รัฐบาลกัมพูชามุ่งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่

สมเด็จฯ ฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้ความเห็นเมื่อ 26 มีนาคม 2569 ระหว่างกิจกรรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติครั้งที่ 4 (National Science, Technology and Innovation Day หรือ STI Day) กระตุ้นให้ประชาชนและภาคเอกชนในประเทศให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในประเทศ เนื่องจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญและจำเป็นต่อการเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและศักยภาพของกัมพูชาในเวทีโลก ที่ผ่านมาตลอด 20 ปี รัฐบาลให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในฐานะ “ทางเลือก” ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม แต่ปัจจุบันได้ยกระดับเป็น “ปัจจัยจำเป็น” ต่อการพัฒนาทุกภาคส่วนของประเทศ รัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มที่ โดยตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัยสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน คาดว่าจะให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสถาบันวิชาการและการศึกษาทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และพร้อมตอบสนองนโยบายเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาล เป้าหมายสำคัญ คือ ให้กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์เทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และมีเทคโนโลยีเป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตภาคอุตสาหกรรม ผู้นำกัมพูชากระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเป้าหมายดังกล่าวด้วย โดยเน้นย้ำหลักการสร้างระบบนิเวศน์ในประเทศให้เอื้อต่อการปรับเปลี่ยน หรือ “whole-of-ecosystem” รวมทั้งเชื่อมโยงให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าใจว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีส่วนสำคัญต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ เพราะเป็นเครื่องมือที่ทำให้กัมพูชามีความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะโลกรวน และสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนได้ กิจกรรมในช่วง STI Day ของกัมพูชา…

อิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไข 15 ข้อของสหรัฐฯ

สถานการณ์สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ กับอิสรเอล ยังไม่คลี่คลาย โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านเมื่อ 25 มีนาคม 2569 ให้ความเห็นต่อสื่อมวลชนว่าอิหร่านจะไม่ยอมรับเงื่อนไข 15 ข้อที่สหรัฐฯ เสนอ เพื่อยุติสงครามครั้งนี้ เนื่องจากเป็นแผนการที่ไม่สมเหตุสมผล หลอกลวง และเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ฝ่ายเดียว  อิหร่านปฏิเสธด้วยว่าไม่มีการเจรจาโดยตรงเกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ ขณะที่สื่อมวลชนรายงานว่าปัจจุบัน อียิปต์ ตุรกี และปากีสถาน พยายามเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเพื่อลดระดับความขัดแย้งและความตึงเครียดในภูมิภาค เครื่องมือการทูตพยายามใช้บรรเทาความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังไม่เป็นผลจากท่าทีของอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เสนอ ขณะเดียวกันสถานการณ์ในภูมิภาคมีแนวโน้มตึงเครียดต่อเนื่อง สะท้อนจากมีรายงานการโจมตีระหว่างคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน รวมทั้งมีรายงานว่าสหรัฐฯ ทยอยเพิ่มทหาร และส่งยุทโธปกรณ์ไปปฏิบัติการในตะวันออกกลาง พร้อมกับส่งสัญญาณกดดันอิหร่านให้ประกาศยอมแพ้ ไม่เช่นนั้นจะเผชิญการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิม สำหรับข้อเสนอของสหรัฐฯ 15 ข้อ เสนออิหร่านผ่านผู้แทนของปากีสถาน ประกอบด้วยสาระสำคัญ เช่น การทำข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านเจรจายุติสงคราม ให้อิหร่านรื้อถอนโรงงานพัฒนานิวเคลียร์จำนวน 3 แห่ง พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังให้อิหร่านจำกัดจำนวนขีปนาวุธ ยุติการสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ รวมทั้งเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นปกติ…

รัสเซียจัดหาพลังงานและเพิ่มความใกล้ชิดกับเวียดนาม

ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างมากในระดับความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเวียดนามกับรัสเซีย ทำให้การเยือนรัสเซียของนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม พร้อมคณะผู้แทนระดับสูง อย่างเป็นทางการระหว่าง 22-25 มีนาคม 2569 เวียดนามได้รับคำมั่นจากรัสเซียในหลาย ๆ ด้าน เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน และมีแนวโน้มจะเผชิญความมั่นคงทางอาหารที่เป็นผลจากปุ๋ยเคมีที่ไม่สามารถส่งออกทางช่องแคบฮอร์มุซได้โดยสะดวก ในระหว่างการเยือนรัสเซีย นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เมื่อ 25 มีนาคม 2569  ซึ่งรัสเซียยินดีจะสนับสนุนเวียดนามในหลายประเด็น ทั้งประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และพลังงาน เพื่อพัฒนาความร่วมมือของทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และเน้นย้ำการรักษาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมในด้านความมั่นคง การทหาร และการต่างประเทศ เวียดนามยังได้มีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการเพิ่มปริมาณการค้าผ่านการขนส่งทางรถไฟ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการถ่ายทอดทักษะความรู้ระหว่างกัน เพื่อโอกาสในการฝึกอบรมบุคลากรในรัสเซียและการพัฒนาโครงการต่างๆ ในเวียดนาม รวมไปถึงสร้างความร่วมมือด้านพลังงานน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติกับรัสเซีย นอกจากนี้ รัสเซียยังจัดหาข้าวสาลี เนื้อสัตว์ ปุ่ยเคมี และยาให้กับเวียดนามอีกด้วย เวียดนามยังเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ด้วยการเปิดรับรัสเซียที่จะสร้างโรงงานนิวเคลียร์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในเวียดนาม โดยบริษัท Rosatom  บริษัทพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลรัสเซียจะเป็นผู้มีหน้าที่หลักในการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นิงถวน 1 ในเวียดนาม ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ VVER-1200 ที่ออกแบบโดยรัสเซียจำนวน…

อิหร่านตอบโต้กับสหรัฐฯ ด้วยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเฉพาะบางประเทศ    

อิหร่านย้ำว่าไม่ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสิ้นเชิง โดยเรือพาณิชย์ เช่น เรือขนส่งพลังงาน และเรือสินค้าที่ติดธงประเทศของหลาย ๆ ประเทศ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านย้ำเมื่อ  25 มีนาคม 2569 ว่า จะพิจารณาจากความใกล้ชิด และเป็นมิตรกับอิหร่าน เพียงแต่ต้องแจ้งกับอิหร่านล่วงหน้า อิหร่านระบุว่าเรือของประเทศที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับอิหร่าน หรือเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่ได้ขนส่งน้ำมันดิบและสินค้าสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุชไปได้แล้ว ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน รัสเซีย จีน และอิรัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านไม่ได้ระบุว่ามีไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อ  24 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยแสดงความขอบคุณอิหร่านที่อนุญาตให้เรือของบริษัทบางจาก ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ขณะที่บริษัท SCG Chemicals ของไทยกำลังรอการอนุมัติให้ผ่านช่องแคบเช่นกัน พร้อมกับได้ขอบคุณอิหร่าน และโอมานที่ให้ความช่วยเรือมยุรี นารี ของไทย ซึ่งประสบอุบัติเหตุอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ  ซึ่งเมื่อ 26 มีนาคม 2569 ได้รับรายงานว่าเรือมยุรี นารี ได้ไปเกยตื้นที่เกาะเกชม์ของอิหร่านแล้ว เรือของมาเลเซียก็สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เช่นกัน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียแถลงเมื่อ 26 มีนาคม 2569 ขอบคุณประธานาธิบดีมัสอูด…

ผลกระทบต่อเมียนมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2568 แม้สัญญาณการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีเป็นระยะ ๆ แต่สถานการณ์ด้านพลังงานทั่วโลกยังไม่ดีขึ้น โดยในช่วงแรก ๆ ของความขัดแย้ง ยานพาหนะจากเมียนมาก็ได้มีการข้ามชายแดนไทย เพื่อมาเติมน้ำมันบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จนเกิดเป็นกระแสการห้ามยานพาหนะจากเมียนมามารับบริการเติมน้ำมันที่สถานีน้ำมันของไทย และมีการลักลอบการขายน้ำมันบริเวณชายแดน เช่น เมื่อ 22 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้สกัดกั้นรถบรรทุกที่ลักลอบขนน้ำมันดีเซลหลายพันลิตรบริเวณชายแดน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังชาวบ้านแจ้งข่าวว่าพบรถขนส่งน้ำมันต้องสงสัยขับเข้าไปในพื้นที่ชายแดนผิดปกติ และมีการดัดแปลงถังบรรทุก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และเตรียมนำส่งไปยังฝั่งเมียนมา ราคาน้ำมันในเมียนมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น สะท้อนถึงความผันผวนของอุปทานพลังงานและข้อจำกัดด้านการนำเข้า เนื่องจากเมียนมาต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศในสัดส่วนสูงถึงประมาณร้อยละ 90 ส่งผลให้โครงสร้างพลังงานในประเทศมีความเปราะบาง และต้องพึ่งพาตลาดมืด ข้อมูลราคาน้ำมัน ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลในเมียนมาอยู่ที่ประมาณ 2,790 จ๊าตต่อลิตร หรือประมาณ 50–55 บาทต่อลิตร รัฐบาลเมียนมาได้ออกมาตรการควบคุมการใช้น้ำมัน เช่น การจำกัดการใช้น้ำมันสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล การกำหนดวันใช้งานรถตามเลขทะเบียน และการปันส่วนเชื้อเพลิงในบางพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและลดการใช้น้ำมันในระบบขนส่งเพื่อบรรเทาวิกฤตน้ำมัน อย่างไรก็ดี…

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ : มิติสำคัญของการสร้างและรักษาไว้ซึ่งความมั่นคง

ขณะที่คู่ขัดแย้งสู้รบและสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในสนามรบ ไม่ว่าจะเป็นกรณีอิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล หรืออิสราเอล-ปาเลสไตน์ รวมถึงรัสเซีย-ยูเครน ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรบพุ่งที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็ต้องเป็นฝ่ายสูญเสียเช่นกัน เพียงแต่มาในรูปแบบที่ต่างกัน และเมื่อเทียบความเสียหายก็ไม่ได้มีมูลค่าน้อย ๆ ทั้งยังจะยิ่งสูงขึ้นจากความยาวนานของสงคราม รวมทั้งยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู …ความเสียหายที่ว่าคือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ที่ถูกทำลายและทำให้ประเทศต่าง ๆ กลายเป็นผู้ประสบภัยร่วมจากการที่ต้องพึ่งพาหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวโยงกับคู่สงครามไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง การหาทางเอาตัวรอดจากภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งเฉพาะหน้าและเตรียมการสำหรับภัยในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security) ไม่ว่าภาวะปกติหรือยามวิกฤติมีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าความมั่นคงที่ยึดโยงกับการทหาร องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) ระบุว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ คือ ความสามารถของชาติในการป้องกันและรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการทำให้มีความสามารถฟื้นตัว/ลุกได้เร็วและทรงตัวได้ไวไม่ว่าจะเผชิญ ภัยคุกคามใด ๆ  ทั้งจากภายในและต่างประเทศ  ความมั่นคงทางเศรษฐกิจยังมีความเหลื่อมทับกับความมั่นคงที่ยึดโยงกับการทหาร เนื่องจากการสร้างความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ ความสามารถของประเทศโดยรวมในการป้องกันและสร้างผลประโยชน์แห่งชาติให้เพิ่มพูนท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว OECD ยังย้ำถึงการเสริมสร้างความสามารถในการลุกได้ไว จากภัยคุกคามทั้งในและนอกประเทศเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และในยุคที่โลกเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจยิ่งมีขอบเขตกว้างขวาง ครอบคลุมไปถึงขีดความสามารถในการคุ้มครองสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และการสร้างหลักประกันในการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น เช่น อาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี รวมถึงการปกป้องอุตสาหกรรมทางยุทธศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน การรักษา การลื่นไหลของการค้าและการลงทุน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์…

การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุชคือการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE เป็นประเทศหนึ่งของพันธมิตรสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางที่เผชิญอุปสรรคจากการส่งออกพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และถูกอิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ของโลก  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ UAE ระบุว่า UAE  เป็นเป้าหมายการโจมตีจากขีปนาวุธ และโดรนของอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 161 ราย นอกจากนี้ อิหร่านยังโจมตีแหล่งพลังงานของซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และโอมานด้วย ซึ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่าน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น แม้อิหร่านจะยืนยันว่าจะผ่อนปรนให้เรือขนส่งสินค้าและพลังงาน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากแจ้งต่ออิหร่าน และมีการปล่อยให้เรือขนส่งที่ไม่ใช่ของศัตรูผ่านมากขึ้นในห้วงปลาย มีนาคม 2569 แต่สุลต่าน Ahmed Al Jaber ซึ่งเป็น CEO ของ Aabu Dhabi National Oil Company (ADNOC)  ได้กล่าวหาการกระทำของอิหร่านเมื่อ 23 มีนาคม 2569 ว่า การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก เพราะการกระทำของอิหร่านเท่ากับเป็นการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ (economic terrorism) ซึ่งส่งผลกระทบวงกว้างเกินกว่าตลาดพลังงาน…

แนวโน้มการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน : ฟิลิปปินส์ประกาศสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน

สหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่มีการเจรจากันอย่างเป็นทางการ เพื่อแลกเปลี่ยนเงื่อนไขสู่การหยุดยิงชั่วคราวหรือยุติสงครามที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แต่ปัจจุบัน ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าได้ส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนการเจรจาของรัฐบาลไปหารือกับผู้แทนของอิหร่านแล้ว อย่างไรก็ดี รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธและกล่าวโทษผู้นำสหรัฐฯ ว่าเผยแพร่ข่าวปลอม (fakeness) สื่อมวลชนต่างประเทศคาดการณ์ว่า คณะผู้แทนของฝ่ายสหรัฐฯ อาจดำเนินการเจรจากับอิหร่าน แต่ไม่ใช่ผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาลหรือกองทัพอิหร่านโดยตรง ซึ่งอาจเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการล้มล้างการปกครองของรัฐบาลปัจจุบัน และโค่นอำนาจทางการทหารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หรือสหรัฐฯ อาจมีช่องทางเข้าถึง นายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งมีการประเมินกันก่อนหน้านี้ว่าสหรัฐฯ สนับสนุนให้ขึ้นเป็นผู้นำอิหร่านคนใหม่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้เจรจากับรัฐบาลอิหร่านที่เป็นคู่ขัดแย้ง ขณะที่ นายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ  ก็ปฏิเสธแล้วว่าเป็นตัวแทนเจรจากับสหรัฐฯ การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างเป็นทางการ เพื่อยุติสงครามหรือหยุดยิงชั่วคราว มีความพยายามจากฝ่ายสหรัฐฯ เแต่ยังมีระดับความขัดแย้งและไม่ไว้วางใจกันค่อนข้างสูง ขณะที่อิสราเอลที่มีส่วนร่วมสำคัญในสงครามครั้งนี้ ก็อาจไม่ต้องการให้สหรัฐฯ เจรจากับอิหร่าน เพราะอาจทำให้อิสราเอลเสียเปรียบในห้วงที่ยังไม่สามารถทำลายกองทัพอิหร่านได้ตามเป้าหมาย และอิสราเอลก็กำลังเดินหน้ากวาดล้างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน นักวิเคราะห์ในต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าผู้นำสหรัฐฯ โฆษณาชวนเชื่อว่ากำลังเจรจากับอิหร่าน เพื่อควบคุมสถานการณ์วิกฤตพลังงานและน้ำมันทั่วโลก ตลอดจนอาจเป็นไปเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อย และ “ซื้อเวลา” ให้สหรัฐฯ ส่งกองกำลังและยุทโธปกรณ์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม…

จีนตอบโต้ไต้หวันที่จะไม่เข้าร่วมการประชุม WTO

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเมื่อ 24 มีนาคม 2569 วิจารณ์ไต้หวันในเชิงลบกรณีไต้หวันประกาศเมื่อ 20 มีนาคม 2569 ว่า จะไม่เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization) หรือ WTO ครั้งที่ 14 ระหว่าง 26-29 มีนาคม 2569 ที่เมือง Yaounde แคมเมอรูน เพื่อประท้วงแคมเมอรูนที่ระบุในเอกสารการประชุมเกี่ยวกับคณะผู้แทนจากไต้หวันว่า ไต้หวันเป็นจังหวัดของจีน หรือ Taiwan, Province of China รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนย้ำว่า แคมเมอรูนดำเนินการถูกต้องแล้ว เพราะไต้หวันเป็นดินแดนของจีน รวมทั้งสะท้อนว่าแคมเมอรูนเข้าใจ และเคารพหลักการจีนเดียว (one-China principle) เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไต้หวันประท้วงประเด็นดังกล่าวต่อแคมเมอรูนแล้วตั้งแต่เมื่อ กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้เหตุผลว่าเป็นการละเมิดสิทธิของไต้หวันในฐานะสมาชิก ที่ต้องการเข้าร่วมการประชุมแบบอิสระ แต่ไม่มีการปรับเปลี่ยนข้อความในเอกสารการประชุม ไต้หวันตัดสินใจถอนตัวจากการประชุม WTO ระดับรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก ซึ่งการประชุม WTO ระดับรัฐมนตรี เป็นกลไกความร่วมมือระดับสูงของ WTO  จะจัดขึ้นทุก ๆ…

ผอ.IEA ประเมินวิกฤตพลังงานโลกรุนแรงกว่าในอดีต

นาย Fatih Birol ผู้อำนวยการทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) หรือ IEA ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 23 มีนาคม 2569 ว่า วิกฤตพลังงานในปัจจุบันมีแนวโน้มรุนแรงมากกว่าวิกฤตน้ำมันเมื่อปี 2516 ปี 2522 และวิกฤตพลังงานในยุโรปตั้งแต่ปี 2565 หลังจากรัสเซียทำสงครามในยูเครน เนื่องจากเหตุการณ์อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก (supply disruption) อย่างน้อย 11 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็น 2 เท่าของอุปทานน้ำมันที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤตน้ำมันเมื่อปี 2516 และปี 2522 ส่วนอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน สาเหตุสำคัญเนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกในการผลิตน้ำมันอย่างน้อย 40 แห่งใน 9 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกทำลายจากการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ -อิสราเอล กับอิหร่าน นอกจากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น ผอ.IEA ประเมินว่าสถานการณ์ครั้งนี้จะเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงโดยเร็ว เพื่อควบคุมผลกระทบ และย้ำว่าปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดวิกฤตครั้งนี้ คือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ…