5 ประเด็นสำคัญในการพบหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจะต้อนรับและพบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระหว่าง 13-15 พฤษภาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง แวดวงการเมืองเวทีระหว่างประเทศให้ความสนใจกรณีดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นการหารือครั้งแรกระหว่าง 2 ผู้นำประเทศมหาอำนาจในช่วงที่สถานการณ์ระหว่างประเทศเผชิญความขัดแย้งและความตึงเครียดทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ประเมินว่าผู้นำทั้ง 2 ประเทศต้องการให้การพบหารือครั้งนี้มีผลลัพธ์เป็นเชิงบวกต่อความมั่นคงทั้งภายในประเทศและในระดับโลก ผู้นำจีนอาจเป็นฝ่ายได้เปรียบในการทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เห็นว่าจีนสามารถเป็นประเทศที่โน้มน้าวอิหร่านให้ยุติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ แลกเปลี่ยนกับให้สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการกดดันทางการค้าและการกีดกันเทคโนโลยีของจีน ด้านผู้นำสหรัฐฯ จะใช้การเยือนครั้งนี้เป็นผลงานการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยคาดว่าจะเน้นย้ำความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำจีน เพื่อให้ภาพลักษณ์ผู้นำสหรัฐฯ มีลักษณะเป็น “นักเจรจา” ซึ่งสามารถจัดการปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ผู้นำจีนและผู้นำสหรัฐฯ เคยพบหารือกันแล้วอย่างน้อย 6 ครั้ง ที่สหรัฐฯ เยอรมนี จีน อาร์เจนตินา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศประเมินว่า ปัจจุบันท่าทีจีนแข็งกร้าวและมีอำนาจต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้นำสหรัฐฯ อาจเผชิญความท้าทายในการกดดันจีนให้ดำเนินนโยบายตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐฯ สำหรับประเด็นสำคัญในการพบหารือระหว่างผู้นำ 2 ประเทศมหาอำนาจที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะส่งผลต่อบรรยากาศความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคตต่อไป ได้แก่ 1) การปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ -จีน แม้ว่าจะมีรูปแบบความสัมพันธ์แบบเป็นคู่แข่งกันทั้งด้านยุทธศาสตร์มหาอำนาจและการขยายอิทธิพล แต่ทั้ง 2 ประเทศอาจสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง…

ปริมาณน้ำมันโลก เมื่อ เมษายน 2569 ลดลงอย่างมาก

ปริมาณน้ำมันที่หมุนเวียนในตลาดโลกลดต่ำลงอย่างมาก และอาจจะลดต่ำลงมากขึ้น หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลายจากการเข้าควบคุมจากทั้งฝ่ายอิหร่านและสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC ในห้วง เมษายน 2569 ลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ปี 2543  ด้วยการผลิตได้ลดลง 830,000 บาร์เรลต่อวัน เหลือประมาณ 20.04 ล้านบาร์เรลต่อวัน  คูเวตเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากส่งออกน้ำมันได้น้อยมากตลอดทั้ง เมษายน 2569 ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและอิรักต้องลดกำลังการผลิตภายหลังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกโจมตี ประธาน/CEO บจ.Saudi Aramco ระบุว่า ปริมาณน้ำมันหายไปจากตลาดโลก กว่า 1,000 ล้านบาร์เรล และจะสูญเสียอีกประมาณ 100 ล้านบาร์เรลต่อสัปดาห์ ขณะที่เรือขนส่งน้ำมันสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้เพียง 2-5 ลำ จาก 700 ลำต่อวัน พร้อมกับประเมินว่า หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถทำให้เรือขนส่งน้ำมันแล่นผ่านได้เป็นปกติได้ใน มิถุนายน 2569 ตลาดน้ำมันโลกจะฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2570 ขณะที่ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และสหรัฐฯ ที่เตรียมพร้อมระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve- SPR) เพื่อพยุงตลาด แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและราคาน้ำมันในตลาดโลก…

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเสี่ยงสงคราม

ในช่วงก่อนการเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระหว่าง 14-15 พฤษภาคม 2569 เป็นช่วงที่อ่อนไหวอย่างมากต่อทิศทางไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลเกิดขึ้นตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากเป็นช่วงที่รอว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลง หรือบันทึกช่วยจำ ซึ่งมีความยาวประมาณ 1 หน้ากระดาษ ได้หรือไม่ อย่างไร เพื่อนำไปสู่การเจรจาในรายละเอียดต่อไป ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ การเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ก็จะเป็นภาพลักษณ์เชิงบวกของทั้งสหรัฐฯ และจีนในความร่วมมือลดความขัดแย้งในเวทีโลก อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางค่อนข้างเริ่มอ่อนไหวมากขึ้น  ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย เช่น เมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 สหรัฐฯ โจมตี เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 2 ลำ ของอิหร่านที่จะพยายามผ่านแนวปิดกั้นของสหรัฐฯ จากอ่าวโอมาน ส่วนเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ 3 ลำ ของสหรัฐฯ ถูกโจมตีจากอิหร่าน ขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ  นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวจากฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรที่จะยิ่งทำให้การขนส่งพลังงานผ่านบริเวณนี้ซับซ้อนมากขึ้น จากที่ฝรั่งเศสส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกำลังผลักดันร่วมกับประเทศพันธมิตร ล่าสุด เมื่อ…

 ไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ หรือผู้ป่วยในประเทศจากไวรัสฮันตา

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของไทยยืนยันว่าไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ หรือผู้ป่วยในประเทศจากไวรัสฮันตา (Hantavirus) แต่หน่วยงานสาธารณสุขของไทยก็ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งให้ความรู้ในเรื่องการแพร่ระบาด อาการ และวิธีป้องกัน พร้อมกับมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวดในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ อย่างไรก็ดี โอกาสการติดเชื้อจากคนสู่คนยังมีโอกาสต่ำมาก  ส่วนอาการ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน พบการระบาดของไวรัสฮันตา สายพันธุ์ Andes พบบนเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ MV Hondius ที่เดินทางออกจากอาร์เจนตินา ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไปยังแอนตาร์กติกา ในชั้นต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย เมื่อ 11 เมษายน 2569 และมีผู้ติดเชื้อหรือสงสัยติดเชื้อรวม 5-8 ราย ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่าไม่ใช่การระบาดแบบโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่คือโรคติดเชื้อที่รุนแรง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสาธารณสุขโลกอยู่ในระดับต่ำ WHO ระบุเมื่อ 7 พฤษภาคม 2569 ยังไม่พบสัญญาณของการแพร่ระบาดของไวรัสฮันตา สายพันธุ์ Andes ในวงกว้าง เนื่องจากปัจจุบันเกิดขึ้นในระบบปิด…

กัมพูชากระจายดุลความสัมพันธ์ด้านการทหารกับอินเดีย   

การซ้อมรบระหว่างกัมพูชากับอินเดียที่กำลังดำเนินอยู่ภายใต้รหัส CINBAX-II  ครั้งที่ 2  ระหว่าง 4-17พฤษภาคม 2569 บ่งชี้นัยเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งกัมพูชาและอินเดีย โดยอินเดียจะเป็นอีกมหาอำนาจหนึ่งที่กัมพูชากระจายดุลความสัมพันธ์ด้านการทหาร จากที่ใกล้ชิดกับจีนมากที่สุด  และกำลังจะรื้อฟื้นการฝึกซ้อมรบกับสหรัฐฯ ภายใต้รหัส  Angkor Sentinel ในต้นปี 2570 รวมทั้งการแวะเทียบท่าของเรือรบรัสเซีย ที่ท่าเรือสีหนุวิลล์เมื่อต้น เมษายน 2569 ที่ทั้งสองฝ่ายย้ำการเป็นหุ้นส่วน และเพิ่มความร่วมมือด้านการทหารระหว่างกัน นอกจากการซ้อมรบร่วมระหว่างกันแล้ว ความใกล้ชิดด้านการทหารของทั้งสองประเทศยังสะท้อนจากที่ กัมพูชาจะมีเจ้าหน้าที่ทูตทหารอินเดียประจำกัมพูชาประจำการที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียยืนยันระหว่างเยือนกัมพูชา เมื่อ มีนาคม2569 ว่า กัมพูชามีความสำคัญต่อนโยบายมุ่งสู่ตะวันออก และวิสัยทัศน์อินโด-แปซิฟิก (Act East Policy and Vision of the Indo-Pacific) ของอินเดีย รวมทั้งกัมพูชายังเป็นหุ้นส่วนสำคัญของกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) นอกจากนี้ ในปี 2570 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในทุกมิติจะยิ่งแน่นแฟ้นจากการที่จะครบรอบ 75 ปี ของความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย แนวโน้มศักยภาพด้านกองทัพ และการทหารของกัมพูชาจะเข้มแข็งมากขึ้น จากที่ภารกิจของเจ้าหน้าที่ทูตทหารอินเดียทั่วโลกจะเป็นกลไกหลักในตอบสนองผลประโยชน์ของอินเดีย ด้วยการทั้งกระชับการเป็นหุ้นส่วน และการเกี่ยวพันด้านการทหารกับประเทศต่าง…

ความยุติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความคืบหน้า

ความยุติความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความคืบหน้าในเชิงบวก  ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่าความพยายามหลักในการผลักดันเรื่องนี้ เนื่องจากสหรัฐฯ และจีนต้องการให้เป็นผลงานต่อประชาคมโลกว่าได้มีความร่วมมือกันระหว่างมหาอำนาจในการแก้ไขปัญหา ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างเยือนจีนใน 14-15 พฤษภาคม 2569 ขณะที่ปากีสถานยังเป็นตัวกลางสำคัญด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ความยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางจะไม่จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากยังมีการเจรจากันในประเด็นอ่อนไหว เฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดในการยุติการพัฒนาสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่าน สัญญาณความคืบหน้าในเชิงบวกในการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่เริ่มมาตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน ได้แก่ การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถาน ครั้งที่ 1 (11-12 เมษายน 2569) แม้จะล้มเหลว และการที่สหรัฐฯ ยืดระยะเวลาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ที่จะครบกำหนดใน 22 เมษายน 2569 จนกว่าการเจรจาจะบรรลุเป้าหมาย ล่าสุดเมื่อ 6 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ ผ่าน Truth social ว่า ปฏิบัติการ Project Freedom ของสหรัฐฯ ที่จะปกป้องเส้นทางขนส่งบริเวณอ่าวโอมาน โดยกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ จะยุติลงชั่วคราว…

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลต่อการส่งออกข้าวไทย

ภาคเอกชนไทยแสดงความกังวลต่ออุตสาหกรรมข้าวไทย แม้ในช่วง มกราคม-เมษายน 2569 จะสามารถส่งออกได้ดีในตลาดเอเชีย แต่การส่งออกข้าวไปยังอิรัก ซึ่งเป็นตลาดส่งออกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของไทย ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่มีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การขนส่งมีอุปสรรค เช่น ใช้เวลามาก  รวมทั้งเสียค่าขนส่ง และประกันสูง ขณะที่การนำเข้าปุ๋ยเคมีจากภูมิภาคดังกล่าว ต้องหยุดชะงักลงเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้ราคาข้าวมีราคาสูงตามไปด้วย ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์ปกติ ไทยส่งออกข้าวไปอิรัก ประมาณ 80,000-90,000 ตัน/เดือน หรือเฉลี่ย 1 ล้านตัน/ปี อุปสรรคดังกล่าว ทำให้ปริมาณการส่งออกข้าวไทยไปยังอิรักในห้วง 3 เดือนแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2569   ลดลงแล้ว 200,000 ตัน และในภาพรวม ในช่วง มกราคม-เมษายน 2569 ไทยส่งออกข้าวไปยังตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก ลดลงเหลือ 2.2 ล้านตัน จาก 2.39 ล้านตัน เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปี 2568 นอกจากนี้ สต็อกปุ๋ยเคมีในประเทศ คาดว่าจะมีพอใช้ถึง พฤษภาคม…

สหรัฐฯ กับจีนยังตอบโต้กันก่อนการเยือนของผู้นำสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเยือนจีนที่จะมีขึ้นระหว่าง 14-15 พฤษภาคม 2569 หลังจากก่อนหน้านี้ เลื่อนกำหนดการเยือนจีนที่กำหนดไว้ครั้งแรก เมื่อ 31 มีนาคม- 2 เมษายน 2569 เพราะติดภารกิจบัญชาการในการปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แต่ทั้ง ๆ ที่ใกล้จะเยือนจีน ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ ส่งสัญญาณกดดันจีน เฉพาะอย่างยิ่ง จีนต้องเพิ่มบทบาทในการแก้ไขปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจีนได้ประโยชน์จากการนำเข้าพลังงานจากฮอร์มุซอย่างมาก อย่างไรก็ดี จีนก็ไม่ได้อ่อนข้อต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ในการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนกับสหรัฐฯ ก่อนการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ นั้น นายหวัง อี้ย้ำกับนายมาร์โค รูบิโอ ว่า ประเด็นไต้หวันเป็นความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ก็เตือนจีนให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะสร้าง “ความไม่มั่นคง” ในช่องแคบไต้หวันและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก  ด้านกระทรวงพาณิชย์จีนได้สั่งให้โรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่ง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการของสหรัฐฯ ที่จะต้องถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร เนื่องจากเกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมันกับอิหร่าน พร้อมอ้างว่าอ้างว่าเป็นกฎหมายของจีนที่อนุญาตให้ตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรที่จีนเห็นว่าผิดกฎหมาย แม้จะมีประเด็นมากมายที่ผู้นำสหรัฐฯ กับจีนจะหารือกัน เช่น เรื่องการค้า เทคโนโลยี แร่หายาก และเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผู้นำสหรัฐฯ จะใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้…

ญี่ปุ่นเร่งแสวงหาแหล่งนำเข้าน้ำมันเพิ่ม

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่เร่งลดผลกระทบต่อประชาชนจากวิกฤตพลังงานโลก จากที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางกว่า ร้อยละ 90  ทั้งนี้ ในห้วง พฤษภาคม 2569 ญี่ปุ่นเดินหน้าหาน้ำมันดิบเพิ่มจากหลายแหล่ง ขณะที่ในประเทศก็มีการระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าวิกฤตและความผันผวนของพลังงานโลกจะยังไม่สามารถยุติได้โดยเร็ววัน  แม้มีรายงาน เมื่อ 4 พฤษภาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ ยอมรับเงื่อนไขล่าสุดของอิหร่าน แต่ต้องใช้เวลา 30 วัน ในการทำข้อตกลงระหว่างกัน  ซึ่งกว่าจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าว การรื้อฟื้นการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้เร็ว ขณะที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศว่าตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 จะพ้นจากการเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก เมื่อ 3 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่าญี่ปุ่นจะนำน้ำมันดิบจากคลังสำรองน้ำมัน 10 แห่ง ออกมาใช้ ซึ่งจะให้ผู้ประกอบการในประเทศไปกลั่น และจะมีน้ำมันให้ประชนใช้ได้ประมาณ 20 วัน จากที่เมื่อ ปลาย มีนาคม 2569 ก็นำน้ำมันดิบจากคลังสำรองออกมาใช้ได้ประมาณ 30 ขณะที่ช่องทางทางการทูตยังดำเนินต่อไป โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น และอิหร่านได้หารือทางโทรศัพท์ระหว่างกัน เมื่อต้นพฤษภาคม…

สแกมเมอร์กลับมาทำธุรกิจในโครงการเมืองใหม่ชเวโก๊กโก 

กลุ่มสแกมเมอร์ได้กลับมาทำธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ในโครงการเมืองใหม่ชเวโก๊กโก เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของกองทัพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNA) เขตอิทธิพลของพันเอกหม่องชิตตู่ อดีตผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF)  ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากเมื่อ ปลายตุลาคม-พฤศจิกายน 2568  กองทัพเมียนมา กองทัพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNA) และกองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ร่วมมือกันกวาดล้างกลุ่มสแกมเมอร์ในพื้นที่โครงการ KK Park และโครงการเมืองใหม่ชเวโก๊กโก เช่น ทำลายระเบิดอาคาร ทำให้เมียนมามีการส่งกลับชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกลับประเทศจำนวนมาก สื่อเมียนมารายงานเมื่อปลาย เมษายน 2569 ว่า อาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีจากกลุ่มสแกมเมอร์ในพื้นที่โครงการเมืองใหม่ชเวโก๊กโกที่กลับมาเคลื่อนไหวในพื้นที่อีกครั้ง ได้มีการปรับเปลี่ยน เช่น จากเดิมรวมตัวกันอยู่ และมีศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ในอาคารต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นชุมชน หรือ compounds ของชาวจีนที่มีอิทธิพล ไปสู่การกระจายไปใช้ที่พักขนาดเล็กดำเนินการ เช่น เกสต์เฮาส์ โรงแรมขนาดใหญ่ และที่พักอาศัย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ เครือข่ายของกลุ่มสแกมเมอร์ที่กระจายตัวไปตามที่ต่าง ๆ ในพื้นที่โครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเหมือนเช่นเดิม แต่ก็มีแรงงานเมียนมา และต่างชาติ  เช่น ปากีสถาน และอินเดีย โดยการเปิดรับเข้าไปทำงานใช้ช่องทางออนไลน์…