหร่าน โดยเริ่มเตือนตั้งแต่ กลางมกราคม…

เวียดนามได้อะไรบ้าง…? จากเยือนสหรัฐฯ เพื่อประชุม Board of Peace

พลตำรวจเอก โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ผู้นำสูงสุดเวียดนาม ออกเดินทางจากวอชิงตัน ดี.ซี เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กลับเวียดนามแล้ว หลังจากเข้าร่วมประชุม Board of Peace ครั้งที่ 1 ที่ วอชิงตัน ดี.ซี. ในฐานะประเทศสมาชิก ซึ่งเวียดนามได้คำชื่นชมอย่างมากจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในห้วงที่ได้มีการพบหารือกันที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า เวียดนามมีบทบาทสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือระดับโลกมากขึ้น ประธานาธิบดีทรัมป์ยังจะถอนเวียดนามออกจากบัญชี Strategic Export Control List (D1–D3) ซึ่งควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งเดิมจะห้ามส่งออกสินค้า ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทาง (dual-use) ทั้งเชิงพาณิชย์และทหารไปยังเวียดนาม ซึ่งจะทำให้เวียดนามและสหรัฐฯ ใกล้ชิดกันด้านส่งออกยุทโธปกรณ์กันมากขึ้น รวมทั้งผู้นำสหรัฐฯ จะร่วมมือกับเวียดนามที่จะเพิ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี  พลตำรวจเอก โต เลิม ยังได้พบหารือผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งได้หารือประเด็นการค้า อวกาศ และสาธารณสุข ผู้นำสูงสุดเวียดนามยังใช้การเยือนสหรัฐฯ…

ผู้นำกัมพูชากล่าวหาไทยในห้วงที่เข้าร่วมประชุม Board of Peace ที่สหรัฐฯ

เป้าหมายหลักของสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางไป วอชิงตัน ดี.ซี. นอกจากเข้าร่วมประชุม Board of Peace ก็คือ ใช้โอกาสดังกล่าวกระจายข่าวสาร (message) เชิงลบของไทยไปยังเวทีระหว่างประเทศ โดยใช้สื่อต่างประเทศเป็นกระบอกเสียง ควบคู่ไปกับสร้างผลงานให้กับ Board of Peace ที่สหรัฐฯ จัดตั้ง ด้วยการเสนอให้ดึง Board of Peace เข้าไปมีบทบาทในการแก้ไขความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะเดียวกันก็ใช้สื่อต่างประเทศ และสื่อในประเทศของกัมพูชาส่งสัญญาณไปยังมหาอำนาจที่ใกล้ชิด เช่น จีนว่าทำไมกัมพูชาต้องรักษาดุลอำนาจกับสหรัฐฯ สมเด็จฯ ฮุน มาแนตได้พบกับกับนายคริสโตเฟอร์ ลินเดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในระหว่างการหารือได้พาดพิงไทยด้วยการเล่าประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา  สมเด็จฯ ฮุน มาแนตยังได้ชี้แจงถึงความจริงจังในการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ของกัมพูชา รวมทั้งความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคง โอกาสการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ กับกัมพูชา  นายลินเดายังชื่นชมที่สมเด็จฯ ฮุน มาแนต เข้าร่วม Board of Peace ด้วย…

ความคืบหน้าการเจรจาโครงการนิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน

  สหรัฐฯ กับอิหร่านมีความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาโครงการพัฒนานิวเคลียร์  ผู้แทนของอิหร่านให้ความเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ผลการเจรจาครั้งที่ 2 ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจหลักการร่วมที่จะแก้ไขความขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่ายังมีขั้นตอนดำเนินการ และรายละเอียดสำคัญอีกมากที่ตั้ง 2 ประเทศต้องร่วมมือกัน ด้านนาย Badr Albusaidi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน ซึ่งทำหน้าที่ผู้ประสานงานระบุว่าการเจรจามีความคืบหน้าและผลลัพธ์ที่ดี มีแนวโน้มจะเป็นจุดเริ่มต้นการตั้งเป้าหมายร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และสะท้อนว่าการเจรจายังคงเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับความขัดแย้งระหว่างประเทศ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการเจรจาดังกล่าว พิจารณาจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะมีส่วนร่วมทางอ้อมกับการเจรจากับอิหร่าน และเสนอแนะให้อิหร่านเข้าร่วมการเจรจาอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้น สหรัฐฯ อาจส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปปฏิบัติการในอิหร่านแทน ขณะที่รองประธานาธิบดีเจ.ดีแวนซ์ ของสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่าผู้แทนของทั้ง 2 ประเทศตกลงที่จะพบหารือกันต่อไปเป็นครั้งที่ 3 อิหร่านใช้ประโยชน์จากการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจสื่อมวลชนต่างประเทศจากประเด็นการประท้วงขับไล่รัฐบาลในประเทศ ให้ไปสนใจความคืบหน้าการเจรจาโครงการนิวเคลียร์แทน นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่าอิหร่านต้องการซื้อเวลาด้วยการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อซ่อนอาวุธนิวเคลียร์ และเปลี่ยนเป้าหมายการเจรจาให้เป็นประเด็นที่ตอบสนองผลประโยชน์ของอิหร่านมากที่สุด ซึ่งการเจรจาเพื่อซื้อเวลานี้ เป็นเทคนิคที่อิหร่านใช้ในการเจรจากับนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง อิหร่านอาจกำลังใช้เทคนิคการรับมือกับแรงกดดันจากมหาอำนาจ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านระบุว่าเทคนิคการเจรจาของอิหร่านจะประกอบด้วยการทำให้สถานการณ์การเมืองในประเทศ “ดูเหมือน”…

โลกและไทยจะเผชิญความเสี่ยงอะไรบ้าง…..ในปี 2569

ในทุก ๆ ปี โลกของเราจะเผชิญกับความเสี่ยงต่อความเป็นอยู่ ความสงบสุข และสันติภาพ ซึ่งความเสี่ยงแต่ละเรื่องมีระดับความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์มากน้อยไม่เท่ากัน  การรู้ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นผลดีต่อการรับมือทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ รวมทั้งใช้เป็นโอกาสด้วยเช่นกัน ซึ่งในปี 2569 โลกมีความเสี่ยงหลาย ๆ เรื่อง ที่ต้องตามติดกันหลายเรื่องทีเดียว…. เมื่อ มกราคม 2569 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง คือ World Economic Forum (WEF) ได้มีการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นความเสี่ยงระดับโลกปี 2569 จากผู้บริหารองค์กรต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญ (Executive Opinion Survey – EOS) จากทั้งหมด 116 ประเทศ ผลก็คือว่า…. ความเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์  อันดับ 2 -3 คือ ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ  และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   ส่วนความเสี่ยงอันดับที่ 4 มี 2 ประเด็น ได้แก่…

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมความมั่นคงมิวนิกปี 2569 และข้อเสนอแนะต่อไทย

การประชุมระดับนานาชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ยังคงเป็นเวทีที่ประเทศมหาอำนาจใช้ประโยชน์เพื่อประกาศนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง ตลอดจนต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ในการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference ) ครั้งที่ 62 เมื่อ กลางกุมภาพันธ์ 2569  ที่เยอรมนี ก็เช่นกัน เป็นโอกาสให้อย่างน้อย 3 มหาอำนาจของโลก ได้แก่ ยุโรป จีน และสหรัฐฯ ได้แสดงมุมมองต่อ “ระเบียบโลก” ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มนักรัฐศาสตร์ปัจจุบัน บทความนี้จะสรุป 3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมดังกล่าว และวิเคราะห์ว่ามหาอำนาจของโลกกำลังจะทำอะไรเพื่อรักษาระเบียบโลกแบบที่เป็นผลดีต่อประโยชน์ของตนเอง รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยควรจะมีลักษณะอย่างไรในระเบียบโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ด้วย ประเด็นแรก ความมั่นคงยุโรปในสภาพแวดล้อมที่กำลังล่มสลาย…… เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความมั่นคงระดับโลกที่เมืองมิวนิก เมื่อ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการประชุมสำคัญสำหรับกลุ่มประเทศยุโรป และอาจมีความสำคัญมากกว่าการประชุมปีอื่น ๆ เนื่องจากยุโรปกำลังเผชิญความท้าทายจากนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากการบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ทำให้ระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงของกลุ่มพันธมิตรโลกตะวันตกสั่นคลอนและอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะนอกจากจะใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือกดดันประเทศคู่ค้าในยุโรปแล้ว สหรัฐฯ ยังระบุในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ว่าจะให้ยุโรปรับผิดชอบความมั่นคงของตนเอง ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่เน้นนโยบาย America First ทำให้ยุโรป…

อิหร่านซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผู้แทนไปเจรจากับสหรัฐฯ ที่กรุงเจนีวา

อิหร่านใช้ทุกเครื่องมือเพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของชาติและระบอบการเมือง ท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจ ประเทศตะวันออกกลาง และประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารจัดการของรัฐบาล มีรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านอาจให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการลดระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ควบคู่กับป้องปรามและยับยั้งการรุกรานอิหร่าน เพราะปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่สหรัฐฯ จะร่วมมือกับต่างประเทศกดดันอิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ รวมทั้งอาจเตรียมการโจมตีมาตุภูมิของอิหร่านด้วย เหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่า อิหร่านให้ความสำคัญกับการปกป้องมาตุภูมิและการรักษาดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ คือ กรณีมีรายงานเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า อิหร่านส่งนาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์กับผู้แทนจากสหรัฐฯ เป็นครั้งที่ 2 โดยมีผู้แทนจากโอมานเป็นผู้ประสานงานเป้าหมายเพื่อให้บรรลุการทำข้อตกลงที่ยุติธรรมระหว่างกัน พร้อมกันนี้ กองทัพปฏิบัติอิหร่าน (IRGC) สั่งการซ้อมปฏิบัติกทางทางทหารในทะเล รหัส Smart Control of Hormuz Strait ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญของอิหร่าน ภูมิภาคตะวันออกกลาง และการค้าระหว่างประเทศ เพราะเป็นช่องทางลำเลียงการค้าน้ำมันที่สำคัญ กองทัพอิหร่านย้ำว่าการซ้อมปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม แต่สื่อมวลชนทั่วโลกประเมินว่าอิหร่านกำลังแสดงแสนยานุภาพทางการทหารเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ รุกล้ำหรือแทรกแซงความมั่นคงของอิหร่าน ในช่วงที่ปัจจุบันยังคงมีผู้ชุมนุมประท้วงยืดเยื้อในประเทศ ตลอดจนอาจะเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปประจำการในตะวันออกกลางเพิ่มเป็นกองเรือที่ 2…

ผู้อพยพจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านในหลายประเทศ

  ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในประเทศต่าง ๆ ดูจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านผู้อพยพในหลายประเทศ ไม่เฉพาะสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงยุโรป และญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะมีการสกัดกั้นการเดินทางเข้าประเทศของผู้อพยพหน้าใหม่มากขึ้น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ยังประเมินว่า สถานการณ์การโยกย้ายถิ่นฐานของโลกในปี 2569 จะทวีความรุนแรงจากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงในประเทศต่าง ๆ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ชีวิตของผู้อพยพไม่ว่าจะเข้าเมืองอย่างผิดหรือถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ดูจะอยู่ยากมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2  โดยมีเป้าหมายจะเนรเทศผู้อพยพให้ได้ 1 ล้านคนต่อปี โดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และกำจัดอาชญากร  เพื่อให้สังคมอเมริกันมีความสุข และให้ความสำคัญกับชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก มาตรการที่สหรัฐฯ ใช้ เช่น  ระงับสิทธิประโยชน์และเงินอุดหนุนแก่ผู้ลี้ภัย และเพิกถอนสิทธิคุ้มครองชั่วคราวสำหรับผู้อพยพหรือผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศต่าง ๆ กว่า 1.3 ล้านคน พร้อมกำหนดเงื่อนเวลาในการเดินทางออก มิฉะนั้นจะมีความผิดฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือเนรเทศผู้ฝ่าฝืน รวมทั้งลดระยะเวลาการต่ออายุใบขออนุญาตทำงานของผู้ลี้ภัยจาก 5 ปี เป็น 18 เดือน และทบทวนสถานะผู้ลี้ภัย 19…