อสังหาริมทรัพย์ไทยบางส่วนยังเติบโตได้แม้เผชิญความท้าทายหลายด้าน

SCMP เผยแพร่บทความของนาย Nicholas Spiro หุ้นส่วนบริษัท Lauressa Advisory ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ไทยที่บางภาคส่วนสามารถเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย เงินบาทแข็งค่ากระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เหตุการณ์อาคารถล่มจากแผ่นดินไหวในเมียนมา ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบาย รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งเป็นบททดสอบที่รุนแรงสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ขณะเดียวกันได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยในภาคธุรกิจสำนักงาน เหตุการณ์แผ่นดินไหวส่งผลให้เกิดแนวโน้มการย้ายไปยังอาคารที่มีคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างอาคารใหม่ ในภาคธุรกิจโรงแรม ความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวจากเอเชียใต้ช่วยชดเชยตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้อัตราค่าห้องพักรายวันและอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น และไทยยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพของโครงการอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม Branded Residence โดยไทยมีจำนวนยูนิตที่เปิดตัวและพร้อมขายมากที่สุดในกลุ่มตลาดชั้นนำในเอเชีย

ไทยเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในเมียนมาเพิ่มขึ้น

Mongabay ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ไม่ได้รับการควบคุมในเมียนมากำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศในเอเชีย ตอ.ต. โดยเฉพาะภาคเหนือของไทย ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว รวมประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยข้อมูลใหม่จากดาวเทียมพบว่ามีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมา 513 แห่ง กระจายอยู่ตามลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำอิรวดี ซึ่งเฉพาะปี 2568 มีเหมืองแร่ใหม่ 40 แห่ง มากกว่าที่เคยประเมินไว้ และสะท้อนว่าความเสี่ยงของมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้มากด้วย โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัย Stimson Center ของสหรัฐฯ เตือนว่าจำเป็นต้องมีการทดสอบการปนเปื้อนในแม่น้ำเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศอื่นตรวจสอบแหล่งน้ำของตนเอง รวมถึงกัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่สารพิษจากการทำเหมืองจะไหลลงสู่แม่น้ำมากกว่าที่มีการรายงานก่อนหน้านี้

นักวิเคราะห์ประเมินเงินบาทปลายปี 2568 แข็งค่าน้อย

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ของ Bloomberg คาดการณ์ว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยการแข็งค่าของเงินบาทในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยมาจากการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ซบเซา นอกจากนี้ ธปท.อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยหาก ธปท.มีท่าทีผ่อนคลายนโยบายทางการเงินมากขึ้น และรัฐบาลมีการเก็บภาษีการค้าทองคำ อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปถึงระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้น หากเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนคลี่คลาย และราคาทองคำยังคงสูงใกล้ระดับสถิติ เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นไปถึง 31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2568

ติมอร์-เลสเต เข้าร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียนอย่างเป็นทางการ

ติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) ประเทศที่อายุน้อยที่สุดในเอเชีย บรรลุเป้าหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วยการเข้าร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือASEAN อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 การรับรองสมาชิกภาพของติมอร์-เลสเตมีขึ้นในระหว่างพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 47 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ประธานาธิบดีโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา และซานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ร่วมกับผู้นำอาเซียนอีก 10 ประเทศ ลงนามปฏิญญาว่าด้วยการรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน (Declaration on the Admission of Timor-Leste into ASEAN) นับเป็นการขยายสมาชิกครั้งแรกในรอบ 26 ปีของประชาคมอาเซียน ติมอร์-เลสเต มีความปรารถนาทางยุทธศาสตร์ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน ตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อปี 2545 โดยยื่นใบสมัครเข้าร่วมอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2554 และใช้เวลาถึง 14 ปีในการดำเนินการ ซึ่งเมื่อปี 2565 ประธานอาเซียน (ณ ขณะนั้น) เห็นชอบในหลักการที่จะรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11…

มาเลเซียเสนอ 3 ข้อริเริ่มใหม่ในกรอบอาเซียน ให้ความสำคัญกับอนาคต

สื่อมาเลเซียเมื่อ 25 ตุลาคม 2568 รายงานการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลมาเลเซียในการเป็นประธานและเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยระบุว่ารัฐบาลมาเลเซียประกาศข้อริเริ่มและโครงการใหม่ 3 ประเด็นภายใต้ความร่วมมือในกรอบอาเซียน เพื่อให้เป็นผลงานสำคัญของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปี 2568 ได้แก่ 1) การตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด (MSME Excellence Centre for Green Transition in Asean) หรือข้อริเริ่ม MEGA 2) การจัดทำรายงานประเมินอนาคตของอาเซียนปี 2578 ประเด็นระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของอาเซียน และ 3) การจัดทำรายงานประมวลสถานการณ์อาเซียนในปี 2568 เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบอนาคตเพื่อความยั่งยืนและครอบคลุม หรือ Inclusivity and Sustainability ซึ่งเป็น keyword หรือคำสำคัญที่มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนพยายามเน้นย้ำให้เป็นทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกอาเซียนต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียคาดหวังว่าทั้ง 3 ข้อริเริ่มดังกล่าวจะเป็นผลงานสำคัญของมาเลเซียที่ส่งผลดีต่อทิศทางความร่วมมือระหว่างสมาชิกอาเซียน รวมทั้งความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอื่น ๆ ต่อไป เพราะเป็นความริเริ่มที่จะสะท้อนวิสัยทัศน์และมุมมองของอาเซียน เสริมสร้างความร่วมมือที่มีอยู่แล้ว และเตรียมพร้อมให้สมาชิกอาเซียนสามารถปรับตัวร่วมกันได้ในบริบทความมั่นคงโลกที่เปลี่ยนแปลง มาเลเซียมีแนวโน้มจะให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ข้อริเริ่ม MEGA มากที่สุด…

สหภาพยุโรปจะให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ยูเครนต่อไป

สหภาพยุโรป (EU) เมื่อ 24 ตุลาคม 2568 จัดการประชุมสุดยอด หรือ EU Summit ที่กรุงบรัสเซลล์ เบลเยียม เพื่อกำหนดแนวทางการสนับสนุนด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการทหารแก่ยูเครน โดยมีมติร่วมกันว่า สหภาพยุโรปจะให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและการเงินแก่ยูเครนต่อไปอีก 2 ปี แต่จะชะลอมาตรการอายัดทรัพย์สินของรัสเซียในยุโรปไว้ก่อน เนื่องจากวิตกว่าการอายัดทรัพย์สินรัสเซียที่ปัจจุบันอยู่ในเบลเยียม มูลค่ามากกว่า 140,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 163,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 86 ของทรัพย์สินของรัสเซียในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มแรงกดดันในตอนนี้ อาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงทางการเงินในภูมิภาค ก่อนหน้านี้ หลายประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและเนโตเสนอให้มีการอายัดทรัพย์สินของรัสเซียในยุโรปเพื่อใช้ในการช่วยเหลือฟื้นฟูยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม หรือที่เรียกว่าเป็น reparations loan หรือหลักประกันจากค่าปฏิกรรมสงคราม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเบลเยียมวิตกว่าการอายัดทรัพย์สินของรัสเซียจะส่งผลให้รัสเซียไม่พอใจและตอบโต้ด้วยมาตรการทางกฎหมายและการเงินเพิ่มเติม ที่จะเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของยุโรป จึงเห็นพ้องกับสมาชิก EU ที่เสนอให้เลื่อนการพิจารณามาตรการดังกล่าวออกไปทบทวนอีกครั้งใน ธันวาคม 2568 สาเหตุที่ทำให้รัฐบาลเบลเยียมวิตกกังวลเกี่ยวกับการอายัดทรัพย์สินของรัสเซียเพื่อไปช่วยเหลือฟื้นฟูยูเครน เพราะทรัพย์สินส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสถาบันการเงิน Euroclear ของเบลเยียม ดังนั้น การดำเนินการต่อทรัพย์สินของรัสเซียอาจส่งผลกระทบต่อสถานะความมั่นคงทางการเงินของสถาบันดังกล่าว และทำให้ต้องมีการสืบสวนกิจการของ Euroclear นอกจากนี้ รัฐบาลเบลเยียมยังไม่มั่นใจกรอบกฎหมายที่จะใช้ในการตรวจสอบและดำเนินการประเด็นดังกล่าว เนื่องจากคณะกรรมาธิการยุโรปยังไม่มีข้อตกลงเรื่องนี้ที่ชัดเจน…

การคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียของสหรัฐฯ ไม่มีผลต่อรัสเซียให้ยุติสงครามกับยูเครน

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 22 ตุลาคม 2568 ประกาศคว่ำบาตรบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ 2 แห่ง ของรัสเซีย ได้แก่ บริษัท Rosneft และบริษัท Lukoil เพื่อกดดันรัสเซียให้เข้าร่วมการเจรจาหยุดยิงและหารือเรื่องความมั่นคงในยูเครน ตามที่ผู้นำสหรัฐฯ เสนอ  ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรนี้เพียงระยะสั้น ๆ เพราะต่อจากนี้รัสเซียจะต้องได้รับผลกระทบอย่างมาก และยอมทบทวนข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ต้องการยุติสงครามในยูเครน และสร้างความมั่นคงระหว่างกัน สื่อต่างประเทศให้ความสนใจมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ในรัฐบาลทรัมป์ 2.0 คว่ำบาตรรัสเซียโดยตรง และเป็นท่าทีที่มีขึ้นพร้อมกับการส่งสัญญาณว่าผู้นำสหรัฐฯ จะยังไม่มีกำหนดการพบหารือโดยตรงกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าที่ผ่านมา ทั้ง 2 ผู้นำประเทศมหาอำนาจนี้จะมีช่องทางสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ได้พบหารือทวิภาคีกันไปที่รัฐอะแลสกา เมื่อ สิงหาคม 2568 รวมทั้งมีข่าวสารว่าทั้ง 2 ฝ่ายอาจพบกันที่กรุงบูดาเปส ฮังการี ในช่วงต้น พฤศจิกายน 2568 ด้วย แต่ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีไม่พอใจผู้นำรัสเซีย เพราะไม่ยอมตอบรับแผนสันติภาพ จึงให้ความเห็นกับสื่อมวลชนว่าไม่ต้องการพบหารือ กรณีสหรัฐฯ…

ลาว เวียดนาม และกัมพูชา : ความแนบแน่นด้านการทหารระหว่างกัน

ในช่วงตุลาคม 2568 ได้เห็นความใกล้ชิดและแนบแน่นในด้านการทหารของประเทศในอินโดจีน 3 ประเทศ ได้แก่ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา จากที่ได้มีการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม 3 ฝ่าย หรือ Cambodia–Laos–Vietnam (CLV) Defense Ministers’ Meeting  เป็นเวลา 4 วัน (13-16 ตุลาคม 2568) ที่เวียงจันทน์ ลาว เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการทหารและเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งทั้ง 3 ประเทศก็มีความสัมพันธ์ด้านการทหารระดับสองฝ่ายที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ในการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 3 ประเทศ นอกจากย้ำความร่วมมือระหว่างกันแล้ว ได้ให้ความสำคัญต่อประเด็นไม่ให้กองกำลังของศัตรูใช้ประเทศของตนในการรุกรานผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งเพิ่มการบริการการจัดการชายแดน และรับมือกับภัยคุกคามนอกรูปแบบ เช่น การแพร่ระบาดของโรคร้ายแรง การค้นหาและช่วยเหลือ การต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูล และฝึกร่วมกัน พร้อมกับให้ความสำคัญต่อการศึกษาและตระหนักรู้ของประชาชน และทหาร เฉพาะอย่างยิ่งต่อคนรุ่นใหม่ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทั้ง 3 ประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 3 ประเทศได้มีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร และการฝึกร่วมระหว่างกัน…

เกาหลีใต้ดำเนินคดีต่อพลเรือนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา

เกาหลีใต้จะดำเนินคดีและสืบสวนขยายผลกรณีชาวเกาหลีใต้จำนวน 64 คน ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา ซึ่งเดินทางกลับถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ของเกาหลีใต้แล้ว เมื่อ 18 ตุลาคม 2568  หลังจากเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการเชิงรุก นำชาวเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชากลับประเทศ ชาวเกาหลีใต้กลุ่มนี้ จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป นายนายวี ซ็อง-นัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่าชาวเกาหลีใต้ที่กระทำความผิดหรือเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าว จะต้องอยู่ภายใต้การดำเนินคดีและการสอบสวนของเกาหลีใต้ ซึ่งจะเร่งสอบสวนให้ชัดเจนว่ากลุ่มชาวเกาหลีใต้ดังกล่าวถูกหลอกลวงหรือสมัครใจไปร่วมทำงานกับกลุ่มมิจฉาชีพในกัมพูชา โดยมีรายงานว่าปัจจุบันกัมพูชาเป็นที่ตั้งศูนย์มิจฉาชีพออนไลน์ มีแรงงานต่างชาติมากกว่า 200,000 คน และมีชาวเกาหลีใต้ประมาณ 1,000 คน รัฐบาลเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้ที่ไปอยู่ในกัมพูชา เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีรายงานว่า นักศึกษาชาวเกาหลีใต้ถูกกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชาหลอกลวงให้ทำงาน ใช้แรงงานทาส และทรมานจนเสียชีวิต เมื่อสิงหาคม 2568 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเกาหลีใต้กดดันรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งแก้ไขปัญหาด้วยการส่งผู้แทนระดับสูงเยือนกัมพูชา เพื่อหารือและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน และนำเหยื่อ และผู้เกี่ยวข้องในกัมพูชากลับเกาหลีใต้ ด้านประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้ประกาศเมื่อ 17 ตุลาคม 2568 ให้หน่วยความมั่นคงของประเทศ จำกัดโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกลวงชาวเกาหลีใต้ให้ไปทำงานในกัมพูชา รวมทั้งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย การนำชาวเกาหลีใต้จากกัมพูชากลับประเทศ เป็นความร่วมมือกับกัมพูชาด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยจากการหารือระหว่างนางสาวคิม จี-นา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ คนที่…

ไทยเตรียมแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจ

Bloomberg และ Reuters รายงานกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รอง นรม./รมว.กค. เปิดเผยว่า เตรียมเสนอแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อ ครม. รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หลังจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยเผชิญกับการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ เฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจีนที่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ตลอดจนปัญหาเงินบาทแข็งค่าที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวภายในประเทศยังมีการใช้จ่ายน้อย ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.2 ในปี 2568 ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ในการทำผลงาน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปใน เม.ย. 69