สหรัฐฯ พ้นจากภาวะ Government Shutdown

รัฐบาลสหรัฐฯ พ้นจากสภาวะหยุดชะงักหรือ Government Shutdown ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568 หลังจากที่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเจรจาและประนีประนอมกันด้านผลประโยชน์ และเสนอร่างงบประมาณรัฐบาลกลางให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนาม ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่างบประมาณดังกล่าวจะทำให้การบริหารของหน่วยงานภาครัฐกลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งสามารถดำเนินนโยบายตามแผนการได้ พร้อมทั้งโจมตีสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเดโมแครตว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการอนุมัติงบประมาณ และการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อให้บริการชาวอเมริกัน สำหรับภาวะ Government Shutdown ครั้งนี้เริ่มมาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐบางส่วนต้องระงับการให้บริการ และเจ้าหน้าที่บางส่วนต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง รวมทั้งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะตัดลดงบประมาณสนับสนุนสวัสดิการให้ชาวอเมริกันที่มีรายได้ต่ำด้วย การลงนามในงบประมาณรัฐบาลกลางครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติ 222 เสียงสนับสนุนร่างงบประมาณ โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต 6 เสียง เพียงพอต่อการเสนอให้ผู้นำรัฐบาลลงนาม และเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ มีมติ 60 ต่อ 40 เห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่าย ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐยังคงได้รับเงินเดือนต่อไป มีรายงานว่าอุปสรรคสำคัญในการต่อรองและเจรจางบประมาณฉบับนี้ คือ การอนุมัติงบประมาณอุดหนุนสวัสดิการสังคม ภายใต้รัฐบัญญัติ Affordable Care…

สหราชอาณาจักรระงับความร่วมมือข่าวกรองบางส่วนกับสหรัฐฯ เหตุโจมตีเรือในทะเลแคริเบียน

กรณีสหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารโจมตีเรือที่เชื่อว่าลักลอบขนส่งยาเสพติดในทะเลแคริเบียน ทำให้สหราชอาณาจักรไม่พอใจและวิตกว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของปฏิบัติการข่าวกรองในพื้นที่ภูมิภาคเอมริกาใต้ จึงตัดสินใจระงับความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองในประเด็นดังกล่าวกับสหรัฐฯ ชั่วคราว โดยเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568 สื่อมวลชนสหรัฐฯ รายงานว่า สหราชอาณาจักรได้ระงับความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองประเด็นยาเสพติดในภูมิภาคอเมริกาใต้กับสหรัฐฯ ในกรอบ Joint Interagency Task Force South เป็นการชั่วคราว เพราะการโจมตีของสหรัฐฯ อาจทำให้แหล่งข่าวหรือสายลับของสหราอาณาจักรที่ปฏิบัติการลับอยู่ในภูมิภาคอเมริกาใต้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเสี่ยงอันตราย เนื่องจากสหรัฐฯ โจมตีโดยอาจเลือกเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับสายลับของสหราชอาณาจักร จึงอาจเสี่ยงเปิดเผยตัวตนและปฏิบัติการลับในพื้นที่ สหราชอาณาจักรยุติความร่วมมือเพื่อรักษาความปลอดภัยในการทำงานด้านข่าวกรอง ซึ่งถือว่าเป็นงานสำคัญด้านความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังไม่เห็นด้วยกับการใช้ปฏิบัติการทางหารโจมตีเรือขนส่งยาเสพติดโดยตรง เพราะสหรัฐฯ โจมตีถึง 19 ครั้ง และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ตั้งแต่กันยายน 2568 อย่างน้อย 76 ราย เสี่ยงละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ แตกต่างจากปฏิบัติการร่วมที่ผ่านมา สหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรจะร่วมมือกับสืบสวนและสกัดกั้นเรือขนส่งยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ในการหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันเกี่ยวกับความร่วมมือด้านข่าวกรอง โดยอ้างว่ารัฐบาลจะไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวกรองกับสื่อมวลชน ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองกันอย่างใกล้ชิด กรณีดังกล่าวสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์…

อินเดียเร่งสืบสวนเหตุระเบิดในกรุงนิวเดลี

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยความมั่นคงอินเดียเร่งสอบสวนเหตุรถยนต์ระเบิดในกรุงนิวเดลี ในช่วงเวลาค่ำ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 คน เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Red Fort ซึ่งมีการจราจรหนาแน่น และอยู่ใกล้อาคารสถานที่สำคัญของชาติ โดยมีรายงานว่าระเบิดติดตั้งอยู่กับรถยนต์ Hyundai รุ่น i20 ซึ่งกำลังสัญจรในพื้นที่และอยู่ระหว่างชะลอการสัญจร ผลจากการระเบิดรถยนต์ดังกล่าวทำให้รถยนต์บริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย ปัจจุบัน หน่วยความมั่นคงอินเดียวิตกว่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ล่าสุดเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2568 อินเดียประกาศใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายเพื่อสอบสวนเหตุการณ์นี้ รวมทั้งใช้กฎหมาย Unlawful Activities (Prevention) Act (UAPA) และ Explosives Act เพื่อเพิ่มอำนาจการสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐด้วย อินเดียยังไม่ยืนยันว่าเหตุรถยนต์ระเบิดเป็นการก่อการร้าย แต่เพิ่มความระมัดระวังและเข้มงวดในการตรวจสอบ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยพื้นที่สาธารณะในเมืองขนาดใหญ่ทั่วประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ให้บริการด้านการคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการเลือกตั้งในรัฐ Bihar ทางตะวันออกของอินเดีย เนื่องจากจะมีประชาชนไปรวมตัวกันจำนวนมาก ทั้งนี้ อินเดียวิตกว่าจะเผชิญเหตุก่อการร้าย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการจับกุมชาวแคชเมียร์ 1 รายในรัฐ Haryana ทางตอนเหนือของอินเดีย ติดกับกรุงนิวเดลี ข้อหาพยายามก่อเหตุก่อการร้าย เนื่องจากบุคคลดังกล่าวครอบครองวัตถุระเบิด…

จีนหวังใช้ความร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจขยายบทบาทด้านความมั่นคงในหมู่เกาะแปซิฟิก

ไม่ว่าจะเป็นที่หวาดระแวงของประเทศต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน จีนยังคงมุ่งมั่นกับการสานต่อปฏิสัมพันธ์กับนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเทศเล็กหรือใหญ่ด้วยหลากหลายวิธีการและช่องทาง  พื้นที่ที่จีนให้ความสำคัญและน่าจับตามองการรุกคืบของจีนไม่น้อยคือ ประเทศแถบหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งการเคลื่อนไหวของจีนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ประเทศใหญ่ทั้งในและนอกภูมิภาค เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ประเทศในยุโรป รวมถึงออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างอิทธิพลแข่งขันกับจีน การเข้าไปให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศของจีน ไม่ว่าจะมิติไหนก็เป็นที่จับตามองของบรรดาประเทศชั้นนำ ทั้งในเอเชียและตะวันตก และจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากเป็นความช่วยเหลือด้านการทหาร อย่างไรก็ดี จีนยังคงเดินหน้าเสริมสร้างบทบาทดังกล่าวในหมู่ประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) เฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาและการบรรเทาทุกข์ยามเมื่อเกิดภัยพิบัติ ที่เป็นภารกิจโดดเด่นของจีน ที่น่าสนใจคือ หมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จีนเข้าไปเคลื่อนไหวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยิ่งน่าสนใจมากขึ้นจากการที่จีนมุ่งให้ความช่วยเหลือและความร่วมมือด้านความมั่นคงผ่านหน่วยงานตำรวจของประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกเกือบทุกประเทศ ความช่วยเหลือและความร่วมมือของจีนมีทั้งการสนับสนุนอุปกรณ์ และการจัดการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถให้บุคลากรตำรวจ เช่น การจัดสรรเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พร้อมส่งทีมไปช่วยฝึกการใช้งานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของวานูอาตู หรือการส่งมอบเรือตรวจการณ์ 7 ลำให้วานูอาตู ซึ่งนายกรัฐมนตรี Jotham Napat ของวานูอาตู กล่าวว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่นและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ ส่วนหมู่เกาะโซโลมอนก็ได้รับความช่วยเหลือจากจีนในการควบคุมการจลาจล การสืบสวนการหลอกลวงออนไลน์ และการจัดการจราจรมาตั้งแต่ปี 2564 นอกจากนั้นยังมีการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติงานภาคสนาม โดรน และอุปกรณ์อื่น ๆ รวมทั้งมีการปรับใช้การปฏิบัติการของจีนเป็นตัวแบบในการรักษาความปลอดภัย เช่น การรวบรวมข้อมูลประชากรเพื่อควบคุมความไม่สงบในสังคม ขณะที่ซามัว…

บราซิลเป็นเจ้าภาพการประชุม COP30

การประชุม COP30 หรือการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ประจำปี 2568 จัดขึ้นที่เมืองเบเลง บราซิล ระหว่าง 10-21 พฤศจิกายน 2568 เป็นระยะเวลา 12 วัน คาดว่าจะมีผู้แทนจากประเทศต่าง รวมทั้งองค์กรและภาคเอกชนสำคัญระดับโลกไปเข้าร่วมมากกว่า 50,000 คน จากอย่างน้อย 190 ประเทศ เพื่อหารือแนวทางการรับมือกับสภาวะโลกรวนและสภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรงทั่วโลก รวมทั้งแนวทางช่วยเหลือและสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันอย่างเป็นเอกภาพลดปัญหามลภาวะและการทำลายสิ่งแวดล้อม การประชุมครั้งนี้มีขึ้น หลังจากสหประชาชาติ (UN) เผยแพร่รายงานประเมินสภาพอากาศของโลกว่าปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ที่ทั่วโลกเคยกำหนดไว้ สะท้อนว่า ปัญหาสภาพอากาศในอนาคตจะรุนแรงอย่างรวดเร็ว เฉพาะอย่างยิ่งหากประเทศต่าง ๆ ไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมทุกปี นอกจากนโยบายและความมุ่งมั่นด้านการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ การประชุม COP30 จะเน้นย้ำความร่วมมือเพื่อตั้งกองทุนสนับสนุนและช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม  สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีธีมคือ  “Delivering on the Paris Promise”  พร้อมกับให้ความสำคัญกับการปกป้องป่าและมหาสมุทร บราซิลซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว ต้องการทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและสภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างเป็นรูปธรรม…

สื่อต่างประเทศรายงานสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังไทยยุติทุกข้อตกลงกับกัมพูชา   

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จากกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งยุติทุกข้อตกลงกับกัมพูชา เนื่องจากเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ทหารไทยจำนวน 2 นายได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิด PMN-2 ที่บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง ทำให้ไทยต้องเร่งตรวจสอบทุ่นระเบิดดังกล่าว   รวมทั้งยังไม่มีการส่งตัวทหารชาวกัมพูชาที่เป็นเชลยในไทยจำนวน 18 คน กลับประเทศ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ ด้านกัมพูชายืนยันว่ายังคงปฏิบัติตามความตกลงอย่างเคร่งครัด พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับท่าทีของไทย และเรียกร้องไทยให้ส่งตัวทหารกัมพูชากลับประเทศโดยเร็ว ขณะที่ไทยระบุว่าอันตรายต่อความมั่นคงของไทยยังไม่ลดระดับลงตามที่ควรจะเป็น ดังนั้น ไทยจะพิจารณาดำเนินการตามความตกลงอีกครั้งเมื่อกัมพูชาปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของฝ่ายไทย สื่อต่างประเทศรายงานโดยเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการระงับความร่วมมือที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ผลักดันและใช้เป็นผลงานสร้างสันติภาพในต่างประเทศ เนื่องจากการลงนามในความตกลงระหว่างไทย-กัมพูชาเรื่องการจัดการและแก้ไขปัญหาบริเวณชายแดน มีขึ้นระหว่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์เยือนเอเชียและเข้าร่วมในพิธีลงนามใน Kuala Lumpur Peace Accord ที่มาเลเซีย เมื่อตุลาคม 2568 นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังมีส่วนร่วมในการเจรจาให้ไทยและกัมพูชาหาแนวทางยุติความขัดแย้งตั้งแต่ห้วง กรกฎาคม 2568 เพื่อสร้างบทบาทการเป็น “global peacemaker” ดังนั้น การที่ไทยประกาศระงับความร่วมมือตามความตกลงกับกัมพูชา เท่ากับเป็นความท้าทายของผู้นำสหรัฐฯ…

จีนส่งเรือวิจัย Da Yang Hao ศึกษาทรัพยากรในน่านน้ำแปซิฟิกใต้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจีนส่งเรือ Da Yang Hao หรือเรือวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และทะเลลึกไปปฏิบัติการในน่านน้ำแปซิฟิกใต้ ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวถูกสื่อต่างประเทศวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะลาดตระเวนและเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความมั่นคงในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบัน จีนกำลังเร่งขยาย อิทธิพลในภูมิภาคดังกล่าว แข่งกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพันธมตริของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี  เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 สื่อมวลชนจีนเผยแพร่ข้อมูลตอบโต้การวิจารณ์ของสื่อต่างประเทศ ด้วยการยืนยันว่า ปฏิบัติการสำรวจของเรื่อง Da Yang Hao เป็นไปเพื่อศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยทะเลลึก (deep sea) โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากรัฐบาลหมู่เกาะคุก ซึ่งเป็นประเทศที่ปกครองตนเอง ภายใต้ความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ จีนอธิบายและเน้นย้ำความสำคัญของภารกิจวิจัยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลดังกล่าว โดยระบุว่าการที่เรือ Da Yang Hao เทียบท่าเรืออาวาติอู ในหมู่เกาะคุก ตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2568 เป็นไปตามโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างจีนกับหมู่เกาะคุก เนื่องจากมีรายงานว่าพื้นที่ดังกล่าวมีแร่ธาตุสำคัญปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานถึงภารกิจของเรือ Da Yang Hao ในเชิงลบว่าน่าสงสัย และแฝงไปด้วยปฏิบัติการทางทหารและการสอดแนมประเทศอื่น ๆ ดังนั้น จีนจึงประท้วงการรายงานข้อมูลในลักษณะดังกล่าว พร้อมตอบโต้ว่าข้อมูลของสื่อมวลชนต่างประเทศสะท้อนว่าประเทศตะวันตกมีมุมมองว่าจีนเป็นภัยคุกคาม ประเทศตะวันตกยังยึดติดกับกรอบความคิดการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจมากจนหวาดระแวงความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศอื่น…

รัสเซีย-ยูเครนโจมตีความมั่นคงพลังงาน : ไม่มีสัญญาณสันติภาพ

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังตึงเครียดและมีแนวโน้มที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะปฏิบัติการทางทหารโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสมรภูมิช่วงฤดูหนาว โดยไม่มีสัญญาณการเจรจาสันติภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผย เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ว่า ยูเครนยิงขีปนาวุธโจมตีโรงงานควบคุมพลังงานในเมือง Belgorod บริเวณพรมแดนทางภาคตะวันตกของรัสเซีย ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อการกระจายพลังงานในพื้นที่เมือง Belgorod และเมืองใกล้เคียง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 20,000 ครัวเรือน รัสเซียยังตรวจจับได้ว่ายูเครนพยายามใช้โดรนจำนวนมาก เพื่อก่อเหตุวินาศกรรมต่อโรงงานควบคุมพลังงานในพื้นที่เมือง Voronezh ทางตะวันตกของรัสเซียเช่นกัน ปฏิบัติการดังกล่าวสะท้อนว่า ยุทธวิธีของยูเครนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการทำลายเป้าหมายด้านพลังงานในรัสเซีย เพื่อตอบโต้และกดดันรัสเซียให้เข้าสู่การเจรจา รัสเซียใช้ยุทธวิธีเดียวกันในการกดดันยูเครน โดยมีรายงานว่ารัสเซียใช้โดรนและขีปนาวุธมุ่งโจมตีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในยูเครน แม้ว่าจะยังไม่สามารถทำลายโรงงานดังกล่าวได้ แต่มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างน้อย 7 ราย ก่อนหน้านี้ เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่ายูเครนเผชิญปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและพลังงานในพื้นที่เมือง  Kharkiv ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นผลจากการโจมตีของรัสเซีย ทำให้ประชาชนมากกว่า 100,000 คนไม่มีไฟฟ้าและพลังงานใช้ ด้านบริษัทพลังงาน Tsentrenergo ของยูเครนเปิดเผยว่ารัสเซียโจมตีรุนแรงที่สุดในครั้งนี้ ตั้งแต่มีความขัดแย้งกันมาเมื่อ กุมภาพันธ์ 2565 รวมทั้งประเมินว่ารัสเซียจะยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนในปี 2568 เพื่อกดดันยูเครนให้ยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียสู่การยุติสงคราม…

ผู้นำสหรัฐฯ ต้อนรับผู้นำซีเรียเยือนทำเนียบประธานาธิบดี

การพบหารือกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำซีเรีย ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 อาจเป็นจุดพลิกผันสำคัญที่ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ให้มีความร่วมมือมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการต่อต้านการก่อการร้ายและรักษาบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้อนรับการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีอะห์มัด อัชชะระอ์ ของซีเรีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ ต้อนรับผู้นำซีเรียตั้งแต่ปี 2489 หรือปีที่ซีเรียได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังเป็นการต้อนรับผู้นำซีเรียที่ไปเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกหลังจากโค่นล้มรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบะชาร อัลอะซัด ซึ่งสืบทอดตำแหน่งทางการเมืองเป็นระยะเวลานาน  ก่อนหน้านี้ เมื่อกันยายน 2568 ประธานาธิบดีอัชชะระอ์  เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly – UNGA) ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เคยพบหารือกับประธานาธิบดีอัชชะระอ์ เมื่อ พฤษภาคม 2568 ที่ซาอุดีอาระเบีย โดยประธานาธิบดีทรัมป์มีมุมมองเชิงบวกต่อผู้นำซีเรีย แม้ว่าจะเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ กลุ่มก่อการร้ายสากลที่มีเป้าหมายโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มาก่อน ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์พร้อมต้อนรับผู้นำซีเรียนั้นเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การทำงานด้านการทูตของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มุ่งผลสำเร็จ คือ…

 รัสเซียรุกเรื่องแร่หายากโดยเร่งการจัดทำ Road Map

รัสเซียรุกเรื่องแร่หายาก (rare earth) โดยเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียให้เวลาหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ถึงเดือนที่จะจัดทำร่างการสกัด กระบวนการผลิต และการส่งออกแร่หายากที่สมบูรณ์แบบ โดยต้องจัดทำแนวทาง (road map) ระยะยาวดังกล่าว ให้เสร็จ ภายใน 1 ธันวาคม 2568  ซึ่งมีหลักการสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ ประเมินแหล่งทรัพยากรที่จะสามารถสกัดแร่หายาก  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมพื้นที่เหมืองสกัดแร่กับศูนย์กลางการส่งออก  บูรณาการเทคโนโลยีระหว่างในประเทศกับต่างประเทศให้เป็นเนื้อเดียวกันในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตแร่หายาก ปฏิบัติการตามกฎระเบียบในด้านสิ่งแวดล้อมและการค้า และกำหนดยุทธศาสตร์การเข้าถึงตลาดในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรี Mikhail Mishustin ของรัสเซียจะเป็นผู้กำกับดูแลตามข้อสั่งการของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งได้ผลักดันภายหลังการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) เมื่อ กันยายน 2568 เพื่อให้ road map เกี่ยวกับการผลิตแร่หายากของรัสเซียระยะยาว สอดรับกับผลประโยชน์จากความต้องการของแร่หายากที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อีกทั้งแร่หายากจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของรัสเซีย รวมทั้งลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน รัสเซียพยายามครอบครอง และจัดหาแร่หายากมาต่อเนื่อง เมื่อมีนาคม 2568 ผู้แทนรัสเซียกับสหรัฐฯ ได้หารือกันว่า บริษัทสหรัฐฯ…