เวียดนามและไทยยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านของไทยและเวียดนามในระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นรม. โดยอ้างความคิดเห็นของนักวิชาการว่า เป็นความพยายามของเวียดนามในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาค แต่เวียดนามยังให้ความสำคัญกับประเทศมหาอำนาจที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.มีความสำคัญในลำดับรองลงมา และมุ่งเน้นที่เสถียรภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงเพื่อลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนอีกด้วย

อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

The Straits Times ของสิงคโปร์ เผยแพร่บทความกรณีไทยได้ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกโซลาร์เซลล์ของจีนไปยังสหรัฐฯ โดยการประกาศรายละเอียดของมาตรการภาษีใน มิ.ย. 68 คาดว่าอาจสูงถึงร้อยละ 250 ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้บริษัทจีนเริ่มชะลอการผลิตโซลาร์เซลล์ในภูมิภาครวมถึงไทย จนส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในไทย  รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาสิทธิแรงงาน เนื่องจากพบว่ามีการยกเลิกการจ้างงานอย่างไม่เป็นธรรม  ปัญหาดังกล่าวจะยิ่งรุนแรง หากสหรัฐฯ ยังคงบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในอัตราร้อยละ 37 จากสินค้าไทย อย่างไรก็ดี สภาวะการค้าที่เปลี่ยนแปลงอาจเป็นโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าและค้นหาตลาดใหม่ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาค

สหรัฐฯ ห้ามมหาวิทยาลัย Harvard รับนักศึกษาต่างชาติ

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security-DHS) เมื่อ 23 พฤษภาคม 2568 ประกาศห้ามมหาวิทยาลัย Harvard ดำเนินโครงการ Student and Exchange Visitor Program รวมทั้งยกเลิกโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันด้วย ส่งผลให้นักศึกษาปัจจุบันที่อยู่ในโครงการดังกล่าวไม่มีสถานะทางกฎหมาย และทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถรับนักศึกษาต่างชาติกลุ่มใหม่ได้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพราะมหาวิทยาลัยไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักศึกษาต่างชาติที่อยู่ในความดูแลตามกำหนดการ ซึ่ง DHS พิจารณาว่าเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เพราะการรับนักศึกษาหรือบุคลากรจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านการตรวจสอบหรือความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาล อาจทำให้มหาวิทยาลัยเป็นช่องทางให้ผู้ก่อการร้ายหรือผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองสุดโต่งเข้าไปเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ มากขึ้น มาตรการของ DHS จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย Harvard และซ้ำเติมบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับสถาบันการศึกษาในประเทศที่มีความร่วมมือกับต่างชาติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศระงับความช่วยเหลือด้านการเงินปละงบประมาณต่อมหาวิทยาลัย Harvard มูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงโทษที่มหาวิทยาลัยไม่คัดค้านการชุมนุมต่อต้านชาวยิวและเรียกร้องสิทธิให้ชาวปาเลสไตน์ ตลอดจนปล่อยให้มีการสะสมแนวคิดต่อต้านชาวยิวในสถาบันวิชาการด้วย มหาวิทยาลัย Harvard ตอบโต้มาตรการของรัฐบาลโดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย และมหาวิทยาลัยจะเดินหน้าสนับสนุน รวมทั้งช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไป ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัย Harvard ได้ยื่นฟ้องร้องหน่วยงานรัฐบาลที่ก้าวก่ายการดำเนินงานวิชาการและการศึกษาของมหาวิทยาลัยด้วย ปัจจุบันมหาวิทยาลัย Harvard…

ออสเตรเลียเผชิญเหตุอุทกภัยรุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงใต้

ชาวออสเตรเลียในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียจำนวนมากกว่า 50,000 คนเผชิญกับภัยพิบัติจากเหตุอุทกภัยหรือน้ำท่วมเฉียบพลันจากที่ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถเตรียมการรับมือกับปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่ได้ทัน จึงต้องประกาศให้พลเมืองอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ด้านนายกรัฐมนตรี Anthony Albanese ของออสเตรเลียเตรียมเดินทางเยือนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว ก่อนหน้านี้ รัฐบาลประกาศแจ้งเตือนอุทกภัยใน 150 พื้นที่ โดย 40 พื้นที่อยู่ในระดับฉุกเฉิน รวมทั้งย้ำให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและไม่เดินทางขณะที่มีอุทกภัยรุนแรง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้โรงเรียนและสถานให้บริการจำนวนมากต้องปิดทำการชั่วคราว ประชาชนในพื้นที่บางส่วนไม่มีไฟฟ้าและประปาใช้ในการอุปโภคบริโภค สำหรับความสูญเสีย ปัจจุบันมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย ส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุระหว่างการขับขี่ขณะเกิดอุทกภัย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก ผู้ประสบภัยในออสเตรเลียระบุว่าอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังมีอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ผู้ประสบภัยยังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจมน้ำ ด้านหน่วยกู้ภัยพยายามให้ความช่วยเหลือ แต่พบอุปสรรคเนื่องจากระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ออสเตรเลียเผชิญภัยพิบัติรุนแรงที่เป็นผลจากสภาวะโลกรวนอย่างต่อเนื่องและเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากสภาวะดังกล่าว ทั้งปัญหาอุณหภูมิเฉลี่ยในประเทศที่เพิ่มขึ้น ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ฝนตกมากกว่าปกติ ไฟป่าลุกลามรุนแรง และสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ระบบนิเวศทางธรรมชาติของออสเตรเลียและพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งปศุสัตว์ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ มีงานวิจัยรายงานว่า สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงในออสเตรเลียส่งผลเสียต่อสุขภาพของชาวออสเตรเลียด้วย เพราะสภาพอากาศร้อนจัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ในออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2568 มีรายงานว่าสภาพอากาศในออสเตรเลียอบอุ่นนานกว่าปกติ ขณะที่ฤดูฝนคาดการณ์ยาก ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องเตรียมพร้อมปรับเปลี่ยนแผนการรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจในพื้นที่ สำหรับภัยพิบัติรุนแรงที่ออสเตรเลียเผชิญเป็นประจำ คือ ไฟป่า ซึ่งเมื่อปลายปี 2567…

เหตุยิงเจ้าหน้าที่อิสราเอลในสหรัฐฯ เชื่อมโยงแนวคิดต่อต้านยิว

  สื่อสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 22 พฤษภาคม 2568 กรณีชายติดอาวุธก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ ที่บริเวณพิพิธภัณฑ์ Capital Jewish Museum กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ชาวอิสราเอล 2 รายเสียชีวิต ได้แก่ นาย Yaron Lischinsky และนางสาว Sarah Milgrim และมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ส่วนผู้ต้องสงสัย คือ นาย Elias Rodriguez อายุ 30 ปี ตะโกนว่า “Free Free Palestine!” ก่อนจะก่อเหตุยิง จากนั้นพยายามหลบหนีเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ และถูกจับกุมได้ สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) กำลังสืบสวนมูลเหตุจูงใจและประวัติของผู้ต้องสงสัย ด้านนาย Yechiel Leiter ออท.อิสราเอล/วอชิงตัน ดี.ซี.ระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นคู่รักชาวอิสราเอลที่มีแผนจะเข้าพิธีหมั้นกันในสัปดาห์หน้า และไปเยือนพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากกำลังจัดงาน…

กัมพูชาร่วมมือกับบริษัท The Studio ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ของโลก

  บริษัท Camwood Studios ของกัมพูชาเมื่อ 21 พฤษภาคม 2568 ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับบริษัท The Studio ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่ของโลก ที่กรุงพนมเปญ โดย MoU ดังกล่าวจะสนับสนุนให้บริษัท The Studio เข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ในกัมพูชาอย่างน้อย 10 เรื่อง เพื่อเผยแพร่ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ Amazon Prime Video, Netflix, Shahid และ HBO Max นอกจากนี้ บริษัท The Studio จะต้องร่วมมือกับบริษัท Camwood Studios เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศด้วย ตลอดจนดึงดูดนักแสดงและเทคโนโลยีการทำภาพยนตร์ระดับโลกไปถ่ายทอดให้กัมพูชา รัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ โดยเชื่อว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (creative economy) ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการจ้างงานและการพัฒนากัมพูชาให้มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิงในกัมพูชาจะช่วยให้สามารถลดการพึ่งพารายได้ของประเทศจากภาคเกษตรกรรม โครงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมและโรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญมาโดยตลอด…

นานาชาติคัดค้านอิสราเอลที่ขัดขวางการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศรวม 22 ชาติ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2568 ร่วมกันลงนามในแถลงการณ์คัดค้านอิสราเอลที่ยังขัดขวางการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ส่วนแผนการของอิสราเอลที่จะแจกจ่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ที่กองทัพอิสราเอลควบคุมเท่านั้น ทำให้นานาชาติวิตกว่าจะไม่สามารถกระจายความช่วยเหลือได้เพียงพอ และเห็นว่าอิสราเอลใช้ความช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นข้อต่อรองทางการเมือง พร้อมกันนี้ ทั้ง 22 ประเทศและองค์กรความร่วมมือเรียกร้องให้อิสราเอลยกเลิกแผนการดังกล่าว และให้องค์กรระหว่างประเทศมีบทบาทในการแจกจ่ายความช่วยเหลือแทน ท่าทีของนานาชาติดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุม European Humanitarian Forum ของสหภาพยุโรประหว่าง 19-20 พฤษภาคม 2568 ที่กรุงบรัสเซลล์ เบลเยียม ซึ่งจะมีประเด็นสถานการณ์ในฉนวนกาซาเป็นหัวข้อหารือสำคัญ ทำให้ปัจจุบันมีหลายประเทศกล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา โดยเฉพาะข้อจำกัดและอุปสรรคที่เกิดจากนโยบายของอิสราเอลที่ปิดกั้นพื้นที่ฉนวนกาซาทั้งหมดตั้งแต่ 2 มีนาคม 2568 มีรายงานว่า ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากกว่า 116,000 ตันไม่สามารถขนส่งข้ามพรมแดนได้ เพราะกองทัพอิสราเอลสกัดกั้นไว้ ทำให้ชาวปาเลสไตน์มากกว่า 2.1 ล้านคนเสี่ยงเผชิญภาวะไม่มั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาร้อยละ 90 กลายเป็นผู้พลัดถิ่น และหลายครอบครัวต้องอพยพมากกว่า 10 ครั้ง อิสราเอลไม่สนใจข้อเรียกร้องของนานาชาติ รวมทั้งแรงกดดันจากประเทศในยุโรปที่ต้องการให้ยุติสงคราม ผู้นำอิสราเอลยืนยันดำเนินนโยบายจำกัดพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ควบคู่กับปฏิบัติการโจมตีกองกำลังติดอาวุธในฉนวนกาซาต่อไป ทั้งนี้ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและแคนาดาออกแถลงการณ์ร่วมกันถึงอิสราเอลโดยขู่ว่าจะมีมาตรการคว่ำบาตรอิสราเอลหากยังไม่ยุติการโจมตีในพื้นที่พลเรือน…

วีซ่า DTV กลายเป็นช่องทางใหม่ในการลักลอบเข้ามาทำงานของคนจีน

พบข้อมูลบนโซเชียลมีเดียเปิดเผยว่ามีกลุ่มขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้วีซ่า DTV เป็นช่องทางนำคนจีนเข้ามาทำงานผิดกฎหมายในไทย หรือลักลอบทำงานในธุรกิจของทุนจีน แทนการใช้วีซ่านักเรียนที่ถูกเปิดโปงไปก่อนหน้านี้ โดยในการขอวีซ่า DTV นั้น จะมีเอเย่นต์จีนรับหน้าที่ดำเนินการ ซึ่งเหตุผลในการขอวีซ่ามักระบุว่าต้องการเข้ามาเรียนทำอาหารไทยหรือมวยไทย ตามนโยบายส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ โดยมีโรงเรียนนอมินีของทุนจีน 2-3 แห่ง ใน จ.เชียงใหม่ ที่ถูกใช้สมัครวีซ่าบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้มีการบังคับให้นักเรียนเข้าเรียนจริง ส่วนค่าธรรมเนียมที่เอเย่นต์จีนเรียกเก็บอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป และมักดำเนินการผ่านสถานทูต/สถานกงสุลไทยในประเทศที่สาม เช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว จึงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ภายในรู้เห็นเป็นใจด้วย

กรณีสถานการณ์มลพิษในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย

พบสื่อรายงานข้อมูลว่ามีเหมืองที่เป็นต้นตอของมลพิษในแม่น้ำกกตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยเพียงประมาณ 15 กม. และอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองกำลัง UWSA ซึ่งปัจจุบันได้อนุญาตให้ชาวจีนขยายพื้นที่ทำเหมืองทอง จากเดิมที่มีอยู่ในเมืองกก เมืองสาด และบ้านฮุ่ง นอกจากนี้ ทุนจีนยังมีแผนจะสร้างเรือขุดเหมืองทองในแม่น้ำเพิ่ม แต่จะย้ายจุดขุดไปอยู่ในที่ลับสายตามากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ ด้านกลุ่มนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนยังคงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและเปิดเผยข้อมูลให้แก่ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดกรณีซ้ำรอยเหมือนกับสถานการณ์มลพิษตะกั่วในห้วยคลิตี้ ที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อปี 2545 ที่ชาวบ้านประสบกับความยากลำบากในการพิสูจน์ว่าได้รับสารพิษ และไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ก่อมลพิษได้

ปัญหาโรงงานทุนจีนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

มีรายงานว่าในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีโรงงานจีนเข้ามาเปิดกิจการจำนวนมาก จนเป็นเขตอุตสาหกรรม ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนว่าการดำเนินงานของโรงงานเหล่านี้ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิต เช่น เปิดใช้เครื่องจักรที่ส่งเสียงดังและปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาเป็นประจำ ซึ่งแม้จะมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ พบในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ปราจีนบุรี เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามาจากกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาดำเนินธุรกิจโรงงาน และการจัดการขยะไม่มีมาตรฐาน ทำให้มีความกังวลว่าในอนาคต จ.ปราจีนบุรีอาจกลายเป็นถังขยะอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนต่างชาติ จึงร่วมมือกับภาคประชาสังคมยื่นหนังสือคัดค้านการเสนอให้ จ.ปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ที่ขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)