ผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีประเด็นกรีนแลนด์ แต่ยังไม่ชัดเจน

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประบเปลี่ยนท่าทีต่อการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เมื่อ 22 มกราคม 2569 โดยประกาศในระหว่างประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ว่าบรรลุข้อตกลงกับเนโตแล้วเกี่ยวกับอนาคตของเกาะกรีนแลนด์ และข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลให้สหรัฐฯ ไม่ใช้มาตรการภาษีกดดันประเทศยุโรป 8 ประเทศ ที่ไม่เห็นด้วยกับการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด แต่ยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้บรรยากาศตึงเครียดประเด็นสหรัฐฯ ต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ชัดเจน เพราะนายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (เนโต) ที่เจรจากับผู้นำสหรัฐฯ ตกเป็นบุคคลที่เผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และประเทศยุโรปส่วนใหญ่ที่ต้องการข้อมูลเรื่องข้อตกลงที่ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างถึง ซึ่งเมื่อ 23 มกราคม 2569 นายมาร์ค รุตเตอร์ ระบุว่าไม่ได้หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องอธิปไตยเหนือเดนมาร์กหรือเกาะกรีนแลนด์เลย อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศเริ่มรายงานว่านายมาร์ค รุตเตอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ จะเป็นเลขาธิการเนโตที่จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาดุลความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับสมาชิกเนโตที่เป็นประเทศในยุโรป ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายมาร์ค รุตเตอร์ คุ้นเคยกับประธานาธิบดีทรัมป์ และได้ฉายาว่าเป็น “Trump…

ฟิลิปปินส์จะผลักดันการจัดทำเอกสารประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์แสดงท่าทีต่อแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ เมื่อ 22 มกราคม 2569 โดยยืนยันว่า ฟิลิปปินส์จะสนับสนุนและผลักดันการจัดทำเอกสารประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-CoC) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันของประเทศที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่พิพาทต่อไป ปัจจุบัน เอกสาร CoC มีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 70 จากการประสานงานของมาเลเซียที่เป็นประธานอาเซียนเมื่อปี 2568 และฟิลิปปินส์ที่กำลังเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 จึงจะขับเคลื่อนเป้าหมายของอาเซียนต่อไป และตั้งกำหนดการจะจัดทำเอกสาร CoC ให้สำเร็จภายในปี 2569 การจัดทำเอกสาร CoC ระหว่างอาเซียนและจีน ค่อนข้างล่าช้า แม้ว่าจะมีการเจรจาผ่านกลไกอาเซียนมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี แต่เพิ่งเริ่มการจัดทำเอกสารร่วมกันอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2560 ความท้าทายสำคัญในการเจรจาเพื่อจัดทำเอกสาร CoC คือ ท่าทีของประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่พิพาท เฉพาะอย่างยิ่งจีน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการใช้คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2559 ที่ทำให้จีนเสียเปรียบในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ ขณะที่ฟิลิปปินส์ยึดมั่นในคำตัดสินดังกล่าว ทำให้บรรยากาศการเจรจาและความสัมพันธ์ตึงเครียด และต่างฝ่ายต่างพยายามเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้เพื่อรักษาบทบาทต่อไป ฟิลิปปินส์ยังคงเน้นย้ำว่า การจัดทำเอกสาร CoC ในทะเลจีนใต้ ต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UN Convention on the…

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลกจะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569

องค์กรสถิติการค้าเซมิคอนดักเตอร์โลก (World Semiconductor Trade Statistics–WSTS) คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในปี  2569 ว่า จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และจะมีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  ตลาดศูนย์ข้อมูล (Data Center)  ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยภูมิภาคอเมริกาและเอเชีย-แปซิฟิก เติบโตแข็งแกร่งที่สุด ขณะที่ไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในกิจกรรมการประกอบ การทดสอบ และการบรรจุภัณฑ์ รวมถึงมีศักยภาพในการพัฒนาเชื่อมโยงเซมิคอนดักเตอร์กับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ แต่มีข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และขาดแคลนแรงงาน อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิป AI เช่น Graphic Processing Unit (GPU) ขยายตัวตามเทคโนโลยี AI ที่เติบโตและก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ Data Center  ทั่วโลกผลักดันให้ความต้องการชิปเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เช่น Data Center ขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้ชิปประมวลผลไม่ต่ำกว่า 100,000 ชิ้น และชิปหน่วยความจำมากกว่า 1 ล้านชิ้น ขณะที่ ความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดโลกที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ความต้องการชิปที่ทำจากซิลิคอนคาร์ไบด์ และแกลเลียมไนไตรด์…

สหรัฐฯ เตรียมใช้กองทัพควบคุมการชุมนุมคัดค้านนโยบายผู้อพยพในรัฐมินเนโซตา

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ 19 มกราคม 2569 สั่งการให้ทหารอเมริกันจำนวน 1,500 คน เตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติการควบคุมผู้ชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตา สหรัฐฯ หลังจากมีรายงานว่าการชุมนุมประท้วงขยายตัวเนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่พอใจนโยบายปราบปรามผู้อพยพในพื้นที่โดยใช้ความรุนแรงและการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หลังจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ยิงสังหารผู้ประท้วง แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้ประท้วงดังกล่าวขับรถพุ่งชนเข้าหน้าที่ การเตรียมกองกำลังทหารดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่าพร้อมจะใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ Insurrection Act เพื่อใช้กำลังจากกองทัพสหรัฐฯ ในการจัดการสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศ หลังจากที่การชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตาเริ่มขยายตัว พร้อมทั้งมีรายงานว่านักการเมืองท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาล รวมทั้งมีการขัดขวางเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE ระหว่างปฏิบัติการปราบปรามและจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมาย ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ จำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่จะใช้อำนาจตามรัฐบัญญัติ Insurrection Act เพื่อใช้กำลังจากกองทัพสหรัฐฯ ในการจัดการสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศแล้วเมื่อปี 2563 เพื่อจัดการการชุมนุมประท้วงเหตุ George Floyd หรือการประท้วงเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อพลเรือน ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำว่าหน่วยงานมีความจำเป็นต้องเตรียมพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด อย่างไรก็ตาม นาย Tim Walz ผู้ว่าการรัฐมินเนโซตา สังกัดพรรคเดโมแครต คัดค้านคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์และเรียกร้องให้ยกเลิกความพยายามจะส่งทหารไปควบคุมพลเรือน เพราะจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายและเสี่ยงเผชิญความรุนแรงมากขึ้น การควบคุมสถานการณ์การชุมนุมในรัฐมินนิโซตา อาจเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ และเปรียบได้เป็น “tinderbox” หรือสถานการณ์ที่พร้อมจะปะทะเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของสหรัฐฯ…

WEF เริ่มการประชุมประจำปี 2569

ผู้นำประเทศและผู้แทนระดับสูงจากองค์กรต่าง ๆ เดินทางไปที่เมืองดาวอส สวิตเซเอร์แลนด์ เพื่อร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2569 ระหว่าง 19-23 มกราคม 2569 โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “A Spirit of Dialogue” มีผู้แทนจากรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ บริษัทภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้แทนจากสถาบันวิชาการไปเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของโลก และร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญต่อไป ทั้งนี้ WEF จัดการประชุมเป็นประจำทุกปี ซึ่งปี 2568 กำหนด 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายสำคัญของโลก (key global challenges) ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการกับความท้าทายที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้น สำหรับ 5 ประเด็นหลักที่เป็นความท้าทายของโลก ได้แก่ 1) แนวทางเพิ่มความร่วมมือในโลกที่แข่งขันกันมากขึ้น 2) วิธีการปลดล็อกปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก 3) แนวทางการลงทุนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 4) แนวทางการส่งเสริมนวัตกรรมไปพร้อม ๆ…

ประเทศยุโรปคัดค้าน และพร้อมขึ้นมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ

ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคยุโรปกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มห่างเหินและขัดแย้งกันจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเป้าหมายต้องการให้สหรัฐฯ เข้าไปครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ท่าทีดังกล่าวทำให้ทั้งเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และประเทศยุโรปไม่เห็นด้วย เพราะเท่ากับละเมิดอธิปไตยและสิทธิของประเทศยุโรป ทำให้หลายประเทศตัดสินใจจะส่งกำลังทหารไปกรีนแลนด์เพื่อปกป้องความมั่นคงของภูมิภาค ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันอีกครั้งเมื่อ 18 มกราคม 2569 ว่า ต้องการครอบครองเกาะกรีนแลนด์เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ รวมทั้งเพื่อไม่ให้จีนและรัสเซียครอบครอง  สหรัฐฯ  พร้อมจะลงโทษประเทศในยุโรปจำนวน 8 ประเทศที่ไม่เห็นด้วย หรือพยายามขัดขวางความต้องการดังกล่าวด้วยมาตรการภาษีตอบโต้ ในอัตราร้อยละ 10 เริ่มตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ประเทศที่อยู่ในบัญชีจะเผชิญมาตรการภาษีเพิ่ม ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ รวมทั้งเดนมาร์ก และจะเพิ่มระยะต่อไป ที่ร้อยละ 25 อย่างไรก็ดี ยุโรปประกาศจะเก็บภาษีตอบโต้สหรัฐฯ เช่นกัน ประเทศยุโรปที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว คือกลุ่มประเทศที่ประกาศว่าจะส่งทหารไปประจำการและสนับสนุนความมั่นคงที่เกาะกรีนแลนด์ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Arctic Endurance” โดยทั้ง 8 ประเทศยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายเพื่อข่มขู่ประเทศใด พร้อมกันนี้ ปรากฏกระแสชาวกรีนแลนด์จำนวนมากรวมตัวกันชุมนุมคัดค้านนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ…

พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเริ่มการประชุมคัดเลือกผู้นำสูงสุด

สื่อต่างประเทศติดตามการประชุมใหญ่ครั้งที่ 14 ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ระหว่าง 19-25 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นการประชุมสำคัญที่จัดขึ้นทุก ๆ 5 ปีเพื่อคัดเลือกผู้นำสูงสุดของพรรคและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยมีรายงานว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ /ผู้นำสูงสุดเวียดนาม และนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวพร้อมสมาชิกพรรคและคณะผู้แทนระดับสูง ที่บริเวณ Pham Hung Street ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม มีผู้แทนสมาชิกพรรคจำนวน 1,586 คน เข้าร่วมการประชุมเพื่อสะท้อนมุมมองของสมาชิกพรรคจำนวนมากกว่า 5.6 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งจะหารือกันภายใต้หลักการความสามัคคี ประชาธิปไตย มีวินัย ก้าวหน้าและพัฒนา (Solidarity, Democracy, Discipline, Breakthrough and Development) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศ การประชุมนี้ มีเอกสารรายงาน 4 ฉบับที่พรรคคอมมิวนิสต์จะต้องพิจารณาระหว่างการประชุม ได้แก่ รายงานการเมือง รายงานการทบทวนนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ รายงานการทบทวนระเบียบของพรรค และรายงานรับรองผลงานของรัฐบาลและคณะกรรมาการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ชุดที่ 13 ที่ผ่านมา ซึ่งในการประชมุครั้งนี้…

เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้เผชิญมาตรการภาษีสหรัฐฯ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics – NBS) เมื่อ 19 มกราคม 2569 เผยแพร่รายงานเศรษฐกิจจีน (GDP) เมื่อปี 2568 เติบโตร้อยละ 5 หรือ 19.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ แม้ว่าจะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ภาคบริการและการผลิต ขณะที่ดัชนีด้านการลงทุนและการบริโภคในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนยังได้รับผลกระทบจากบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ และสงครามการค้าของสหรัฐฯ การเผยแพร่รายงานเศรษฐกิจดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อทิศทางการกำหนดนโยบายของรัฐบาลจีน ในการประชุมสำคัญที่จะมีขึ้นในปี 2569 เพื่อกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปี 2569-2573 โดยดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2568 สะท้อนว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภาคอุตสาหกรรม การบริการ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีคุณภาพ จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของจีนต่อไปในระยะยาว สื่อต่างประเทศสนใจรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของจีน ไม่ใช่เพราะเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลกเท่านั้น แต่เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้ว่าจะเผชิญมาตรการภาษีจากผู้นำสหรัฐฯ  สะท้อนว่าจีนยังคงส่งออกไปต่างประเทศได้มากพอที่จะทำให้ได้เปรียบดุลการค้าเมื่อปี 2568 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนประเมินว่าจีนอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ชัดเจนมากขึ้นในปี 2569 นอกจากนี้…

“ทิศทางเศรษฐกิจเวียดนามปี 2569 : โอกาส ความเสี่ยง และผลสะเทือนต่ออาเซียน”

เวียดนามเพื่อนบ้านในอาเซียนกำลังเป็น “ดาวรุ่ง” ที่พุ่งแรงที่สุดในภูมิภาค และเติบโตในฐานะกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจของอาเซียน ทิศทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปี 2569 อยู่ในระดับที่เรียกว่า “High Growth” คือขยายตัวสูงกว่าทั้งค่าเฉลี่ยของอาเซียนและค่าเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกอย่างเห็นได้ชัด…… ขอย้อนไปเมื่อปี 2568 การเติบโตทางเศรษฐกิจของ GDP ของเวียดนาม สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6.5 ขณะที่ธนาคารโลกระบุว่า อยู่ที่ประมาณร้อยละ 6.6-6.8 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สวยงามมากเลย…. และในปี 2569 รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ถึงร้อยละ 10 ขณะที่สถาบันการเงินอื่น ๆ ประเมินไว้ที่ประมาณร้อยละ 7.2-7.5 แต่ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่างไทย หรือสิงคโปร์ที่อัตราการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 2-3 เท่านั้น โครงสร้าง GDP ของเวียดนามก็ยังมีสัดส่วนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและการผลิต ภาคการส่งออกและภาคบริการที่เริ่มขยายตัวมากขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อเศรษฐกิจเวียดนามมาก ๆ คือ เวียดนามไม่ได้เป็นแค่ประเทศรับจ้างผลิตราคาถูกเหมือนเมื่อก่อน แต่เริ่มขยับไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Semiconductor และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ที่ย้ายฐานมาจากจีนและไต้หวัน ทำให้เวียดนามกลายเป็น…

อินโดนีเซียกับการทูตสามเส้า : สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย

นอกจากมีบทบาทนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นหนึ่งในตัวแสดงสำคัญในโลกมุสลิม อินโดนีเซียยังมีความโดดเด่นในการดำเนินนโยบายต่างประเทศและการสร้างสมดุลความสัมพันธ์กับสามประเทศหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน หรือรัสเซีย…ในยุคอดีตประธานาธิบดีโจโก วิโดโด การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศ G20 เมื่อพฤศจิกายน 2565 เป็นโอกาสสำคัญของอินโดนีเซียในการแสดงศักยภาพการจัดการประชุมระดับโลก โดยเฉพาะการเยือนรัสเซียและยูเครนในระหว่างสงครามเพื่อโน้มน้าวให้ผู้นำทั้งสองประเทศเข้าร่วมการประชุมทำให้ภาพผู้นำอินโดนีเซียในเวทีการเมืองระหว่างประเทศแจ่มชัดยิ่งขึ้น และเสริมภาพการเป็นประเทศระดับกลาง (middle power) ของอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องในการยกระดับบทบาทในภูมิภาคและโลก … มาในยุคประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต อินโดนีเซียยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจในยุคโลกหลายขั้ว (multiple poles of power) บนพื้นฐานการดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่เป็นอิสระควบคู่กับการกระจายความเสี่ยง เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ อินโดนีเซียตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลกภายในปี 2588 ภายใต้วิสัยทัศน์ Golden Indonesia 2045 มุ่งมั่นจะพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาภายใน โดยใช้นโยบายต่างประเทศเป็นเครื่องมือ ดังนั้น ตลอดปี 2568 จึงปรากฏภาพการเยือนต่างประเทศและการพบปะกับผู้นำและผู้แทนของประเทศต่าง ๆ ของประธานาธิบดีซูเบียนโตบ่อยครั้ง โดยมีประเด็นหลักในการพูดคุยคือเรื่องเศรษฐกิจ (transactional diplomacy) ซึ่งการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวของผู้นำอินโดนีเซียจะยังดำเนินต่อไปในปี 2569 เพื่อเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย (Market diversification) และมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstream Industrialisation…