ผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามบุคคลจาก 12 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 4 มิถุนายน 2568 ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร ห้ามบุคคลที่เดินทางมาจาก 12 ประเทศ เข้าสหรัฐฯ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ สำหรับ 12 ประเทศที่จะเผชิญมาตรการดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกา ได้แก่ ชาด คองโก อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย ซูดาน และโซมาเลีย นอกจากนี้ ยังมีเมียนมา อิหร่าน ลิเบีย เยเมน อัฟกานิสถาน และเฮติ ด้วย ส่วนประเทศที่สหรัฐ จะจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ มีจำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ลาว คิวบา เวเนซุเอลา ซีราลีออน บุรุนดี ตองโก และเติร์กเมนิสถาน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติเช่นกัน ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุสาเหตุที่บุคคลจาก 7 ประเทศไม่เผชิญคำสั่งคว่ำบาตรหรือห้ามเดินทาง เพราะสหรัฐฯ ให้โอกาสในการพิจารณาคัดกรองบุคคล รวมทั้งให้โอกาสในการเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันด้วย คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ใน 9 มิถุนายน 2568…

นรม.กัมพูชากล่าวถึงความท้าทายของรัฐบาลในการประชุมสภา

  สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 5 มิถุนายน 2568 ว่า นายฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวถึงความท้าทายในการดำเนินนโยบายและการทำงานของรัฐบาลกัมพูชาในห้วง 20 เดือนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกัมพูชาเผชิญความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศ แต่เชื่อมั่นว่าความท้าทายต่าง ๆ จะทำให้รัฐบาลและผู้นำประเทศรุ่นใหม่แข็งแกร่ง พร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนเห็นความสำคัญในการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและรัฐสภากัมพูชาที่จะต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาท้าทายต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรี กัมพูชาเข้าร่วมการประชุมสภาเมื่อ 3 มิถุนายน 2568 ความท้าทายสำหรับรัฐบาลกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ เศรษฐกิจ เกษตรกรรม และระบบประกันสังคม รวมทั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ ปัญหาเงินเฟ้อ และความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทั้ง 3 ความท้าทายนี้ส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว และการเติบโตในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ อย่างไรก็ดี รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ เนื่องจากมีความคืบหน้า และรัฐบาลมีเสถียรภาพ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังกล่าวถึงเหตุการณ์ประท้วงเมื่อ สิงหาคม 2567 ประเด็นต่อต้านและคัดค้านความร่วมมือในกรอบ Cambodia-Laos-Vietnam Development Triangle…

มาตรการฟรีวีซ่าไม่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว

  จากกรณีสื่อมวลชนและเพจอินฟลูเอนเซอร์ในเมืองท่องเที่ยวนำเสนอภาพความเงียบเหงาตามแหล่งท่องเที่ยวนั้น ถูกนำมาขยายผลเพื่อโจมตีนโยบายฟรีวีซ่าว่า ไม่สามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับผลเสีย เพราะกลับหนุนให้ไทยเป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มทุนสีเทา อีกทั้งทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยกลายเป็นกลุ่มที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายตามแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลกระทบซ้ำเติมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่มีปัญหาการขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในภาวะที่การท่องเที่ยวของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงจากปัจจัยด้านราคา  ทำให้กระแสการเรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า  ทั้งนี้ ภาคเอกชนเคยเสนอกำหนดร.ะยะเวลาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวพำนักในไทยเหลือ 30 วัน เพื่อควบคุมการพำนักของชาวต่างชาติและลดปัญหาชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมายในไทย หรือเพิ่มมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า

กระแสความไม่เชื่อมั่นรถยนต์ไฟฟ้าจีนกลับมาเพิ่มมากขึ้น

  พบการรายงานของสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น เกี่ยวกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ 1) กรณีพนักงานตำแหน่งขาย ของ บจ.เนตต้ ออโต้ (ไทยแลนด์) เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ถูกบริษัทหลอกให้เป็นกรรมการเพียงผู้เดียวทั้งที่ก่อนหน้านี้กรรมการเป็นคนจีนทั้งหมด และข่าวสารการเนต้าทยอยปิดศูนย์บริการ ไม่มีอะไหล่ซ่อมแซมรถของลูกค้า รวมถึงข่าวว่าบริษัทแม่กำลังจะล้มละลาย ทำให้ผู้บริโภคเริ่มขาดความเชื่อมั่น และเรียกร้องให้ภาครัฐคัดกรองค่ายรถยนต์ที่เข้ามาประกอบกิจการในไทยมากขึ้น 2) การแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดระหว่างค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน  สถานการณ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับวิกฤตอุตสาหกรรมทรัพย์ย่อยจีนที่ฉุดตลาด เพราะเห็นสัญญาณว่ารถยนต์ที่ผลิตออกมาค้างสต็อกจำนวนมากและหลายบริษัทเริ่มประสบปัญหาขาดทุนสะสมและก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว อาจทำให้การลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว

ผลสำรวจพบว่าองค์กรไทยยังไม่พร้อมรับมือภัยไซเบอร์

รายงานดัชนีความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ปี 2568 ของซิสโก้ (Cisco’s ๒๐๒๕ Cybersecurity Readiness Index) เปิดเผยว่า มีเพียงร้อยละ 7 ขององค์กรในไทยที่มีความพร้อมเต็มที่ในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ ซึ่งลดลงจากปี 2567 รวมถึงพบว่าร้อยละ 91 ขององค์กรในไทยเคยเจอปัญหาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่มีไม่ถึงครึ่งที่มั่นใจว่าพนักงานของตนมีความเข้าใจต่อภัยคุกคาม แสดงให้เห็นว่าความรู้และทักษะของพนักงานยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับรายผลจัดอันดับไทยเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศ ที่ถูกแฮกเกอร์โจมตีมากที่สุดในปี 2567 ตามรายงานของ Group-IB โดยไทยมีสัดส่วนการถูกโจมตีสูงถึงร้อยละ 4.46 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทำให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และรหัสผ่าน ถูกนำไปใช้สร้างความเสียหายทั้งในระดับบุคคลและองค์กร นอกจากนี้ มีคาดการณ์ว่าร้อยละ 86 ขององค์กรไทยอาจเกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจจากเหตุการณ์ไซเบอร์ภายใน 12-24 เดือนข้างหน้า จึงจำเป็นที่องค์กรต้องเร่งปรับปรุงความพร้อมเพื่อรับมือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในยุคดิจิทัล

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนเข้ามาทำตลาดในไทย

  แอปพลิเคชัน Taobao ได้ประกาศเปิดตัวเวอร์ชันภาษาไทย แพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์จากจีนนี้ มีจุดแข็งด้านความหลากหลายของสินค้า เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2546 และอยู่ในเครือของ Alibaba ซึ่งมีระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย และเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลก ส่งผลให้ Taobao ครองตำแหน่งแพลตฟอร์มค้าเล็กดิจิทัลที่มีมูลค่ารวมยอดสินค้าสูงที่สุดในโลก ผู้เชี่ยวชาญอีคอมเมิร์ซให้ความเห็นว่า การเข้าสู่ตลาดไทยของ Taobao เป็นความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการไทย การที่ Taobao สามารถขนส่งสินค้าจากจีนตรงถึงผู้บริโภคทั่วประเทศในไทย จะยิ่งดึงกำลังซื้อและเม็ดเงินออกนอกประเทศ ขณะ่ที่หน่วยงานของรัฐยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว และยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรงอย่างชัดเจน

กัมพูชาเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพหลอกให้บริจาคช่วยกองทัพ

  สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 3 มิถุนายน 2568 เตือนประชาชนชาวกัมพูชาไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้ความรู้สึกรักชาติและต้องการสนับสนุนทหารในช่วงนี้ ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลอกให้ชาวกัมพูชาสนับสนุนเงินหรือบริจาคเงิน เสื้อผ้า และสิ่งของให้กองทัพ โดยปัจจุบันพบว่ามีมิจฉาชีพสร้างตัวตนปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกให้ชาวกัมพูชาโอนเงินเพื่อบริจาคสิ่งของและอุปกรณ์สนับสนุนให้ทหารบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย ด้านรัฐบาลกัมพูชาเพิ่มความร่วมมือกับบริษัท Meta ให้ควบคุมและจัดการกับมิจฉาชีพในแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สื่อกัมพูชารายงานว่า จุดผ่านแดนระหว่างกัมพูชากับไทยยังเปิดให้บริการทุกจุด แม้ว่าจะมีกระแสข่าวว่าอาจปิดทำการบางแห่ง ด้านชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ติดกับพรมแดนกัมพูชา-ไทยไม่เห็นด้วยกับการปิดทำการด่านข้ามแดนหรือจุดผ่านแดนระหว่างกัน เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ของกัมพูชาประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อ 2 มิถุนายน 2568 ว่าจะเสนอให้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชา ดำเนินการผ่านการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ โดยความคิดเห็นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้ว นอกจากนี้ กัมพูชาเสนอให้ไทยเร่งสิบสวนเหตุความรุนแรงเมื่อ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งกัมพูชาถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง โหดร้ายและละเมิดกฎหมาย เนื่องจากมีทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นายขณะเกิดเหตุปะทะบริเวณพรมแดน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาแนต ของกัมพูชาย้ำว่าต้องการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณพรมแดนกัมพูชา-ไทยตามแนวทางสันติภาพและการเจรจา โดยพร้อมจะส่งคณะผู้แทนหารือในกรอบ Joint…

การเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนล้มเหลว คืบหน้าแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ

    การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่กรุงอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 2 มิถุนายน 2568 ยังไม่บรรลุผล แม้ว่าจะเป็นการเจรจารอบที่ 2 ระหว่างผู้แทนจากทั้ง 2 ฝ่ายและมีผู้แทนต่างประเทศเข้าร่วมด้วย การเจรจาดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ยูเครนและรัสเซียไม่ยอมรับข้อเสนอเพื่อหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข รัสเซียเสนอให้มีการหยุดยิงชั่วคราวในบางพื้นที่เป็นระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน แต่ยูเครนไม่เห็นด้วย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของยูเครน ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจาของฝ่ายยูเครนยืนยันว่ารัสเซียต้องหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 30 วัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่าได้เสนอข้อตกลงหยุดยิงให้รัสเซียพิจารณาล่วงหน้าแล้ว แต่รัสเซียไม่ตอบรับ และไม่ส่งข้อตกลงให้ฝ่ายยูเครนพิจารณา อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 ฝ่าย คือยูเครนและรัสเซียระบุว่าจะยังเข้าร่วมการเจรจาต่อไป และมีข้อตกลงจะแลกเปลี่ยนตัวนักโทษระหว่างกัน รวมทั้งส่งคืนร่างทหารที่เสียชีวิตระหว่างการทำสงครามครั้งนี้ให้กันอย่างน้อย 12,000 ร่าง การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนน่าจะยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างยังปฏิบัติการทางการทหารตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รัสเซียยังมีข้อเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนกับการยุติสงครามที่ซับซ้อนจนอาจเป็นอุปสรรคต่อยูเครน เช่น ให้นานาชาติรับรองสถานะไครเมีย และ 4 แคว้นในภูมิภาคตะวันออกของยูเครนปัจจุบัน ได้แก่ Donetsk, Luhansk, Kherson และ…

ความคืบหน้าการสืบสวบเหตุปาระเบิดขวดใส่ผู้ชุมนุมในสหรัฐฯ

  สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เมื่อ 3 มิถุนายน 2568 รายงานความคืบหน้าการสืบสวนเหตุชายชาวอียิปต์ในสหรัฐฯ ก่อเหตุปาระเบิดขวดและจุดไฟเมื่อ 1 มิถุนายน 2568 ที่เมือง Boulder รัฐโคโลราโด ใส่ผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลจากฉนวนกาซา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 ราย ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 52-88 ปี  โดยระบุว่านาย Mohamed Sabry Soliman ผู้ก่อเหตุเตรียมการมาอย่างน้อย 1 ปี ปัจจุบันต้องโทษอย่างน้อย 16 ข้อหา เช่น อาชญากรรมจากความเกลียดชัง พกพาวัตถุระเบิด และพยายามฆาตกรรม เจ้าหน้าที่ยังพบว่าผู้ก่อเหตุเตรียมระเบิดขวดไว้อีกอย่างน้อย 16 ลูก เพื่อก่อเหตุซ้ำ นาย Mohamed Sabry Soliman ชาวอียิปต์อายุ 45 ปี ผู้ก่อเหตุ มีแรงจูงใจจากสถานการณ์สงครามในฉนวนกาซา เนื่องจากผู้ก่อเหตุตะโกนว่า “free Palestine” ระหว่างก่อเหตุโจมตีด้วยการปาระเบิดขวดและที่จุดเปลวไฟใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งรวมตัวกันชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล นาย…

จุดเปลี่ยนโฉมหน้าของตะวันออกกลาง : ผู้นำสหรัฐฯ กับซีเรียพบกัน

  วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เป็นวันที่เปลี่ยนโฉมหน้าของตะวันออกกลางเกิดขึ้น นั่นคือการพบกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายอะห์มัด อัชชะเราะอ์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรีย ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย เป็นการพบกันครั้งแรกของผู้นำทั้งสองประเทศในรอบ 25 ปี การพบกันของผู้นำสหรัฐฯ และซีเรียยังเป็นการเสียเปรียบด้านยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่สำหรับอิหร่าน ขณะที่คู่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอลและอิหร่าน ยังไม่เห็นสัญญาณในการปรับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซาอุดีอาระเบียภายใต้การนำของเจ้าชาย มุฮัมมัด บิน ซัลมานและบทบาทของตุรกีภายใต้นายเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ในการอำนวยความสะดวกที่ทำให้เกิดการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับซีเรียครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม บทบาทของซาอุดีอาระเบียชี้ให้เห็นถึงความพยายามลดความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะที่ตุรกี แม้จะร่วมประชุมทางโทรศัพท์ก็ตามก็มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเจรจานี้ขึ้น การประสานงานของทั้งสองประเทศชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกันที่จะเห็นซีเรียฟื้นตัวจากสงครามกลางเมืองที่ยาวนานยืดเยื้อ ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดและได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภูมิทัศน์โลกตะวันออกกลางไม่มากก็น้อยจากการพบกันครั้งนี้ คือประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดของสหรัฐฯ ต่อซีเรีย ซึ่งบังคับใช้มานานกว่า 45 ปี แนวทางนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศของซีเรีย โดยเป็นการเปิดประตูรับการลงทุนและการค้าจากต่างประเทศที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูประเทศ ด้านประธานาธิบดีอัชชะเราะอ์สัญญาจะขับไล่กลุ่มติดอาวุธต่างชาติออกจากซีเรีย ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ซีเรียได้เชิญชวนบริษัทสหรัฐฯ ในภาคส่วนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติด้วย นัยสำคัญต่อคู่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง เฉพาะอย่างยิ่งอิสราเอลกับอิหร่านก็เกิดขึ้นเช่นกัน สหรัฐฯ พยายามผลักดันให้ซีเรียสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลด้วยการเข้าร่วมข้อตกลง Abraham Accords แต่ประธานาธิบดีอัชชะเราะอ์ยังไม่มีท่าทีตอบรับที่ชัดเจน ชี้ให้เห็นว่าการปรับความสัมพันธ์เต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลานาน…