สหรัฐฯ เร่งชี้แจงรายละเอียด หลังผู้นำสหรัฐฯ ประกาศจะยึดครองฉนวนกาซา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงในสหรัฐฯ ชี้แจงรายละเอียดต่อสื่อมวลชนต่างประเทศ เกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐฯ ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เพื่อลดระดับความตึงเครียด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความเห็นเมื่อ 5 ก.พ.68 ระหว่างการหารือกับผู้นำอิสราเอลที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ  ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ว่า สหรัฐฯ มีแผนจะยึดครองฉนวนกาซา โดยใช้คำว่า take over และก่อนหน้านี้เคยกล่าวว่าต้องการอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาทั้งหมดเอย่างถาวร เพื่อส่งทหารอเมริกันเข้าไปประจำการและฟื้นฟูพื้นที่หลังเผชิญสงคราม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเสนอให้ชาวปาเลสไตน์ที่มีเกือบ 2 ล้านคน ย้ายออกจากกาซา เพื่อที่สหรัฐฯ จะส่งทหารไปบริเวณดังกล่าว และสร้างดินแดนนี้ให้มีที่อยุ่อาศัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเรียกว่า “Riviera of the Middle East.”

ผลผลิตยางพาราในภาคใต้ลดลงถึงร้อยละ 70

  สถานการณ์ราคายางพาราในภาพรวมยังอยู่ในระดับดี ตลาดโลกยังมีความต้องการอยู่มาก ประเด็นคือ ทั้งไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่เป็นประเทศผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ ประสบปัญหาผลผลิตยางพาราลดลง โดยไทยคาดการณ์ผลผลิตลดลงถึงร้อยละ 70 เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อปี 2567 สาเหตุเกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะห้วงปัจจุบันยังคงมีฝนตกมากกว่าปกติ และจากโรคใบร่วงเชื้อรา พื้นที่ที่ประสบปัญหาผลผลิตยางลดลงหนักคือ กลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนในพื้นที่อื่น เช่น จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ได้รับผลกระทบ แต่ไม่รุนแรงเท่า ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนยางกำลังเดือดร้อน เช่นเดียวกับโรงงานแปรรูปยางพาราที่เริ่มทยอยปิดกิจการเช่นกัน

กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยประสบความสำเร็จ เพราะภาคส่วนสังคมช่วยกันผลักดัน

เว็บไซต์ Fulcrum ของสถาบัน ISEAS สิงคโปร์ ระบุ กรณีไทยบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการเมื่อ ม.ค. 68 หลังจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิทางเพศ และกลุ่มการเมืองได้พยายามผลักดันตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยจากผลสำรวจของ ISEAS ถึงความเห็นของประชาชนในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.นั้น โดยในส่วนของประชาชนไทยเรียกร้องให้รัฐควรคุ้มครองสิทธิ LGBT ซึ่งถือเป็นบทบาทสำคัญที่ช่วยสนับสนุนกฎหมายการสมรสเท่าเทียม ขณะที่โซเชียลมีเดียในไทยมีบทบาทต่อการผลักดันประเด็น LGBT เช่นกัน

สถานการณ์ไฟป่าทำให้แนวโน้มปัญหาฝุ่นรุนแรงขึ้น

  สถานการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นพร้อมกันหลายพื้นที่ โดยมีจุดหลัก ได้แก่ 1) จ.เพชรบูรณ์ พบไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติรวมกว่า 20 จุด 2) จ.ตราด พบไฟป่าบนเขาบรรทัดที่มีต้นตอจากฝั่งกัมพูชาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถดับไฟได้เพราะกระแสลมแรง 3) จ.นครราชสีมา พบไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนดงพญาเย็น คาดว่าสาเหตุเกิดจากการลักลอบตัดไม้ 4) จ.นครสวรรค์ พบไฟป่าในพื้นที่วนอุทยานเขาหลวงและเขาถ้ำพระ โดยยังไม่สามารถควบคุมไฟได้ทั้งหมด เพราะมีจุดใหม่ ๆ ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 5) จ.กาญจนบุรี ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่พบไฟป่าเกิดขึ้นหลายสิบจุด ทำให้มีการประกาศปิดอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิแล้วเป็นเวลา 4 เดือน ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าได้ส่งผลกระทบให้พื้นที่โดยรอบเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 รวมถึงมีการประเมินว่าจะทำให้แนวโน้มปัญหาฝุ่นในภาคเหนือเริ่มรุนแรงขึ้น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลม

เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เว็บไซต์ Asia Time ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.ว่า ได้รับความสนใจมากขึ้นจากกรณีนาย Wang Xing นักแสดงชาวจีนที่ถูกหลอกมาไทยเพื่อเข้าไปทำงานในเมียนมา และเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ซึ่งการแก้ไขปัญหาไม่ง่าย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา อีกทั้งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ยังใช้ AI ในการสร้างคอนเทนต์ ใช้สกุลเงินดิจิทัล และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อยกระดับการหลอกลวงในแนบเนียนมากขึ้น นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับไทยได้สร้างความกังวลต่อกัมพูชาและลาวว่าจะได้รับผลกระทบเพราะมีแก๊งคอลเซนเตอร์ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศเช่นกัน

ไทยมีจำนวนอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านราย

  บริษัทเอเจนซี่โฆษณา เปิดเผยจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ในไทย มีอยู่ประมาณ 3 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีอยู่ 2 ล้านราย เป็นผลจากสื่อดิจิทัลที่เข้าไปมีบทบาทในสังคมอย่างเต็มรูปแบบ และถูกนำมาใช้สร้างอิทธิพลทางความคิดในทุกวงการ โดยเฉพาะวงการตลาด จึงเกิดอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่อย่างรวดเร็ว ความน่าสนใจคือ อินฟลูเอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งนี้ จากจำนวนอินฟลูเอนเซอร์ของไทยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแล้ว และกับประเทศอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าไทยเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าประเทศอื่น ๆ และคนไทยมีการเสพสื่อออนไลน์มากจนสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองในการมีรายได้เพิ่มขึ้น

นาง Tulsi Gabbard น่าจะได้ดำรงตำแหน่ง ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติ

คณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 9-8 เสียง เมื่อ 4 ก.พ.68 รับรองนาง Tulsi Gabbard อายุ 43 ปี เป็นผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (Director of National Intelligence-DNI) ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอ จึงคาดว่าจะได้รับความเห็นชอบจากการลงมติของวุฒิสมาชิกในสัปดาห์หน้าด้วย

นาง Gabbard มีประสบการณ์ด้านการเมืองและการทหาร แต่ถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้ควบคุมการทำงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ทั้ง 18 หน่วย เพราะไม่มีประสบการณ์ด้านงานข่าวกรอง และมุมมองส่วนตัวของนาง Gabbard ต่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความคิดเห็นของนาง Gabbard ในอดีตที่เป็นเชิงบวกต่อนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ที่เปิดเผยข้อมูลลับของรัฐบาล รวมทั้งมุมมองเชิงบวกต่อรัสเซียและผู้นำซีเรีย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการข่าวกรองวุฒิสมาชิกเชื่อมั่นว่านาง Gabbard จะร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ได้

ผู้นำอิสราเอลเยือนสหรัฐฯ กลุ่มฮะมาสพร้อมเจรจาข้อตกลงระยะที่ 2

สมาชิกกลุ่มฮะมาสเปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อ 4 ก.พ.68 ว่า กลุ่มพร้อมเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 กับอิสราเอล โดยได้แจ้งให้ผู้ประสานงานรับทราบแล้วระหว่างการประชุมที่กรุงไคโร อียิปต์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 ดำเนินการมาตั้งแต่ 19 ม.ค.68 และมีความคืบหน้าการแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างกัน โดยตามข้อตกลงระยะที่ 1 กลุ่มฮะมาสจะต้องปล่อยตัวประกัน 33 คน แลกกับนักโทษปาเลสไตน์กับอิสราเอล และการเปิดพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม   นานาชาติคาดหวังให้มีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 เพื่อขยายเวลาสันติภาพในภูมิภาคคะวันออกกลาง แต่วิตกว่ารัฐบาลอิสราเอลจะไม่ต่ออายุข้อตกลง เนื่องจากนักการเมืองกลุ่มอนุรักษ์นิยมในอิสราเอลกดดันให้รัฐบาลทำสงครามต่อไปทันที เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮะมาสไม่ให้สามารถเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลได้อีก และหาโอกาสผนวกดินแดนของชาวปาเลสไตน์บางส่วน เพื่อความมั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้ กรณีที่ผู้นำอิสราเอลประกาศว่าจะเลื่อนการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 ออกไปก่อน ยิ่งทำให้นานาชาติกังวลว่าอิสราเอลจะปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาอีกครั้ง

ผู้นำสหรัฐฯ ชะลอการขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 3 ก.พ.68 ประกาศชะลอการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก หลังจากได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ เนื่องจากบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับเม็กซิโกที่จะส่งทหารจำนวน 10,000 คนไปประจำการบริเวณพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก เพื่อเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบค้ายาเสพติด ขณะที่แคนาดาจะเพิ่มงบประมาณ พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประมาณ 10,000 นาย ไปประจำการที่ชายแดน เพื่อการยกระดับความมั่นคงชายแดนแคนาดา-สหรัฐฯ และยุติการลักลอบค้ายาเสพติดไปยังสหรัฐฯ ด้วย โดยเฉพาะเฟนทานิล (Fentanyl) สารสังเคราะห์กลุ่มโอปิออยด์ที่มีฤทธิ์บรรเทาปวด และถูกใช้เป็นสารเสพติดผิดกฎหมายที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าเฮโรอีนหลายเท่า กลายเป็นปัญหายาเสพติดที่รุนแรงในสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯ อาจปิดทำการ USAID

สื่อสหรัฐฯ ให้ความสนใจกรณีนาย Elon Musk ผู้บริหารหน่วยงานปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ (DOGE) เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อ 3 ก.พ.68 ว่า สหรัฐฯ จะยุติการทำงานของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ หรือ USIAD ที่เป็นหน่วยงานอิสระ ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือต่างประเทศด้านการพัฒนา สาธารณสุข ประชาธิปไตยและสิ่งแวดล้อม โดยนาย Musk วิจารณ์ว่า USAID ใช้งบประมาณมหาศาล เริ่มจากการประกาศชะลอโครงการความช่วยเหลือในต่างประเทศ (foreign assistance) และให้ กต.สหรัฐฯ ทบทวนโครงการต่าง ๆ หากไม่จำเป็นหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกัน ก็จะให้ยกเลิก