คิวบาเผชิญความเสี่ยงหลังสหรัฐฯ เพิ่มการคว่ำบาตร

คิวบาเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงทางการเมืองและพลังงานมากขึ้น หลังจากสหรัฐฯ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคงและข่าวกรอง เพื่อกดดันคิวบาให้เปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมือง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ตระกูลคาสโตร ยุติอิทธิพลทางการเมือง เพราะไม่สามารถบริหารจัดการความมั่นคงและเศรษฐกิจของคิวบาได้ เป้าหมายสำคัญของสหรัฐฯ คือ อดีตประธานาธิบดี Raúl Castro ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ต้องการยื่นฟ้องร้องข้อหาเกี่ยวข้องกับการสั่งยิงเครื่องบินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เมื่อปี 2539 ซึ่งทั่วโลกคาดการณ์ว่าการยื่นฟ้องจะเป็นขั้นตอนแรก สู่การที่สหรัฐฯ จะส่งทหารไปแทรกแซงและควบคุมคิวบา ปัจจุบัน ประธานาธิบดี Miguel Díaz-Canel ของคิวบายังไม่ยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ โดยประกาศเตือนสหรัฐฯ หากใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อคิวบา จะได้รับผลกระทบตามมาอย่างรุนแรง พร้อมส่งสัญญาณให้ทั่วโลกเข้าใจสถานการณ์ว่า ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ข่มขู่และกดดันคิวบามาโดยตลอด ทั้งมาตรการคว่ำบาตรและตัดช่องทางขนส่งพลังงาน ทำให้ประชาชนคิวบาต้องเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน และเสี่ยงเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรม เพราะมีรายงานว่าเรือขนส่งสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคและบริโภคจำนวนมาก จะไม่สามารถเดินทางไปยังคิวบาได้ เนื่องจากมาตรการของสหรัฐฯ กรณีดังกล่าวทำให้รัฐบาลคิวบาต้องประกาศตอบโต้ ด้วยการย้ำว่าคิวบามีสิทธิจะป้องกันตนเอง หากสหรัฐฯ เตรียมปฏิบัติการทางทหารในคิวบา สถานการณ์ความมั่นคงในคิวบายังไม่แน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าต้องการครอบครองคิวบา จากนั้นก็เพิ่มมาตรการกดดันรัฐบาลคิวบาด้วยการคว่ำบาตรและระงับการส่งพลังงานจากเวเนซุเอลาไปยังคิวบา คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการคิวบาเนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญของสหรัฐฯ และภูมิภาคละตินอเมริกาที่ปัจจุบันเป็นภูมิภาคที่สหรัฐฯ…

หน่วยความมั่นคงจีนเตือนข้อมูลรั่วไหลจากการใช้เทคโนโลยี

สถาบันปกป้องความมั่นคงและข้อมูลลับแห่งชาติ (National Administration of State Secrets Protection) ของรัฐบาลจีนเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 เผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นเตือนให้ประชาชนและนักธุรกิจระมัดระวังความปลอดภัยระหว่างการใช้งานเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต หรือ Internet of Things (IoTs) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานจะทำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสำคัญรั่วไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ภาพถ่ายพื้นที่สำคัญที่อาจรั่วไหลได้จากการใช้โดรน ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ยังเสี่ยงทำให้ข้อมูลสำคัญระดับชาติถูกเปิดเผยด้วย รัฐบาลจีนเน้นย้ำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบการขออนุญาตใช้เทคโนโลยีอย่างเคร่งครัด เนื่องจากในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีรายงานการลักลอบใช้โดรนถ่ายภาพในหลายพื้นที่ บางส่วนเข้าไปถ่ายภาพในฐานทัพและคลังเครื่องบินรบ ซึ่งมีความอ่อนไหวอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสถาบันที่ให้บริการด้านสาธารณสุขใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประมวลผลและคาดการณ์สุขภาพของผู้เข้ารับบริการ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นผลดีต่อการป้องกันปัญหาสุขภาพ แต่เสี่ยงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จริยธรรม และข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากข้อมูลทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างมาก ขณะที่ภัยคุกคามและอันตรายจาก IoTs นั้น ประเทศจีนยังสามารถควบคุมได้ แต่พบว่ามีแฮกเกอร์จำนวนมากพยายามโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคอเมริกาเหนือ สะท้อนว่าจีนยังมีความเสี่ยงที่จะต้องรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว หน่วยความมั่นคงจีนให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางรับมือในอนาคต ได้แก่ การเตรียมความพร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ การแก้ไขช่องโหว่ในระบบ…

ผู้นำรัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อการเยือนจีน

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 19-20 พฤษภาคม 2569 เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง  ผู้นำรัสเซียคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้เป็นผลดีต่อความร่วมมือของรัสเซีย-จีน รวมทั้งสร้างเสถียรภาพให้โลก พร้อมระบุว่ารัสเซียกับจีนสามารถร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพโลกได้ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) ซึ่งเป็นสนธิสัญญานานาชาติ นอกจากนี้ รัสเซียกับจีนยังมีความร่วมมือในกรอบพหุภาคีที่หลากหลาย เช่น กรอบ Shanghai Cooperation Organisation (SCO) และกรอบ BRICS ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก ผู้นำรัสเซียเชื่อว่า หลักการสำคัญที่ทำให้รัสเซียและจีนร่วมมือกันได้อย่างดี คือ การเคารพอธิปไตย การให้ความสำคัญกับเอกภาพของชาติ และการมองสู่ความร่วมมือในอนาคต การเยือนจีนของผู้นำรัสเซียครั้งนี้เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน ตามสนธิสัญญา Treaty of Good-Neighbourliness and Friendly Cooperation ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปูตินกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบหารือกันเมื่อ ตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม…

ผู้นำสหรัฐฯ ระงับคำสั่งโจมตีอิหร่าน ตามข้อเรียกร้องประเทศรอบอ่าว

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน กรณีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเตรียมใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านอีกครั้ง เพื่อกดดันให้เข้าร่วมการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นประเทศตัวกล่าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่าได้สั่งระงับการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ไว้ก่อน ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มประเทศรอบอ่าวที่ไม่ต้องการให้การปะทะทางทหารขยายความไม่มั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปิดเผยพร้อมกันว่าปัจจุบันการเจรจาเริ่มมีความคืบหน้า  ตลอดจนย้ำว่าอิหร่านต้องยอมรับเงื่อนไขปลดอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น สหรัฐฯ จึงจะยอมยุติแรงกดดันครั้งนี้ การที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน อาจบรรเทาบรรยากาศความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เล็กน้อย แต่อิหร่านยังไม่มีท่าทีจะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ เรื่องยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า อิหร่านเตรียมใช้เครื่องมือใหม่เพื่อบริหารจัดการความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะตั้งหน่วยงาน Persian Gulf Strait Authority (PGSA) เพื่อติดตามรายละเอียดการเดินเรือและรับประกันความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนค้ำประกับความปลอดภัยให้เรือต่างชาติที่ต้องการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยจะเรียกเก็บค่ารับประกันเป็นสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี โดยมีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านหรือ IRGC รับผิดชอบ ท่าทีของอิหร่านดังกล่าวขัดแย้งกับเป้าหมายและเงื่อนไขของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือเสรี ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม จึงสะท้อนว่าอิหร่านไม่ผ่อนปรนให้สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ท่าทีของอิหร่านประเด็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้จีนไม่พอใจ ตลอดจนอาจขัดแย้งกับกฎหมายทางทะเล หรือ United Nations Convention on the Law of…

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนเกี่ยวกับ Q-Day

การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้ง (quantum computing) ที่หมายถึงระบบประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงจะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของโลก อย่างไรก็ดี การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ย่อมนำความเสี่ยง (risk) ติดตามมาด้วย เพราะไม่มีผู้ใดรับประกันได้ในปัจจุบันว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติเสมอไป… ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ กำลังให้ความสนใจและแจ้งเตือนทั่วโลกเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Q-Day หรือช่วงเวลาที่เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยความสามารถในการถอดรหัส (encryption) ทำให้ข้อมูลสำคัญและการสื่อสารทั้งหมดในระบบดิจิทัลเสี่ยงถูกเจาะและจารกรรมไปใช้ประโยชน์ได้ …ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบจากการพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งอย่างต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จของควอนตัมคอมพิวติ้งอาจเป็นความท้าทายของผู้ใช้งาน ไม่แตกต่างจากเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่เกิดมาก่อนหน้านี้ แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้บริษัทชั้นนำอย่างบริษัท Google แจ้งเตือนว่า เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งอาจสามารถถอดรหัสระบบดิจิทัลทั้งหมดได้ในปี 2572 เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ และทำให้ทั่วโลกมีเวลาไม่มากพอที่จะป้องกันข้อมูลให้ปลอดภัย และสิ่งที่บริษัท Google เตือนว่าจะเสี่ยงอันตรายมากที่สุด คือ ระบบเงินดิจิทัล การประเมินของบริษัท Google ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ตื่นตัวและกระตุ้นให้ภาครัฐ ภาคเอกชนและผู้ให้บริการภาคส่วนต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบป้องกันข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่อาชญากรหรือแฮกเกอร์จะใช้ความสามารถของควอนตัมคอมพิวติ้งที่ประมวลผลได้เร็ว เพื่อถอดรหัสและเจาะระบบต่าง ๆ ทั้งข้อมูลด้านการเงิน สาธารณสุข อีเมล ข้อมูลส่วนบุคคลและการสื่อสารทุกรูปแบบในโลกออนไลน์ โดยปัจจุบัน มีรายงานอาชญากรทางคอมพิวเตอร์และแฮกเกอร์กำลังรวบรวมข้อมูลไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อรอใช้ควอนตัมคอมพิวติ้งถอดรหัส หรือการโจมตีแบบ…

WHO เตือนการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา แต่ยังไม่พบในไทย

องค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 เตือนภัยอันตรายด้านสาธารณสุข จากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคอีโบลา (Ebola) ที่สาธารณรัฐคองโก ภูมิภาคแอฟริกาใต้ โดยกำหนดให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าวเป็นระดับ outbreak หรือเชื้อโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ และต้องการให้นานาชาติเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าวมากขึ้น ปัจจุบันพบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 246 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเชื้อโรคดังกล่าวแล้ว 80 ราย ส่วนในไทย กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า ยังไม่พบการแพร่ระบาดในไทย แต่มีมาตรการเฝ้าระวังเต็มที่ เพราะเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เชื้อโรคอีโบลาที่แพร่ระบาดที่สาธารณรัฐคองโกในปัจจุบัน เป็นสายพันธุ์ไวรัส Bundibugyo ซึ่งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้ขึ้น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และเจ็บคอ จากนั้นจะมีอาการท้องเสียและเลือดออกตามมา ปัจจุบัน WHO ประเมินว่าเชื้อโรคอีโบลาดังกล่าวแพร่ระบาดออกไปนอกสาธารณรัฐคองโกแล้ว เนื่องจากมีรายงานผู้ติดเชื้อชาวคองโกที่เดินทางไปยูกันดา อายุ 59 ปี เสียชีวิตและได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้ออีโบลาสายพันธุ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 ราย ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโรคอีโบลา ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามส่งตัวชาวอเมริกันกลุ่มดังกล่าวไปยังประเทศอื่น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในมาตุภูมิสหรัฐฯ ด้านศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers…

สปป.ลาว-กัมพูชา กระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง

สปป.ลาวและกัมพูชา ให้คำมั่นระหว่างกันเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 ว่า จะร่วมมือกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ และอาชญากรรมออนไลน์ โดยพลโทวันทอง กองมะนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ เป็นผู้แทนจาก สปป.ลาวเดินทางเยือนกรุงพนมเปญของกัมพูชาเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 และหารือในประเด็นดังกล่าวร่วมมือ พร้อมทั้งระบุว่าจะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันอย่างใกล้ชิด สปป.ลาวและกัมพูชาใช้การหารือครั้งนี้ ทบทวนความร่วมมือระหว่างกันเมื่อปี 2568 และลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกันต่อไปในปี 2569 โดยเห็นพ้องที่จะคงความสัมพันธ์ใกล้ชิดผ่านการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายร่วมกัน และสร้างความไว้วางใจ นอกจากนี้ ผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาวและกัมพูชายังจะให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเครื่องมือส่งเสริมความมั่นคงและป้องกันภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้กิจกรรมชายแดนของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งในมิติการค้า และการท่องเที่ยวที่เป็นระเบียบและปลอดภัย สำหรับความร่วมมือด้านชายแดนระหว่าง สปป.ลาวและกัมพูชาในปี 2569 จะให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็น ได้แก่ 1) การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดที่มีพรมแดนติดกันของทั้ง 2 ประเทศ และ 2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะเป็นศูนย์ความร่วมมือข้ามแดนระหว่าง สปป.ลาวและกัมพูชา เน้นส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมและการเดินทางของประชาชน มีรายงานว่าผู้แทนฝ่ายกัมพูชา…

ผู้นำสหรัฐฯ กดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เผยแพร่คำเตือนอิหร่านเมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 เพื่อกดดันให้ยอมรับเงื่อนไขการเจรจายุติสงคราม โดยระบุว่าอิหร่านจำเป็นต้องตัดสินใจให้เร็ว เวลาเหลือไม่มาก ไม่เช่นนั้นอาจไม่เหลืออะไรเลย ทั้งนี้ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นหลังจากเดินทางกลับจากจีน และจัดการประชุมหารือกับทีมที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายต่อสถานการณ์สงครามอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ รองประธานาธิบดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษการเจรจาระหว่างประเทศ ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ สะท้อนว่าไม่พอใจอิหร่านที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขและเข้าสู่การเจรจา ตลอดจนไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าตามปกติ และอาจตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อกดดันอิหร่านอีกครั้ง หลังจากที่การปฏิบัติการทางทหารหรือ Operation Epic Fury ยุติไปแล้วตามกฎหมายสหรัฐฯ เมื่อปลาย เมษายน 2569 โดยปัจจัยที่อาจสนับสนุนให้ผู้นำสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านอีกครั้ง ได้แก่ 1) อิสราเอลพร้อมสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่านอย่างเต็มที่ เฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารและพลังงานของอิหร่าน 2) ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับการยืนยันจากผู้นำจีนว่าจะไม่แทรกแซงสถานการณ์การสู้รบ และ 3) อิหร่านยังไม่มีสัญญาณว่าจะยอมแพ้สหรัฐฯ จึงยังคงเป็นภัยคุกคาม นอกจากนี้ มีรายงานว่าหน่วยความมั่นคงสหรัฐฯ ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะก่อเหตุก่อการร้ายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันให้สหรัฐฯ ยุติบทบาทในสงครามอิหร่าน…

ไทยและอินโดนีเซียจะทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

เหตุผลด้านความมั่นคงในประเทศ ทำให้ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย และอินโดนีเซีย เป็นสองประเทศที่กำลังเร่งทบทวนนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) แม้อาจมีผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ทั้งสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งไทย เห็นว่าการมีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เอื้อประโยชน์ต่อประเทศ มากกว่าในเชิงปริมาณ อย่างไรก็ดี เป้าหมายการดึงดูดการท่องเที่ยวก็ยังเป็นนโยบายหลักในการสร้างรายได้ของประเทศ ไทยย้ำว่าการที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาลดระยะเวลาสิทธิยกเว้นฟรีวีซ่าจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน ก็เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า ไทยจะทบทวนวีซ่าทุกประเภทที่อาจให้ระยะเวลาพำนักเกินความจำเป็น และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดเป็นพิเศษ แต่เพื่อทบทวนการเข้ามาประกอบกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และเป็นภัยต่อความมั่นคงในไทย ไทยประกาศ รายชื่อ 93 ประเทศหรือดินแดนที่ได้รับสิทธิยกเว้นวีซ่า และสามารถพำนักในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 60 วัน เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ และการทำงานระยะสั้น ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567  อย่างไรก็ดี หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้างต้น รัฐบาลจะมีการพิจารณาทบทวนรายชื่อประเทศที่จะได้รับสิทธิ์ใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมประเทศที่ประเทศไทยต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวหรือมีการเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูตใหม่ ๆ นโยบายการลดจำนวนวันฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวของไทย…

มาเลเซียไม่พอใจที่นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธ

มาเลเซียไม่พอใจกรณีนอร์เวย์ ประกาศยกเลิกสัญญาส่งออกขีปนาวุธและระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ให้มาเลเซีย โดยนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียแสดงความเห็นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 ว่า การตัดสินใจของนอร์เวย์จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการทหารของมาเลเซียให้ทันสมัย รวมทั้งอาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาค ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้โทรศัพท์หารือโดยตรงกับผู้นำนอร์เวย์แล้ว และแสดงความไม่พอใจว่านอร์เวย์ตัดสินใจดำเนินการยกเลิกสัญญานี้เพียงฝ่ายเดียว อาจไม่เป็นผลดีต่อความร่วมมือในอนาคต นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งออกระบบขีปนาวุธดังกล่าวด้วยเหตุผลว่า เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และให้สอดคล้องกับกฎหมายห้ามส่งออกอาวุธฉบับใหม่ โดยนอร์เวย์จะส่งออก Naval Strike Missile ให้กับสมาชิกเนโต และประเทศที่เป็หุ้นส่วนของเนโตเท่านั้น มาเลเซียไม่ได้เป็นสมาชิกเนโต ทำให้นอร์เวย์ไม่สามารถส่งออกขีปนาวุธและระบบดังกล่าวให้ได้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียตั้งข้อสังเกตว่าการตัดสินใจของนอร์เวย์มีสภาวะ “เหตุสุดวิสัย” หรือ force majeure และคาดว่าสาเหตุที่ทำให้นอร์เวย์ยกเลิกสัญญาส่งอาวุธให้มาเลเซีย เพราะส่วนประกอบของระบบ Naval Strike Missile เฉพาะอย่างยิ่งระบบนำทางขีปนาวุธ หรือ ไจโรสโคป (Gyroscope) เป็นส่วนประกอบที่บริษัทนอร์เวย์นำเข้าจากสหรัฐฯ และสหรัฐฯ มีมาตรการเข้มงวดการส่งออกส่วนประกอบดังกล่าวไปยังประเทศที่สาม ปัจจุบัน ประเทศที่ใช้ระบบยิงขีปนาวุธรุ่น Naval Strike Missile ได้แก่ สหรัฐฯ…