บริษัทญี่ปุ่นกังวลการใช้งาน ChatGPT เสี่ยงต่อการทำให้ข้อมูลรั่วไหล

  สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 12 มี.ค.66 ว่า บริษัทญี่ปุ่นชั้นนำ อาทิ บริษัท SoftBank บริษัท Hitachi บริษัท Fujisu สถาบันการเงิน Mizuho Financial Group, MUFG Bank  และ Sumitomo Mitsui Banking ได้ออกกฎจำกัดการใช้งานเทคโนโลยี AI ที่สามารถโต้ตอบได้ และแอปพลิเคชันทางธุรกิจอื่น ๆ ในการดำเนินธุรกิจ เฉพาะอย่างยิ่ง ChatGPT เนื่องจากห่วงกังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหล โดยห้ามพนักงานป้อนข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลใดๆ ที่ระบุถึงบริษัท หรือข้อมูลสำคัญของลูกค้า และมีแผนจะสร้างกฎระเบียบที่ระบุว่าภาคส่วนใดในองค์กรที่จะสามารถใช้เทคโนโลยีได้ รวมถึงระบุประเภทแอปพลิเคชันที่อนุญาตให้ใช้ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดตั้งคณะทำงานหรือหน่วยงานเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี AI ทั้งนี้ การใช้ ChatGPT แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ข้อมูลที่ป้อนระหว่างใช้งานจะถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวโปรแกรม ซึ่งมีความเสี่ยงที่ข้อมูลที่เป็นความลับอาจถูกบันทึกและนำไปใช้งานภายนอกองค์กรได้

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจเยือนรัสเซียและอาจหารือกับผู้นำยูเครนผ่านระบบออนไลน์

  สำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานเมื่อ 13 มี.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนมีแผนจะหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนผ่านระบบออนไลน์ โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นหลังจากการเยือนรัสเซียในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการสะท้อนให้เห็นบทบาทของจีนที่เพิ่มขึ้นในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน สืบเนื่องจากที่จีนประกาศจุดยืนต่อการแก้ไขวิกฤตยูเครน 12 ข้อ เมื่อ ก.พ.66 ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงในวันเดียวกันว่า สนับสนุนการสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้นำจีนและยูเครนเพื่อให้จีนรับทราบมุมมองของทั้งรัสเซียและยูเครน และทำให้การดำเนินนโยบายของจีนต่อสถานการณ์ในยูเครนสมดุลมากขึ้น อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศจีน ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย และทำเนียบประธานาธิบดียูเครน ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการต่อกรณีดังกล่าว  ทั้งนี้ หากประธานาธิบสี จิ้นผิงเยือนรัสเซียครั้งนี้ จะเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนสมัยที่ 3 และจะเป็นการหารือกับผู้นำยูเครนครั้งแรกภายหลังที่เกิดการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนเมื่อ ก.พ.65 Credit Pic : Reuters

รัฐบาลลาว-ภาคเอกชนไทยลงนาม MOA เพื่อการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงาน

  หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 14 มี.ค.66 ว่า กระทรวงการเงินลาวและบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (เอกชนไทย) ร่วมลงนามบันทึกความตกลง (Memorandum of Agreement-MOA) ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและร่วมลงทุนในธุรกิจพลังงาน เมื่อ 10 มี.ค.66 โดยทั้งสองฝ่ายจะพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าที่ตกลงร่วมกัน ทั้งยังหลีกเลี่ยงการทับซ้อนและการละเมิดสัญญาที่รัฐบาลลาวได้ลงนามกับผู้ลงทุนอื่น ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจพลังงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของลาว เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดในตลาดโลก รวมทั้งจะช่วยรัฐบาลลาวในการระดมทุนทั้งระยะสั้นและยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงิน สื่อมวลชนลาวระบุว่า บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานสะอาดที่มีเงินทุน ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงดี ซึ่งสถาบันการเงินและนักลงทุนพร้อมให้การสนับสนุน Credit Pic : vientianetimes

เวียดนามจะปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 14E เพื่อเชื่อมโยงกับลาว กัมพูชา และไทย

  สำนัข่าว Vietnam News รายงานเมื่อ 9 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Nguyen Van Thang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเวียดนาม ว่า เมื่อ 7 มี.ค.66 กระทรวงฯ ร่วมกับคณะกรรมการประชาชนประจำกว๋างนาม ประกาศจะดำเนินโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 14E ระยะทาง 90 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อม จ.กว๋างนาม-ภาคกลางเวียดนาม-ประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว กัมพูชา และไทย) และยังเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 และทางด่วนสายดานัง-กวางหง๋าย เนื่องจากถนนสายดังกล่าวทรุดโทรม ทำให้เกิดปัญหาการจราจรและเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยการดำเนินงานทางกรมการขนส่งทางถนนเวียดนาม (DRVN) เป็นผู้ลงทุนหลักในการปรับปรุงเส้นทางมูลค่ามากกว่า 1.8 ล้านล้านด่อง (75.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ระหว่างปี 2564-2568 เมื่อแล้วเสร็จจะย่นระยะการเดินทางและขนส่งสินค้าภายในเวียดนามและประเทศรอบบ้าน ทั้งยังส่งเสริมการค้าตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก Credit Pic : khmertimeskh

นรม.กัมพูชาส่งสารแสดงความยินดีต่อ นรม.จีนคนใหม่

  หนัสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 11 มี.ค.66 ว่าวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีฮุน เซนของกัมพูชา ส่งสารแสดงความยินดีถึงนายหลี่ เฉียง ในโอกาสดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ พร้อมอวยพรให้ นายหลี่ เฉียง รัฐบาลและประชาชนจีนประสบความสำเร็จ รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุด้วยว่า ทั้งสองประเทศอยู่ในโอกาสครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตทวิภาคี ซึ่งกัมพูชายินดีที่ทำงานร่วมกับจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือระดับเพชร (Diamond Cooperation) เสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม และยกระดับการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ตลอดจนสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค Credit Pic : m.en.freshnewsasia.com

กัมพูชาเพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าสุกรและสัตว์ปีกจากไทย

  หนัสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 10 มี.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Khlouk Nouy รองผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จ.สระแก้ว) ว่า กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงกัมพูชา เพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้าปศุสัตว์ ประเภทสุกรและสัตว์ปีกจากไทย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรและช่องทางธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก (H5N1) และรักษาสมดุลราคาปศุสัตว์และสัตว์ปีก รวมถึงปกป้องเกษตรกรในประเทศ ด้าน ผู้อำนวยการสำนักงานเกษตร ป่าไม้ และประมง จ.บันเตียเมียนเจย กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทผู้นำเข้าสัตว์ปีกและสุกรจากไทย 3 แห่ง ผ่านทางจุดผ่านแดนช่องจวม-ช่องสะงำ จ.อุดรมีชัย (ตรงข้าม จ.ศรีสะเกษ) และย้ำว่าสัตว์ที่ลักลอบนำเข้าไม่ผ่านการตรวจสอบจากสัตวแพทย์ อาจทำให้ปศุสัตว์ติดเชื้อหรือแพร่เชื้อต่อไป พร้อมกับกล่าวว่าหน่วยงานได้สร้างช่องทางสื่อสารกับประชาชนและเกษตรกรผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม เพื่อให้ประชาชนสามารถรายงานสภาพปัญหาและขอคำแนะนำในการดูแลปศุสัตว์ Credit Pic : khmertimeskh

The Intelligence​ Exclusive – ภูมิรัฐศาสตร์การท่องเที่ยว

 The Intelligence​ Exclusive เชิญ​ทุกท่านร่วมรับฟังมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับประเด็น ภูมิรัฐศาสตร์กับการท่องเที่ยว โดย อาจารย์ ดร.กีรติ ตระการศิริวานิช คณบดีคณะพัฒนาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มารับฟังกันครับ

เมียนมากลับมาเปิดให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางผ่านระบบออนไลน์

  สำนักข่าว Mizzima รายงานเมื่อ 26 ก.พ.66 ว่า รัฐบาลทหารสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council – SAC) ของเมียนมา กลับมาเปิดให้บริการจัดทำหนังสือเดินทาง เมื่อ 24 ก.พ.66 โดยผู้ที่จะจัดทำหนังสือเดินทางที่ย่างกุ้งต้องจองในระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.passport.gov.mm ขณะที่ประชาชนที่จะใช้บริการในส่วนภูมิภาคต้องไปลงทะเบียนที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หลังจากเมียนมาระงับให้บริการจัดทำหนังสือเดินทางแก่ประชาชนตั้งแต่ 5 ธ.ค.65 ซึ่งทำให้กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารกังวลว่าอาจถูกจับกุมหากเดินทางไปจัดทำหนังสือเดินทางที่สถานีตำรวจ Credit Pic : asia.nikkei.com

การขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีนเพิ่มขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับต้นปี 2565

  หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ก.พ.66 อ้างจากรายงานของ China Railway Kunming Group ว่า การขนส่งสินค้าผ่านโครงการรถไฟลาว-จีน (นครหลวงเวียงจันทน์-นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน) เมื่อต้นปี 2566 มีปริมาณมากกว่า 600,000 ตัน โดยเป็นสินค้านำเข้า 510,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 500 จากเมื่อปี 2565 และตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อ ธ.ค.64 มีการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางดังกล่าวจำนวน 15.6 ล้านตัน แบ่งเป็นการขนส่งในประเทศ 12.2 ล้านตัน และการขนส่งไปยังต่างประเทศ 3.4 ล้านตัน ทั้งนี้มีการขนส่งผ่านชายแดนลาว-จีนแล้ว 2.98 ล้านตัน โดยจีนส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า ผัก และดอกไม้มายังลาว  ซึ่งผู้บริหารบริษัท Vientiane Logistics Park (VLP) ที่ดูแลโครงการท่าบก-ท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ กล่าวเชื่อมั่นว่าการขนส่งสินค้าจากหลายประเทศผ่านเส้นทางดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2566 Credit Pic :…

กัมพูชากระชับความสัมพันธ์กับไทยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาในภูมิภาค

  หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 27 ก.พ.66 อ้างแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา หลังจากนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี /รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา พบหารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศ ระหว่างเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ 23-24 ก.พ.66 ว่า ทั้งสองฝ่ายทบทวนและจัดทำแผนความร่วมมือทวิภาคีหลายด้านเพื่อการเติบโตร่วมกัน ทั้งด้านการค้าการลงทุน การศึกษา การท่องเที่ยว แรงงาน การเชื่อมต่อ และความมั่นคงและการป้องกันประเทศ โดยตั้งเป้าหมายการค้าทวิภาคีมีมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 ด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการกระชับและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาพิพาทเขตแดนอย่างสันติ เพื่อเป็นเขตแดนแห่งสันติภาพ มิตรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนา ส่วนประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นกระชับความร่วมมือตามกรอบอาเซียนและความร่วมมือลุ่มน้ำโขง Credit Pic : กระทรวงการต่างประเทศ