แนวโน้มของตลาดโลหะโลกจากบทวิเคราะห์ของ S&P Global

S&P Global องค์กรชั้นนำของโลกด้านข้อมูลทางการเงิน การวิเคราะห์ตลาด และการจัดอันดับเครดิต (Credit Ratings) เมื่อต้น มิถุนายน 2569 เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่กำลังเป็นกระแสที่น่าสนใจ และการที่ประเทศต่าง ๆ ต้องเตรียมรับมือ เรื่อง How Geopolitical Shifts are Reshaping Metals Markets ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวโน้มของตลาดโลหะว่ากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน และความต้องการเชิงโครงสร้าง ในเรื่อง How Geopolitical Shifts are Reshaping Metals Markets ประเด็นที่ S&P Global วิเคราะห์ไว้เชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์โลก เฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มตั้งแต่ปลาย กุมภาพันธ์ 2569 ว่า หากความกังวลเรื่องสงครามลดลง รวมถึงการหยุดยิงในอ่าวเปอร์เซีย จะทำให้ราคาของโลหะอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นจาก ปรับตัวลดลง เช่น ราคาทองแดง และแร่เงิน  ขณะที่แร่เงินมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าทองคำ หากเกิดสันติภาพที่ยั่งยืน เนื่องจากแร่เงินมีความต้องการใช้งานจริงรองรับอย่างแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด สำหรับความต้องการทองแดงในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างมาก จากการมุ่งสู่พลังงานสะอาดทั่วโลก…

การลงทุนด้าน AI  และผลกระทบต่อตลาดแรงงานในปี 2569

S&P Global องค์กรชั้นนำของโลกด้านข้อมูลทางการเงิน การวิเคราะห์ตลาด และการจัดอันดับเครดิต (Credit Ratings) เผยแพร่รายงาน เรื่อง The AI and labor landscape 2026 เมื่อ 2 มิถุนายน 2569 เกี่ยวกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และผลกระทบต่อตลาดแรงงานในปี 2569 โดยชี้ให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่นำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน และเพิ่มผลิตภาพของพนักงาน โดยมีเพียง ร้อยละ 24 เท่านั้นที่ตั้งเป้าหมายหลักเพื่อลดจำนวนพนักงาน การปรับลดพนักงานจึงเป็นเพียงผลพลอยได้ มากกว่าจะเป็นจุดประสงค์หลักของการลงทุนด้าน AI สายงานที่ได้รับผลกระทบ และได้โอกาสจากเทคโนโลยี AI  เช่น มีการเลิกจ้าง และลดบทบาทในสายงานธุรการ บริการลูกค้า การผลิต และการแปลภาษา แต่ในขณะเดียวกันก็มีการสร้างงานใหม่เพื่อรองรับ AI เช่น งานด้านไอที ซอฟต์แวร์ และการจัดการข้อมูล ขณะที่ขนาดของธุรกิจ เช่น  ธุรกิจ SMEs…

หน่วยข่าวกรองจีนเตือนภัยการจารกรรมข้อมูลทางทะเล

รัฐบาลจีนเตือนประชาชนและภาคเอกชนให้ระมัดระวังการตกเป็นเครื่องมือการสอดแนมและการจารกรรมข้อมูลสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาและทรัพยากรทางทะเล ที่ดำเนินการโดยต่างประเทศ โดยสื่อมวลชนจีนเมื่อ 11 มิถุนายน 2569 รายงานอ้างคำเตือนของหน่วยข่าวกรองจีน (Ministry of State Security – MSS) ว่า ต่างประเทศพยายามจารกรรมและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรและความมั่นคงทางทะเลของจีน ผ่านเครื่องมือสอดแนมหลากหลายรูปแบบ ทั้งอุปกรณ์ประเภททุ่นใต้น้ำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งไปกับเรือ อุปกรณ์สำรวจผิวน้ำ และติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมไว้ที่สัตว์ทะเล เช่น เต่าทะเล และปลาที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งรัฐบาลจีนมีมุมมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นเป็นอันตรายและภัยคุกคามต่อความมั่นคงของจีน ทั้งในมิติด้านอธิปไตยเหนือดินแดน การทหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ MSS เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์สอดแนมรูปแบบใหม่ที่ตรวจพบมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะปรากฏในรูปแบบเครื่องมือของสถาบันวิจัยทางทะเลจากต่างประเทศ แต่รวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและสำคัญต่อความมั่นคงของจีน ได้แก่ 1) ทุ่นสำรวจระบบนิเวศทางทะเล ที่ติดเซ็นเซอร์ประสิทธิภาพสูงสามารถเก็บข้อมูลอุตุนิยมวิทยาได้อย่างละเอียด ตลอดจนสามารถเก็บข้อมูลการเดินเรือและความเคลื่อนไหวของเรือดำน้ำจีนได้  2) สัตว์ทะเลขนาดใหญ่ตกเป็นเครื่องมือติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเลของจีน โดยต่างประเทศได้ติดอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่ส่งข้อมูลไปยังดาวเทียมไว้ที่ตัวสัตว์ทะเลด้วย เช่น เต่าทะเล และปลาทะเล ซึ่งทำให้ต่างประเทศสามารถรวบรวมข้อมูลในพื้นที่เฉพาะได้อย่างแนบเนียนและต่อเนื่อง 3) อุปกรณ์สำรวจคลื่นรุ่นใหม่ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และสามารถเคลื่อนที่ได้ตามคำสั่งผ่านคลื่นวิทยุและดาวเทียม และ 4) อุปกรณ์นำทางที่ใช้ในเรือพาณิชย์และเรืออื่น ๆ  รัฐบาลจีนตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันบริษัทผู้ขายอุปกรณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้เรือพาณิชย์และเรือขนส่งสินค้าที่เดินเรือผ่านน่านน้ำจีน ติดตั้งเครื่องนำทางรุ่นใหม่ รัฐบาลจีนจึงคาดว่าต่างประเทศจะใช้เครื่องมือนี้เสร้างเครือข่ายการสอดแนมขนาดใหญ่ในทะเลจีน…

เมียนมาจัดการประชุม Mekong Tourism Forum ประจำปี 2569

เมียนมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง โดยจัดการประชุม Mekong Tourism Forum ประจำปี 2569 ที่เมืองย่างกุ้ง เมื่อ 17 มิถุนายน 2569  การประชุมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ผู้กำหนดนโยบายและกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจาก 6 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ เมียนมา ไทย สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ซึ่งทั้ง 6 ประเทศเป็นสมาชิกกรอบ Greater Mekong Subregion หรือ GMS สำหรับการประชุมครั้งนี้กำหนดธีม คือ “Tourism for People, Travel with Purpose” ที่เน้นให้ชุมชนได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดรับนักท่องเที่ยว และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยไม่ได้วัดเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยว แต่พิจารณาจากความเป็นอยู่ของชุมชนที่ดีขึ้น และธุรกิจขนาดเล็กได้ประโยชน์ การประชุมดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยยังคงมีแนวคิดจะเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบเพื่อให้เอื้อต่อการขยายธุรกิจ กิจกรรม และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคร่วมกัน นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังสะท้อนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของทั้ง 6 ประเทศ สำหรับผลลัพธ์การประชุม  สมาชิกเห็นพ้องจะสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมียนมา ให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของภูมิภาค พร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมาตรการต่าง…

บรรยากาศการเมืองมาเลเซีย ก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์

บรรยากาศการเมืองภายในมาเลเซียเข้มข้นขึ้นก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐยะโฮร์จำนวน 56 ที่นั่งใน 11 กรกฎาคม 2569 การเลือกตั้งระดับรัฐมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาล เนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมที่มาจากพรรคร่วม หรือ กลุ่มพันธมิตรแห่งความหวัง (PH) ขณะที่นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมของมาเลเซีย เผชิญกระแสวิจารณ์ว่าไม่สามารถรักษาเอกภาพระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลได้ แม้ว่าจะยืนยันเมื่อ พฤษภาคม 2569 ว่าพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซียยังมีเอกภาพ แต่ยังมีรายงานว่า กรณีกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติ (BN) ประกาศว่าจะส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งในการเลือกตั้งรัฐยะโฮร์ โดยไม่ร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งที่ BN ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้กลุ่ม PH บางส่วนไม่พอใจ และเชื่อว่ากลุ่ม BN พยายามแยกตัวออกไปเพื่อขยายอำนาจทางการเมือง สะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซียเปราะบางมากขึ้น สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานความเคลื่อนไหวของนักการเมืองมาเลเซียในช่วงก่อนการเลือกตั้งในรัฐยะโฮร์ ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากเป็นฐานเสียงของกลุ่ม BN และพรรคอัมโน (UMNO) คู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญของพรรครัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมทั้งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่อาจเอื้อต่อการสร้างผลงานทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งระดับชาติที่จะมีขึ้นในปี 2571 ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของนักการเมืองมาเลเซียปัจจุบัน คือ การแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อระบบพันธมิตรทางการเมือง วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล และการใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมและบั่นทอนภาพลักษณ์ของคู่แข่ง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมาเลเซียอธิบายบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันว่าเป็น “โรงละคร” ที่นักการเมืองจะใช้อุดมการณ์ ถ้อยแถลงแสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจน และทำทุกวิธีการเพื่อโน้มน้าวประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่นักการเมืองจะเจรจาและตกลงผลประโยชน์ตามความเป็นจริง…

ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศ

นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 17  มิถุนายน 2569 ว่า ญี่ปุ่นต้องเพิ่มงบประมาณและขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายด้านความมั่นคงในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนความร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศหุ้นส่วนที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน เพื่อสร้างมาตรการป้องปรามภัยคุกคามหลายชั้น (multi-layered deterrence) ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่าทีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นมีขึ้นในช่วงที่นานาชาติ โดยเฉพาะจีนและเกาหลีเหนือ ให้ความสนใจและติดตามพัฒนาการนโยบายความมั่นคงและการทหารของญี่ปุ่น พร้อมวิจารณ์ว่าญี่ปุ่นต้องการกลับไปใช้นโยบายแข็งกร้าว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อภูมิภาค รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าญี่ปุ่นแก้กฎหมายให้เอื้อต่อการค้าขายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยได้รับความสนใจจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร รวมทั้งฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ดังนั้น การเปลี่ยนนโยบายของญี่ปุ่นอาจทำให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธในภุมิภาค ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรักษาบรรยากาศความมั่นคงและสันติภาพระหว่างประเทศ การปรับตัวของญี่ปุ่นที่น่าติดตามในอนาคต คือ ความพยายามผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันสนับสนุน แต่เผชิญกระแสต่อต้านจากนักการเมืองและประชาชนบางส่วนที่มีมุมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว อาจทำให้ญี่ปุ่นตกอยู่ในอันตราย เสี่ยงเผชิญสงคราม ที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญ มาตรา 9 ของญี่ปุ่นเป็นหลักการสำคัญที่ห้ามรัฐบาลเข้าร่วมสงครามและตั้งกองทัพ ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นมีกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งมีบทบาทจำกัดเพื่อปกป้องประเทศตนเองเท่านั้น

สหรัฐฯ เปิดเผยเนื้อหา MoU ยุติสงครามกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ​ และประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU เบื้องต้น ร่วมกัน โดยใช้การลงนามแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยุติสงคราม พร้อมกันนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายระบุว่าข้อตกลงตาม MoU มีผลบังคับใช้ทันที สำหรับสาระสำคัญในข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ เป็นฝ่ายเปิดเผย ขณะที่อิหร่านยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ ได้แก่ อิหร่านต้องไม่พัฒนาหรือจัดหาอาวุธนิวเคลียร์ การหยุดยิงและยุติการสู้รบในทุกสมรภูมิทันที รวมทั้งในเลบานอน  และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยตามปกติ โดยสหรัฐฯ จะถอนกองเรือที่ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ควบคู่กับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออุตสาหกรรมพลังงานอิหร่าน และจะตั้งกองทุนร่วมกับประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่านด้วย มูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื้อหาใน MoU เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติปฏิบัติการทางทหารระหว่างกันทันที จะเคารพอธิปไตยระหว่างกัน ไม่แทรกแซงสถานการณ์การเมืองภายใน จะเจรจากันต่อไปเป็นระยะเวลา 60 วันเพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่ชัดเจน สหรัฐฯ จะถอนกองเรือที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน และระหว่างนั้นจะเปิดเส้นทางเดินเรือทันที โดยกำหนดว่าจำนวนเรือที่จะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะอยู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนสงคราม ซึ่งอิหร่านจะต้องไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง จนกว่าจะเจรจากับโอมาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ติดกับช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน นอกจากนี้…

การแพร่ระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐคองโกอาจรุนแรงขึ้น

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคประจำภูมิภาคแอฟริกา (CDC) เมื่อ 16 มิถุนายน 2569 เตือนว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐคองโก อาจรุนแรงขึ้น เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อโรคจำนวนมากยังไม่ได้รับการรักษาหรือระบุตัวตน ทำให้สถานการณ์เสี่ยงเข้าสู่ภาวะเลวร้าย พร้อมกันนี้ นาย Jean Kaseya แพทย์และผู้อำนวยการ CDC ประจำภูมิภาคแอฟริกาเตือนว่าหากสถานการณ์ในสาธารณรัฐคองโกไม่ได้รับการแก้ไข อาจมีการแพร่ระบาดรุนแรงในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก เหมือนเหตุการณ์โรคระบาดระหว่างปี 2557-2559 ที่เชื้อโรคอีโบลาแพร่ระบาดในกีนี ไลบีเรีย และซีราลิโอน จนทำให้มีผู้เสียชีวติมากกว่า 11,000 คน สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐคองโกสร้างความกังวลให้องค์กรระหว่างประเทศ เนื่องจากมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโรคและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ในช่วงระยะเวลาระหว่าง 15 พฤษภาคม-15 มิถุนายน 2569 นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) แสดงความกังวลกรณีพบว่าประชากรเสี่ยงติดเชื้อโรคกระจายตัวออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ มากขึ้น ทั้งในพื้นที่เมือง ชนบท และพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความมั่นคงอ่อนไหว หรือมีการสู้รบระหว่างกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ ทำให้แพทย์และหน่วยงานด้านสาธารสุขไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหรือให้ความช่วยเหลือได้ ความขัดแย้งในพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญที่เสี่ยงทำให้สถานการณ์โรคระบาดรุนแรง ที่ผ่านมา สาธารณรัฐคองโกเผชิญปัญหาความขัดแย้ง การก่อเหตุรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ที่มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาล หรือกลุ่ม M23 เคลื่อนไหวเพื่อยึดพื้นที่ปกครองทางการเมืองจากรัฐบาล…

ประเด็นหารือในที่ประชุมสุดยอดกลุ่ม G7

ฝรั่งเศสเป็นประธานจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ระหว่าง 15-17 มิถุนายน 2569 ที่เมือง Évian-les-Bains โดยได้ต้อนรับและพบหารือกับผู้นำประเทศสมาชิก รวมทั้งประเทศที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ประเด็นสำคัญที่สมาชิกกลุ่ม G7 หารือร่วมกัน ได้แก่ สถานการณ์อิหร่าน สงครามรัสเซีย-ยูเครน และแนวทางร่วมกันรับมือกับสถานการณ์โลกที่ผันผวนและไม่แน่นอน ทั้งนี้ ฝรั่งเศสและสมาชิกกลุ่ม G7 รวมทั้งประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม ได้แก่ เกาหลีใต้ อินเดีย บราซิล อียิปต์ และเคนยา เห็นพ้องว่าปัจจุบัน ทั่วโลกเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่สมดุล ระเบียบโลกที่อ่อนแอ และความช่วยเหลือระหว่างประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ กลุ่ม G7 ให้คำมั่นระหว่างกันว่าจะยังคงให้ความสำคัญกับภารกิจการแก้ไขวิกฤตความมั่นคงด้านพลังงาน ผู้นำฝรั่งเศสใช้การประชุมกลุ่ม G7 ครั้งนี้ เพิ่มพูนบทบาทของฝรั่งเศสในเวทีโลกอย่างน้อย 7 ด้าน ได้แก่ 1) ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2) ส่งเสริมความร่วมมือที่มีลักษณะยุติธรรม 3) ทำให้อุตสาหกรรมแร่หายากมั่นคง 4) ปกป้องสิทธิเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ 5) ต่อต้านการค้ายาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ 6)…

ไทยแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญจากแอฟริกาใต้และเยอรมนี ร่วมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับกัมพูชา

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 รายงานกรณีกระทรวงการต่างประเทศของไทยประกาศแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญจากแอฟริกาใต้และเยอรมนี ให้เป็นผู้สนับสนุนฝ่ายไทยในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเส้นเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชา โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย สำหรับผู้เชี่ยวชาญจากแอฟริกาใต้ คือ นาย Albert Hoffmann ผู้เชี่ยวขาญด้านกฎหมายทางทะเล ส่วนผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี คือ นาย Rudiger Wolfrum อดีตประธานกรรมการของศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ โดยการเสนอและแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของฝ่ายไทย หลังจากฝ่ายกัมพูชาตัดสินใจเมื่อต้น มิถุนายน 2569 เสนอให้ไทยกับกัมพูชาทำกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างกัน หรือ compulsory conciliation process ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ฝ่ายไทยยืนยันว่าการเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว หรือกระบวนการประนอมภาคบังคับ จะไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายและแยกออกจากประเด็นอธิปไตยเหนือดินแดนอื่น ๆ พร้อมย้ำว่าไทยต้องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชาด้วยสันติวิธี และให้ลอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กัมพูชาแต่งตั้งนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนฝ่ายกัมพูชาในกระบวนการดังกล่าว ร่วมกันผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่รัฐบาลกัมพูชาคัดเลือก และนาย Peter Taksøe-Jensen นักการทูตชาวเดนมาร์ก รวมทั้งนาย Jean-Marc Thouvenin นักวิชาการชาวฝรั่งเศส กระบวนการกระบวนการประนอมภาคบังคับจะต้องจัดการหารือกันภายใน…