อินเดียโจมตีข้ามพรมแดนปากีสถานและดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ : ปากีสถานพร้อมตอบโต้

  อินเดียปฏิบัติการโจมตีปากีสถาน เมื่อ 7 พฤษภาคม 2568 รวมทั้งดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ด้วยขีปนาวุธข้ามพรมแดน พร้อมเปิดเผยว่าได้โจมตีพื้นที่สำคัญ 9 แห่ง ที่อินเดียเชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธกลุ่ม Jaish-e-Mohammed (JeM หรือ Army of Muhammad)  ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีนักท่องเที่ยวในเมือง Pahalgam ดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์ เมื่อเมษายน 2568 ดังนั้น อินเดียจำเป็นต้องโจมตีเพื่อส่งสัญญาณให้นานาชาติและผู้ก่อการร้ายเห็นว่าไม่ควรมีการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และประชาคมระหว่างประเทศควรสนับสนุนปฏิบัติการ Operation Sindoor ของอินเดียครั้งนี้ด้วย สำหรับการปฏิบัติการทหารครั้งนี้ของรัฐบาลอินเดียได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นด้วยกับการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายและปกป้องความมั่นคงในประเทศ ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาและประณามการโจมตีของอินเดีย พร้อมเปิดเผยว่าอินเดียโจมตีพื้นที่สำคัญ 3 แห่ง ซึ่งรวมทั้งพื้นที่พลเรือนและพรมแดน ปากีสถานพร้อมตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนและประชาชนชาวปากีสถาน รวมทั้งกล่าวโทษว่าการโจมตีของอินเดียเป็นการละเมิดอธิปไตย และเป็นการกระทำที่นำไปสู่สงคราม ปากีสถานรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตอย่างร้อย 8 รายและได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 35 ราย คาดว่าปัจจุบันปากีสถานอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมตอบโต้อินเดีย โดยมีการแจ้งไปยัง UNSC เพื่อย้ำสิทธิการปกป้องตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเบื้องต้น กองทัพปากีสถานได้ยิงเครื่องบินขับไล่ของอินเดียตกอย่างน้อย 5 ลำ เพื่อตอบโต้การรุกราน อินเดียประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ว่าเสี่ยงลุกลามบานปลายเป็นการปะทะทางการทหารระหว่างกัน อินเดียจึงเตรียมความพร้อมด้วยการจัดการฝึกซ้อมให้ปกป้องความมั่นคงพลเรือนทั่วประเทศ ได้แก่ ซ้อมอพยพพลเรือนและเตรียมเส้นทางหนีภัย…

อิสราเอลอนุมัติแผนผนวกฉนวนกาซาและควบคุมการส่งความช่วยเหลือในพื้นที่

  นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลประกาศเมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 ว่า อิสราเอลจะผนวกดินแดนบางส่วนของฉนวนกาซา พร้อมทั้งควบคุมการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ทั้งหมด โดยไม่อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่สามารถเดินทางเข้า-ออกดินแดนส่วนที่อิสราเอลควบคุมได้อย่างเด็ดขาด การเดินหน้าผนวกดินแดนดังกล่าวจะมีขึ้นพร้อมกับการขยายสำหรับอาณาเขตพื้นที่ในฉนวนกาซาที่อิสราเอลจะครอบครองเพื่อบริหารจัดการนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้ในปัจจุบัน และจะมีทหารของอิสราเอลประจำการอยู่เพื่อปกป้องความมั่นคง ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูดังกล่าวมีขึ้น หลังจากอิสราเอลแต่งตั้งนาย Eyal Zamir เป็นผู้บัญชาการทหารคนใหม่ คาดว่ามีส่วนร่วมในการแนะนำให้อิสราเอลใช้มาตรการทางทหารที่แข็งกร้าวมากขึ้น และนโยบายผนวกพื้นที่ในฉนวนกาซา แม้ว่านานาชาติจะคัดค้านแนวนโยบายดังกล่าวเนื่องจากเสี่ยงทำให้ความขัดแย้งขยายตัว และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ขัดแย้ง ปฏิบัติการขยายพื้นที่ควบคุมและผนวกฉนวนกาซาของอิสราเอลจะเริ่มขึ้นในห้วงกลางพฤษภาคม 2568 ซึ่งจะแตกต่างจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาที่ผ่านมา เพราะในแต่ละครั้งอิสราเอลจะประจำการทหารไว้ในพื้นที่ เพื่อไม่ปล่อยให้กลุ่มฮะมาสสามารถยึดคืนพื้นที่ได้อีก นักวิชาการอิสราเอลเชื่อว่า แผนการนี้อาจทำให้อิสราเอลประสบความสำเร็จในการกวาดล้างกลุ่มฮะมาสตามเป้าหมาย สื่อมวลชนต่างประเทศประเมินว่าการประกาศแผนผนวกฉนวนกาซาของอิสราเอลอาจเป็นวิธีการเพิ่มแรงกดดันให้กลุ่มฮะมาสยอมปล่อยตัวประกันทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาลอิสราเอล อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ได้ขู่เท่านั้น เพราะมีการเรียกระดมกำลังสำรองเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในฉนวนกาซา นอกจากนี้ มีรายงานอิสราเอลเตรียมเคลื่อนย้ายชาวปาเลสไตน์ 2 ล้านคน ให้อพยพออกจากพื้นที่ทหาร ขณะที่กลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเตือนว่าปัจจุบันความช่วยเหลือไม่เพียงพอต่อความต้องการ และหากมีการย้ายถิ่นฐานอีกจะซ้ำเติมวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา องค์กรให้ความช่วยเหลือด้านมนุยธรรมจำนวนมากคัดค้านแผนการของอิสราเอลและประกาศเมื่อ 6 พฤษภาคม 2568 ว่าจะไม่ให้ความร่วมมือกับแผนการควบคุมและจัดการความช่วยเหลือของอิสราเอล เพราะเสี่ยงเป็นโอกาสให้อิสราเอลใช้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเครื่องมือต่อรองและเอื้อประโยชน์ต่อปฏิบัติการด้านการทหาร ตลอดจนไม่เชื่อมั่นในระบบการกระจายความช่วยเหลือของอิสราเอลที่อาจไม่ทั่วถึง ท่าทีของอิสราเอลยังคงแข็งกร้าวอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันกำลังปฏิบัติการทางทหารในหลายพื้นที่พร้อมกัน ได้แก่ ฉนวนกาซา เขตเวสต์แบงก์ ซีเรีย เยเมน และเลบานอน…

รัสเซียปิดทำการท่าอากาศยานในกรุงมอสโกหลังเหตุการณ์โจมตีด้วยโดรน

รัสเซียเมื่อ 5 พฤษถาคม 2568 รายงานว่า ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ปฏิบัติการโจมตีกรุงมอสโกในช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 4-5 พฤษภาคม 2568 รวมจำนวนการโจมตีครั้งแรกอย่างน้อย 26 ครั้ง และครั้งที่ 2 จำนวนอย่างน้อย 19 ครั้ง  การโจมตีดังกล่าวยังไม่รุนแรงหรือทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย ส่งผลให้รัสเซียต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยปิดทำการท่าอากาศยานในกรุงมอสโกทั้งหมด 4 แห่ง เป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ มีรายงานพบโดรนของยูเครนโจมตีรัสเซียในหลายเมือง เช่น เมือง Penza และ Voronezh มีรายงานจากสื่อมวลชนตะวันตกว่า รัสเซียยกเลิกการเดินขบวนพาเหรดฉลอง Victory Day ในเมือง Sevastopol  ของแคว้นไครเมีย เมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 เนื่องจากวิตกกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีรายงานว่ายูเครนยิงเครื่องบินรบของรัสเซียตกในบริเวณทะเลดำ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้หน่วยความมั่นคงรัสเซียซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมจัดงานฉลองเนื่องใน 9 พฤษภาคม 2568 ที่ตรงกับวันมหาสงครามของผู้รักชาติ หรือ Victory Day…

3 ประเด็นท้าทายของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หลังชนะการเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรี Anthony Albanese อายุ 62 ปี/2568 ชนะการเลือกตั้งทั่วไปของออสเตรเลียเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568 จึงจะได้ดำรงตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงานและผู้นำรัฐบาลต่อไปเป็นสมัยที่ 2 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี สำหรับชัยชนะจากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นชัยชนะแบบขาดลอย (landslide) เหนือคู่แข่งทางการเมือง หรือนาย Peter Dutton จากพรรคอนุรักษ์นิยม โดยจากการนับคะแนน พรรคแรงงานได้คะแนนในสภาผู้แทนราษฎร 85 ที่นั่งจากทั้งหมด 150 ที่นั่ง ซึ่งทำให้เป็นเสียงส่วนมาก เพียงพอต่อการทำให้พรรคแรงงานได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล และเป็นคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่พรรคแรงงานมีที่นั่งในสภา 77 ที่นั่ง สะท้อนว่าพรรคแรงงานได้รับความนิยมมากขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2565 ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้กลุ่มที่สนับสนุนพรรคอนุรักษ์นิยมอย่างมาก นาย Dutton ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมให้ความเห็นว่า “Trump effect” หรือการที่ชาวออสเตรเลียเชื่อว่าตัวเขามีภาพลักษณ์และทัศนคติแบบเดียวกันกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีส่วนทำให้ชาวออสเตรเลียไม่มั่นใจแนวทางการบริหารประเทศของผู้นำที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมและต่อต้านจีน เพราะอาจเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ นาย Dutton ยังเสียเปรียบพรรคแรงงานเพราะนโยบายในช่วงการหาเสียงไม่ชัดเจนและทำให้ชาวออสเตรเลียสับสน จนไม่เชื่อมั่นว่านาย Dutton จะสามารถเจรจาต่อรองภาษีกับผู้นำสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม…

ปากีสถานทดสอบขีปนาวุธ กังวลความตึงเครียดกับอินเดียเพิ่มขึ้น

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 ว่า ปากีสถานประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธรุ่น Abdali มีระยะยิงได้ไกล 450 กิโลเมตร โดยการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมด้านการทหาร เพื่อให้กองทัพปากีสถานมีความพร้อมปกป้องความมั่นคง ด้านประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีปากีสถานแสดงความยินดีกับความสำเร็จดังกล่าว อย่างไรก็ดี นานาชาติห่วงกังวลว่าการทดสอบขีปนาวุธของปากีสถานอาจทำให้บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับอินเดียตึงเครียดมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในเมือง Pahalgam แคว้นแคชเมียร์ และกรณีที่ปากีสถานเชื่อว่าอินเดียเตรียมพร้อมปฏิบัติการทางทหารโจมตีปากีสถาน โดยอ้างความชอบธรรมจากเหตุการณ์โจมตีนักท่องเที่ยว แม้ว่าปากีสถานจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออินเดีย แต่มีรายงานเมื่อ 5 พฤษภาคม 2568 ว่า ปากีสถานกังวลกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นและมาตรการของอินเดียที่ใช้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและทรัพยากรแก่ชาวปากีสถาน ดังนั้น รัฐบาลปากีสถานพยายามหาประเทศตัวกลางช่วยลดระดับความตึงเครียด โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศปากีสถานหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568 ให้ช่วยลดระดับความขัดแย้งกับอินเดีย ด้านรัสเซียตอบรับและแสดงความพร้อมที่จะเป็นตัวกลางจัดการความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับอินเดีย สาเหตุที่รัสเซียมีแนวโน้มช่วยเหลือในการเจรจาครั้งนี้ได้ เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีและใกล้ชิดกับทั้งอินเดียปละปากีสถาน นักวิเคราะห์ประเมินว่าปากีสถานและอินเดียจะไม่ทำสงครามเต็มรูปแบบระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุทางการทหารจากการที่ต่างฝ่ายต่างเพิ่มการยั่วยุ เช่น มีรายงานการยิงตอบโต้กันระหว่างทหารของทั้ง 2 ฝ่ายบริเวณเส้นควบคุม หรือ Line of Control (LoC) ในแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ จึงอาจทำให้เกิดเหตุปะทะที่ลุกลามบานปลายเป็นความขัดแย้งทางการทหารได้ สำหรับผลการสืบสวนเหตุการณ์กราดยิงนักท่องเที่ยวในแคว้นแคชเมียร์ รัฐบาลอินเดียยังคงเชื่อมั่นว่าปากีสถานอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ความตึงเครียดระหว่างทั้ง 2…

ราคายางพาราของไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษียานยนต์ของสหรัฐฯ

  สนข.Nikkei Asia ของญี่ปุ่นรายงานว่า ราคายางพาราของไทยในห้วงปัจจุบันอยู่ที่ 55-58 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงร้อยละ 10-20 เมื่อเปรียบเทียบกับห้วง มี.ค. 67 ที่มีราคา 68 บาทต่อกิโลกรัม สาเหตุุที่ราคาลดลง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของไทยและผลกระทบจากมาตรการภาษีต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะการขึ้นภาษียานยนต์นำเข้าร้อยละ 25 ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ลดลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคายางพารา นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบัน Marubeni ของญี่ปุ่น ประเมินว่า ราคายางพาราในตลาดโลกขึ้นอยู่กับผลกระทบจากการบังคับใช้มาตรการภาษี ซึ่งสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนออกไป 90 วัน รวมถึงผลการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ด้วย

จังหวัดมุกดาหารพบผู้เสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์ 377 ราย

สถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ล่าสุดพบผู้ป่วยเพิ่มอีก 3 ราย และมีผู้ที่เสี่ยงติดเชื้ออีกจำนวน 377 ราย ประกอบด้วยผู้ชำแหละเนื้อวัว 28 ราย  ผู้รับประทานเนื้อที่ติดเชื้อ 232 ราย และผู้สัมผัสโดยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับผู้ชำแหละอีก 117 ราย   ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรอง และได้รับยาป้องกันแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่พบการระบาดในหมู่บ้านอื่นในพื้นที่ ด้านมาตรการยังคงเฝ้าระวังเข้มงวด โดยเฉพาะการแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ให้นำเนื้อวัวที่มีความเสี่ยงมาปรุงอาหาร  และไม่ให้รับประทานเนื้อดิบ

สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่ภาค ตอ.น.

กรณีพบบุคคลเสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์มีจำนวนเพิ่มกว่า 650 คน ใน จ.มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และอำนาจเจริญ รวมทั้งกรณีพบวัวตาย 3 ตัว ในพื้นที่ติดชายแดนฝั่งลาว ต.นาดี อ.ด่านซ้าย จ.เลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดดังกล่าว และจังหวัดอื่นมีพื้นที่ติดกับลาว เช่น เลย นครพนม ได้ดำเนินการควบคุมเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี สื่อมวลชนรายงานว่าประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความเข้าใจกับโรคแอนแทรกซ์ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรค ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ได้ตระหนักในการเฝ้าระวังโรค ยังคงรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ด้านประชาชนในโซเชียลมีเดียที่สนใจในประเด็นดังกล่าว ส่วนใหญ่กังวลถึงสถานการณ์ของโรคที่มีการระบาดหนัก หลังพบผู้เสี่ยงติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์และเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคที่รวดเร็วและตรงไปตรงมา เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมพร้อมในการเฝ้าระวังป้องกันได้ทัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ยังระบาดที่ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้น ไม่สอดคล้องกับการชี้แจงของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้มีแนวโน้มที่จะถูกกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐบาลขยายผล

หลายฝ่ายยังกังวลต่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ จชต. เพิ่มมากขึ้น

จากกรณีเกิดเหตุยิงสามเณรและประชาชนในพื้นที่ จชต. ทำให้คนในพื้นที่กังวลเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ผลการสำรวจของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) สำรวจความเห็นคนในพื้นที่ จชต.เรื่องความปลอดภัยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 33.45 เห็นว่า ไม่มีความปลอดภัยเหมือนเดิม และร้อยละ 42.36 เห็นว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจริง ซึ่งในประเด็นนี้ พบกลุ่มการเมือง และภาคประชาสังคม อาทิ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรค ปร. นายอามูนา ปินจอร์ สส.พรรค ปชบ. นายฮากิม พงตีกอ แกนนำ The Patani นำไปขยายผลวิจารณ์รัฐบาลว่า ไม่ผลักดันกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างจริงจัง และไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลขอเปลี่ยนผู้แทนพูดคุยจากฝ่ายการเมืองของ BRN มาเป็นผู้นำองค์กรโดยตรง เพราะอาจทำให้กระบวนการล่าช้าไปอีก ด้านสื่อท้องถิ่นและกลุ่มแนวร่วม จาก Wartani เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ JASAD ยังคงเผยแพร่ข่าวสารโจมตีกิจการทำงานของ จนท.รัฐ ภายใต้กฎหมายพิเศษ โดยปิดล้อมพื้นที่เพื่อตรวจค้นควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และตั้งด่านตรวจค้นหรือเก็บ DNA ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและกดขี่คนในพื้นที่

การเลือกตั้งออสเตรเลีย ประชาชนสนใจนโยบายเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

ชาวออสเตรเลียที่มีสิทธิเลือกตั้งทยอยออกไปลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568 เพื่อเลือกพรรคการเมืองที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพสูงได้ สำหรับพรรคการเมืองที่มีบทบาทนำในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แก่ พรรคแรงงานของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี Anthony Albanese คนปัจจุบัน และพรรคอนุรักษ์นิยม Liberal National Party of Queensland ซึ่งนำโดย Peter Dutton ผู้นำฝ่ายค้าน ก่อนการเลือกตั้ง ผลสำรวจความเห็นของประชาชนชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่นิยมพรรคแรงงาน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองประเมินผลการเลือกตั้งได้ยาก เนื่องจากมีพรรคการเมืองขนาดเล็กได้รับความนิยมมากขึ้น จนทำให้ไม่สามรรถคาดการณ์ได้ว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่จะได้รับชัยชนะแบบขาดลอย หรือได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรถึง 150 ที่นั่ง ชาวออสเตรเลียที่มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนทั้งหมด 18 ล้านคน ส่วนใหญ่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ขณะเดียวกัน สังคมออสเตรเลียส่งเสริมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางออกไปใช้สิทธิ สำหรับประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งปีนี้ ชาวออสเตรเลียให้ความสนใจนโยบายเศรษฐกิจ ครอบคลุมเรื่องภาษีและการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ และค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการ ตลอดจนนโยบายด้านพลังงานด้วย นักวิเคราะห์ต่างประเทศประเมินว่าชาวออสเตรเลียน่าจะสนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับสหรัฐฯ ด้วย เหมือนกับการเลือกตั้งในแคนาดา เพราะออสเตรเลียเผชิญมาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ เช่นกัน แม้ว่าจะเป็นประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าการเลือกตั้งออสเตรเลียให้ความสำคัญกับประเด็นในประเทศมากกว่า สิ่งที่น่าสนใจในการเลือกตั้งออสเตรเลียครั้งนี้ นอกจากผลการเลือกตั้ง คือ เป็นครั้งแรกที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน จึงน่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนที่พรรคการเมือขนาดใหญ่จะได้รับ…