ผู้นำสหรัฐฯ พร้อมเจรจาเพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 3 เมษายน 2568 ว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อทบทวนนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยแนะนำให้ประเทศอื่น ๆ มีข้อเสนอสำคัญมากพอที่จะโน้มน้าวให้สหรัฐฯ เปลี่ยนนโยบาย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเชื่อมั่นว่านโยบายของเขาจะประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นคทางเศรษฐกิจให้ชาวอเมริกัน ตลอดจนสร้างอำนาจการต่อรองให้สหรัฐฯ ในความร่วมมือต่าง ๆ มากขึ้น และประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ จะกลับมามั่นคงเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าปัจจุบันจะผันผวนและตกต่ำลงอย่างมาก เพราะนักลงทุนวิตกว่านโยบายภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่แน่นอน นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่านโยบายของสหรัฐฯ ครั้งนี้ทำให้เกิดระเบียบเศรษฐกิจโลกแบบไม่แน่นอน (uncertainty) ซึ่งเป็นยุคใหม่ที่สหรัฐฯ เองอาจได้รับผลกระทบและเผชิญเศรษฐกิจถดถอยได้เช่นกัน

จีนเสร็จสิ้นการฝึกทหารร่วมรหัส Strait Thunder-2025A เน้นป้องปรามไต้หวัน

กองทัพจีน (PLA) ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินซานตง (Shandong) ปฏิบัติการและฝึกซ้อมในบริเวณทะเลจีนตะวันออก ใกล้ช่องแคบไต้หวัน เพื่อป้องปรามความเคลื่อนไหวที่อาจเป้นภัยคุกคามต่อจีน โดยเมื่อ 2 เมษายน 2568 จีนระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน Shandong และกองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพจีน สามารถควบคุมความเคลื่อนไหวของไต้หวันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการนำเข้าพลังงาน เส้นทางการรับความช่วยเหลือด้านการทหารจากต่างประเทศ และเส้นทางหลบหนี เพราะจากการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศจีน รหัส “Strait Thunder-2025A” สะท้อนชัดเจนว่าจีนสามารถโจมตีไต้หวันได้ทั้งเป้าหมายบทบกและบนทะเล ตลอดจนสามารถเคลื่อนกำลังพลไปยังภาคตะวันออกของไต้หวันได้อย่างรวดเร็ว

อิสราเอลขยายปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา มุ่งสร้าง Security Zones

รัฐบาลอิสราเอลประกาศเมื่อ 2 เม.ย.68 ขยายปฏิบัติการทางการทหารในฉนวนกาซา เป้าหมายเพื่อกวาดล้างกลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกของกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ พร้อมกับสั่งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากพื้นที่สงคราม อย่างไรก็ตาม อิสราเอลยังไม่เปิดเผยรายละเอียดการปฏิบัติการภาคพื้นดิน นักวิเคราะห์เชื่อว่าอิสราเอลจะใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป็นหลัก นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลยังประกาศว่า กองทัพอิสราเอลจะสร้างพื้นที่ด้านความมั่นคง หรือ Security Zones ในฉนวนกาซา ซึ่งภายหลัง นรม.เบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลระบุว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เพื่อประจำการทหารอิสราเอล ชื่อ Morag corridor ทั้งนี้ อิสราเอลเคยยึดครองพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซาชั่วคราว ได้แก่บริเวณเมือง Rafah และ Khan Younis ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุว่า Security Zones อาจครอบคลุมพื้นที่บริเวณพรมแดนอิสราเอล-ฉนวนกาซาทั้งหมด

สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ รวมทั้งไทย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 2 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศร้อยละ 10 ตั้งแต่ 5 เมษายน 2568 และขึ้นภาษีนำเข้าแบบเฉพาะเจาะจงต่อประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ ตั้งแต่ 9 เมษายน 2568 เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยแต่ละประเทศคู่ค้าจะถูกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าแตกต่างกัน และสินค้าบางรายการจะถูกเก็บภาษีมากกว่าสินค้าอื่น ๆ ด้วย ได้แก่ เหล็กและอะลูมิเนียม ทองแดง ยารักษาโรค อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ แร่ธาตุบางชนิดและพลังงาน มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะสร้างยุคทอง (Golden Age)  และปลดปล่อย (Liberation Day) ชาวอเมริกันจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม และทำให้สหรัฐฯ ไม่เสียเปรียบดุลการค้ากับต่างประเทศอีกต่อไป

อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาในช่วงเทศกาลการฉลองละศีลอด

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 31 มี.ค. 68 ว่า กองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซาต่อเนื่อง แม้ว่าชาวปาเลสไตน์และชาวมุสลิมทั่วโลกจะอยู่ในช่วงเทศกาลการฉลองละศีลอดระหว่าง 30-31 มี.ค.68 โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีในฉนวนกาซาอย่างน้อย 20 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นอกจากนี้ อิสราเอลยังประกาศใช้ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เมือง Rafah ตอนใต้ของฉนวนกาซา อพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากเตรียมจะปฏิบัติการทางทหาร อย่างไรก็ตาม สื่อรายงานว่าชาวปาเลสไตน์มากกว่า 50,000 คนไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงอื่น ๆ ไม่มีทรัพยากรมากเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน นานาชาติวิตกว่าอิสราเอลกำลังใช้สงครามบีบบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ต้องย้ายถิ่น

ทั่วโลกจับตามาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ใน 2 เม.ย.68

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ใน 2 เมษายน 2568 เพื่อรักษาดลุการค้าสหรัฐฯ และส่งสัญญาณให้ประเทศคู่ค้าพิจารณาปรับนโยบายการค้าให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาวอเมริกันมากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์เรียกการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าครั้งนี้ว่าเป็น “Liberation Day” ของชาวอเมริกัน เพราะชาวอเมริกาจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่ต้องอยู่ภายใต้นโยบายที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป และคาดว่าการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอย่างน้อยร้อยละ 10 จะช่วยเพิ่มตำแหน่งงานในสหรัฐฯ มากขึ้นเกือบ 3 ล้านตำแหน่ง

ปัญหาข้อมูลสำคัญของรัฐบาลรั่วไหล กระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาลสหรัฐฯ 

กรณีข้อมูลทางการทหารของสหรัฐฯ รั่วไหลที่เกิดจากการใช้แอฟพลิเคชัน Signal ส่งข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและเป็นเอกสารลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ในเยเมน โดยไม่ระมัดระวัง ทำให้พันธมิตรหลายประเทศกังวลกับความปลอดภัยในการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้นำหลายประเทศประเมินว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีร้ายแรงและควรเป็นบทเรียนสำคัญของประเทศต่าง ๆ และไม่ควรมีความผิดพลาดซ้ำ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร และความไว้วางใจระหว่างกัน

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เยือนเอเชียครั้งแรก เริ่มที่ฟิลิปปินส์

นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เริ่มการเยือนภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดยเริ่มจากการเยือนฟิลิปปินส์ใน 28 มีนาคม 2568 เชื่อว่าประเด็นสำคัญในการเยือนครั้งนี้คือการเน้นย้ำบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงในภูมิภาค และเตือนประเทศต่าง ๆ ให้ระวังภัยคุกคามจากการขยายอิทธิพลของจีน คู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ

ชาวปาเลสไตน์ประท้วงกลุ่มฮะมาส เรียกร้องยุติสงคราม

ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซารวมตัวกันชุมนุมประท้วงกลุ่มฮะมาส เพื่อเรียกร้องให้เร่งยุติความรุนแรงและสงคราม โดยมีรายงานว่าตั้งแต่ 26 มีนาคม 2568 ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซารวมตัวกันมากกว่า 3,000 คน ถือป้ายที่มีข้อความเรียกร้องให้กลุ่มฮะมาสให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพและยุติสงครามกับอิสราเอล เนื่องจากพลเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ และนอกจากพื้นที่ตอนเหนือก็มีการชุมนุมใน Gaza City ด้วย สำหรับกรณีชาวปาเลสไตน์ชุมนุมประท้วงกลุ่มฮะมาสนั้นเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวปาเลสไตน์เข้าใจว่ากลุ่มฮะมาสต้องปกป้องความปลอดภัยของฉนวนกาซา

ความตกลง “มาร์อะลาโก้”

2 เมษายนนี้จะเป็นวันปลดแอกของสหรัฐ ถ้าเอาตามที่พี่ทรัมพ์ว่า วันนั้นจะมีการประกาศแพ็คเกตรายชื่อกับรายการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐโดยเล็งไปที่ 15 ประเทศแรกที่สหรัฐมองว่าเอาเปรียบเขาก่อน จากนั้นยังไม่รู้ว่าจะมีมาตรการอะไรตามมาอีก และเชื่อได้ว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จะโดนขึ้นภาษีเป็นผลให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้นจนกระทบต่อยอดการส่งออกซึ่งเป็นตัวค้ำจุนเศรษฐกิจไทยที่ลุ่มๆดอนๆอยู่ขณะนี้ให้ต่ำเตี้ยลงไปอีก ถึงตอนนี้หลายๆคนคงอยากรู้ว่าทรัมพ์จะทำอะไรอีกที่จะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก