ทั่วโลกร่วมไว้อาลัยอดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์

รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกร่วมแสดงความอาลัยและรำลึกถึงผลงานการพัฒนาประเทศที่สำคัญ ของอดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ หรือ เชค ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ บิน ฮะมัด อาลษานี  พระชนมายุ 74 พรรษา /2569 ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อ 12 กรกฎาคม 2569 สำหรับพิธีศพจัดขึ้นที่กรุงโดฮา กาตาร์ ขณะที่สำนักพระราชวังและรัฐบาลกาตาร์ นำโดยเชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี ประมุขแห่งรัฐและผู้นำสูงสุดของกาตาร์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 4 กล่าวแสดงความอาลัยตามธรรมเนียมศาสนา เชค ตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อาลษานี ยกย่องพระบิดาว่าเป็นผู้ออกแบบกาตาร์ให้มีความทันสมัย เนื่องจากในช่วงที่ปกครองประเทศระหว่างปี 2538-2556 กาตาร์มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วตลอดระยะเวลา 18 ปี จากการที่ได้มีการวางรากฐานการพัฒนาและปฏิรูปประเทศ  รวมทั้งทรงประกาศใช้รัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของประเทศ เมื่อปี 2547 ซึ่งให้มีการเลือกตั้งระดับเทศบาล รวมทั้งเอื้อให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมกับทรงแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศจนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เลขาธิการสหประชาชาติ…

อิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกจากบทวิเคราะห์ของ ASPI

อิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งยังแพร่ขยายไปถึงระดับโลกด้วย ซึ่งสหรัฐฯ มองว่า จีนกำลังท้าทายอิทธิพลของสหรัฐฯ ขณะที่การพบกันระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง เมื่อ พฤษภาคม 2569 ก็สะท้อนภาพให้ประชาคมโลกเห็นได้ว่า จีนกำลังเทียบชั้นเท่ากับสหรัฐฯ แต่จีนก็พยายามดำเนินการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้อยู่ในกรอบความสัมพันธ์ยุคใหม่ ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงระบุว่าได้เห็นชอบกับประธานาธิบดีทรัมป์ขณะเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 โดยจะเป็นความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ ( constructive strategic stability) ที่จะยังเห็นการแข่งขันกันทั้งสองประเทศ แต่อยู่ในขอบเขตจำกัด รวมทั้งสามารถจัดการความแตกต่างกันได้ เพื่อให้เกิดสันติภาพ และเสถียรภาพระหว่างกัน บทวิเคราะห์ของ Australian Strategic Policy Institute (ASPI) คลังสมองด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และความมั่นคงระดับนานาชาติ ของออสเตรเลีย เรื่อง Pressure Points Part 3: China in the Pacific and…

The Age of Economic Warfare

สถานการณ์โลกในปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่ยุคของการทำสงครามเศรษฐกิจ และชี้ให้เห็นเส้นทางของระบบเศรษฐกิจโลกในอนาคต   วิเคราะห์โดยนาย Edward Fishman นักวิชาการอาวุโส และผู้อำนวยการ Maurice R. Greenberg Center for Geoeconomic Studies ประจำสถาบัน Council on Foreign Relations (CFR) คลังสมองและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชั้นนำของสหรัฐฯ ที่เน้นด้านนโยบายต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ CFR ที่เผยแพร่ เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 บริบทและปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก ……. สงครามเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากผู้นำคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นแนวโน้มที่ขยายตัวไปทั่วโลก โดยในช่วงปี 2562 – 2567 มาตรการจำกัดการค้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า ทั้งจีน เบลเยียม รัสเซีย อิหร่าน และญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ต่างกำลังสะสมเครื่องมือและสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น คือ ความไม่สอดคล้องเชิงโครงสร้าง (Structural mismatch) ระบบเศรษฐกิจโลกปัจจุบันถูกออกแบบมาสำหรับยุค…

เกาหลีใต้ผ่อนคลายคำเตือนห้ามการเดินทางไปยังกัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ปรับคำเตือนการเดินทางไปยังต่างประเทศ ตามกฎหมาย Passport Act โดยยกเลิกคำเตือนห้ามเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดกัมปอต  จังหวัดบันเตียเมียนเจย และจังหวัดสวายเรียง หลังจากที่เคยประกาศคำเตือนระดับ 4 ห้ามเดินทางไปยังพื้นที่บางส่วนและให้ชาวเกาหลีใต้เดินทางออกจากพื้นที่ทันทีตั้งแต่ ตุลาคม 2568 เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัย ปัจจุบันปรับเป็นคำเตือนระดับ 3 เนื่องจากเกาหลีใต้ประเมินว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงดีขึ้น จำนวนอาชญากรรมที่ชาวเกาหลีใต้มีส่วนร่วมลดลงในห้วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ทำให้เกาหลีใต้พิจารณาผ่อนคลายคำเตือนการเดินทาง นอกจากกัมพูชา เกาหลีใต้ลดระดับคำเตือนการเดินทางไปยังเวเนซุเอลา แต่ขยายคำเตือนการเดินทางไปยัง 10 ประเทศ และ 12 พื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ในฟิลิปปินส์และเมียนมา เนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ออกคำเตือนห้ามพลเรือนเดินทางไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของกัมพูชา เนื่องจากมีรายงานว่าชาวเกาหลีใต้จำนวนมากถูกหลอกลวงไปทำงานให้เครือข่ายแสกมเมอร์ เป็นความท้าทายด้านความมั่นคงและทำให้ชาวเกาหลีใต้ตกอยู่ในอันตราย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชายกระดับการปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายแสกมเมอร์ เพื่อให้เกาหลีใต้ไว้วางใจ เชื่อมั่นและคงความร่วมมือกับกัมพูชา เนื่องจากเกาหลีใต้มีความสำคัญต่อกัมพูชาในฐานะประเทศที่ให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ Official Development Assistance (ODA) ที่เป็นส่วนสำคัญของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข เทคโนโลยี การศึกษาและการค้า นอกจากนี้ คำเตือนด้านการเดินทางของรัฐบาลเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมา…

รมว.กต.เมียนมาจะเข้าร่วมการประชุมกรอบอาเซียน ที่กรุงเทพฯ

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเมียนมา ภายหลังมีการตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อ เมษายน 2569 และเริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอาเซียน ให้กลับสู่ระดับปกติ ล่าสุดมีรายงานเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 อ้างท่าทีของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม ระบุว่า นายตินหม่องซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา จะเข้าร่วมการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วาระพิเศษ ที่กรุงเทพฯ ใน 12 กรกฎาคม 2569 เวียดนามมีมุมมองว่า การเข้าร่วมประชุมฯ ของนายตินหม่องซเว จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน และหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อขยายความร่วมมือและส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองในเมียนมา อย่างไรก็ตาม การประชุมดังกล่าวไม่ได้เป็นการยืนยันว่า อาเซียนจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรผู้นำเมียนมาในการประชุมสุดยอด ที่จะจัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์ในช่วงปลายปี 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันกำหนดการดังกล่าว ซึ่งเป็นผลจากการผลักดันของฝ่ายไทยในการประชุมอาเซียนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อ พฤษภาคม 2569 ขณะที่สื่อมวลชนรายงานเชิงบวกเกี่ยวกับบทบาทของไทยด้านการสนับสนุนการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียน โดยใช้ยุทธศาสตร์ 2 ด้าน ได้แก่ 1) เน้นบทบาทอาเซียน ผู้แทนพิเศษของอาเซียนประเด็นเมียนมา และกลุ่มประเทศ Troika ของอาเซียนเป็นกลไกกลางประสานงานกับเมียนมา และ 2) ส่งเสริมแนวคิด 3R คือ ภูมิภาคนิยม…

สงครามอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ อาจเผชิญความท้าทายด้านความมั่นคงพลังงานมากขึ้นในอนาคต แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve-SPR) มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน และสามารถผลิตน้ำมันได้เอง แต่ความขัดแย้งและการทำสงครามกับอิหร่านที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนน้ำมันและพลังงานที่ไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และเพื่อไม่สร้างแรงกดดันให้ชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ปล่อยน้ำมันจากคลัง SPR แล้วบางส่วนตั้งแต่ มีนาคม 2569 เพื่อให้ชาวอเมริกันมั่นใจว่าจะมีพลังงานใช้เพียงพอ ที่สำคัญ คือ การพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ปรับเพิ่มสูงขึ้นมากจนส่งผลกระทบต่อการอุปโภค อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า ระดับน้ำมันในคลัง SPR ของสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 319.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นลดลงเป็นปริมาณต่ำสุดตั้งแต่ปี 2526 คลังน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ สามารถเก็บน้ำมันได้ปริมาณสูงสุด 713.5 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ สหรัฐฯ ตั้งคลังน้ำมัน SPR เมื่อปี 2518 เพื่อรับมือกับเหตุการณ์กลุ่มประเทศตะวันออกกลางระงับการส่งออกน้ำมันให้สหรัฐฯ ที่ผ่านมา สหรัฐฯ…

ยูเครนปรับยุทธวิธีโจมตีเส้นทางขนส่งสำคัญของรัสเซีย

ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซียตึงเครียดต่อเนื่อง จากปฏิบัติการทางทหารของทั้ง 2 ฝ่าย ล่าสุด มีรายงานเมื่อ 10 กรกฎาคม 2569 ว่า ยูเครนใช้อากาศยานไร้คนขับปฏิบัติการโจมตีเรือรัสเซียที่อยู่ระหว่างแล่นในทะเล Azov น่านน้ำใกล้บริเวณชายฝั่งไครเมีย ที่เชื่อมกับทะเลดำ โดยผู้บัญชาการกองปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับของยูเครนเปิดเผยว่าสามารถโจมตีเรือเป้าหมายได้ 25 ลำ ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่าการปฏิบัติการของยูเครนในห้วงนี้ ที่เพิ่มความรุนแรงและสามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของรัสเซีย และความเชื่อมั่นต่อผู้นำรัสเซียที่ก่อนหน้านี้ ที่ออกแถลงการณ์ว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติได้ในระยะยาว ปัจจุบัน ยูเครนปรับยุทธวิธีการโจมตีรัสเซีย ด้วยการเน้นทำลายระบบขนส่งที่สำคัญของรัสเซีย หรือปฏิบัติการ “logistics lockdown” ซึ่งในระยะแรกจะเน้นทำลายขีดความสามารถในการขนส่งของรัสเซียจากไครเมีย เช่น ท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในไครเมีย และทำลายเรือสินค้าที่ยูเครนจัดว่าเป็นกลุ่ม Shadow Fleet หรือกองเรือขนส่งสินค้าผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ เนื่องจากที่ผ่านมา กองเรือกลุ่ม Shadow Fleet ลักลอบขนส่งสินค้า โดยเฉพาะพลังงาน ไปต่างประเทศ ทั้งที่รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตร ทำให้รัฐบาลและกองทัพรัสเซียยังมีรายได้ไปเพิ่มพูนศักยภาพในการทำสงครามกับยูเครน ยูเครนเริ่มปฏิบัติการ logistics lockdown ตั้งแต่มิถุนายน 2569 โดยมีการโจมตีท่าเรือ Kerch ที่ตั้งโรงเก็บน้ำมันและพลังงาน และฐานทัพอากาศ Dzhankoi…

สหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่ : สาเหตุและผลกระทบ

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 8 กรกฎาคม 2569 ว่าข้อตกลง MoU หยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากสหรัฐฯ พบว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงดังกล่าวด้วยการโจมตีเรือจำนวน 3 ลำ ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จากนั้นกองทัพสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคก็เริ่มการโจมตีต่อเป้าหมายทางการทหารในหลายพื้นที่บริเวณภาคตะวันตกของอิหร่าน ติดกับช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งโจมตีโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ Bushehr ด้วย ด้านอิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ ทันที ด้วยการใช้ขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ที่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ คูเวต บาห์เรน กาตาร์ จอร์แดน และอิรัก ซึ่งขยายขอบเขตพื้นที่ปะทะไปมากกว่าการโจมตีรอบที่ผ่านมา ด้านรัฐบาลประเทศรอบอ่าวเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ข้อตกลง MoU ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มต้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2569 สาระสำคัญคือการหยุดยิงในทุกสมรภูมิ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ประเทศเจรจากันเป็นระยะเวลา 60 วัน เกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซและความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม มี 3 สาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะรอบใหม่ ได้แก่ 1)…

ฉากทัศน์ต่อไประหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ฉากทัศน์ หรือ scenario ต่อไประหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาตอบโต้ด้านการทหารกันอีกครั้ง โดยเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM  โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายจุดทางตอนใต้ของอิหร่านกว่า 80 เป้าหมาย เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ และหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อ 8 เมษายน 2569 ที่ตุรกี เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดเนโต ว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้จบลงแล้ว CENTCOM ก็โจมตีอิหร่าน รอบที่ 2 กว่า 90 เป้าหมาย ขณะที่อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ ตั้งแต่โจมตีครั้งใหม่รอบแรก ด้วยการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้แก่ ที่มั่นด้านการทหารรวมทั้งฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน จำนวน 85 แห่ง ครั้งที่ 2 โจมตีบาห์เรน คูเวต และกาตาร์ พร้อมประกาศว่า พร้อมจะตอบโต้สหรัฐฯ อีก และอิหร่านยืนกรานว่า…

โดมความร้อนถล่มยุโรป : สัญญาณเตือนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ช่วงปลายมิถุนายน 2569 หลายประเทศในยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน รวมถึงหลายพื้นที่ในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก หลายเมืองมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน ทั้งการเจ็บป่วยจากโรคลมแดด ภาวะขาดน้ำ และโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ประเมินว่าคลื่นความร้อนครั้งนี้อาจส่งผลให้เสียชีวิตของผู้คนมากกว่า 1,300 ราย นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ระบบการคมนาคม การเรียนการสอน และระบบไฟฟ้า ปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) เกิดจากระบบความกดอากาศสูงที่ปกคลุมพื้นที่เป็นเวลานาน จนทำหน้าที่เปรียบเหมือนฝาหม้อ ที่กักเก็บมวลอากาศร้อนไว้เหนือพื้นดิน ทำให้อากาศร้อนไม่สามารถลอยตัวขึ้นไปและระบายออกได้ตามปกติ ในขณะเดียวกันท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งทำให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความร้อนสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อุณหภูมิสูงทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน สำหรับคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในยุโรปครั้งนี้ ยังได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ Omega Block ซึ่งเป็นลักษณะการไหลเวียนของกระแสลมกรดที่มีรูปแบบคล้ายตัวอักษรกรีก Ω (Omega) ทำให้ระบบความกดอากาศสูงเคลื่อนตัวช้าและปกคลุมพื้นที่เดิมเป็นเวลาหลายวัน นอกจากนี้ ยังได้รับอิทธิพลจากมวลความร้อนที่พัดมาจากทะเลทรายซาฮาราผ่านยุโรปตอนใต้…