แฮ็กเกอร์ที่สนับสนุนอิหร่านโจมตีบริษัทของสหรัฐฯ 

การตอบโต้สหรัฐฯ ของอิหร่านที่โจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ประเมินไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น โดยกลุ่มอุดมการณ์ที่สนับสนุนอิหร่านอาจจะตอบโต้ด้วยการก่อการร้ายต่อมาตุภูมิสหรัฐฯ ในทางกายภาพ ควบคู่ไปกับที่แฮ็กเกอร์ ซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุนจะโจมตีต่อระบบไซเบอร์ของภาครัฐ และเอกชนของสหรัฐฯ ซึ่งหน่วยงานความมั่นคง และด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด สื่อมวลชนของสหรัฐฯ เมื่อ 10 มีนาคม 2569 เปิดเผยโดยอ้างแหล่งข่าวจากประชาคมข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่า ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกคำเตือนไปยังภาครัฐ และเอกชนของสหรัฐฯ ว่าอาจเป็นเป้าหมายการถูกแฮ็กเกอร์ที่อิหร่านให้การสนับสนุน โจมตีระบบไซเบอร์ เช่น ระบบไซเบอร์ของภาคการเงิน รวมทั้งระบบไซเบอร์ด้านการวิจัย และบริษัทด้านการทหารที่อิสราเอลร่วมมือกับสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อ 12 มีนาคม 2569  Handala ซึ่งเป็นแฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายต่อบริษัท Stryker ผู้ผลิตและให้บริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ของโลกในสหรัฐฯ  โดยประกาศว่าเพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนในอิหร่าน จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แนวโน้มที่แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านทั้งเป็นกลุ่ม หรือเป็นผู้ที่เห็นอกเห็นใจอิหร่าน จะโจมตีระบบไซเบอร์ที่เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอล หรือประเทศที่อยู่ฝ่ายสหรัฐฯ มีแนวโน้มมากขึ้น โดยบริษัทด้านไซเบอร์ของโลกประเมินว่า แม้ว่าศักยภาพของระบบอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน หลังจากถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตี จะได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อิหร่านสนับสนุน…

แนวทางของไทยในการรับมือกับการเข้ามาของสหรัฐฯ ในเรื่องแร่หายาก

สหรัฐฯ มีโครงการสร้างคลังสำรองแร่ธาตุสำคัญ (critical minerals) หรือแร่หายากตาม Project Vault เพื่อลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อากาศยาน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงเพื่อรับประกันวัตถุดิบให้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศ และลดการพึ่งพาจีนในระยะยาวด้วย ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ในช่วงเริ่มดำเนินการ แต่มีการเริ่มจัดหาแร่สำคัญเพื่อเข้าคลังสำรองแล้ว หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเริ่มโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ ยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจไทย-สหรัฐฯ ว่าด้วยความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ เมื่อ 26 ตุลาคม 2568  ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกรอบการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 47 ที่มาเลเซีย ซึ่งอาจมีข้อสังเกตจากการดำเนินนโยบายเชิงรุกในการแสวงหาและครอบครองแร่หายาก ดังนี้ – สหรัฐฯ อาจดึงไทยเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุใหม่ และใช้ไทยเป็นฐานการผลิตแร่ธาตุใหม่ เข้ามาลงทุนเพื่อวิจัย พัฒนา หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตแร่ธาตุ ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะ การสกัด และการแปรรูปแร่ในไทย ซึ่งหากประสบผลสำเร็จ จะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานแร่โลก ทั้งยังทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย เปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดแร่ธาตุสำคัญและมีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพและสำคัญมากขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างประเทศให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตได้มากขึ้น…

เส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซไม่ปลอดภัยมากขึ้น

เส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซที่ไม่ปลอดภัยมากขึ้น จะยิ่งทำให้ปริมาณน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางออกสู่ในตลาดโลกลดลงไปอีก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ข่มขู่อิหร่าน เมื่อ 10 มีนาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ จะทวีความรุนแรงในการโจมตีอิหร่านขึ้นอีก 20 เท่า หากยังปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน อิสราเอลระเบิดคลังน้ำมันของอิหร่านกว่า 30 แห่ง จากที่อิหร่านระเบิดคลังน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและคูเวตเสียหายอย่างหนัก หลังคำขู่ของผู้นำสหรัฐฯ ช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นช่องทางส่งออกน้ำมันไปสู่ตลาดโลกประมาณ ร้อยละ 20 เริ่มไม่ปลอดภัยในการขนส่งมากขึ้น เนื่องจากมีรายงานเมื่อ 11 มีนาคม 2569 ว่า กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (Central Command-CENTCOM) ของสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือรบวางทุ่นระเบิดใต้น้ำของอิหร่าน จำนวน 16 ลำ หลังจากได้รับรายงานจากสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ของสหรัฐฯ ว่า อิหร่านได้เริ่มปฏิบัติการวางทุ่นระเบิดใต้น้ำในบริเวณดังกล่าว เพื่อขัดขวางไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่าน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ออกมาตรการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ จากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมปฏิเสธข้อเรียกร้องของบริษัทขนส่งทางเรือ ที่เรียกร้องให้ส่งเรือรบไปคุมกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซที่ยังมีความเสี่ยงสูง ขณะเดียวกันยังไม่มีรายงานว่ามีประเทศใดรับข้อเสนอของอิหร่านที่เสนอก่อนหน้านี้ ว่าให้ประเทศในยุโรปและตะวันออกกลางขับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และอิสราเอลออกจากประเทศ เพื่อแลกกับสิทธิในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ…

ท่าทีทั่วโลกหลังจากอิหร่านแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่

สถานการณ์การเมืองอิหร่านมีพัฒนาการที่สำคัญ โดยสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านจำนวน 88 คน เห็นชอบเมื่อ 8 มีนาคม 2569 แต่งตั้งอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี บุตรชายคนที่ 2 ของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในช่วงที่อิหร่านยังเผชิญสถานการณ์สงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ มอจญ์ตะบา อายุ 56 ปี ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 8 มีนาคม 2569 เป็นบุคคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองรุ่นเก่า คาดว่าการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดครั้งนี้จะทำให้การเมืองอิหร่านมีความต่อเนื่องและสามารถรักษาอำนาจทางการเมืองได้ในระยะยาว ทั่วโลกให้ความสนใจการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ โดยมีประเทศที่แสดงความยินดีกับผู้นำสูงสุดคนใหม่ ได้แก่ โอมาน อิรัก และรัสเซีย นอกจากนี้ รัฐบาลอิรักแสดงความเชื่อมั่นในความสามารถของอิหร่านที่จะจัดการกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความอ่อนไหวสูงได้ ขณะที่รัฐบาลจีนให้ความเห็นว่าการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดครั้งนี้ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของอิหร่าน และยืนยันไม่สนับสนุนการแทรกแซงการเมือง รวมทั้งอธิปไตยของประเทศอื่น ๆ กลุ่มฮูษีในเยเมน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่รัฐบาลอิหร่านสนับสนุน แถลงแสดงความยินดี และประกาศว่าเป็นชัยชนะของการปฏิวัติอิหร่าน เนื่องจากมอจญ์ตะบามีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมและไม่ประนีประนอม  ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มีมุมมองว่า…

สหรัฐฯ อาจเข้ายึดครองคิวบาแบบเป็นมิตร

สถานการณ์กลางตะวันออกกลางที่ใกล้จะมีทางออก หากพิจารณาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุเมื่อ 9 มีนาคม 2569 ว่า สงครามกับอิหร่านใกล้ยุติลงแล้ว และจะไม่ยินยอมให้อิหร่านนำโลกเป็นตัวประกัน ซึ่งหมายถึงกรณีปิดช่องแคบฮอร์มุช  แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็พร้อมจะเปิดสมรภูมิขัดแย้งใหม่ โดยย้ายกลับมาภูมิภาคอเมริกา ที่คิวบา ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเม็กซิโก และอยู่ใกล้กับรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เพียง 150 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งจะรุนแรงมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับคิวบาจะยอมเจรจาผลประโยชน์กับสหรัฐฯ หรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในคิวบา ทั้งการเมือง และระบบเศรษฐกิจ โดยอ้างว่าคิวบากำลังจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว และถูกปกครองแบบผูกขาดมานาน โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและแคริบเบียน ที่รัฐฟลอริดา เมื่อ 5 มีนาคม 2569  ว่า คิวบาต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้ได้มอบหมายให้นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไปเจรจากับคิวบา รวมทั้งคิวบาต้องมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากสหรัฐฯ เสร็จภารกิจในอิหร่าน ซึ่งใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว มีรายงานว่านายรูบิโอได้ไปเจรจากับ นาย Raul Guillermo Rodriguez Castro ซึ่งเป็นหลานอดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร โดยไม่ผ่านประธานาธิบดีประธานาธิบดีมิเกล…

เวียดนามช่วยประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อิหร่านยังไม่ยุติ และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เมื่อ 9 มีนาคม 2569  เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ กรกฎาคม 2565 โดยเกิน100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มจะสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากที่อิหร่านยังเดินหน้าตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมกับมีการตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่เมื่อ 8 มีนาคม 2569  ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้นำคนก่อนที่ถูกสหรัฐฯ สังหาร คือ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี อายุ 56 ปี บุตรชายคนที่ 2 ของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องช่วยพยุงราคาพลังงานภายในประเทศ ที่ปรับขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 21–32 ตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง น้ำมันดีเซลของเวียดนาม ราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ร้อยละ 30 ซึ่งสูงที่สุดนับแต่ กรกฎาคม 2565 นอกจากนี้ เมื่อ 7 มีนาคม…

การชุมนุมประท้วงไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

แนวโน้มการปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตีอิหร่านมาตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ของสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังไม่มีแนวโน้มยุติ จากที่ยังไม่เห็นทางออกในการที่จะมีการเจรจากัน จากที่อิหร่านยืนยันเมื่อ 8 มีนาคม 2569 จะไม่มีการยอมแพ้ ตามที่สหรัฐฯ ต้องการ ขณะที่ก็เกิดการประท้วงต่อต้านการกระทำของสหรัฐฯ ในจุดต่าง ๆ ของโลก แม้การประท้วงจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติการโจมตีอิหร่าน แต่ก็สะท้อนว่า ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่า เป็นการกระทำที่เกินไป แม้สหรัฐฯ และอิสราเอลจะมีข้ออ้างว่าการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย มีผลต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็มีรายงานการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนรัฐบาลกับต่อต้านรัฐบาลในอิหร่าน แต่ไม่มีเหตุรุนแรงหรือขยายวงกว้าง ส่วนการประท้วงนอกอิหร่าน เพื่อให้ยุติการโจมตีอิหร่าน ยังมีอยู่ เช่น หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำลอนดอน และที่นครนิวยอร์กก็มีการชุมนุมของกลุ่มขวาจัด รวมทั้งยังมีการชุมนุมในเมืองสำคัญ ๆ ของสเปน ซึ่งผู้จัดการชุมนุมประมินว่า เมื่อ 8 มีนาคม 2569 มีจำนวน 180,000 โดยมีการ 2 การชุมนุม ควบคู่กันคือ ในวันสตรีโลก (International Women’s…

ไทยกับภารกิจอพยพประชาชนท่ามกลางวิกฤตอิหร่าน

ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล และสหรัฐฯ สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาค และความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลาง เช่น แรงงาน นักศึกษา แม่บ้าน และผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย ทำให้เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย และการดำรงชีวิตประจำวัน คนไทยบางกลุ่มที่ได้รับความเสี่ยง มีความประสงค์ในการเดินทางกลับประเทศไทย ความเสี่ยง ได้แก่ ความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัย และการปิดน่านฟ้า  ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่าการโจมตีของฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้อิหร่านตอบโต้กลับโดยมีเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการทางทหารในกรุงเตหะราน และเมืองอื่น ๆ เที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิก หรือบังคับเปลี่ยนเส้นทางอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ผู้โดยสารติดค้างและเผชิญความไม่แน่นอนของการเดินทาง อีกทั้งยังมีรายงานการยิงโดรนโจมตีบริเวณสถานกงสุลของ สหรัฐอเมริกา ในเมืองดูไบ แม้ไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ แต่สะท้อนถึงความไม่ปลอดภัยของพื้นที่ และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชน และชุมชนเมืองโดยรอบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พลเรือน รวมทั้งชาวต่างชาติ ต้องพิจารณาการอพยพโดยด่วน หน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่น ๆ ของไทย ติดตามระดับพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กองทัพอากาศไทยได้เตรียมพร้อมอพยพชาวไทยหากจําเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิหร่านซึ่งมีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 250 คน และทั่วภูมิภาคประมาณ 70,000 คน หลายหน่วยงานได้เริ่มแผนฉุกเฉิน กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้ง War…

แร่หายาก…โอกาสหรือความเสี่ยงของไทย?

ทรัพยากรแร่ธาตุ โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth) กลายเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญระหว่างประเทศมหาอำนาจ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค รวมทั้งอาเซียน หลังจากสหรัฐฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านแร่ธาตุสำคัญกับ 5 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานจากจีน ขณะที่จีนซึ่งเป็นทั้งประเทศที่มีทรัพยากรแร่หายากมากที่สุดในโลกและเป็นผู้นำด้านการแปรรูปแร่ (Refinning) ตั้งเป้าเปิดโรงงานแปรรูปแร่หายากในรัฐปะหัง มาเลเซีย ในปี 2570 การเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้เล่นของห่วงโซ่อุปทานโลกจะเป็นโอกาสของไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อรับมือความท้าทายที่จะเผชิญ ไทยมีทั้งทรัพยากรแร่และธาตุ โดยส่วนใหญ่แร่หายากในไทยจะกระจายตัวตามแนวหินแกรนิตในพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง) ภาคตะวันตก (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดกาญจนบุรี) และภาคใต้ (จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี) แต่พบได้น้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ธาตุที่พบในไทยส่วนใหญ่คือ โมนาไซต์ ธาตุหายากกลุ่มเบา (Light Rare Earth) และซีโนไทม์ ธาตุหายากกลุ่มหนัก (Heavy…

แนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่

  นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงนโนบายต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569  ภายหลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมัยที่ 2 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569  โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างบทบาทของญี่ปุ่นในเวทีระหว่างประเทศ พัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ และรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาระบบการศึกษา สาธารณสุข สังคม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของพลเมืองญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติ นโยบายของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ให้แข็งแกร่งและรุ่งเรือง ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ โดยทั้งสานต่อแนวนโยบายเดิม และปรับให้สอดคล้องกับบริบทระหว่างประเทศ  ญี่ปุ่นยึดแนวทางความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องสำหรับไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการส่งเสริม ความร่วมมือภายใต้กรอบ ODA เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจะขยายความช่วยเหลือภายใต้กรอบ OSA แก่ประเทศที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะมีความขัดแย้งกับจีน เพื่อส่งเสริมบทบาทนำของญี่ปุ่นในการรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในห้วงที่จีนมีบทบาทมากขึ้น นโนบายที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่น สาระสำคัญ ดังนี้ – ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน  จะมุ่งแก้ไขการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง โดยใช้นโยบายการคลังเชิงรุก  ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมียุทธศาสตร์ รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ลดระดับหนี้สาธารณะ และส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ…