กัมพูชาเจาะความสัมพันธ์ด้านการทหารกับระดับรัฐของสหรัฐฯ

  กัมพูชาเปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทด้านความมั่นคงในกัมพูชามากขึ้นด้วยการใช้ช่องทางระดับรัฐของสหรัฐฯ โดยเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครทูตสหรัฐฯ/พนมเปญโพสต์ภาพที่กัมพูชาให้การต้อนรับพลตรี Timothy Donnellan ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองของรัฐไอดาโฮ (Idaho National Guard -IDNG) ของสหรัฐฯ เมื่อ 15-16 กันยายน 2568 นอกจากนี้ พลตรี Donnellan ยังเยือนโรงเรียนฝึกกองกำลังผสมระหว่างประเทศ (Training School for Multinational Peacekeeping Forces) หรือ PKO School รวมทั้งได้พบกับพลโท Hout Kimsan รองผู้อำนวยการของศูนย์  National Center for Peacekeeping Force Mine and ERW Clearance และผู้อำนวยการ PKO School ของกัมพูชาอีกด้วย ในระหว่างการเยือน พลตรี Donnellan ได้มีการรื้อฟื้นการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการรักษาสันติภาพ ที่ชื่อ The Subject Matter Expert…

สหราชอาณาจักร แคนาดาและออสเตรเลียรับรองรัฐปาเลสไตน์ ผู้นำอิสราเอลคัดค้าน

นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของสหราชอาณาจักรเมื่อ 21 กันยายน 2568 แถลงว่าสหราชอาณาจักรจะรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ เพื่อสนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ตามแนวทาง 2 รัฐ (two-state solution) ซึ่งเป็นแนวทางที่นานาชาติเห็นด้วยว่าจะเป็นการสร้างสันติภาพและการอยู่ร่วมกันระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ได้ รวมทั้งเป็นผลดีต่อความมั่นคงของอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ ตลอดจนบรรยากาศด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ปัจจุบันเผชิญความไม่แน่นอนและความตึงเครียดสูงจากความรุนแรงและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตุลาคม 2566 ท่าทีของสหราชอาณาจักรมีขึ้นพร้อมกับที่ออสเตรเลียและแคนาดา ประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์เช่นกัน โดยทั้ง 3 ประเทศต้องการส่งสัญญาณให้นานาชาติสนับสนุนแนวทางดังกล่าวด้วย เนื่องจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตลอดจนไม่เป็นผลดีต่อความพยายามในการช่วยเหลือตัวประกันที่ยังอยู่ในฉนวนกาซา ก่อนหน้านี้ แคนาดาและออสเตรเลียเคยประกาศว่าจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ในห้วงสัปดาห์นี้ พร้อมกับโน้มน้าวให้ประเทศอื่น ๆ พิจารณารับรองรัฐปาเลสไตน์ เพื่อรักษาสันติภาพร่วมกัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรประกาศไว้ตั้งแต่ 29 กรกฎาคม 2568 ว่า จะรับรองรัฐปาเลสไตน์ เพื่อกดดันให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารและความรุนแรงในฉนวนกาซา หรือลงนามในข้อตกลงหยุดยิง รวมทั้งเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซา แลกกับที่กลุ่มฮะมาสต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมด ตลอดจนปลดอาวุธและไม่มีบทบาทด้านการเมืองในฉนวนกาซา แต่อิสราเอลไม่รับข้อเสนอดังกล่าว ทำให้ผู้นำสหราชอาณาจักรตัดสินใจประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ โดยเลือกประกาศก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวยิว หรือ Rosh Hashanah ระหว่าง 22-24 กันยายน 2568 มีรายงานว่าฝรั่งเศส…

การประท้วงในฟิลิปปินส์ เกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม

  มีรายงานเมื่อ 21 กันยายน 2568 ว่า ชาวฟิลิปปินส์รวมตัวกันประท้วงเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชันและเรียกร้องประชาธิปไตย ที่กรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศ ดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างจริงจัง รวมทั้งวิจารณ์โครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซากที่คาดว่าเป็นโครงการที่ทำให้เกิดการทุจริต เนื่องจากโครงการมากกว่า 9,000 โครงการไม่ประสบความสำเร็จและใช้งบประมาณจำนวนมากกว่า 9,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้ชนะการประมูลโครงการ ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ในหลายพื้นที่ยังคงต้องประสบภัยน้ำท่วมอย่างรุนแรง การชุมนุมครั้งนี้มีการปลุกกระแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์มาก่อนหน้านี้ ประกอบกับมีองค์กรคริสต์ศาสนา องค์กรสนับสนุนแนวคิดเสรียนิยม และกลุ่มนักศึกษาสนับสนุนการชุมนุม ทำให้มีผู้ประท้วงรวมตัวกันมากกว่า 50,000 คน เจ้าหน้าที่และหน่วยความมั่นคงจึงเตรียมความพร้อมรับมือกับผู้ประท้วง เพราะวิตกว่าจะเกิดเหตุรุนแรงเหมือนการประท้วงในประเทศอื่น ๆ เช่น เนปาล รวมทั้งเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายแสวงประโยชน์จากการชุมนุมครั้งนี้ด้วย สาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการปะทะเกิดขึ้นหลังจากผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ เริ่มเผายางรถยนต์ ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินสาธารณะ และขว้างหินใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เริ่มมีการปะทะและควบคุมตัวผู้ชุมนุมประท้วง ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปืนแรงดันน้ำกดดันผู้ชุมนุม เพื่อควบคุมพื้นที่ ทำให้เกิดการปะทะระหว่างกัน ปัจจุบันผู้ชุมนุมบางส่วนถูกควบคุมตัว 72 คน เป็นเยาวชน 20 คน และมีรายงานเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 39 คน ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์…

เงินบาทแข็งค่ากระทบด้านการท่องเที่ยวและส่งออกของไทย

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า สกุลเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปี เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของรัฐบาลใหม่ของไทย เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะชะลอตัว ท่ามกลางความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กำลังซื้อที่อยู่ในระดับต่ำ และปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง  นักเศรษฐศาสตร์และภาคเอกชนประเมินว่า เงินบาทที่แข็งค่าทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก และเกิดขึ้นในห้วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ระหว่างตัดสินใจเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในฤดูไฮซีซัน ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกเดินทางไปเยือนประเทศอื่น อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ ธปท. และต้องการให้ทำงานเพื่อทางออกที่ดีร่วมกัน

ไทยถูกเวียดนามแซงขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจีน

ข้อมูลจากองค์กรวิจัยในจีน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจในไทย รวมถึงแพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยว แสดงให้เห็นว่าเวียดนามได้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางหลักในการท่องเที่ยวของชาวจีนแทนที่ไทย โดยห้วงเดือน ม.ค. – ส.ค. 68 ชาวจีนเดินทางไปเที่ยวเวียดนามมากถึง 3.5 ล้านคน เมื่อเทียบกับไทยในห้วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านคน ทำให้จีนกลายเป็นอันดับ 2 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทย รองจากมาเลเซีย นอกจากนี้ แม้จะใกล้เข้าช่วงวันหยุดยาว (Golden Week) ในวันชาติจีน (ช่วงต้น ต.ค.68) แต่บรรยากาศของนักท่องเที่ยวจีน ไม่คึกคักเท่าที่ควร และจำนวนเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำลดลง ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากชาติเอเชียตะวันออกที่เป็นตลาดหลักของไทย เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ยังหันไปท่องเที่ยวเวียดนามมากขึ้น โดยนอกจากปัญหาความไม่เชื่อมั่นความปลอดภัยในไทยแล้ว ยังเป็นเพราะค่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหยวนของจีนและดองของเวียดนาม รวมถึงชาวจีนที่เดินทางด้วยตนเองชื่นชอบความสดใหม่ของสถานที่และแสวงหาประสบการณ์ใหม่ในการเดินทาง ซึ่งเวียดนามมีทั้งแหล่งท่องเที่ยวดั้งเดิมกับแหล่งท่องเที่ยวพัฒนาใหม่ มีย่านชอปปิ้งหรูหรา และร้านอาหารข้างทางคล้ายไทย แต่ราคาถูกกว่า จึงตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีน

กลุ่มเปราะบางกลายเป็นเป้าหมายในการว่าจ้าง/หลอกลวงให้เปิดบัญชีม้า

พบปัญหาหลอกเปิดบัญชีม้าของกลุ่มหลอกลวงออนไลน์เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย รวมถึงกรุงเทพฯ พื้นที่อาศัยของคนไร้บ้าน เช่น สนามหลวง ย่านพระนคร โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มคนไร้บ้าน รูปแบบการเข้ามาหลอกลวงมีทั้งเข้ามาสอบถามแบบเปิดเผย และเข้ามาหลอกสอบถามข้อมูลส่วนตัวและขอบัตรประชาชน โดยอ้างเพื่อจะนำของมาแจก หรือช่วยทำเรื่องขึ้นทะเบียนบัตรผู้สูงอายุและสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ นอกจากนี้ พบกลุ่มเยาวชนที่ไม่ยอมกลับบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเป้าหมายด้วย แต่การถูกหลอกจะชักชวนให้เปิดบัญชีม้าที่อ้างเพื่อนำไปทำบัญชีค้าขายออนไลน์หรือทำงานพิเศษ และบางรายถูกเพื่อน (ที่ถูกหลอกจากกลุ่มหลอกลวงออนไลน์อีกทอดหนึ่ง) ยืมบัญชีโดยอ้างเพื่อให้พ่อแม่โอนเงินเข้าบัญชีมาคืนเงินที่ยืม ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้ที่ตกเป็นเหยื่อต่างหลงเชื่อหรือเต็มใจเปิดบัญชีม้าให้ เพราะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเพียงบัญชีละ ๑,๐๐๐ บาท และกลุ่มหลอกลวงออนไลน์ที่เข้ามาหลอกเปิดบัญชีม้ามากันเป็นกลุ่ม หรือทำเป็นขบวนการ และพบมี จนท.รัฐ และ จนท.ธนาคารในพื้นที่ เกี่ยวข้องหรือปล่อยให้กลุ่มหลอกลวงออนไลน์เข้ามาเคลื่อนไหวได้อย่างเปิดเผย

รัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ส่งเครื่องบินรุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนีย

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อ 20 กันยายน 2568 ปฏิเสธกรณีเอสโตเนียรายงานว่าพบเครื่องบินรบรุ่น MIG-31 ของรัสเซียจำนวน 3 เครื่อง ปฏิบัติการรุกล้ำน่านฟ้าของเอสโตเนีย บริเวณหมู่เกาะ Vaindloo ในอ่าวฟินแลนด์ เมื่อ 19 กันยายน 2568 เป็นเวลา 12 นาที พร้อมวิจารณ์รัสเซียว่าปฏิบัติการดังกล่าวไม่รับอนุญาตและเสี่ยงอันตรายอย่างมาก แต่รัสเซียยืนยันว่าไม่มีการส่งเครื่องบินรบไปปฏิบัติการรุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนีย อย่างไรก็ดี เอสโตเนียยืนยันว่ามีหลักฐาน พร้อมให้ความเห็นว่ารัสเซียเริ่มปฏิบัติการรุกล้ำน่านฟ้าประเทศอื่น ๆ ในยุโรปอย่างต่อเนื่อง เป็นเทคนิคเพื่อทำให้ประเทศตะวันตกเปลี่ยนความสนใจจากสถานการณ์ในยูเครน ที่รัสเซียเริ่มยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ ท่าทีของรัสเซียต่อเอสโตเนีย มีขึ้นหลังจากเอสโตเนียเตรียมใช้กลไกเนโตตอบโต้ โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเอสโตเนียระบุเมื่อ 20 กันยายน 2568 ว่าในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา รัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดที่เข้ามาทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งติดกับรัสเซีย สร้างความวิตกกังวลอย่างมากเพราะส่งเครื่องบินเข้าไปปฏิบัติการถึง 3 เครื่อง และเป็นเหตุผลให้เอสโตเนียต้องจัดการประชุมหารือประเด็นนี้กับสมาชิกเนโต ตามมาตรา 4 หรือกรณีที่ประเทศสมาชิกรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามจากประเทศอื่น จึงขอให้รัฐบาลประเทศสมาชิกอื่น ๆ ร่วมกันพิจารณาภัยคุกคามนั้นว่ามีจริงหรือไม่ และร่วมกันกำหนดมาตรการตอบโต้ คาดว่าสมาชิกเนโตทั้ง 32…

เหตุโจมตีทางไซเบอร์บริษัท Collins Aerospace กระทบระบบเช็คอินในยุโรป

เมื่อ 20 กันยายน 2568 หลายประเทศในยุโรปได้รับผลกระทบจากการที่ MUSE software  ของบริษัท Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบท่าอากาศยานถูกโจมตีทางไซเบอร์  ทำให้ท่าอากาศยานไม่สามารถบริหารจัดการระบบเช็คอินของผู้โดยสารได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าการโจมตีทางไซเบอร์ต่อบริษัท Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็คอิน เกิดขึ้นตั้งแต่ห้วงกลางคืนของ 19 กันยายน 2568  ทำให้ระบบเช็คอินหยุดชะงัก ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เที่ยวบินส่วนใหญ่ต้องเลื่อนเวลาเดินทาง มีเพียงส่วนน้อยที่ประกาศยกเลิก บริษัท Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบการบินและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ เพื่อสืบสวนการโจมตีทางไซเบอร์ ควบคุมความเสียหาย และเร่งฟื้นฟูระบบ มีการประเมินว่า แม้ว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจะไม่สูงมาก เนื่องจากท่าอากาศยานที่ถูกโจมตีพยายามควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารไม่พอใจ เนื่องจากไม่ได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบิน ซึ่งมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้โดยสาร ผู้บริหารท่าอากาศยานต่าง ๆ ยืนยันว่าระบบของท่าอากาศยานและสายการบินยังปลอดภัย ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้อาจเป็นผลงานของกลุ่มแฮ็กเกอร์ กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ หรือรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากผู้โจมตีมีศักยภาพสูง สามารถโจมตีระบบที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานได้พร้อมกันหลายแห่งในยุโรป ทั้งที่ท่าอากาศยานจะมีระบบป้องกันค่อนข้างรัดกุม เพราะการคมนาคมเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างมาก…

อินโดนีเซียเตรียมอนุมัติงบประมาณประจำปี 2569 : วงเงินสูงกว่าข้อเสนอของประธานาธิบดี

คณะกรรมการกำกับดูแลการคลังของรัฐสภา เมื่อ 18 กันยายน 2568 อนุมัติแผนการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 รวม 3,842.7 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 233,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอแรกของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตเสนอต่อรัฐสภาเมื่อสิงหาคมถึง 56.2 ล้านล้านรูเปียห์ และสูงกว่างบประมาณการรายจ่ายรวมสำหรับปี 2568 ประมาณร้อยละ 9  โดยการคาดการณ์ว่าการขาดดุลการคลังจะอยู่ที่ร้อยละ 2.68 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่กฎหมายอินโดนีเซียกำหนดที่ร้อยละ 3 รัฐบาลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีปราโบโว ประกาศนโยบายสำคัญไว้หลายประการ เช่น โครงการอาหารกลางวันและโภชนาการฟรี ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของประธานาธิบดีปราโบโวที่จะจัดอาหารฟรีให้กับนักเรียน เด็ก และสตรีมีครรภ์ ได้รับงบประมาณจำนวนมากถึง 335 ล้านล้านรูเปียห์ โครงการความมั่นคงด้านอาหาร ที่มีการจัดสรรงบประมาณ 164.4 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร โดยเฉพาะข้าวและข้าวโพดโครงการความมั่นคงด้านพลังงาน งบประมาณ 402.4 ล้านล้านรูเปียห์ จะถูกใช้ในการสนับสนุนด้านพลังงาน รวมถึงการเพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซ และ การจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมได้รับการให้ความสำคัญสูง เพื่อสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและรักษาบูรณภาพแห่งดินแดน การจัดสรรงบประมาณปี 2569 น่าจับตามองภายหลังเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาล เมื่อสิงหาคม…

ซาอุดีอาระเบียกับปากีสถานกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง

ผู้นำซาอุดีอาระเบียและปากีสถาน ได้แก่ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย  และนายกรัฐมนตรี  Shehbaz Sharif ของปากีสถานเมื่อ 17 กันยายน 2568 ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย โดยกระชับความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างยาวนาน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ทั้ง 2 ประเทศเพิ่มความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนร่วมกับป้องปรามภัยคุกคาม และปกป้องผลประโยชน์ของชาติให้มีเสถียรภาพและมั่นคง ทั้ง 2 ประเทศยืนยันว่าข้อตกลงกังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือเป็นความร่วมมือเพื่อต่อต้านประเทศอื่น ๆ แต่เป็นผลจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของ 2 ประเทศ นอกจากนี้ ซาอุดีอาระเบียและปากีสถานยังไม่ระบุชัดเจนว่าข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมการใช้ประโยชน์จากอาวุธนิวเคลียร์ของปากีสถานหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสนใจ เพราะจะเสริมสร้างพลังอำนาจด้านการทหารและความมั่นคงให้ซาอุดีอาระเบียอย่างมาก รวมทั้งอาจเป็นการส่งสัญญาณป้องปรามอิสราเอลที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตปฏิบัติการทางหทารในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากก่อเหตุโจมตีผู้นำกลุ่มฮะมาสในกาตาร์เมื่อ 9 กันยายน 2568 ที่ทำให้ทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศอาหรับและมุสลิม วิตกกังวล นักวิเคราะห์จึงจับตาความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับปากีสถานว่าจะมีผลต่อปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลหรือไม่ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอินเดีย เนื่องจากอินเดียมีความขัดแย้งกับปากีสถาน อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือกับอินเดีย ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอินเดียและปากีสถาน โดยเคยส่งทหารไปฝึกร่วมกับปากีสถานตั้งแต่ปี 2510 นอกจากนี้…