สหรัฐฯ ยกเลิกสถานะทางกฎหมายแก่ผู้อพยพจากประเทศละตินอเมริกา

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเมื่อ 22 มีนาคม 2568 ว่า จะยกเลิกสถานะทางกฎหมายต่อผู้อพยพประเทศในละตินอเมริกา ได้แก่ คิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา รวมประมาณ 530,000 คน ซึ่งเป็นผู้อพยพกลุ่มที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ และได้รับสถานะทางกฎหมายในช่วงรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ภายใต้โครงการ CHNV ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2565 เป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศละตินอเมริกากลุ่มดังกล่าวสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯ

อิสราเอลขู่ยึดดินแดนในฉนวนกาซาขณะที่นานาชาติเรียกร้องให้เจรจา

สถานการณ์ความรุนแรงและการปฏิบัติการทางหทารในฉนวนกาซาตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากอิสราเอลตัดสินใจเมื่อ 20 มีนาคม 2568 ใช้ปฏิบัติการทางทหารกดดันให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังคงอยู่ในฉนวนกาซาให้หมด ไม่เช่นนั้นจะยึดพื้นที่ของฉนวนกาซาด้วยกำลังทหาร โดยล่าสุดเมื่อ 22 มีนาคม 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลย้ำว่า กองทัพอิสราเอลมีความพร้อมจะกวาดล้างกลุ่มฮะมาส และจากนั้นอาจยึดดินแดนในฉนวนกาซา โดยจะใช้กลไกทุกรูปแบบทั้งการทหารและพลเรือน เพื่อใช้ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่

การมาของทรัมพ์จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในโลกหรือจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น?

หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมพ์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ ความปั่นป่วนในโลกก็เริ่มขึ้นทันที ด้วยลีลาการพูดที่ดูขึงขันดุดันแต่ไม่แน่นอนทำให้สื่อต้องเฝ้าติดตาม ”ผู้ชายคนนี้“ อย่างใกล้ชิดเนื่องจากไม่รู้ว่าแต่ละวันจะมีท่าทีอะไรที่คาดหมายไม่ได้ออกมาบ้าง เรียกได้ว่าเป็นการเขย่าโลกรายวัน

การเปรยว่าจะผนวกแคนาดา จะยึดคืนปานามา หรือซื้อกรีนแลนด์ ถ้าหากสืบค้นประวัติศาสตร์ของอเมริกันสักหน่อยจะพบว่าสิ่งที่ทรัมพ์พูดนั้นไม่ได้ห่างไกลความจริงเนื่องจากในอดีตมาสหรัฐมักใช้วิธีขยายดินแดนด้วยการทำสงครามกับการเจรจาขอซื้อ อย่างเทกซัสก็ได้มาจากสงครามกับเม็กซิโก

อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาครั้งใหญ่ และกดดันกลุ่มฮะมาสให้ปล่อยตัวประกัน  

กองทัพอิสราเอลเมื่อ 20 มีนาคม 2568 ปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซาอีกครั้ง หลังจากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซาไปเมื่อ 19 มีนาคม 2568 เป้าหมายเพื่อยึดครองพื้นที่ Netzarim Corridor ซึ่งคั่นกลางระหว่างฉนวนกาซาเหนือ-ใต้  ก่อนหน้านี้ อิสราเอลเคยใช้ Netzarim Corridor เป็นเขตทหาร และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการปฏิบัติการทหารของอิสราเอล  การโจมตีที่ตึงเครียดขึ้นในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อกดดันกลุ่มฮะมาสให้ปล่อยตัวประกันที่เหลืออีก 58 คน โดยไม่มีเงื่อนไข หากกลุ่มฮะมาสปฏิเสธข้อเสนอนี้ รมว.กห.อิสราเอลยืนกรานว่ากองทัพอิสราเอลก็จะใช้การโจมตีต่อไป ทั้งนี้ กลุ่มฮะมาสระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในห้วง 2 วันนี้แล้วอย่างน้อย 970 คน

สหรัฐฯ ซุ่มสร้างเขตทหารบริเวณพรมแดนเม็กซิโก

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 มีนาคม 2568 ว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังสนับสนุนการสร้างพื้นที่วางกำลังพลทางการทหารในบริเวณพรมแดนสหรัฐฯ -เม็กซิโก เพื่อแก้ไขปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองอนุรักษ์นิยม ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุนการใช้กองทัพแก้ไขปัญหาผู้อพยพในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศมาตั้งแต่ปี 2561 สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะกลายเป็นจุดประจำการทหาร คือ รัฐนิวเม็กซิโก และจะมีกฎหมายอนุญาตให้ทหารสามารถดำเนินการจับกุมผู้อพยพ ก่อนจะส่งตัวให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องคนเข้าเมืองดูแลต่อไป จากนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ อาจขยายพื้นที่เขตทหารเพิ่มเติมยาวไปจนถึงชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ 

ประธานาธิบดีทรัมป์จะมีคำสั่งเพื่อเริ่มกระบวนการยุบกระทรวงศึกษาธิการ

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 19 มีนาคม 2568 เปิดเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตรียมลงนามในคำสั่งผู้บริหารเพื่อเริ่มกระบวนการยุบกระทรวงศึกษาธิการ (Department of Education) ของสหรัฐฯ ใน 20 มีนาคม 2568 และจะให้อำนาจรัฐต่าง ๆ บริหารจัดการการศึกษาเอง โดยประธานาธิบดีทรัมป์มีแผนการจะลงนามในคำสั่งดังกล่าวร่วมกับผู้ว่าการรัฐจากรัฐเทกซัส อินดิแอนา ฟลอริดา และโอไฮโอ

ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะยุบกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ตั้งแต่ห้วงกุมภาพันธ์ 2568 แต่ต้องรอให้ Linda McMahon ได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ได้สั่งการให้ลดจำนวนเจ้าหน้าที่และพนักงานในกระทรวงดังกล่าวแล้ว โดยปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 2,100 คน ลดลงจาก 4,100 คน เมื่อต้นปี 2568 ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ เป็นกระทรวงที่มีขนาดเล็กที่สุดของระดับกระทรวงทั้งหมดของสหรัฐฯ

ภาคเหนือเผชิญปัญหามลพิษเพิ่มขึ้นทั้งทางอากาศและทางน้ำ

  หลายจังหวัดในภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย กำลังเผชิญปัญหามลพิษเพิ่มขึ้นทั้งปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นจนติดอันดับประเทศที่มีคุณภาพอากาศแย่มากที่สุดเป็นอันดับต้นของโลก เป็นผลจากจุดความร้อนที่มีจำนวนพุ่งสูงขึ้นทั้งในประเทศรวม 1,288 จุด และในต่างประเทศ (เมียนมาและลาว) รวมกว่า 12,000 จุด ที่เกิดจากการเผาในภาคเกษตร และการเกิดไฟป่า นอกจากนี้ พบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกที่ไหลผ่านเชียงใหม่ และเชียงรายมีสีขุ่นตลอดทั้งสาย ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้  ปัญหาแม่น้ำกกขุ่น มีสาเหตุจากในพื้นที่เมืองสาด รัฐฉาน เมียนมา เขตพื้นที่ของ UWSA ได้อนุญาตให้กลุ่มบริษัทคนจีนกว่า 23 บริษัท เข้ามาทำเหมืองทองในพื้นที่ และได้มีการชะล้าง ทิ้งตะกอน และสารเคมี  ทั้งนี้ ปัญหามลพิษทั้งทางอากาศและทางน้ำกำลังส่งผลกระทบ และประชาชนต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา

Sunwoda เตรียมลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทย

สนข.Reuters ของสหราชอาณาจักร และเว็บไซต์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานกรณีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์  เลขาธิการ BOI เปิดเผยถึงการอนุมัติแผนการลงทุนของบริษัท Sunwoda Electronic ของจีน มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในไทย เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของไทยในการส่งเสริมให้ประเทศเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ในภูมิภาค โดยในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายรายได้เข้ามาลงทุนในไทย และสร้างการเปลี่ยนแปลงต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ดีทรอยต์แห่งเอเชีย’ ซึ่งเป็นความท้าทายต่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นจนทำให้ต้องปิดโรงงานผลิตในไทย ในขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยกำลังเผชิญภาวะตกต่ำ โดยเมื่อปี 2567 ยอดการผลิตรถยนต์ของไทยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี

ประเด็น “สลัมพม่า” ใน จ.ภูเก็ต เป็นกระแสในเชิงลบต่อภาครัฐเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

กรณี “Ride with Gabi” ยูทูบเบอร์ด้านการท่องเที่ยว ได้ทำคลิปเกี่ยวกับพื้นที่สลัมใน จ.ภูเก็ตเมื่อ 10 มี.ค. 68 ได้ถูกสื่อภูเก็ต และสื่อออนไลน์ นำมาโพสต์รายงานเมื่อ 15 – 16 มี.ค. 68 ในลักษณะ จ.ภูเก็ต มีสลัมของกลุ่มแรงงานเมียนมาที่ถูกปิดซ่อนอยู่ และภายในมีที่พัก และโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะลูกหลานของแรงงานชาวเมียนมาด้วย ซึ่งเริ่มกลายเป็นกระแสความสนใจในโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในประเด็นการตั้งคำถามถึงภาครัฐว่า เหตุใดถึงปล่อยให้มีการตั้งสลัมของแรงงานต่างด้าว หรือชุมชนของคนต่างชาติภายในประเทศได้

ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าเป้าหมาย

ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภาคการท่องเที่ยวของกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่ม/องค์กรด้านการท่องเที่ยว และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ที่ปรากฏในห้วงปัจจุบันเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ การแสดงความกังวลและคาดการณ์เรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน และมาเลเซีย อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาห้วง ก.พ. 68 มีระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียในพื้นที่ภาคใต้ลดหายไปถึงร้อยละ 40 โดยสาเหตุหลักยังเป็นเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความกังวลถึงความไม่ปลอดภัยในไทย นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติอื่น เช่น รัสเซีย อินเดีย ที่เข้ามาไทยด้วยนโยบายฟรีวีซา ไม่ได้ช่วยทำให้การใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อีกทั้งพบเริ่มกลายเป็นกลุ่มก่อปัญหาที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยมากกว่า