กลุ่มฮะมาสพร้อมปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลทั้งหมดในข้อตกลงระยะที่ 2

กลุ่มฮะมาสประกาศเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่าพร้อมจะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่เหลือทั้งหมดจำนวน 6 คน เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ใน 22 ก.พ.68 หากข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 บรรลุผล ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะครอบคลุมเงื่อนไขการหยุดยิงถาวร และให้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมดด้วย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 ใกล้จะสิ้นสุดลง และยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงระยะต่อไป ทำให้นานาชาติกังวลว่าจะเกิดการปะทะและการตอบโต้ทางทหารอีก

ผู้นำสหรัฐฯ อาจพบกับผู้นำรัสเซียใน ก.พ.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่า อาจได้พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียภายใน ก.พ.68 เพื่อหาแนวทางสร้างสันติภาพในยูเครน พร้อมกันนี้ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหาประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นความขัดแย้งกับรัสเซีย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในโอกาสที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ นำโดยนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ พบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายรัสเซียครั้งแรก ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าตนเองมีอำนาจมาพอที่จะยุติสงครามนี้ได้ ตลอดจนย้ำด้วยว่ายูเครนปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการหารือเพื่อเจรจายุติสงครามของรัสเซียในยูเครน และเป็นฝ่ายไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจา แม้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อกว่า 3 ปี พร้อมกับตั้งข้อสังเกตในเชิงลบต่อผู้นำยูเครนด้วยว่าตั้งใจทำให้สงครามยืดเยื้อ เพื่อรักษาอำนาจทางการเมือง เพราะยูเครนจะยังไม่มีการเลือกตั้งใหม่ หากยังเผชิญภาวะสงคราม ด้านผู้นำยูเครนยืนยันว่าไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมการเจรจาดังกล่าว และจะไม่ยอมรับผลการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย  

อิสราเอลยืนยันจะคงทหารไว้ในเลบานอน เตรียมสนับสนุนการอพยพชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซา

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีอิสราเอลเกี่ยวข้องยังมีแนวโน้มตึงเครียด แม้ว่าปัจจุบันอิสราเอลจะทำข้อตกลงหยุดยิงกับกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่แล้ว ทั้งกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน แต่ล่าสุดเมื่อ 17 ก.พ.68 อิสราเอลประกาศว่าจะยังคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน 5 จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อรักษาความมั่นคงต่อไป ท่าทีดังกล่าวเสี่ยงทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์กับอิสราเอลล้มเหลว เนื่องจากอิสราเอลต้องถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ใน 18 ก.พ.68 รัฐบาลเลบานอนกังวลกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก และเรียกร้องให้นานาชาติกดดันอิสราเอลให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และถอนทหารตามเงื่อนไข ก่อนหน้านี้ อิสราเอลไม่ถอนทหารตามกำหนดการเมื่อ ม.ค.68 มาแล้ว

DOGE พยายามเข้าถึงข้อมูลภาษีชาวอเมริกัน

สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 18 ก.พ.68 ว่า หน่วยงานปฏิรูประบบราชการของสหรัฐฯ ( Department of Government Efficiency-DOGE) พยายามเข้าถึงข้อมูลภาษีของชาวอเมริกัน ผ่านระบบของกรมสรรพากร (IRS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ  การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ DOGE ทราบข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเงินและธนาคารของชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เป้นห้วงเวลาการเก็บ-จ่ายภาษี ระหว่าง 27 ม.ค.68-15 เม.ย.68 ทั้งนี้ จนท.IRS ที่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวกังวลว่า หาก DOGE ได้ข้อมูลดังกล่าวไปจะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของชาวอเมริกัน ตลอดจนเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลสำคัญด้วย พร้อมกันนี้ สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเดโมแครตกำลังติดตามและตรวจสอบความเคลื่อนไหวของ DOGE อย่างใกล้ชิด และเตรียมศึกษากฎหมายที่อาจกล่าวโทษ DOGE ได้ว่าดำเนินการผิดกฎหมาย รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ที่บทบาทของ DOGE จะทำให้กระบวนการคืนภาษีให้ประชาชนล่าช้า

ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วงนโยบายผู้นำสหรัฐฯ

สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า ชาวอเมริกันรวมตัวกันมากกว่า 1,000 คนเพื่อชุมนุมประท้วงนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะรัฐมนตรี รวมถึงบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะนาย Elon Musk ผู้บริหารหน่วยงานปฏิรูประบบราชการสหรัฐฯ หรือ DOGE โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์คัดค้านนโยบายต่อต้านผู้อพยพของรัฐบาล รวมทั้งไม่ยอมรับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้นำ ทั้งนี้ การชุมนุมดังกล่าวมีองค์กร 50501 Movement และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง มีการชุมนุมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีตัวแทนจากองค์กรปกป้องสิทธิผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เข้าร่วม การชุมนุมดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น รัฐฟลอริดา รัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐแอริโซนา   

ผู้นำสหรัฐฯ เร่งทำตามสัญญาช่วงหาเสียง แต่อาจเผชิญความท้าทายในอนาคต

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังเร่งรัดดำเนินนโยบายทั้งภายในประเทศและในต่างประเทศตามแนวทางที่เคยหาเสียงไว้ โดยหลังจากสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อ 20 ม.ค.68 ประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มต้นการปฏิรูประบบราชการ สั่งการเข้มงวดการตรวจสอบผู้อพยพผิดกฎหมาย ออกคำสั่งผู้บริหารหลายฉบับเพื่อยกเลิกสิทธิของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อทวงคืนสถานะมหาอำนาจอันดับ 1 ของสหรัฐฯ ที่มีอำนาจต่อรองและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขัดแย้งต่าง ๆ ตลอดจนการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ที่สำคัญ คือ นโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ การสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิราเอล-กลุ่มฮะมาส และการส่งสัญญาณให้พันธมิตรในยุโรปทุ่มเทเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของภูมิภาคมากขึ้น รวมทั้งมีแผนจะเจรจากับรัสเซียเรื่องสถานการณ์ในยูเครน แต่สหรัฐฯ อาจดำเนินการโดยไม่ให้ประเทศยุโรปเข้าร่วมด้วย

การเจาจาหยุดยิงระยะที่ 2 อาจเริ่มในสัปดาห์นี้ขณะที่ชาวปาเลสไตน์กังวลแผนอพยพ

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสอาจเริ่มการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่าย ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 และมีความคืบหน้าแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษระหว่างกัน นาย Steve Witkoff ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการตะวันออกกลางเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า การเจรจาจะมีขึ้นทันทีที่อิสราเอลส่งผู้แทนการเจรจาไปเยือนกรุงไคโร อิยิปต์ อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าอิสราเอลคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ และทำลายอาคารในฉนวนกาซา ตลอดจนสั่งให้ชาวปาเลสไตน์ในค่ายผู้ลี้ภัยอพยพ ทำให้ชาวปาเสสไตน์ยังได้รับความเดือดร้อนและไม่มีพื้นที่ปลอดภัย ปัจจุบันมีการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาจากสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 15 เดือน จำนวน 48,271 คน และคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มมากกว่า 60,000 คน เนื่องจากบางส่วนไม่สามารถเก็บกู้ได้ เพราะพื้นที่ได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล

ไทยอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการของสหรัฐฯ ที่แข็งกร้าวต่อจีนมากขึ้น

  นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความสาระสำคัญว่า การกลับมาดำรงตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ตึงเครียดมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจและการค้าที่มุ่งแข่งขันกับจีนและให้ความสำคัญผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้ไทยเผชิญกับมาตรการทางเศรษฐกิจที่เข้มงวด หรือกดดันให้ไทยลดการพึ่งพาจีนทั้งในด้านเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศมากขึ้น ไทยต้องรักษายุทธศาสตร์การถ่วงดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจทั้งสอง อย่างไรก็ดี หากสหรัฐฯ ใช้นโยบายที่แข็งกร้าวกับไทยเกินไปอาจผลักดันให้ไทยใกล้ชิดจีนมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการรักษาอิทธิพลในเอเชีย ตอ.ต.

เมียวดีขาดแคลนน้ำมันหลังจากไทยหยุดการขนส่ง

  สนข.RFA ของสหรัฐฯ รายงานกรณีรัฐบาลเมียนมาสกัดกั้นรถบรรทุก 50 คัน ในพื้นที่ระหว่างเมืองกอกะเร็กกับเมียวดี ซึ่งขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากท่าเรือทางตอนกลางของเมียนมาไปยังเมืองเมียวดี ส่งผลให้เมืองเมียวดียิ่งขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในเมียวดีเพิ่มสูงขึ้นถึงลิตรละ 150 บาท และในเชเวโก๊กโก่ลิตรละ 300 บาท ทั้งนี้ จุดเริ่มของสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มจากไทยได้ใช้มาตรการหยุดส่งไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และน้ำมันเชื้อเพลิงในเมียนมา หลังจากปัญหาแก๊งหลอกลวงได้สร้างความกังวลเพิ่มขึ้นจากกรณีหลอกลวงนักแสดงชาวจีน ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหวาดกลัวและยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย จึงเป็นแรงกระตุ้นให้ไทยต้องดำเนินมาตรการดังกล่าว

การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยได้รับความนิยม แต่ยังต้องเร่งพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

  เว็บไซต์ Fulcrum ของสถาบัน ISEAS สิงคโปร์ เผยแพร่บทความระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยเป็นที่นิยมในระดับโลก แต่ก็สร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อระบบสวัสดิการและสุขภาพของไทย อาทิ อาจทำให้มาตรฐานการบริการให้กับคนไทยต่ำลง ราคายาแพงขึ้น แพทย์นิยมย้ายไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชน เพราะได้รับค่าตอบแทนสูง อย่างไรก็ดี อาจเป็นความกังวลที่มากเกินไป เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าวของไทยมีสัดส่วนน้อย และโรคที่นักท่องเที่ยวเข้ามารักษาแตกต่างจากโรคที่คนไทยเป็น นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในห้วงที่หลายประเทศพยายามยกระดับมาตรฐานด้านการแพทย์เช่นกัน อาทิ การนำเข้าพยาบาลจากต่างประเทศ วางแนวทางป้องกันแพทย์หันไปเรียนสาขาเฉพาะทางที่ได้รับความนิยมหรือได้รับค่าตอบแทนสูงจนทำให้ขาดแพทย์ที่รักษาโรคทั่วไป รวมถึงมีการจัดเก็บข้อมูลที่ดีขึ้น